วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

'นายหัวชวน'ความหวังปชป.ป้องพื้นที่ภาคใต้

 11 ก.พ. 2562 06:23 น. | หมวดหมู่ การเมือง
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

หลังจากที่ทาง คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้กำหนดให้วันที่ 4-8 ก.พ. 2562 ที่ผ่านมา เป็นวันเปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ทั้งแบบแบ่งเขต แบบบัญชีรายชื่อ รวมถึงให้พรรคการเมืองเสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีหากชนะการเลือกตั้งได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล บรรยากาศก็ “คึกคัก” ขึ้นมาทันทีจากบรรดาผู้สมัคร สส. แบบแบ่งเขตที่พอได้หมายเลขประจำตัวแล้วก็รีบออกเดินสายหาเสียง พบปะประชาชนในพื้นที่กันแบบไม่ยอมให้เสียเวลาไปอย่างสูญเปล่า
“เจาะสนามเลือกตั้ง” ฉบับนี้ขอกลับไปที่พื้นที่ “ภาคใต้” กันอีกสักครั้งจากก่อนหน้านี้ที่กล่าวเบื้องต้นไปแล้วว่า “นึกถึงภาคใต้ต้องนึกถึงพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)” ที่แม้จะมีต้นกำเนิดในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ แต่ในเวลาต่อมากลับไปสร้างฐานเสียง สร้างความนิยมอย่างเหนียวแน่นในหมู่ประชาชนชาวปักษ์ใต้ทั้ง 14 จังหวัด ชนิดที่มีคำกล่าวว่า “เลือกตั้งเมื่อใดสำหรับภาคใต้..ลุ้นแค่ว่าประชาธิปัตย์จะกวาดเกือบหมดหรือเก็บเรียบทุกเขตก็พอ” อย่างไรก็ตามสำหรับการเลือกตั้งจะที่เกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 24 มี.ค. 2562 นี้ อาจไม่ใช่งานง่ายสำหรับ ปชป. อีกต่อไป
ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดนี้ภาคใต้จะมีโควตา สส. แบบแบ่งเขตจำนวน 50 ที่นั่งลดลงจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 ที่ครั้งนั้นมี 53 ที่นั่ง โดยแหล่งข่าวระดับผู้บริหารสาขาภาคใต้ของพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า “การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ต้องทำงานหนักและไม่อาจประมาท เพราะด้วยความที่บ้านเมืองเว้นวรรคจากประชาธิปไตยไปนานกว่า 4 ปี ทำให้ สส.ส่วนใหญ่ห่างเหินพื้นที่ไปด้วย” จึงเน้นให้ผู้สมัครทุกคนทำงานหนักในการลงพื้นที่เพื่อชี้แจงประชาชนถึงนโยบายพรรค
ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามประชาชนในพื้นที่หลายรายว่าครั้งนี้จะเลือกพรรคไหน? พบว่า “ประชาชนส่วนหนึ่งต้องการที่จะเปลี่ยนใจจากพรรคประชาธิปัตย์ไปเลือกพรรคอื่น เพราะเห็นว่า 4 ปีที่ผ่านมา สส. ของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้าน” โดยเฉพาะเกษตรกรที่ต้องประสบกับปัญหายางพาราและปาล์ม อันเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ราคาตกต่ำต่อเนื่อง
ในขณะที่ผู้ประกอบการประมงก็กล่าวเช่นกันว่า ชาวประมงมีปัญหามากมายจนต้องขายเรือ จากการออกกฎหมายของรัฐบาลทหารโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่ตัวแทนของพรรคไม่ได้พยายามเข้ามาให้การช่วยเหลือใดๆ ส่วนผู้ประกอบการท่องเที่ยว กล่าวตัดพ้อว่าครั้งนี้ขอเลือกพรรคการเมืองอื่นๆ ดูบ้างเพราะ “4 ปีที่พวกตนมีปัญหาทางพรรคกลับไม่เหลียวแล ทั้งที่
ก่อนหน้านั้นในการขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประชาชนชาวใต้ต่างสนับสนุนเต็มที่” ทั้งการลงขันระดมทุน และทั้งการเดินทางไปร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ
ซึ่งจากการประเมินคู่ต่อสู้ของพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้ พบว่า “จ.ภูเก็ต” พรรคประชาธิปัตย์อาจจะเสียที่นั่ง 1 ที่นั่งให้กับ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในเขตเลือกตั้งที่ 2 ขณะที่ “จ.สตูล” อาจเสียที่นั่งให้กับพรรคภูมิใจไทยทั้ง 2 เขต เช่นเดียวกับ “จ.พัทลุง” ที่มีโอกาสเสียที่นั่งให้พรรคภูมิใจไทย 1 ที่นั่ง ส่วนใน “จ.สุราษฎร์ธานี”อันเป็นถิ่นของ “ลุงกำนัน” สุเทพ เทือกสุบรรณ พรรคประชาธิปัตย์อาจต้องเสีย 2 ที่นั่ง ให้กับ พรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) ที่กำนันสุเทพให้การสนับสนุน
นอกจากนี้หากเจาะจงไปที่ “3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส)” ซึ่งมีโควตา สส. แบบแบ่งเขตจำนวน 11 ที่นั่ง และการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านๆ มาพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังไม่สามารถครองพื้นที่ดังกล่าวได้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเพราะบางเขตยังแพ้ผู้สมัครจากพรรคอื่น ครั้งนี้ประเมินแล้วพรรคประชาธิปัตย์ อาจจะได้ สส. ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่เกิน 4 ที่นั่ง จึงสรุปได้ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ อาจจะได้ สส. ในพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมด 40-42 ที่นั่งเท่านั้น
สำหรับ “พื้นที่ปลอดภัยของพรรคประชาธิปัตย์” ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีอยู่เพียงไม่กี่จังหวัดที่การแข่งขันไม่ดุเดือด หนึ่งในนั้นคือ “จ.สงขลา” ที่เชื่อว่ายังสามารถป้องกันได้ทุกเขต โดยหากดูทั้งหมด 8 เขตเลือกตั้ง พบว่า 2 เขตที่สบายที่สุดคือ “เขต 5” ประกอบด้วย อ.สิงหนคร (เฉพาะ ต.ปากรอ ต.ป่าขาด ต.ทำนบ ต.ชิงโค ต.หัวเขา และ ต.สทิงหม้อ) ที่มี เดชอิศม์ ขาวทอง เป็นผู้สมัคร กับ “เขต 3” ประกอบด้วย อ.หาดใหญ่ (เฉพาะ ต.คูเต่าต.ฉลุง ต.ทุ่งใหญ่ ต.ท่าข้าม ต.น้ำน้อย ต.ควนลัง ต.ทุ่งตำเสา และ ต.คอหงส์) ที่มี วิรัตน์ กัลยาศิริ เป็นผู้สมัคร
ส่วนเขตที่เชื่อว่าจะแข่งขันอย่างดุเดือดคือ “เขต 1” ประกอบด้วย อ.เมือง ในเขตนี้ตัวแทนจาก ปชป. สรรเพชร บุญญามณี ต้องสู้กับผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย รวมถึง พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ขณะที่ “เขต 6” ประกอบด้วย อ.หาดใหญ่ (เฉพาะ ต.พะตง ต.บ้านไร่ และ ต.บ้านพรุ) เขตนี้ตัวแทนปชป. ถาวร เสนเนียม ต้องขับเคี่ยวกับ เฉลิม เหล่าสุวรรณ ตัวแทนจาก พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) และ “เขต 7” ประกอบด้วย อ.นาทวี อ.สะบ้าย้อย และ อ.สะเดา(เฉพาะ ต.สำนักแต้ว
และ ต.สำนักขาม) ที่ ศิริโชค โสภา ต้องต่อกรกับ ณัชนนท์ แก้วก่อเกื้อ จากภูมิใจไทย
ถึงกระนั้น..พรรคประชาธิปัตย์ยังมีตัวช่วยสำคัญอย่างอดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย ชวน หลีกภัย ที่รับผิดชอบงานเลือกตั้งของพรรคในภาคใต้ “สำหรับภาคใต้..ชื่อของนายหัวชวนยังมีมนต์ขลังเสมอ” เชื่อว่ายังสามารถเรียกคะแนนจากผู้ที่คิดเปลี่ยนใจทิ้งพรรคประชาธิปัตย์ให้กลับมาเลือกตามเดิม “แต่ปัญหาคืออายุที่มากขึ้น” ชวน หลีกภัย ยังจะสามารถตรากตรำกับการเดินทางพบปะประชาชนและปราศรัยได้ทั่วถึงทุกพื้นที่หรือไม่..โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดภาคใต้ ที่ยังต้องพึ่งพา ชวน หลีกภัย เพียงคนเดียวเท่านั้นจึงจะมีลุ้น!!!

ที่มา: www.naewna.com
News Code: pol g:naewna g:agency p:wnn v:netnews

Comment
Related