วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

คอลัมน์: ทัศนะจากผู้อ่าน: ศูนย์ FLEC...ต้นแบบบูรณาการประมงยั่งยืน

 12 ก.พ. 2562 05:22 น. | หมวดหมู่ เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

นาตยา เพชรัตน์
กรรมการศูนย์สวัสดิภาพ และธรรมาภิบาลแรงงานประมงสงขลา

ข่าวการปลดใบเหลืองประมงไอยูยู ของประเทศไทย นอกจากจะส่งผลต่อ ภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคเกษตรกร และภาคประมง ในการขับเคลื่อน แก้ไขปัญหาเรื่องการทำประมงผิดกฎหมายกัน อย่างจริงจังและแข็งขันตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา
ศูนย์สวัสดิภาพและธรรมาภิบาลแรงงานประมงสงขลา (Fishermen Life Enhancement Center หรือ FLEC)ที่ตั้งอยู่ท่าเทียบเรือประมงสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการบูรณาการความร่วมมือ 5 องค์กรทั้งภาครัฐ NGO และเอกชน ประกอบด้วย องค์การสะพานปลา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ศูนย์อภิบาลผู้เดินทางทะเลสงขลา (บ้านสุขสันต์) และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) เพื่อมาช่วยกันแก้ ปัญหาและยกระดับมาตรฐานด้านแรงงาน ในอุตสาหกรรมประมงของไทยแบบครบวงจร รวมทั้งพัฒนาคุณภาพชีวิตของแรงงานข้ามชาติที่เข้ามาทำงานประมงที่ จ.สงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง
ศูนย์ FLEC เป็นตัวกลางที่ช่วยเชื่อมระหว่างหน่วยงานราชการกับแรงงานที่ได้รับผลกระทบ และเป็นสถานที่ให้บริการแก่แรงงานประมงข้ามชาติและครอบครัว เหมือนกับ One Stop Service ซึ่งมีล่ามและเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือแรงงาน ในทุกด้าน รวมทั้งเรื่องสุขภาพ การศึกษา และการพัฒนาทักษะชีวิต เป็นสถานที่รวมตัวและพบปะของเพื่อนแรงงานประมง หรือมาใช้ห้องละหมาดร่วมกัน และเป็นที่พึ่งในยามที่ แรงงานหรือนายจ้างที่ต้องการความ ช่วยเหลือเรื่องต่างๆ อาทิ แปลเอกสาร ล่ามภาษา หรือประสานงานกับองค์กรอื่นๆ
ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมาของการดำเนินงาน ศูนย์ FLEC ได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจจากแรงงานประมง ประมงเกี่ยวเนื่อง และครอบครัว รวมถึงนายจ้างเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากการให้ความร่วมมือ และเข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมของศูนย์ฯ อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะปี 2561 มีแรงงานประมงและครอบครัวเข้ามาใช้บริการที่ศูนย์ FLEC เดือนละ 35-36 ครั้ง
ได้รับความร่วมมือให้พบแรงงานบนเรือเพื่อแจกกล่องยาสามัญ และสอนการใช้ยาและการดูแลสุขภาพตนเองของลูกเรือ ซึ่งสามารถเข้าถึงแรงงานข้ามชาติที่ทำงานบนเรือประมงถึง 76 ลำ สามารถเข้าลูกเรือประมงได้กว่า 2,000 คน แม้จำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับจำนวนแรงงานข้ามชาตินับแสนคนที่ทำงานในภาคการประมง แต่ด้วยความที่ ศูนย์ฯ ยังสามารถขยายเครือข่ายและอาสาสมัครกลายเป็นกระบอกเสียงและนำข่าวสารที่เป็นประโยชน์มาให้แรงงานข้ามชาติ เพิ่มมากขึ้น
ศูนย์ FLEC ยังได้ช่วยเหลือให้คำปรึกษาแก่แรงงานที่ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ หรือการใช้แรงงานผิดกฎหมายได้กว่า 38 คน ขณะที่ศูนย์ฯ จัดการอบรมให้ความรู้เรื่องสิทธิและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ความปลอดภัยในการทำงานบนเรือและการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ช่วยให้แรงงานข้ามชาติทำงานด้วยความมั่นใจและสามารถรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเองได้ดี ขณะเดียวกัน ศูนย์ฯ ยังนำปัญหาที่พบจากการพูดคุยกับแรงงานมาปรับกิจกรรมให้ตรงกับสถานการณ์และแก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น
สำหรับการศึกษาของลูกหลานประมงข้ามชาติ ศูนย์ FLEC ได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองมาร่วมประชุมผู้ปกครองและจัดกิจกรรมเยี่ยมบ้านเพิ่มขึ้น และส่งลูกมาเรียนหนังสืออย่างสม่ำเสมอประมาณ 30 คน ต่อปี และในปีการศึกษา 2561 ที่ผ่านมา ศูนย์ฯ สามารถส่งเด็ก 7 คนเข้าเรียน ในระดับประถมศึกษาปีที่ 1 และ 5 คนในระดับอนุบาล 2 และยังสอนอัลกุรอานให้กับ เด็กที่นับถือศาสนาอิสลามอีกด้วย
นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังดำเนินกิจกรรมด้านเพิ่มทักษะในการใช้ชีวิตของแรงงานและครอบครัวของแรงงาน ทั้งเรียนรู้การประกอบอาชีพเสริม เช่น ปลูกผักสวนครัวช่วยลดค่าใช้จ่ายครัวเรือน และยังมีการให้ความรู้ด้านการวางแผนครอบครัว การอนามัยการเจริญพันธุ์ การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานและครอบครัว
จากผลสำเร็จในการดำเนินงานของศูนย์ FLEC จึงพอจะกล่าวได้ว่า มาจากการบูรณาการ หน่วยงานที่ทำงานด้านแรงงานมาอยู่ด้วยกัน ช่วยให้การดำเนินงานช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติและการป้องกันปัญหาค้ามนุษย์มีความสอดคล้อง คล่องตัว ไม่ซ้ำซ้อน และ รวดเร็วอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้นแบบของการร่วมด้วยช่วยกันเพื่อให้แรงงานข้ามชาติ อยู่ในประเทศไทยอย่างอบอุ่นใจ ขณะที่ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของนายจ้าง และแรงงานประมง เป็นส่วนสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จของการแก้ปัญหาแรงงานในภาคประมง ซึ่งมาจากความไว้ใจต่อหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนที่จริงใจ และการทำงานของศูนย์ FLEC ที่เป็นองค์รวมและดำเนินการอย่างจริงจัง จึงได้รับความไว้วางใจจากนายจ้างและแรงงานเพิ่มขึ้นตามลำดับ
แม้ว่าประเทศไทยจะได้รับการปลดธงเหลืองแล้วก็ตาม การจัดการและป้องกันปัญหาด้านแรงงานในภาคประมงยังจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และต้องอาศัย ความร่วมมือทุกภาคส่วนเพื่อเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยงานมาช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อนานาประเทศทั่วโลก ในการยกระดับมาตรฐานแรงงานในห่วงโซ่การผลิตอาหารอย่างจริงจัง
สำหรับศูนย์ FLEC เอง ยังเดินหน้าสร้างการรับรู้ด้านสิทธิมนุษยชนแก่แรงงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันปัญหาค้ามนุษย์ การใช้ แรงงานบังคับ และการใช้แรงงานเด็ก ตลอดจน การใช้แรงงานผิดกฎหมายทุกรูปแบบ รวมทั้ง สร้างเสริมความรู้เรื่องความปลอดภัยในการทำงาน การวางแผนครอบครัว และดูแล สุขภาพให้แก่แรงงาน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ของแรงงานประมงข้ามชาติและครอบครัว ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการ นำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคอุตสาหกรรมอาหารของไทยในอนาคต

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
News Code: das g:kt g:agency g:paper g:nmg p:kt v:paperl

Comment
Related