วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ.2561 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

ทรงสร้างประโยชน์สุขสู่ปวงประชา : ขยายผลทฤษฎีใหม่ฯสู่การทำจริงของเกษตรกร

 11 ก.ค. 2561 09:00 น. | หมวดหมู่ การยกระดับคุณภาพชีวิต
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

ขยายผลทฤษฎีใหม่ฯสู่การทำจริงของเกษตรกร
ทุกครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรตามพื้นที่ต่างๆทั่วประเทศ จะทรงถามเกษตรกรและทอดพระเนตรพบสภาพปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเพาะปลูกเฉพาะอย่างยิ่งการปลูกข้าวและเกิดแรงดลพระราชหฤทัยอันเป็นแนวคิดขึ้นว่าข้าวเป็นพืชที่แข็งแกร่งมาก หากได้น้ำเพียงพอจะสามารถเพิ่มเมล็ดข้าวได้มากยิ่งขึ้นหากเก็บน้ำฝนที่ตกลงมาได้แล้วนำมาใช้ในการเพาะปลูกก็จะสามารถเก็บเกี่ยวได้มากขึ้นเช่นกัน การสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่นับวันแต่จะยากที่จะดำเนินการได้ เนื่องจากการขยายตัวของชุมชนและข้อจำกัดของปริมาณที่ดินเป็นอุปสรรคหากแต่ละครัวเรือนมีสระน้ำประจำไร่นาทุกครัวเรือนแล้ว เมื่อรวมปริมาณกันก็ย่อมเท่ากับอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ แต่สิ้นค่าใช้จ่ายน้อยและเกิดประโยชน์สูงสุดโดยตรงมากกว่า
“ทฤษฎีใหม่”เป็นแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เกี่ยวกับหลักการในการบริหารการจัดการที่ดินและน้ำเพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุดและยั่งยืน เป็นหลักการในการบริหารการจัดการที่ดินและน้ำ เพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กประมาณ 15 ไร่ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด มีการบริหารและจัดแบ่งที่ดินออกเป็นสัดส่วนที่ชัดเจน จัดการทรัพยากรระดับไร่นาอย่างเหมาะสม สร้างแหล่งน้ำในที่ดินสำหรับการทำการเกษตรแบบผสมผสานอย่างได้ผล
โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นส่วน ๆ ได้แก่ พื้นที่น้ำ พื้นที่สำหรับปลูกข้าว พื้นที่สำหรับปลูกพืชไร่นานาพันธุ์ และพื้นที่สำหรับอยู่อาศัยและเลี้ยงสัตว์ ในอัตราส่วน 3:3:3:1(30-30-30-10) เพื่อให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ให้มีรายได้ไว้ใช้จ่ายและมีอาหารไว้บริโภคตลอดปี
ตลอดเวลาที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างน้อมนำแนวพระราชดำริและผลสำเร็จจากทฤษฎีใหม่มาดำเนินการและขยายผลสู่การปฏิบัติใช้ของเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่องจวบจนทุกวันนี้ ยังผลให้พื้นที่การทำกินของราษฎรที่ไม่ประสบความสำเร็จในอดีตสามารถใช้ประโยชน์ได้ตามเป้าหมายในปัจจุบันในหลากหลายพื้นที่
โดยเฉพาะศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทั้ง 6 แห่ง ที่กระจายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ รวมถึงการจัดสรรพื้นที่จัดทำเป็นแปลงสาธิตเพื่อการศึกษาเรียนรู้ของราษฎรแล้วนำไปปฏิบัติใช้ในพื้นที่ของตนเอง
นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรีในฐานะประธานกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เปิดเผยภายหลังการประชุมศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริสัญจร ครั้งที่ 12ณ ห้องประชุมศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ จังหวัดจันทบุรี ว่าศูนย์เรียนรู้เป็นศูนย์ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรแต่ละสาขาเข้ามาศึกษาแล้วนำความรู้ในการทำการเกษตรตามหลักวิชาการบนพื้นฐานของแต่ละภูมิสังคมที่ประเทศไทยในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกันไปปฏิบัติใช้ในการทำการเกษตรในพื้นที่ของตนเอง นับตั้งแต่ฟาร์มเลี้ยงปลา ฟาร์มเลี้ยงหมู การเลี้ยงเป็ดการเลี้ยงไก่ หรือการทำการเกษตรตามหลักทฤษฎีใหม่ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรได้พระราชทานให้กับคนไทยเพื่อนำไปปฏิบัติใช้ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาได้รับการยอมรับจากทั้งฝ่ายราชการและประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง หลายพื้นที่มีการจัดทำเป็นแปลงสาธิตเพื่อให้เกษตรกรที่เข้ามาได้เรียนรู้อย่างเข้าใจได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม สามารถนำไปประยุกต์ต่อยอดใช้ได้ทันที ที่สำคัญเกษตรกรเหล่านั้นได้น้อมนำเอาศาสตร์พระราชามาปฏิบัติ มาประยุกต์ใช้กับพื้นที่การเกษตรของตัวเองตามแนวทฤษฎีใหม่ฯ
องคมนตรีกล่าวว่าศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ที่อยู่ใกล้ๆตลอดถึงศูนย์เรียนรู้ก็จะเป็นพี่เลี้ยงช่วยสนับสนุนและส่งเจ้าหน้าที่ร่วมเป็นวิทยากรในการถ่ายทอดวิทยาการสู่เกษตรกร พร้อมสนับสนุนปัจจัยการผลิตเป็นการเบื้องต้น
“สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราโชบายให้สืบสานศาสตร์พระราชาในรัชกาลที่ 9ทรงให้รักษาศาสตร์เหล่านี้ไว้ รักษาปราชญ์ของแผ่นดินที่เป็นผู้ดูแลศูนย์เรียนรู้ต่างๆ และต่อยอดด้วยการขยายผลให้ศาสตร์พระราชาของในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ขยายไปสู่เกษตรกรให้มากขึ้นๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการน้อมนำทฤษฎีใหม่
มาปฏิบัติใช้ ซึ่งพื้นที่การเกษตรเพื่อจะทำตามแนวทฤษฎีใหม่ฯนั้นสามารถประยุกต์ได้หลากหลายแนวทาง บางพื้นที่อาจไม่เหมาะสำหรับการปลูกข้าวก็ทำอย่างอื่นทดแทน บางพื้นที่ขุดสระน้ำเก็บน้ำไม่อยู่ก็สามารถที่จะทำอย่างอื่นแทนได้เช่นกัน”นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรีกล่าว
นางสายหยุด เพ็ชรสุข ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งขึ้น เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ได้น้อมนำเอาแนวพระราชดำริเกี่ยวกับทฤษฎีใหม่มาจัดทำเป็นต้นแบบขึ้นภายในศูนย์ศึกษาฯ เป็นแปลงสาธิตบนพื้นที่ 23 ไร่ แล้วนำองค์ความรู้ด้านทฤษฎีใหม่ฯมาประยุกต์ใช้เพื่อให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่ เช่นภาคใต้มีปริมาณน้ำฝนค่อนข้างมาก มีแหล่งน้ำมาก ก็ต้องปรับสัดส่วนของพื้นที่โดยใช้สูตรตามหลักทฤษฎีใหม่ฯมาดำเนินการ โดยใช้พื้นที่เป็นแหล่งน้ำ 20%ปรับเป็นพื้นที่นาข้าว 30% พื้นที่ถนนอาคารต่างๆ10% ปลูกพืชผักพืชไร่อีก 40% ของพื้นที่จากนั้นนำวิทยาการสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อให้การผลิตในแต่ละแขนงได้รับการพัฒนา นับตั้งแต่การนำเทคโนโลยีที่ผ่านการศึกษาทดลองและประสบความสำเร็จแล้วมาประยุกต์ใช้ นำแนวทางในการปรับปรุงบำรุงดินที่เหมาะสมและถูกต้องมาพัฒนาพื้นที่เพาะปลูก นำความต้องการของตลาดมาเป็นแนวทางในการตัดสินใจต่อการเลือกประเภทพืช ชนิดพืชมาปลูก เป็นต้น จากนั้นก็ขยายผลสู่เกษตรกรทั้งการนำเกษตรกรเข้ามาศึกษาดูงานภายในศูนย์ฯ และขยายผลการจัดทำเป็นแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ฯในพื้นที่การเกษตรของเกษตรกรโดยตรงแล้วตั้งเป็นศูนย์ฯ เพื่อรองรับการศึกษาดูงานและฝึกอบรมของเกษตรกรรายอื่นๆ อย่างต่อเนื่องต่อไป
“อย่างของจังหวัดนราธิวาส เกษตรกรมีพื้นที่อยู่แล้ว มีบ่อปลามีการปลูกพืชผักปลูกพืชไร่ ปลูกไม้ผล ในช่วงหน้าแล้งนำน้ำในบ่อมาใช้ประโยชน์ ก็จะนำหลักทฤษฎีใหม่ฯมาประยุกต์ใช้ในการจัดแบ่งพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ และการนำน้ำมาใช้แบบให้เอื้อต่อกันของแต่ละชนิดพืช และเพื่อเป็นการสนองพระราชดำริของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสานงานเกี่ยวกับการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรมาปฏิบัติใช้ โดยเฉพาะในเรื่องของเกษตรทฤษฎีใหม่ฯก็ได้มีการจัดทำแผนในการดำเนินการโดยอย่างน้อยจะขยายผลในเรื่องเกษตรทฤษฎีใหม่ฯสู่พื้นที่ของเกษตรกรอย่างน้อย 3-5 รายต่อปี “นางสายหยุด เพ็ชรสุขกล่าว
การจัดการเกษตรตามแนว “ทฤษฎีใหม่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ให้เกิดประสิทธิภาพนั้น ประเด็นสำคัญ คือ การพึ่งตนเอง ประหยัด และมัธยัสถ์ และการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงฯมาปฏิบัติใช้ โดยการจัดสรรพื้นที่ให้สัมพันธ์และเกื้อกูลกัน ซึ่งเป็นการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดิน น้ำ แรงงาน และรักษาสภาพแวดล้อมให้เกิดการสมดุลย์คือการรักษา สืบสาน ใช้สอยในลักษณะเกื้อกูลพึ่งพาอาศัยกันอันจะนำไปสู่การผลิตที่เกิดรายได้และสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนสมดังพระราชปณิธานและพระราชประสงค์สืบต่อไป
ที่มา: www.siamrath.co.th

Comment
Related