วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2561 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

ศธ.จัดงาน "สามัคคีสัมพันธ์ สานฝันห้องเรียนกีฬา" สานมิตรภาพนักเรียนแม้ต่างวัฒนธรรม

 10 ต.ค. 2561 03:00 น. | หมวดหมู่ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

ตามที่รัฐบาล โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ส่งเสริมและสร้างโอกาสให้แก่เด็กและเยาวชนที่มีความสามารถด้านกีฬาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงได้ดำเนินโครงการ "สานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้" ขึ้น ตั้งแต่ปีการศึกษา 2558 โดยเริ่มจากโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จังหวัดยะลา ปัจจุบัน มีโรงเรียนในโครงการ รวมทั้งสิ้น 12 โรงเรียน ยอดนักเรียนรวม 1,436 คน ต่อมานายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้ขยายผลการดำเนินงานออกไปทั่วทุกภูมิภาค เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน จึงได้เกิดเป็น"โครงการห้องเรียนกีฬา" ขึ้น ซึ่งในปัจจุบันมีโรงเรียนในโครงการห้องเรียนกีฬา ในทุกภูมิภาค จำนวน 9 โรงเรียน จำนวนนักเรียนรวม 1,155 คน
กระทรวงศึกษาธิการ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสานสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนทั้งสองโครงการ ซึ่งมีจำนวนมากขึ้นทุกปี จึงได้มอบหมาย สพฐ. ให้จัดโครงการ"สามัคคีสัมพันธ์ สานฝันห้องเรียนกีฬา" ขึ้น เพื่อสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างนักเรียนที่ร่วมโครงการแม้จะมาจากต่างสถานที่ต่างวัฒนธรรมกัน โดยกิจกรรม "สามัคคีสัมพันธ์ สานฝันห้องเรียนกีฬา" ครั้งที่ 3 ปีการศึกษา2561 ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 กันยายน - 6 ตุลาคม2561 ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยนำนักเรียนจากโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาชายแดนภาคใต้และโครงการห้องเรียนกีฬาจากทั่วประเทศมาทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนทั้งสองโครงการได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมผ่านการแข่งขันกีฬาแห่งมิตรภาพ รวมทั้งได้ศึกษาศาสตร์พระราชาเพื่อน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติ โดยกิจกรรมในโครงการประกอบด้วยการแข่งขันกีฬาฟุตบอลระหว่างทีมนักเรียนโครงการห้องเรียนกีฬา รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปีและทีมนักเรียนในโครงการสานฝันฯ รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี กับทีมเมืองทองยูไนเต็ด จูเนียร์ และการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงระหว่างทีมนักเรียนโครงการห้องเรียนกีฬาและทีมยุวชนทีมชาติไทยณ สนามอินดอร์สเตเดียมหัวหมาก เพื่อสานสัมพันธ์สร้างความสามัคคีปรองดองระหว่างนักเรียนทั้งสองโครงการและฝึกทักษะการเล่นกีฬาฟุตบอลและวอลเลย์บอลจากนั้น นักเรียนทั้งสองโครงการยังได้ไปทัศนศึกษาดูงานณ ฐานทัพเรือสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งมีกิจกรรมสำคัญได้แก่ การเยี่ยมชมโรงเรียนชุมพลทหารเรือ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล รวมถึงเรือหลวงจักรีนฤเบศร เรือหลวงสิมิลันเรือหลวงสุรินทร์ พร้อมทั้งชมการแสดงสาธิตปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนทางทะเลของกองทัพเรืออีกด้วย
นอกจากนั้น ยังมีการทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ศาสตร์พระราชาในเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล อาทิพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศและการบินแห่งชาติ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้สัมผัสเครื่องบินจริงและอากาศยานประเภทต่างๆ ของไทย พร้อมทั้งให้นักเรียนได้ศึกษาหลักสูตรการเรียนรู้ "ตามรอยเท้าพ่อ"และ "สืบทอดพระราชปณิธาน กษัตริย์เกษตร" ณพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติ ปทุมธานี โดยศูนย์ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและความมั่นคง จ.ปทุมธานี รวมทั้งการแสดงพหุวัฒนธรรมของนักเรียนในโครงการซึ่งเป็นกิจกรรมพิเศษที่จะแสดงความสามารถด้านศิลปวัฒนธรรมที่หลากหลายของนักเรียนที่ร่วมโครงการในครั้งนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยมิตรภาพความรักความสามัคคีผ่านการแข่งขันกีฬาฟุตบอลและ วอลเลย์บอลเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษา โดยใช้กีฬาเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาสังคม สร้างลักษณะนิสัยที่ดีในการเป็นนักกีฬาและพัฒนาความรู้ทักษะจนสามารถประกอบอาชีพในอนาคตได้
พลอากาศเอก ประจิน จั่นตองรองนายกรัฐมนตรี ได้มอบโอวาทแก่นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการตอนหนึ่งว่าการเรียนกีฬาเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องมีควบคู่กันไปในชีวิตของทุกคน ซึ่งกีฬาหลายๆ อย่างต้องแข่งขันกันเป็นทีมต้องมีความรักสามัคคี และทำงานร่วมกันเพื่อจะได้เป็นทีมเวิร์กที่ดี การเป็นนักกีฬาจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนได้มีพัฒนาการและนำไปสู่ความสำเร็จและชัยชนะได้ ถึงแม้จะไม่ได้ชัยชนะกลับมาแต่เราก็ได้ความภาคภูมิใจรวมถึงความรักความสามัคคี ดังคำกล่าวที่ว่ากีฬาเป็นยาวิเศษสำหรับการจัดงานครั้งนี้ซึ่งเป็น ครั้งที่ 3 เชื่อว่า สิ่งที่ รมช.ศธ.(พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์) ตั้งความหวังไว้และมุ่งมั่นทำมาตลอดได้เกิดผลแล้วถือเป็นความภาคภูมิใจของทุกคนเพราะพวกเราจะมีคุณสมบัติพร้อม ทั้งด้านความรู้วิชาการและทักษะด้านกีฬา มีโอกาสจะเปลี่ยนชีวิตของทุกคนให้เป็นนักกีฬาอาชีพได้ ถือเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง ครอบครัวรวมทั้งโรงเรียนและประเทศไทยด้วยซึ่งความตั้งใจที่พวกเราได้ร่วมกันจัดโครงการนี้ จะเป็นสิ่งที่มีคุณค่ากับพวกเราทุกคน
"ผมมั่นใจว่าทุกคนจะจดจำประสบการณ์ที่ได้ไปทัศนศึกษาในสถานที่ต่างๆ นำไปสร้างกำลังใจให้แก่ตัวเองเพื่อมุ่งสู่การเป็นคนดีของสังคม มุ่งสู่การมีคุณค่าและสร้างอาชีพให้กับตัวเองในอนาคตได้ ซึ่งการจะทำให้โครงการนี้สำเร็จเราต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกๆ ฝ่ายไม่ว่าจะเป็นตัวนักเรียนเอง ผู้ปกครอง ครูอาจารย์ โรงเรียนสถานศึกษา รวมถึงคนที่อยู่ในชุมชนจะต้องร่วมมือกันด้วยหวังว่าในอนาคตอันใกล้นี้จะได้เห็นตัวเลขนักเรียนกีฬาที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งนักเรียนเหล่านี้จะเป็นผู้พัฒนาความเป็นเลิศทางกีฬาของประเทศ นี่คือสิ่งที่จะเติมเต็มความมุ่งมั่นของคนไทยในการก้าวไปสู่มาตรฐานระดับสากลอย่างมั่นคงมั่งคั่งยั่งยืนต่อไป" รองนายกฯ กล่าว
ด้าน พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศธ. ในฐานะผู้ขับเคลื่อนหลักของโครงการ ได้กล่าวถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่า รัฐบาลพร้อมทั้งข้าราชการ ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคน มุ่งหวังจะพัฒนาการศึกษาของประเทศให้เจริญรุดหน้า สามารถผลิตเยาวชนให้มีความรู้ ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม มีอาชีพสร้างรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต เป็นที่พึ่งของสังคมและประเทศชาติต่อไป ดังจะเห็นได้ว่า โครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และโครงการห้องเรียนกีฬา เป็นโครงการที่มีประโยชน์ มีผลสัมฤทธิ์เป็นที่ประจักษ์มากมาย ดังนั้นพวกเราทุกคนทุกหน่วยงานจึงควรรักษาและส่งเสริมกิจกรรมต่างๆของโครงการทั้ง 2 ให้สมกับที่นักเรียนและสังคมได้คาดหวังไว้เป็นอย่างดี
กระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้ สพฐ.ดำเนินการอย่างเต็มกำลัง เพื่อเป็นการจุดประกายความฝันมุ่งมั่นสู่อนาคตปรากฏสู่ความสำเร็จของเด็กนักเรียนและเยาวชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และขยายไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ เป็นเส้นทางสู่ฝันสรรค์สร้างแรงบันดาลใจนักกีฬาไทยสู่สากล ซึ่งเกิดจากความตั้งใจของทุกฝ่ายทั้งผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารระดับพื้นที่คณะครูอาจารย์ บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนโดยได้รับความร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากระทรวงวัฒนธรรม หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้การสนับสนุน รวมถึงภาคประชาชนที่ช่วยส่งเสริมในด้านกำลังใจอีกด้วย ซึ่งการทำให้การศึกษาของนักเรียนและเยาวชนควบคู่ไปกับการกีฬาประสบความสำเร็จและก้าวหน้าอย่างที่เห็นในปัจจุบันนั้น ก็เพื่อให้นักเรียนได้เจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ มีความรู้รักสามัคคี มีความสมัครสมานปรองดอง ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญและเป็นเยาวชนรุ่นใหม่ที่เป็นอนาคตของชาติอย่างมีคุณภาพต่อไป
ขณะที่ นางสาวซัลมาเบญ ราหู นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนมัธยมสุไหงปาดี จ.นราธิวาส นักเรียนจากโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเป็นหนึ่งในนักเรียนที่ได้เข้าร่วมโครงการเล่าว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้ เพราะตนเองนั้นเป็นเด็กในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีโอกาสน้อยมากที่จะได้มาร่วมกิจกรรมในลักษณะนี้ ปกติแล้วจะได้เห็นแต่ในโทรทัศน์หรืออินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการเยี่ยมชมฐานทัพเรือสัตหีบ พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศฯ หรือการศึกษาหลักสูตรการเรียนรู้ "ตามรอยเท้าพ่อ" และ"สืบทอดพระราชปณิธาน กษัตริย์เกษตร" จึงขอขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่านที่มอบโอกาสนี้ให้ เพราะนอกจากได้รับประสบการณ์และความรู้ในการเยี่ยมชมแล้ว ยังได้รู้จักพบปะเพื่อนใหม่ๆ จากโครงการห้องเรียนกีฬาทั่วประเทศได้แบ่งปันความรู้สึกร่วมกัน ทำให้สัมผัสได้ถึงมิตรภาพแม้จะมาจากต่างที่ต่างวัฒนธรรม สมกับชื่อโครงการ"สามัคคีสัมพันธ์ สานฝันห้องเรียนกีฬา"
บรรยายใต้ภาพ
พลเอกสุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

Comment
Related