วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ.2561 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

โปรดเกล้าฯพรป.สว.-เลือกตั้งแล้วจี้รบ.ปลดล็อก 'ท็อป'เร่งโละคำสั่งคสช.'ธนาธร'ลั่นนำปชต.สู่ไทยแกนปชป.เชียร์มาร์คหน.พุทธะสารภาพทำร้ายตร.

 13 ก.ย. 2561 03:00 น. | หมวดหมู่ การเมือง
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

โปรดเกล้าฯพ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส.-ฉบับได้มาซึ่ง ส.ว.แล้ว 'วิษณุ'แย้มคลายล็อกให้บางส่วน และปลดให้ทำกิจกรรมเต็มที่เมื่อครบ 90 วัน
'บิ๊กตู่'เปิดงานพลังประชารัฐ
เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดงานประกาศความร่วมมือ "การสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมด้านการศึกษา" ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐ CONNEXT ED พร้อมปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ "การศึกษากับการเตรียมคนไทยในอนาคต"
โดยนายกฯ กล่าวตอนหนึ่งว่า การศึกษาเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด และเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศวันนี้ อนาคต อดีต ปัจจุบันพันกันมั่วไปหมด พวกเรากำลังเดินไปข้างหน้า แต่ก็มีอีกพวกดึงขาซ้ายอีกพวกก็ดึงขาขวา ดึงไปข้างหน้าบ้างข้างหลังบ้าง เซไปเซมา แต่เราก็มีหลักชัยที่จะพัฒนาประเทศ ถ้าเป็นทหารก็เรียกว่ากำลังต่อสู้กับอริราชศัตรู แต่เรากำลังต่อสู้กับความไม่รู้ เราจึงต้องปรับตัวปรับประเทศให้สอดคล้องกับการบริหารราชการ ซึ่งโลกปัจจุบันกำลังเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรมยุคที่ 4 รัฐบาลจึงได้คิดคำและพัฒนาให้เป็นประเทศไทยแลนด์ 4.0 หลายคนยังไม่รู้ว่าเราอยู่ตรงไหน แล้วไอ้คนที่ไม่รู้ก็มาออกมาแสดงความคิดเห็นในโซเชียลมีเดียจำนวนมาก ส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จริง แต่ชอบแสดงความคิดเห็นต่างๆ ออกมา โดยที่ตัวเองไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลย แต่ขอแสดงความคิดเห็น นี่ไงโลกเปลี่ยนแปลง วันหน้าอำนาจรัฐกฎหมายคนจะปฏิเสธทั้งหมด เป็นวิกฤตในอนาคต โลกประชาธิปไตย การใช้โซเชียลมีเดีย ใช้ระบบดิจิทัลในทุกๆ เรื่อง ซึ่งรัฐไม่สามารถควบคุมได้ วันนี้เราจึงกำลังสร้างความเข้มแข็งโดยใช้ระบบการศึกษา ซึ่งจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาคน
ลั่นไม่ขัดแย้งเป็นมหาอำนาจแล้ว
"เราต้องรู้ว่าวันนี้เรายืนอยู่ตรงไหนของโลก เขารบแบบที่เรารบกันตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาเลิกทำแบบนี้กันมานานแล้ว ประเทศมหาอำนาจบางประเทศโตช้ากว่าเราด้วยซ้ำ แต่เขาเบื่อความขัดแย้ง เพราะไม่เกิดประโยชน์อะไร การสู้รบกันก็ตายเปล่าทั้งสิ้น แล้วทำไมเราไม่ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันที่เป็นประโยชน์ วันนี้เขาคิดแบบนี้กันทั้งโลก เว้นแต่ประเทศมหาอำนาจบางประเทศ แต่เราไม่ใช่มหาอำนาจ แต่ถ้าเราไม่ขัดแย้งกันทุกวัน ป่านนี้เราเป็นมหาอำนาจแล้ว ซึ่งผมก็กลัว มหาอำนาจคือความขัดแย้งอันดับหนึ่ง ประวัติศาสตร์วันนี้เกิดจากอดีตที่ผ่านมา เราทำวันนี้เพื่อประวัติศาสตร์วันข้างหน้า วันนี้เราต้องสอนคนให้รักในทางที่ถูก เพราะแผ่นดินผืนนี้ฐานที่ทำให้คนเกิดและคนตาย ยืนวันนี้ใช้พื้นที่ไม่เกินหนึ่งตารางฟุต นอนตายลงไปไม่เกิน 2 เมตร มันจะอะไรกันนักหนา เราจึงควรเผื่อแผ่แบ่งปันลดความเหลื่อมล้ำ แก้ไขความไม่ เท่าเทียม ประชาธิปไตยอย่างไรก็ต้องเกิดบนโลกใบนี้ มันห้ามกันไม่ได้ กฎหมายกฎระเบียบเป็นสิ่งสำคัญทำให้เกิดความเป็นธรรม และความเท่าเทียมของโอกาสไม่ว่าจะยากดีมีจน ทุกคนก็ต้องเคารพกฎหมาย เว้นแต่พวกผู้มีอิทธิพล พวกแสวงหาผลประโยชน์เป็นคนละพวกต้องเอาไปติดคุก ใครไม่ทำตามกติกาก็ต้องติดคุก โดยต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบของกระบวนการยุติธรรม" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
คุยทน-อึดยิ่งกว่ายางมิชลิน
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เราพัฒนาโลกไปอย่างรวดเร็ว ผ่านสังคมโซเชียลมีเดีย จากการแพร่ข่าวสารไม่กี่นาทีทั้งโลกรู้ เรื่องจริงบ้างไม่จริงบ้างคนตัดสินไปหมดแล้ว เรื่องนี้ต้องไปสร้างหลักคิดว่าควรทำอย่างไร ต้องมีหลักคิดที่ถูกต้อง มีหลักการและเหตุผล สร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มพูนความรู้ด้านคุณธรรม การจะตามโลกยุคใหม่ให้ทัน เราต้องกำหนดตัวเอง และต้องรู้ว่าอยู่จุดไหน เราต้องสอนคนให้มีคุณภาพ ไม่เช่นนั้นก็จะตีกันไปมา คนเป็นครูนอกจากสอนแล้วจะต้องเปิดโอกาสให้เด็กตั้งคำถามได้ด้วย ไม่ใช่สอนตลอดทั้งชั่วโมง ครูสอนดีมากแต่นักเรียนสอบตก
"ผมถามคุณศุภชัย (นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์)ในฐานะประธานว่าจะลงเล่นการเมืองไหม ปฏิเสธทันทีว่า ไม่เอา แต่ทำไมคนที่ไม่ทำอะไรเลยอยากจะมาเล่นการเมือง ผมไม่เข้าใจ เขาประสบความสำเร็จ แต่ไม่ทนทรมาน เหมือนผมทน ถามว่าผมทนไหม ผมทนอึดยิ่งกว่ายางมิชลิน เด้งซ้ายเด้งขวาแต่สู้ได้ ถ้ามีกำลังใจแบบทุกวันนี้ก็สู้ตายไม่กลัว ผมเองเป็นเพียงผู้นำทางพวกเราทุกคนเดินไปข้างหน้า มีอุปสรรคอะไรรัฐบาลจะได้แก้ โดยไม่ต้องการสิ่งตอบแทน เพราะถือเป็นหน้าที่ของเราทุกคนทำเพื่อแผ่นดินของเรา" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ปัดตอบปมตั้ง'พุทธิพงษ์'
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในช่วงท้ายว่า เราต้องสามารถเดินหน้าไปด้วยกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่วันนี้ตนยืนพูดไม่มีใครอยู่ข้างหลัง เพราะทุกคนอยู่ข้างหน้าตน ดังนั้นเวลาตนต้องไปสู้รบปรบมือกับใครก็ช่วยมาอยู่ข้างหลังด้วยแล้วกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อพูดประโยคดังกล่าวจบมีเสียงปรบมือให้นายกฯค่อนข้างดัง โดยนายกฯได้กล่าวขอบคุณที่ให้เกียรติ "ผมไปเรียกร้องกับใครไม่ได้ เมื่อทุกคนให้เกียรติผม ผมก็ให้เกียรติท่าน แล้วผมจะทำงานให้ท่านเป็นร้อยเท่าพันทวีทุกวัน อย่าท้อแท้ อย่าหวั่นไหวอะไรทั้งสิ้น เราทำงานเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังที่ พล.อ. ประยุทธ์เป็นประธานเปิดงานแล้วเสร็จ ได้มอบโล่เกียรติยศแสดงความขอบคุณกับผู้ร่วมขับเคลื่อนโครงการระยะที่ 1 พร้อมถ่ายรูปหมู่และเดินชมนิทรรศการ ก่อนจะเดินทางกลับนายกรัฐมนตรีปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแต่งตั้งนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง โดยทำท่าโบกมือพร้อมกับกล่าวเพียงว่า "เป็นความหมายว่าลาก่อนๆ"
'วิษณุ'ย้ำรมต.สมัคร-หาเสียงได้
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง หากนายพุทธิพงษ์ จะเล่นการเมืองจำเป็นต้องลาออกจากตำแหน่งหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ต้องลาออก สามารถไปสมัครตำแหน่งทางการเมืองได้ แต่ต้องระมัดระวังมากกว่าเดิม เหมือนกับที่เคยพูดแล้วว่ารัฐมนตรีในทุกรัฐบาล ยังสามารถลงสมัคร ส.ส.และหาเสียงได้ เพราะคนที่ไม่มีตำแหน่งจะต้องระวังเพียงเรื่องเดียวคือกฎหมายเลือกตั้ง แต่คนที่มีตำแหน่งทางการเมือง จะต้องระวังวินัยของข้าราชการการเมืองด้วย
เผยเลือกตั้งท้องถิ่นได้มีนาคม62
นายวิษณุกล่าวว่า ส่วนการเลือกตั้งท้องถิ่น หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้พิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่นจำนวน 6 ฉบับแล้วเสร็จเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กฎหมายเหล่านี้กำลังจะถูกส่งไปที่สนช.ในสัปดาห์หน้า ตนได้ทราบข่าวว่าสนช.อาจตั้งคณะกรรมาธิการชุดเดียวพิจารณาร่างกฎหมายทั้ง 6 ฉบับพร้อมกัน คาดว่าจะใช้เวลาพิจารณา 2-3 เดือน และอาจเลือกตั้งท้องถิ่นในเดือนมีนาคม 2562 กกต.แจ้งขอไว้ว่าอยากให้จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นหลังจากผ่านการเลือกตั้ง ส.ส.ไปแล้ว 90 วัน ถ้าดูจากโรดแมปแล้ว ไม่มีทางจะให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนเลือกตั้ง ส.ส.ได้ แต่อาจเปลี่ยนให้เลือกตั้งท้องถิ่นบางส่วนก่อนก็ได้ ตนคิดว่ามีการเลือกตั้ง ส.ส.ก่อนแน่นอน ส่วนจะเลือกตั้งท้องถิ่นใด เมื่อใดนั้น ต้องให้ คสช.เป็นพิจารณาแล้วแจ้งต่อกกต.ให้กำหนดวันเลือกตั้ง แต่หากผ่านการเลือกตั้งระดับชาติแล้ว และได้รัฐบาลใหม่ ก็จะไม่มี คสช. ดังนั้นคณะรัฐมนตรีจะเป็นผู้พิจารณาวันจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อแจ้ง กกต.ต่อไป
แย้มคลายล็อกหลังกม.บังคับใช้
ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า อิมแพค เมืองทองธานี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการสมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย ประจำปี 2561 พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง "เทศบาลกับการเลือกตั้งสมาชิกท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น" ตอนหนึ่งว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. จะมีผลบังคับใช้ทันที แต่กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.ต้องทอดเวลาไปอีก 90 วัน ซึ่งจะตรงกับเดือนธันวาคม 2561 จึงจะมีผลบังคับใช้ การทิ้งเวลาไว้ 60 วันแรกนั้น เพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แบ่งเขตเลือกตั้ง จากนั้น 30 วันให้พรรคการเมืองคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. ทั้งนี้ การทำกิจกรรมทางการเมืองของพรรคต่างๆ ทำได้ตั้งแต่ช่วง 60 วันแรกที่กกต.จะไปขอความคิดเห็นจากพรรคต่างๆ ในการแบ่งเขตเลือกตั้ง ดังนั้น คสช. จะคลายล็อกให้บางส่วนหลังจากประกาศ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ลงมาแล้ว และเมื่อครบ 90 วัน พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.เริ่มมีผลใช้จริง จะมีการปลดล็อกทั้งหมด ขณะที่การจัดเลือกตั้ง ส.ส.ต้องมีขึ้นภายใน 150 วัน ถ้านับตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม 2561 ก็จะไปสิ้นสุดที่เดือนพฤษภาคม 2562 ทำให้การกำหนดวันเลือกตั้งที่ถ้าใช้วันอาทิตย์เป็นตัวตั้ง และถ้าจะจัดการเลือกตั้งภายในกรอบ 60 วัน ก็จะมีการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่ง กกต.คิดว่าน่าจะมีขึ้นในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 แต่มีเสียงจากพรรคการเมืองโวยวายว่าแบบนั้นจะทำให้เขามีเวลาหาเสียงเลือกตั้งน้อย
'บี'พบ'นายกฯ'เริ่มงาน13ก.ย.
เมื่อเวลา 08.10 น. ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เข้ารายงานตัวและรับมอบหมายงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. และ พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลาเข้าพบประมาณ 50 นาที ก่อนให้สัมภาษณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้มอบหมายงานให้ 1.ติดตามผลงานที่รัฐบาลได้ทำไว้แล้ว ซึ่งมีมากพอสมควร จึงอาจจะมีการเพิ่มเติมเรื่องการสื่อสารในบางส่วนว่ารัฐบาลได้แก้ไขปัญหาอย่างไร ถึงขั้นตอนใด และจะใช้เวลาเท่าใด 2.ประสานงานแก้ไขปัญหาการรับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชนในทุกรูปแบบ ทั้งทางศูนย์ดำรงธรรม และอื่นๆ หากปัญหาใดมีความเร่งด่วนก็จะ สรุปส่งนายกรัฐมนตรี โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบหมายให้ทำงานกับท่านโดยตรง ที่ตึกไทยคู่ฟ้า เริ่มงานตั้งแต่วันที่ 13 กันยายน เป็นต้นไป
เจ้าตัวไม่กังวลติดคดีกปปส.
นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ในการแต่งตั้ง ครั้งนี้ อย่าเพิ่งมองว่าเป็นเรื่องการเมือง หรือเตรียมการเลือกตั้ง เพราะการเข้ารับตำแหน่งครั้งนี้ไม่มีเงื่อนไขเกี่ยวข้องกับการเมือง มีเพียงการทำงานก็เท่านั้น ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลมีผลงานจำนวนมาก แต่อาจยังไม่มีการ สื่อสารให้ประชาชนได้เข้าใจเพียงพอ จึงต้องมาสร้างความรับรู้ความเข้าใจให้ประชาชน แต่ไม่ถึงขั้นเป็นโฆษกประจำตัวนายกฯ เพราะตำแหน่งนี้เคยมีมาแล้วในรัฐบาลก่อนๆ และก่อนมาก็ได้พูดคุยกับคนใน ปชป.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตนอยู่กับ ปชป.มา 18 ปี มีความผูกพันกันมาก และการมาครั้งนี้ก็ไม่มีปัญหาผิดใจอะไรกัน แต่เอาเรื่องงานเป็นตัวตั้ง ซึ่งทางพรรคมีความเข้าใจเพราะเป็นทางที่ตนเลือกแล้ว
เมื่อถามว่า นายพุทธิพงษ์เป็นแกนนำ กปปส. และมีคดีความ หลายคนจึงมองว่าการมาครั้งนี้เป็นเพราะมีข้อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันหรือไม่ นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า ทุกท่านสามารถมองได้เช่นนั้น แต่ในเรื่องของคดีความ ทุกอย่างยังเป็นไปตามกระบวนการปกติ ซึ่งตนได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยศาลชั้นต้นได้นัดตรวจสอบพยานปีหน้า ไม่มีเรื่องใดที่จะมาทำให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะวันนี้ยังถือว่าบริสุทธิ์ จึงไม่มีความกังวล เหมือนกับที่หลายๆ คนยังทำงานปกติ เมื่อศาลยังไม่ตัดสิน
ชี้อยู่ในตำแหน่งลงเขตไม่เหมาะ
นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า เมื่อได้โอกาสจาก พล.อ.ประยุทธ์อีกครั้งหนึ่ง ตนจึงไม่มีสิทธิปฏิเสธเลย เพราะถ้าผู้ใหญ่ขอมาสองครั้ง และจะปฏิเสธทั้งสองครั้ง คงไม่เหมาะสมแน่ เข้ามาทำงานจริงๆ ไม่เกี่ยวกับเงื่อนไขอื่น โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ปชป. มีความเข้าใจ เพราะตนก็ต้องคิดเรื่องอนาคตตัวเองในพรรคเก่าด้วย แต่ความสัมพันธ์ของตนและคนในพรรคยังเป็นเพื่อนและพี่น้องกันอยู่ ทั้งนี้ นายกฯไม่ได้ระบุว่าให้ดูพื้นที่ กทม.เป็นพิเศษ แต่หากมีปัญหาในพื้นที่ใดก็สามารถเข้าไปแก้ไขปัญหาได้
เมื่อถามอีกว่า การตัดสินใจครั้งนี้ จะไม่กลับไป ปชป.ใช่หรือไม่ นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า อาจเร็วไปที่จะตอบคำถามนี้ นี่ไม่ใช่การซื้อเวลา แต่วันนี้การปลดล็อกยังไม่เกิดขึ้นเลย กฎหมายลูกต่างๆ ก็ยังไม่มีความชัดเจน ยืนยันว่าเข้าใจมารยาททางการเมืองดี หากจะต้องกลับไป ปชป. เพื่อลง ส.ส.เขต ซึ่งตอนเดินลงพื้นที่หาเสียงคงไม่เหมาะสม หากมีตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีด้วย จึงคิดว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้า คงไม่กลับไปสมัคร ส.ส.เขตกับ ปชป.
'จุติ'ย้ำ'มาร์ค'เหมาะนั่งหน.ปชป.
นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรค ประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีนายสัมพันธ์ ทองสมัคร อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป. เสนอให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค มารักษาการหัวหน้าพรรค โดยให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกจากหัวหน้าพรรค ว่า เป็นข้อสังเกตของนายสัมพันธ์ในฐานะสมาชิกพรรค ตนในฐานะเลขาฯพรรคยินดีรับฟังทุกความคิดเห็น แต่ส่วนตัวยืนยันว่านายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคที่ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาทำงานไม่เคยหยุด ตนเป็นเลขาฯได้จดทุกปัญหาที่นายอภิสิทธิ์ลงพื้นที่เจอปัญหาประชาชนกว่าร้อยปัญหา ซึ่งปัญหาทั้งหมดนี้ได้นำมาประมวลเป็นนโยบายของพรรค ปชป. ดังนั้น จึงสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ในการทำงานเป็นหัวหน้าพรรค เนื่องจากเป็นคนใส่ใจปัญหาของประชาชน เป็นคนทำงาน และทันต่อยุคสมัยในการบริหารประเทศ
นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรค กล่าวว่า อาจเป็นความหวังดีของนายสัมพันธ์ แต่การเลือกผู้บริหารพรรคการเมือง ไม่เหมือนกับกรณีการบริหารประเทศ ดังนั้น ในข้อบังคับพรรคการเมืองจึงไม่มีกำหนดว่าต้องมีหัวหน้าพรรครักษาการในระหว่างการเลือกตั้ง การเสนออย่างนี้จึงเป็นเรื่องความคิดเห็นของคนที่เคยเป็นอดีตสมาชิกพรรค และอดีตรัฐมนตรีของพรรค ซึ่งอาจจะเป็นความเห็นส่วนตัวของนายสัมพันธ์
'เฉลิมชัย'ย้ำจุดยืนหนุน'มาร์ค'
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรค ประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า การเลือกหัวหน้า พรรค ปชป.คนใหม่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เปิดโอกาสให้กับทุกคนที่เป็นทางเลือก ดังนั้น คงไม่สามารถห้ามบุคคลใดแสดงความเห็น แต่ต้องดูเนื้อแท้ของผู้ออกมาเสนอตัวหรือแสดงความคิดเห็นว่ามีบารมีเพียงพอหรือไม่ อย่างไร วันนี้ทุกคนมีสิทธิเสนอแนวคิดได้เพราะเป็นจังหวะและโอกาสทางการเมือง แต่ต้องดูระยะยาวว่าใครจะเป็นของจริงของปลอม
"ส่วนตัวยืนยันสนับสนุนนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรค ในระดับแกนนำพรรคทราบจุดยืนนานแล้ว ไม่มีเงื่อนไขอื่นใด และขอให้รอดูในวันที่มีการโหวต ยังยืนยันว่านายอภิสิทธิ์จะกลับมาทำหน้าที่หัวหน้าพรรค เพราะเล่นการเมืองไม่สร้างภาพ ไม่ชอบสร้างข่าวเพื่อทำให้ตัวเองโด่งดัง มีจุดยืนชัดเจนทั้งที่ไม่มีตำแหน่งอะไรในพรรค แต่ทำหน้าที่เพียงคนกลางประสานงานกับ ส.ส.ภาคกลาง เรื่องนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีทำให้ทุกฝ่ายร่วมกันแสดงความเห็น เพื่อยืนยันความเป็นตัวตนของพรรคที่เปิดกว้างเพราะไม่ใช่พรรคของนายทุน" นายเฉลิมชัยกล่าว
'สุกิจ'ไม่เห็นใครเหมาะเท่า'ชวน'
ที่ จ.ตรัง นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ อดีต ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากกระแส ข่าวความเคลื่อนไหวในพรรคประชาธิปัตย์กรณีจะผลักดันให้ นายชวน หลีกภัย ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แทนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นั้น เร็วๆ นี้พรรคประชาธิปัตย์จะมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค การเลือกตั้งทุกตำแหน่งรวมถึงหัวหน้าพรรคต้องว่ากันไปตามระเบียบของพรรค จะเอาความชอบส่วนตัวมาตัดสินไม่ได้ ต้องว่ากันด้วยเสียงส่วนใหญ่
"เท่าที่คนทราบเรื่องการจะให้นายชวนขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นความเห็นของ นายสัมพันธ์ ทองสมัคร คนเดียวจนเป็นข่าวขึ้นมา ผมเพิ่งทราบ ส่วนคนอื่นๆ ไม่ได้มีความเห็น ส่วนเรื่องของหัวหน้าพรรคจะต้องขึ้นอยู่กับระเบียบของพรรค" นพ.สุกิจกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า นอกจากนายชวน แล้วมีอดีต ส.ส.คนใดเหมาะสมกับตำแหน่งหัวหน้าพรรค นพ.สุกิจ ตอบว่ายังไม่เห็น และไม่ทราบว่าใครจะถูกเสนอชื่อ
สงขลาชี้'ชวน'ดี-ไม่ควรเป็นหน.
ที่ จ.สงขลา นายพีรยศ ราฮิมมูลา อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป. เปิดเผยว่า ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของนายสัมพันธ์ ทองสมัคร อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรค ปชป.เสนอให้นายชวน หลีกภัย ขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ปชป.แทนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เพราะนายชวนเป็นนักประชาธิปไตยเป็นแบบอย่างอีกคนหนึ่งในแวดวงการเมืองปัจจุบัน นายชวนพูดอะไรไม่เคยกลับคำ
"เมื่อพูดออกไปแล้วว่าไม่รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ควรอย่างยิ่งเก็บเชิดชูนายชวน เป็นเสาหลักของพรรคและแบบอย่างของประชาธิปไตยไว้ อย่าให้เสียหาย บุคลากร ใน ปชป.หลายคนมีคุณภาพและศักยภาพเหมาะกับหัวหน้าพรรค" ผศ.ดร.พีรยศกล่าว
นายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ อดีต สส.สงขลา พรรค ปชป. กล่าวว่า ยอมรับว่านายชวนเป็นคนดี เก่ง เป็นนักประชาธิปไตย จึงไม่เห็นด้วยกับการให้นายชวนนั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรค ปชป. จะทำให้นายชวนและพรรคเสียหายมากกว่าผลดี ทำให้บุคคลที่เป็นศัตรูของพรรคและของนายชวนกล่าวโจมตีทางที่เสียหาย สมาชิกพรรค ปชป.มีคนดีมีความสามารถมากมาย เหมาะสมกับหัวหน้าพรรค
'นราพัฒน์'ซัด'จ้อน'คนนอก
ที่ จ.พิจิตร นายนราพัฒน์ แก้วทอง อดีตส.ส.พิจิตร พรรค ปชป. กล่าวว่า อยากถามนายสัมพันธ์ว่า นายอภิสิทธิ์จะลาออกทำไม ลาออกเพื่ออะไร ตอนนี้นายอภิสิทธิ์ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรค ปชป.อยู่แล้ว เนื่องจากหมดวาระไปแล้ว ไม่ว่าหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค ขณะนี้นายอภิสิทธิ์แค่รักษาการหัวหน้าพรรคปชป. รักษาการเพื่อจะทำการเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารชุดใหม่ ขณะนี้กำลังรอ คสช.ปลดล็อก
"มีอดีต ส.ส.หลายคนชูท่านชวนขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคนั้น เป็นสิทธิของแต่ละคนของสมาชิกพรรค ครั้งนี้นายอภิสิทธิ์ก็แสดงจุดยืนทำตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ คือมีการเลือกหัวหน้าพรรค ส่วนที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่านายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) มีความสนิทสนมกับ คสช. จะถูกส่งไปชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค ปชป. นั้นก็เป็นสิทธิของเขา แต่ถามว่าพรรค ปชป. อยู่ด้วยมวลสมาชิก ฉะนั้นคนนอกพูดได้ เสนอได้ แต่ถามว่าสุดท้ายแล้วสมาชิกเป็นคนตัดสินว่าหัวหน้าพรรคจะเป็นใคร ชื่ออะไร เพราะแตกต่างกับพรรคที่มีเจ้าของ หรือหัวหน้าคนหนึ่งคนใดเป็นเจ้าของ จะสั่งให้คนโน้นคนนี้เป็นหัวหน้า นายอลงกรณ์ลาออกจากการเป็นสมาชิกไปนานแล้ว ถ้าอยากมีสิทธิมาชิงเก้าอี้หัวหน้าพรรค ก็ต้องมาสมัครสมาชิกใหม่" นายนราพัฒน์กล่าว
'จ้อน'โอดกำหนดกติกาสูงเกินไป
นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้า ปชป. กล่าวว่า พร้อมปฏิบัติตามกฎเกณฑ์คุณสมบัติใหม่ของผู้ที่จะเสนอตัวเป็นผู้สมัครแข่งขันเป็นหัวหน้าพรรค ปชป. แต่ขอให้คำนึงหลักการเปิดกว้างอย่ากำหนดกติกาสูงจนทำให้เจตนาหลักต้องเสียไป อาจถูกมองว่าเป็นการกีดกันไม่เปิดกว้างจริง เช่น ต้องมีสมาชิกพรรค 4,000 คน จากแต่ละภาค ภาคละ 1,000 คน ให้การรับรองถามว่าในเวลาที่จำกัด 30 วัน 45 วัน ทำได้หรือไม่ หรือต้องใช้อดีต ส.ส. 40 คน รับรองนั้นจะมีใครกล้าเปิดเผยตัวออกมารับรองคนที่จะมาเป็นคู่แข่งของหัวหน้าพรรคคนปัจจุบันที่อยู่ในตำแหน่งมานานถึง 13 ปี ตอนเสนอปฏิรูปพรรคปี 2556 ก็เจอกันมาแล้ว
"ผมยังต้องการคำยืนยันกฎเหล็ก 5 ข้อ คือ ไม่ทุจริตเลือกตั้ง ไม่หาเสียงใส่ร้าย ไม่รับทุนสามานย์ ไม่คอร์รัปชั่น และยึดมั่นระบบรัฐสภา ซึ่งเป็นหัวใจของพรรคการเมืองที่ดีในระบอบประชาธิปไตย ถ้าคณะกรรมการบริหารพรรคชุดปัจจุบันจะเป็นกลุ่มแรกที่ออกมายืนยันเป็นสัญญาประชาคมก็จะดีมากต่อพรรคต่อประเทศและการปฏิรูปการเมือง หรือหัวหน้าพรรคจะออกมายืนยันกฎเหล็ก 5 ข้อก็เสมือนเป็นตัวแทนคณะกรรมการบริหารทั้งหมดและจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับพรรคการเมืองอื่นๆ ด้วย" นายอลงกรณ์กล่าว
ปช.ยื่นจดจัดตั้งพรรคมั่นใจ20ที่นั่ง
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชาติ (ปช.) พร้อมด้วยนายวรวีร์ มะกูดี รองหัวหน้าพรรค พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ นายมุข สุไลมาน เข้ายื่นจดจัดตั้งพรรคการเมืองต่อ กกต. โดยนายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า มั่นใจว่าจะได้ ส.ส.หลังการเลือกตั้ง 20 คนบวกลบ และเรียกร้องให้ คสช.ปลดล็อกพรรคการเมืองให้ทำกิจกรรมได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงวันที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้ในเดือนธันวาคมตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุ เนื่องจากช้าเกินไป จึงควรเร่งปลดล็อกเพื่อให้พรรคการเมืองมีระยะเวลาเพียงพอในการจัดทำนโยบายและสื่อสารกับประชาชน ทั้งนี้ พรรคไม่สนับสนุนนายกฯคนนอกเพราะควรมาตามวิถีทางประชาธิปไตย แต่ยังไม่พูดชัดเจนว่าจะไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บอกเพียงแต่ว่ายังไม่ทราบว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเข้ามาในฐานะนายกฯคนนอกหรือมาจากบัญชีรายชื่อพรรคการเมือง อย่างไรก็ตามพรรคประชาชาติไม่สนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ส่วนจะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับใครนั้นขึ้นอยู่กับฉันทานุมัติของประชาชนหลังการเลือกตั้งว่าสนับสนุนให้ใครเป็นรัฐบาล เพราะพรรคประชาชาติเป็นพรรคขนาดเล็กถึงขนาดกลางคงไม่ได้เป็นแกนนำและไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี
'ธนาธร'บอกโลกไทยถูกผูกขาด
เมื่อเวลา 09.00 น. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้ขึ้นกล่าวในงานประชุม World Economic Forum ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นการประชุมนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของเอเชียประจำปีนี้ และมีผู้นำอาเซียน 9 ประเทศ โดยนายธนาธรได้รับเชิญให้ขึ้นพูดในหัวข้อ A New Political Generation หรือ "การเมืองของคนรุ่นใหม่" ร่วมกับเกรซ นาตาลี ประธานและผู้ร่วมก่อตั้งพรรค Indonesian Solidarity Party (PSI) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองใหม่ของอินโดนีเซียที่มีสมาชิกทั่วประเทศหลายแสนคน โดย World Economic Forum ต้องการให้เวทีนี้เป็นพื้นที่สำหรับนักการเมืองรุ่นใหม่มาแสดงวิสัยทัศน์ว่าแตกต่างจากนักการเมืองรุ่นก่อนอย่างไร และจะนำเสนอวาระทางการเมืองใดต่อคนในประเทศของตนเอง
นายธนาธรได้กล่าวถึงผลพวงจากการรัฐประหารซ้ำซากในสังคมไทย ซึ่งทำให้ในรอบ 86 ปี นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองสู่ระบอบประชาธิปไตย 2475 ไทยต้องเผชิญกับการรัฐประหารเฉลี่ย 6 ปีครั้ง มีรัฐธรรมนูญใหม่ทุกๆ 4 ปี และนายกรัฐมนตรีแต่ละคนอยู่ในตำแหน่งเฉลี่ยไม่ถึง 3 ปี ภาวะเช่นนี้ฉุดรั้งประเทศจากการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจโดยรวมก็ไม่สามารถเติบโตได้โดยปราศจากความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากการผูกขาดอำนาจย่อมทำให้เกิดการผูกขาดทางเศรษฐกิจและทรัพยากรต่างๆ ด้วย
ชูโรดแมปนำปชต.กลับประเทศ
นายธนาธรยังได้นำเสนอโรดแมปการกลับคืนสู่ประชาธิปไตยอย่างสันติ นำคนไทยทั้งประเทศออกจากวังวนของความขัดแย้งทางการเมือง โดยอันดับแรก พรรคฝ่ายประชาธิปไตยต้องชนะเลือกตั้ง ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา แล้วเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ จากนั้นให้ประชาชนลงประชามติ เพื่อรับรองการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อเข้าสู่กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญและยกร่างใหม่ จำเป็นต้องให้มีการทำประชาพิจารณ์ ใช้กระบวนการที่โปร่งใสและให้ประชาชนมีส่วนร่วม เพื่อให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ไม่นำไปสู่ความขัดแย้งแบบเดิมอีก ที่สำคัญต้องมีการประชามติรับรองร่างรัฐธรรมนูญอีกครั้งเพื่อให้มีความชอบธรรมสูงสุด เมื่อได้รัฐธรรมนูญใหม่ก็จะนำไปสู่การลบล้างผลพวงรัฐประหารและกฎหมายที่กดขี่ทั้งหมด และเมื่อปลดล็อกทางการเมืองแล้ว ประเทศจะสามารถพัฒนาต่อไปได้ ประชาชนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นบนเศรษฐกิจที่เท่าเทียม ไม่เหลื่อมล้ำ นำประเทศไทยไปสู่อนาคตที่ไม่ได้กำหนดโดยคนรุ่นเก่า แต่ประชาชนทุกคนจะได้กำหนดร่วมกัน ไปสู่สังคมที่เปิดกว้าง ที่ศักยภาพของมนุษย์จะมีพื้นที่ให้เติบโตได้อย่างไม่จำกัด
"ก่อนหน้านี้ประเทศไทยเคยเป็นประทีปแห่งความหวังของอาเซียน เป็นต้นแบบประชาธิปไตยของเพื่อนบ้าน ผมในฐานะหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จะทุ่มเททั้งชีวิต นำประเทศไทยกลับสู่หนทางประชาธิปไตยอีกครั้งให้ได้" นายธนาธรกล่าว
ภท.เผยศาลนัดไกล่เกลี่ย'แรมโบ้'
นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ทาง ภท.ได้ยื่นฟ้องคดีอาญานายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ต่อศาลจังหวัดนครราชสีมาในข้อหาหมิ่นประมาท แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน จากกรณีที่ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน ร้องเรียนต่อ กกต. เพื่อขอให้มีการตรวจสอบพฤติกรรมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคภูมิใจไทย อาจเข้าข่ายเตรียมซื้อเสียงล่วงหน้า
นายศุภชัย กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวได้เข้าสู่กระบวนการของศาลแล้ว คงไม่ต้องแสดงความเห็นอะไรอีก ส่วนนายสุภรณ์จะกล่าวหาอย่างไร จะตอบโต้อย่างไร ก็ไปว่ากันในชั้นศาล ทั้งนี้ ศาลนัดไกล่เกลี่ยในวันที่ 6 พฤศจิกายน เวลา 13.30 น. และไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 19 พฤศจิกายน เวลา 13.30 น.
พท.วอนอย่าใส่ร้ายป้ายสี
นายสมคิด เชื้อคง อดีต ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสข่าวเชื่อมโยงการเคลื่อนไหวของกลุ่มสหพันธรัฐไทกับคนแดนไกล ว่า ไม่มีหรอก ตนก็เพิ่งเห็นเรื่องสหพันธ์เหล่านี้จากข่าว แล้วก็คิดว่าการจะรวมกลุ่มกันเพื่อแบ่งแยกรัฐนั้นเป็นไปไม่ได้ และยิ่งบอกว่าคนแดนไกลเข้ามาเกี่ยวโยงกับเรื่องนี้ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย ตนไม่อยากให้คนที่ไม่ชอบนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พยายามผูกโยงเรื่องแบบนี้ เพราะตัวนายทักษิณเองก็เป็นคนไทยคนหนึ่งที่รักประเทศไทยไม่น้อยไปกว่าใคร อย่าเอาเรื่องที่ไม่พอใจเขา ไม่ชอบเขา มาเชื่อมโยงเขาแล้วให้คนเกลียดชัง นักการเมืองทุกพรรค ทุกคน ต่างก็รักชาติบ้านเมืองทั้งนั้น อย่าพยายามใส่ร้ายป้ายสีกันด้วยเรื่องแบบนี้อีกเลย
โปรดเกล้าฯพ.ร.ป.ส.ส.-ส.ว.
(ยังมีต่อ)

Comment
Related