วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2561 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

‘บิ๊กน้อย’ เปิดยิ่งใหญ่โครงการ ‘สามัคคีสัมพันธ์ สานฝันห้องเรียนกีฬา’ ครั้งที่ 3 สร้างนักกีฬาฟุตบอลหญิง

 01 ต.ค. 2561 18:00 น. | หมวดหมู่ กีฬา
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

1 ต.ค.61 พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เป็นประธานเปิด โครงการ "สามัคคีสัมพันธ์ สานฝันห้องเรียนกีฬา" ครั้งที่ 3 ณ สนามอินดอร์สเตเดียมหัวหมาก กรุงเทพฯ โดยมี พล.อ.สุทัศน์ กาญจนานนท์กุล ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมทั้งผู้อำนวยการสถานศึกษา คณาจารย์ และนักเรียนใน “โครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และโครงการห้องเรียนกีฬา จากทั่วประเทศเข้าร่วม จำนวน 21 โรงเรียน รวมจำนวน 2,639 คน พร้อมมอบโล่เกียรติคุณให้แก่ผู้สนับสนุนโครงการฯ
พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตามที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายสั่งการให้กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ดำเนินการนำการกีฬาเข้าสู่ระบบการศึกษา โดยเริ่ม “โครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาชายแดนภาคใต้” ขึ้น มีกีฬา 10 ประเภท เพื่อสร้างโอกาสให้แก่เด็กนักเรียนและเยาวชนที่มีทักษะความสามารถด้านกีฬาได้ฝึกควบคู่ไปกับการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม นับเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้พัฒนาศักยภาพตนเองเพิ่มมากขึ้น ซึ่งโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาชายแดนภาคใต้ เริ่มขึ้นตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 ปัจจุบันขยายผลการดำเนินงานโครงการออกไปทั่วทุกภูมิภาค
และเกิดเป็น"โครงการห้องเรียนกีฬา" ที่เน้นพัฒนาความสามารถด้านกีฬาควบคู่ไปกับวิชาการ ทั้งแผนการเรียนวิทยาศาสตร์-กีฬา และแผนการเรียนศิลป์ภาษา-กีฬา โดยให้นักเรียนที่มีรูปร่างสูงใหญ่ได้เข้ารับการศึกษา ใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาและโภชนาการที่เหมาะสม รวมถึงการฝึกซ้อมอย่างเป็นระบบในการพัฒนาศักยภาพของนักเรียน พร้อมสนับสนุนทุนการศึกษาให้นักเรียนจนจบระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาชายแดนภาคใต้ เปิดการเรียนการสอน 12 โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ มีนักเรียน 1,366 คน และโครงการห้องเรียนกีฬา เปิดการเรียนการสอนไปในภูมิภาคที่เหลือทั่วประเทศ อีกจำนวน 9 โรงเรียน รวมนักเรียนทั้งสิ้น 1,182 คน โดยในปีการศึกษา 2562 จะเน้นความเป็นเลิศทางด้านกีฬานักฟุตบอลหญิง โดยจะรับตั้งแต่ชั้น ม.1 เดิม รับชั้น ม.4 โดยโครงการนี้ มุ่งหวังที่จะผลิตนักกีฬาอาชีพ โค้ช กรรมการและผู้ตัดสินกีฬา รวมทั้งครูพลศึกษา ที่มีความรู้ความสามารถ มีอุดมการณ์ เปี่ยมไปด้วยวินัย คุณธรรมและจริยธรรม เป็นพลเมืองที่ดีของชาติต่อไป
พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า นับเป็นโอกาสดีที่นักเรียนได้มาพบปะกันในวันนี้ อยากให้นักเรียนทุกคนตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ที่ทรงปกป้องคุ้มครองรักษาชาติบ้านเมืองพัฒนาประเทศให้เข้มแข็งมั่นคงมาจนถึงรุ่นปัจจุบันนี้ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้ทรงพระราชทานพระบรมราโชวาทด้านการศึกษาให้จัดการศึกษาให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น เพราะการเจริญของชาติขึ้นอยู่กับการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ รวมถึงเคยพระราชทานพระบรมราโชวาท เรื่องของการกีฬาไว้ว่า การกีฬานั้นเป็นอุปกรณ์การศึกษาที่สำคัญยิ่ง เพราะจะช่วยกล่อมเกลาให้เด็กมีจิตใจอดทน กล้าหาญ รู้แพ้รู้ชนะ เช่นเดียวกับ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ก็ทรงมีพระราชปณิธานที่จะสืบสานต่อยอดศาสตร์พระราชา ในเรื่องการศึกษา ที่ต้องมุ่งให้ผู้เรียนสร้างพื้นฐาน 4 ด้าน ในเรื่องการสร้างทัศนคติที่ดีต่อบ้านเมือง ให้ยึดมั่นในสถาบันชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ รู้รักสามัคคี มีลักษณะพื้นฐานที่มั่นคง มีคุณธรรมจริยธรรมในชีวิต เรียนแล้วมีอาชีพ มีงานทำและเป็นพลเมืองดี ซึ่งสิ่งต่าง ๆเหล่านี้ รัฐบาลปัจจุบันที่นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้น้อมนำศาสตร์พระราชาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการดำเนินงานของส่วนราชการต่างๆ โดยกำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติเพื่อวางแผนความมั่นคงในระยะยาว ทำให้ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคงของชาติ ความสามารถในการแข่งขัน เรื่องการพัฒนาทรัพยากรบุคคลให้มีความเจริญก้าวหน้า รวมทั้งการสร้างโอกาสความเสมอภาค ทำให้คุณภาพชีวิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องใช้ความรับรู้ความเข้าใจและเกิดความร่วมมือสามัคคีกัน
“วันนี้มีนักเรียน 2 โครงการ ทั้งโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 12 โรงเรียน ซึ่งดำเนินการมาเป็นระยะเวลา 4 ปี และขยายผลไปยังโรงเรียนต่างๆ อีก 9 โรงเรียน ในโครงการห้องเรียนกีฬา จะเห็นได้ว่า เป็นการทำงานอย่างต่อเนื่องในด้านการสร้างโอกาส ส่งเสริมขีดความสามารถ พัฒนาการศึกษาและพัฒนาการกีฬา ซึ่งถือเป็นการนำการกีฬาเข้าสู่ระบบการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี โดยกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้มอบให้ สพฐ. ดำเนินการอย่างเต็มกำลัง เพื่อเป็นการจุดประกายความฝันมุ่งมั่นสู่อนาคตปรากฏสู่ความสำเร็จของเด็กนักเรียนและเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และขยายไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ เป็นเส้นทางสู่ฝันสรรค์สร้างแรงบันดาลใจนักกีฬาไทยสู่สากล ซึ่งเกิดจากความตั้งใจของทุกฝ่ายทั้งผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารระดับพื้นที่ คณะครูอาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน โดยได้รับความร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานต่าง ๆทั้งภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงภาคประชาชนที่ให้การสนับสนุนในด้านกำลังใจอีกด้วย ซึ่งการทำให้การศึกษาของนักเรียนและเยาวชนควบคู่ไปกับการกีฬาประสบความสำเร็จและก้าวหน้าอย่างที่เห็นในปัจจุบันนั้น ก็เพื่อให้นักเรียนได้เจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีความรู้รักสามัคคี มีความสมัครสมานปรองดอง ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญ เป็นเยาวชนรุ่นใหม่ที่เป็นอนาคตของชาติอย่างมีคุณภาพ ” รมช.ศธ. กล่าว
ขณะที่ นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า โครงการสานฝันการกีฬาฯ และโครงการห้องเรียนกีฬา ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง จึงทำให้ผู้ปกครองสนใจส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนมากขึ้นในทุกภาคการศึกษา ปัจจุบันมีนักเรียนในโครงการฯกว่า 2,800 คน ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการ โดยสพฐ. จึงได้จัดโครงการ “สามัคคีสัมพันธ์ สานฝันห้องเรียนกีฬา” เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนทั้งสองโครงการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมผ่านการแข่งขันกีฬาแห่งมิตรภาพ รวมทั้ง ได้ศึกษาศาสตร์พระราชาเพื่อน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติ สำหรับกิจกรรมในโครงการฯประกอบด้วยการแข่งขันกีฬาฟุตบอลระหว่างทีมนักเรียนโครงการห้องเรียนกีฬา รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี และทีมนักเรียนในโครงการสานฝันฯ รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี กับทีมเมืองทองยูไนเต็ด และการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงระหว่างทีมนักเรียนโครงการห้องเรียนกีฬาและทีมยุวชนทีมชาติไทย ณ สนามอินดอร์สเตเดียมหัวหมาก นอกจากนี้ ยังมีการทัศนะศึกษาแหล่งเรียนรู้ศาสตร์พระราชาในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดชลบุรี รวมทั้งการแสดงพหุวัฒนธรรมของนักเรียนในโครงการซึ่งเป็นกิจกรรมพิเศษที่จะแสดงความสามารถด้านศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลายของนักเรียนที่ร่วมโครงการในครั้งนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยมิตรภาพความรักความสามัคคีผ่านการแข่งขันกีฬา พร้อมทั้งตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษา โดยใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาสังคม สร้างลักษณะนิสัยที่ดีในการเป็นนักกีฬาและพัฒนาความรู้ทักษะจนสามารถประกอบอาชีพในอนาคตได้
“โครงการ “สามัคคีสัมพันธ์ สานฝันห้องเรียนกีฬา” ครั้งที่ 3 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ก.ย. – 6 ต.ค. นี้ นอกจากกิจกรรมต่างๆ ภายในงานที่น่าสนใจแล้ว ในวันที่ 5 ต.ค.มีการบรรยายจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ในหัวข้อ นักกีฬายุค 4.0 “การสร้างอัตลักษณ์ของนักกีฬา สู่การสร้างตัวตนบนโลกอินเทอร์เน็ต” และการใช้วิทยาศาสตร์การกีฬาในการพัฒนาตนเอง จากนั้น ในเวลา 15.30 น. นักเรียนทั้ง 2 โครงการจะได้รับฟังโอวาทจาก พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี ณ อาคารอิมแพค ฟอรั่ม (Hall 9) อิมแพค เมืองทองธานี อีกด้วย” นายบุญรักษ์ กล่าว
ด้านนายธีรชัย สัญสำราญ (โอปอ) อายุ 19 ปี ศิษย์เก่าโรงเรียนลือเสาะชนูปถัมภ์ จ.นราธิวาส กล่าวว่า ตนเข้าร่วม “โครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาชายแดนภาคใต้” ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (ม.4)ของโรงเรียนลือเสาะฯ และได้มีโอกาสฝึกซ้อมกีฬาที่ถนัด คือ กีฬาฮอกกี้ โดยทางโครงการฯได้ฝึกเทคนิคการเล่น-อกกี้ให้ ประกอบกับตนได้ขยันตั้งใจฝึกซ้อมอย่างหนักจนได้มีโอกาสติดฮอกกี้ทีมชาติไทย ได้เดินทางไปแข่งขัน เอเชี่ยนเกมส์ ปี 2018 ที่ประเทศอินโดนีเชีย ได้ลำดับที่ 9 จาก 12 ประเทศ
“ก็รู้สึกประทับใจโครงการการสานฝันกีฬาฯ ที่ทำให้ผมมีโอกาสได้เป็นนักกีฬาทีมชาติ และสามารถนำแฟ้มสะสมผลงานการแข่งขันกีฬาทีมชาติ ไปสมัครเรียนต่อในมหาวิทาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ผมก็จะเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับน้องๆ ที่อยากประสบความสำเร็จ ก็ขอให้ทุกคนสู้ๆ ขยันฝึกซ้อมและมีระเบียบวินัยในทั้งการฝึกซ้อมกีฬาและการเรียน” นายธีรชัย กล่าว
ที่มา: http://www.naewna.com

Comment
Related