วันพุธที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2561 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

คอลัมน์: เล่ารอบตัว: สังคมหงุดหงิดถ้าเสือดำตายฟรี

 13 มี.ค. 2561 06:00 น. | หมวดหมู่ ความร่วมมือของภาคประชาชน
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

กตตน์ ตติปาณิเทพ
ไม่ว่าจะความคืบหน้าของคดี งาช้าง ปืน รวมทั้งกระแสสังคมที่พยายามช่วยพยุงให้ "เสือดำ" ตัวนั้นยังคงคำรามอยู่กลางป่าคอนกรีตจนถึงวันนี้ น่าจะเป็นเรื่องที่อยู่เหนือการคาดคิดของ "คนในป่า" อยู่พอสมควร
ความเคลื่อนไหวที่เผ็ดร้อน ในรอบสัปดาห์ ถ้าไม่ได้นับเรื่องที่ เกี่ยวพันกับอุทยาน ปัญหาเขื่อน กั้นคลื่นที่ยิ่งทำให้ผลกระทบของ การกัดเซาะชายฝั่งรุนแรงมากขึ้น แม้กระทั่งเรื่องราวการ "ถางป่า" เพื่อปลูกต้นไม้ บริเวณชายเลนหลัง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ที่ดูท่าจะไม่จบง่ายๆ ผู้คนในแวดวงของการอนุรักษ์ก็มักจะได้เห็นเรื่องราวเกี่ยวกับ "เสือดำ" ผ่านชิ้นงานสตรีทอาร์ทอย่าง กราฟิตี้อยู่เสมอ
"พ่น" แล้วก็ "ถูกลบ" เหตุเกิด กันซ้ำๆ วนเวียนกันไปมาอย่างนี้ แต่ถึงอย่างนั้น พื้นที่ทั้งออนไลน์- ออฟไลน์ก็ยังช่วยกันแสดงออกผ่าน ช่องทาง สัญลักษณ์เท่าที่ตัวเองจะสามารถทำได้
เหตุการณ์ใหญ่จริงๆ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องการรวมตัวของเหล่าศิลปินกลุ่ม A Call for Animal Rights ที่ได้รวมกลุ่มศิลปินพ่นภาพเสือดำ ที่สื่อว่า ถูกทำร้าย โดยใช้เทคนิค Stencil Graffi บริเวณตึกของประชาชน บริเวณเยื้องกับตึกอิตาเลียนไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ซึ่งได้รับอนุญาตจากเจ้าของตึกแล้ว โดยมีการใช้ชื่อ ผลงานครั้งนี้ว่า 'Justice for Wildlife'
วัตถุประสงค์ของกิจกรรมใน ครั้งนี้ เพื่อกระตุ้นจิตสำนึกรักสัตว์ป่าและธรรมชาติ สะท้อนความยุติธรรมในสังคม สื่อสารเรื่องปฏิเสธการล่าสัตว์เพื่อความพึงพอใจส่วนบุคคล และปฏิเสธอภิสิทธิ์ชนที่อยู่เหนือกฎหมาย โดยมีการเรียกร้องความยุติธรรมคดี ล่าสัตว์ในป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเป็นแกนหมุน
แน่นอนว่า นี่เป็นเหมือนการ "โต้กลับ" ทางสังคม และแสดงออกว่า คนส่วนใหญ่ "ไม่พอใจ" และ "จับตา" ดูอยู่
ไม่ต่างจากที่ ก่อนหน้านั้น "นาฬิกายืมเพื่อน" ก็ทำให้เกิดปรากฏการณ์ ขับเคลื่อนความหงุดหงิดของสังคม ให้ออกมาเป็นวาระ และรูปธรรม ผ่านกิจกรรมต่างๆ ตั้งแต่การอาศัย Big Data จากทุกคนทุกที่ (ที่รัฐบาลพยายามประกาศว่าเรากำลังจะก้าวสู่อนาคตมาเนิ่นนาน แต่พยายามจำกัดสิทธิบนเครือข่ายออนไลน์โน่นนั่นนี่ อยู่อย่างลักลั่น และย้อนแย้ง) จนทำให้ ฯพณฯ ท่านถึงกับออกปาก "ลาออก" หากประชาชนไม่ต้องการ
เหมือน "สบช่อง" คราวนี้ทั้งโพล และแบบสำรวจต่างเฮโลกันออกมาจนทีมงานของเหล่าท่านๆ นั้น ออกมาช่วยกันแก้เก้อแทบไม่ทัน (แน่นอนว่า จนถึงตอนนี้ เราก็ยังได้เห็นรอยยิ้มแหยๆ ของท่านอยู่ และดูเหมือนนาฬิกานั้นจะเงียบไปแล้ว)
ทิศทางการใช้พื้นที่สาธารณะ ในการขับเคลื่อน หรือแสดงพลังอะไรบางอย่าง ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ เพียงแต่ วันนี้ โลกของคนส่วนใหญ่คลุกอยู่ในออนไลน์ ที่มีเครือข่ายโยงใยเชื่อมถึงกันได้ในไม่กี่อึดใจ เราจึงได้เห็นกระแส "ความชื่นชม" เมื่อถูกใจ และกระแสของการกดดันทางสังคมออนไลน์ เพื่อนำ ไปสู่สังคมออฟไลน์ที่ชัดเจนมากขึ้น
ยิ่งในวันนี้ กระสุนนัดนั้นที่ลั่น กลางป่าแก่งกระจาน เชื่อว่า เจ้าตัวก็คงไม่คิดอะไรหลังจากเหนี่ยวไก เพียงแต่พอเรื่องทำนองนี้ไหลสู่ธารกระแส สังคมแล้ว มันดูจะไม่ใช่เรื่องของกฎหมายหรือกระบวนการยุติธรรมอย่างเดียวอีกต่อไป
บริบทการถามหาความเป็นธรรมคู่ขนานไปกับกระบวนการต่างๆ จึงเริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น มิหนำซ้ำ ท่าที หรือเหตุการณ์อะไรบางอย่างไม่ว่าจะเป็น อากัปกิริยาของเจ้าหน้าที่ หรือความไม่ชอบมาพากลที่อาจจะนำไปสู่การตัดสินที่สังคมไม่ได้คาดหวัง มันก็นำไปสู่การกดดันในรูปแบบต่างๆ ตามมา
แน่นอนว่า เหรียญอีกด้านของการเคลื่อนไหวทำนองนี้ จะค่อนข้างหมิ่นเหม่ระหว่าง "หลักการ" กับ "กระบวนการ" อยู่พอสมควร รวมทั้งเรื่องของความถูกต้องที่ไม่ใช่แค่ ถูกใจด้วย
เสือดำ ที่ปรากฏการสื่อสารออกมาในรูปแบบต่างๆ ที่เราได้เห็นกันใน ช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ถือเป็นกรณีเรียนรู้อย่างหนึ่ง ไม่ว่าในมุมการเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ต่อไปนี้ จะมี "สังคม" ทำหน้าที่ตรวจสอบ และย้ำเตือนอยู่อีกชั้นหนึ่งแล้ว ความรู้ ความเท่าทัน ก็จะกลายเป็นคำถามกลับคืนไปยังคนหมู่มากในนิยามของสังคมด้วยว่าจะ แยกอารมณ์ออกจากเหตุผลได้มากน้อยแค่ไหน
เพราะนอกจากที่ เสือดำจะต้องไม่ตายฟรีแล้ว สังคมก็จะได้เพิ่มความรู้ความเข้าใจในการขับเคลื่อนกระแส สิ่งแวดล้อมที่น่าจะมีอีกหลายเรื่อง รอให้ผู้คนช่วยหนุนอยู่อย่างแน่นอน--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

Comment
Related