วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

จิวคุณภาพ 'บ้านนอก จ.ปัตตานี' แหล่งเรียนรู้-สร้างอาชีพเด็กมุสลิม

 16 ก.ย. 2562 04:15 น. | หมวดหมู่ การศึกษา
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

ชุลีพร อร่ามเนตร
qualitylife4444@gmail.com
ทุกคนทราบดีว่า "การศึกษา" เป็นสิ่งที่จะทำให้คนคนหนึ่งก้าวพ้นจากความยากจนได้ จึงได้ก่อเกิดโครงการมากมายเพื่อช่วยเติมเต็ม สร้างโอกาสทางการศึกษามากมาย แต่บางครั้งการสงเคราะห์เพียงมอบเงินอย่างเดียวอาจไม่เป็นผล เพราะกว่าจะจบการศึกษาได้นั้นต้องใช้เวลา
กรุงเทพธุรกิจ"โรงเรียนบ้านนอก จ.ปัตตานี" โรงเรียนขนาดเล็กที่อยู่ในละแวกชุมชน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2498 จัดการเรียนการสอนมา 64 ปี ปัจจุบันมีนักเรียน 115 คน มีครูและบุคลากรทางการศึกษา 14 คน โดยนักเรียน 100% นับถือศาสนาอิสลาม การจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลประถมศึกษา ตามหลักสูตรขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ นักเรียนส่วนใหญ่มาจากครอบครัวยากจน หรือครอบครัว เลี้ยงเดี่ยว การจัดการเรียนการสอนจึงไม่ได้ เน้นเฉพาะวิชาการให้เด็กอ่านออกเขียนได้มีความรู้เท่านั้น แต่ต้องเสริมสร้างทักษะอาชีพให้แก่พวกเขาด้วย
คำนึง ดิษฐโรจน์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านนอก จ.ปัตตานี กล่าวว่า โรงเรียนบ้านนอก เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก สังกัดสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เน้นการจัดการเรียนการสอนทั้งด้านวิชาการ การอ่านออกเขียนได้ควบคู่ไปกับการเรียนรู้ ตามหลักศาสนา เนื่องจากนักเรียนส่วนใหญ่ นับถือศาสนาอิสลามและพูดภาษายาวีมากกว่าภาษาไทย ดังนั้นในชีวิตประจำวัน พวกเขาจะพูดและสื่อสารด้วยภาษายาวี โรงเรียนจึงเน้นการอ่านออกเขียนได้ คิดเลข เป็น ผ่านการเรียนรู้อย่างสนุกสนาน เพื่อให้ พวกเขาเกิดความอยากเรียนรู้ และมีความสุข ในการเรียนด้านวิชาการ พูดอ่านเขียนภาษาไทย นอกจากนั้นด้วยความที่เด็กของเรา ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ไม่ได้กินข้าวเช้ามาโรงเรียน เพราะพ่อแม่ไม่มีเวลา หรือบางคนก็อยู่กับปู่ย่าตายาย จึงพยายามสร้างกิจกรรมเพื่อเสริมทักษะอาชีพ รายได้ให้แก่พวกเขา และหาทุนการศึกษา
"รายได้ระหว่างเรียนมีความจำเป็นสำหรับเด็กๆ กลุ่มนี้มาก เพราะ 80 กว่าคน ของโรงเรียนเป็นเด็กยากจน และ 40 คนเป็นเด็กยากจนพิเศษ ซึ่งเมื่อก่อนเราก็พยายามหาทุนการศึกษา หากิจกรรมที่จะเพิ่มรายได้ให้แก่เด็ก เพื่อช่วยเหลือพวกเขา แต่ก็ด้วยข้อจำกัดหลายๆ จนกระทั่งทางโรงเรียน นักเรียนได้เข้าร่วมเป็นนักเรียนทุน เสมอภาคของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และได้เข้าร่วมเครือข่าย ตลาดวาดฝัน ส่งต่อรอยยิ้ม สร้างโอกาส สร้างอาชีพ โดยได้รับมอบทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนและส่วนหนึ่งมอบให้ทางโรงเรียนเพื่อนำไปทำกิจกรรม ทางโรงเรียนจึงได้นำเงินส่วนหนึ่งมาสร้างเสริมทักษะอาชีพ ซื้ออุปกรณ์ในการทำขนมให้แก่เด็กๆ เพราะขนมนอกจากขายได้ยังเป็นอาหารว่างให้แก่เด็กๆ หรือนำกลับไปกินที่บ้านกับครอบครัวได้ด้วย"
โรงเรียนได้เริ่มทำกิจกรรมทำขนม โดยคัดเลือกในนักเรียนทุนเสมอภาคและนักเรียนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ แต่ด้วยความที่เป็นโรงเรียนอนุบาลและประถมศึกษา ทำให้คัดเลือกเด็กที่เข้าร่วมได้ประมาณ 40 คน ส่วนคนอื่นๆ ก็ได้เข้ามามีส่วนร่วม ในการขาย หรือการใส่กล่อง หรือกิจกรรมที่เหมาะสมของแต่ละคน
ครูใหญ่คำนึง กล่าวต่อว่า เงินจากกองทุน กสศ.เพียงคนละไม่กี่ร้อยบาท หรือรายได้จากการขายขนมถึงจะไม่มากมายแต่สิ่งที่เด็กได้รับจากโรงเรียน โดยเฉพาะเด็กที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ครอบครัวไม่สามารถเติมเต็มได้นั้นคือทักษะอาชีพที่จะติดตัวเขาไป ดังนั้น หน้าที่ของโรงเรียนขณะนี้จึงไม่ใช่เพียงการให้ความรู้ อบรมสั่งสอน เท่านั้น ต้องเสริมทักษะอาชีพให้แก่เขาด้วย เพื่อเป็นอาวุธที่พวกเขาจะได้นำไปต่อยอดเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้
นินูรุลฮูดา แวสามะ ครูสอนภาษาอังกฤษและครูสอนทำขนมให้ แก่เด็กๆ เล่าว่าการเรียนการสอนสำหรับ เด็กปัจจุบันแตกต่างจากอดีต ยิ่งสอน เด็กที่พ่อแม่ส่วนใหญ่อยากให้ลูกเรียนในโรงเรียนสอนศาสนามากกว่า ทางโรงเรียนยิ่งต้องปรับการเรียนการสอนเพื่อดึงดูดให้พ่อแม่และเด็กสนใจการเรียนตามหลักสูตรทางด้านวิชาการ อ่าน ออก เขียนพูดภาษาไทย ด้วยการนำอุปกรณ์สื่อการสอน เทคโนโลยีเข้ามาช่วยการสอน เช่น การสอนภาษาอังกฤษ สอนด้วยเพลง หรือเปิดยูทูปให้เด็กได้ดูและสร้างกิจกรรมร่วมกับเด็ก หรือทำบัตรคำรวมกับเด็กๆ มีเกมให้เด็กได้เล่น เป็นต้น เมื่อเด็กๆ เรียนรู้อย่างสนุก นอกจากเขาจะจดจำบทเรียนได้ดียิ่งขึ้นแล้ว ยังทำให้เขามีความสุขในการเรียนและอยากมาโรงเรียนมากขึ้น
"ความรู้ด้านวิชาการจำเป็นสำหรับเด็กเช่นเดียวกับทักษะด้านวิชาชีพ โดยเฉพาะเด็กยากจนในโรงเรียนที่มีจำนวนมาก เงินทุนต่างๆ ที่โรงเรียนได้หามาให้เด็กๆ จึงไม่ใช่เพียงทุนการศึกษาเท่านั้น แต่ต้องทำให้เงินนั้น เพิ่มคุณภาพชีวิต สร้างรายได้ให้แก่ พวกเขาด้วย เพราะกว่าพวกเขาจะจบการศึกษาปริญญาคงต้องใช้เวลานาน และเด็กจบ ป.6 ส่วนหนึ่งจะไม่ได้ เรียนต่อ
ดังนั้น เงินจากกองทุน กสศ.ที่มอบให้โรงเรียน ทำให้ได้มาเสริมอาชีพให้พวกเขาได้มีทักษะติดตัวไป ต่อให้ไม่ได้เรียนต่อในชั้นที่สูงขึ้นแต่เขาก็จะได้มีรายได้ระหว่างเรียนและมีอาชีพในอนาคตได้ จึงอยากให้มีหน่วยงาน ต่างๆ ไม่ว่ารัฐหรือเอกชนเข้ามาช่วยสนับสนุนการศึกษาให้เด็กไทยที่ยัง ขาดแคลนทั้งทุนทรัพย์ โอกาส และความเสมอภาคที่เขาควรได้รับ" ปัจจุบันยังมีเด็กและเยาวชนไทยมากกว่า 1.8 ล้านคน หรือ 25% ที่มี ฐานะยากจนหรือยากจนพิเศษ แม้ยังคงอยู่ในโรงเรียนแต่เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา เพื่อเป็นแรงงานเลี้ยงดูครอบครัวก่อนเวลาอันสมควร
อชิตศักดิ์ พชรวรณวิชญ์ ตัวแทนบริษัท Happy Farmers จำกัดกล่าวว่า ภาคเอกชนมีความตื่นตัว และอยากเข้าร่วมช่วยส่งเสริมพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเด็กไทย จึงได้ร่วมกับโรงเรียนในการออกแบบและหาตลาดสินค้า อาทิ เมี่ยง-ชาโรงเรียน จ.น่าน ข้าวอินทรีย์เปลี่ยนชีวิตใน จ.บุรีรัมย์และสุรินทร์ โดยให้นักเรียน ครู และชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการคิดสร้างสรรค์ หรือรสชาติใหม่ๆ ทำหน้าที่ส่งเสริม โครงการตลาดวาดฝันฯ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชน และโรงเรียนได้ร่วมกันผลิต พัฒนาสินค้าและบริการ อันนำไปสู่การสร้างอาชีพ รายได้ให้แก่เด็กยากจน
แต่ภาคเอกชนยังเข้ามามีส่วนร่วมไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับเด็กยากจนและเด็กยากจนพิเศษในประเทศไทย จึงอยากเชิญชวนให้ทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ มาร่วมพัฒนา ขยายโอกาสทางการศึกษา ทั้งด้วยการสมทบ งบประมาณ ความรู้ความเชี่ยวชาญเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ ทักษะอาชีพของเด็กๆ ให้ยิ่งได้รับการพัฒนาให้มี คุณภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป

บรรยายใต้ภาพ
คำนึง ดิษฐโรจน์

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
News Code: das g:kt g:agency g:paper g:nmg p:kt v:paperl

Comment
Related