วันอังคารที่ 23 เมษายน พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

ตราบใดนโยบายฝ่ายมั่นคงยัง 'ปากกล้าขาสั่น' แล้วเมื่อไหร่ 'ไฟใต้' จะมอด

 13 เม.ย. 2562 03:21 น. | หมวดหมู่ การ รปภ. ในชีวิต และทรัพย์สิน
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

เมือง ไม้ขม รายงาน
สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ความรุนแรงในการก่อเหตุยังคงอยู่ เพียงแต่ความถี่ของการก่อเหตุด้วยความรุนแรงลดน้อยลง เช่นล่าสุด การที่ โจรใต้ หรือ แนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น ปลิดชีพ นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร สังกัด ตชด.44 จำนวน 2 นาย ในมัสยิดนูรุลฮีบายะห์ บ้านมายอ ต.ธารโต อ.ธารโต จ.ยะลา ในขณะที่ปฏิบัติศาสนกิจร่วมกับชาวบ้านเป็นจำนวนมาก นั่นคือ ปฏิบัติการที่รุนแรง ที่มีเป้าหมายต่อเจ้าหน้าที่รัฐ
ซึ่งก่อนหน้านี้ เหตุการณ์ ปลิดชีพ เจ้าหน้าที่ชั้นประทวน 2 นาย ก็เกิดขึ้นที่ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส โดย โจรใต้ ใช้วิธีปฏิบัติการบุกเข้าจับ 2 ตำรวจ ในร้านกาแฟ ท่ามกลางสายตาของชาวบ้าน และนำไปยิงทิ้ง ก่อนที่จะนำรถยนต์ของตำรวจทั้ง 2 ไปเผาทำลายหลักฐาน ที่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ซึ่งห่างจากที่เกิดเหตุ 60 กว่ากิโลเมตร
จะเห็นได้ว่า ปฏิบัติการของ โจรใต้ หรือ แนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น มีเป้าหมายที่เจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้น ในส่วนของประชาชนที่เป็นเป้าหมาย ส่วนใหญ่เป็น ประชาชนที่เป็น พวก เจ้าหน้าที่ หรือ สายข่าว เจ้าหน้าที่เป็นสำคัญการปฏิบัติการต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ท่ามกลางสายตาของประชาชน เป็นการปฏิบัติการที่บีอาร์เอ็น ได้ทั้ง การทหาร และ การเมือง ในด้าน การทหาร เพื่อสร้างความสูญเสียให้กับภาครัฐ ทำลายความเชื่อมั่นในนโยบาย ดับไฟใต้ ให้เห็นว่า ไม่ประสบความสำเร็จในทาง การเมือง เป็นการข่มขู่ ข่มขวัญ ประชาชน เพื่อให้ประชาชนวางเฉย ไม่ยืนอยู่ฝ่ายรัฐ และตกอยู่ในความควบคุมของขบวนการ ซึ่งมีตัวแทนในทุกพื้นที่
ที่ผ่านมา ข่าวความเคลื่อนไหวของขบวนการ ข่าวความรุนแรงที่เกิดขึ้น ไม่มีการถูกนำเสนออย่างต่อเนื่อง ทำให้สาธารณชนขาดการรับรู้ และขาดความเข้าใจถึงปัญหาและ บริบท การก่อความรุนแรงในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งขณะนี้ได้ลุกลามไปยังจังหวัดอื่นๆ อีกหลายๆ จังหวัดในภาคใต้
สาเหตุหนึ่งที่ สื่อ ไม่ได้นำเสนอ บริบท ต่างๆ ของขบวนการ รวมทั้งความ ล้มเหลว ของหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการ ดับไฟใต้ อาจจะเนื่องจาก สื่อ ส่วนหนึ่งที่เคยเป็น อิสระ ถูก จัดตั้ง โดยหน่วยงานความมั่นคง ให้เป็น สื่อ ในความดูแลในเรื่อง รายได้ เช่น ได้รับเงินตอบแทนเดือนละ 4,500 บาท เป็นการแลกเปลี่ยนให้นำเสนอข่าว ประชาสัมพันธ์ หน่วยงานความมั่นคง หรือข่าว เชิงบวก และวางเฉยกับข่าวความรุนแรง ที่มี เบื้องหน้า เบื้องหลัง ทั้งของฝ่ายความมั่นคง และขบวนการแบ่งแยกดินแดน
สิ่งที่ต้องตั้งข้อสังเกตคือ การเสียชีวิตของตำรวจทั้ง 4 นาย ซึ่งเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยม ขาดความสนใจจากภาคประชาสังคม และจากองค์กรพัฒนาเอกชน หรือ เอ็นจีโอ ไม่มีองค์กรไหนออกมาแสดงความคิดเห็น หรือประณามการกระทำของ แนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดนแต่อย่างใด ผิดกับเวลาที่ แนวร่วม ขบวนการถูกจับกุม หรือ วิสามัญ ภาคประชาสังคม และเอ็นจีโอ จะให้ความสนใจ และเป็น ปากเสียง ให้กับผู้ถูกกระทำ และครอบครัวของผู้ถูกกระทำ
เช่นเดียวกับผู้นำศาสนา ที่เงียบมากกับการเสียชีวิตของ ตชด. 2 นาย ในมัสยิด ขณะที่ปฏิบัติศาสนกิจ ทั้งที่การกระทำของ โจรใต้ หรือ แนวร่วม ขัดกับหลักการศาสนา ซึ่งพอจะอนุมานได้ว่า ที่ไม่มีการพูดถึงเป็นเพราะความกลัวอิทธิพลของบีอาร์เอ็น จนไม่มีใครออกมาชี้ถูกชี้ผิด และประณามการกระทำของ แนวร่วม ที่ปฏิบัติการ ฆ่าคน ในมัสยิดในครั้งนี้
นี่คือสภาพของสังคมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ 15 ปีที่ผ่านมา สภาพของสังคม ขององค์กรภาคประชาสังคม องค์กรพัฒนาเอกชน และองค์กรต่างๆ ในพื้นที่ ยังเป็นสังคม มือล่าง ที่ถูกหน่วยงานความมั่นคงสร้างขึ้นเพื่อหวังเป็น เครื่องมือ ของหน่วยงาน แต่ไม่ได้เป็นเครื่องมือของการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น จะเห็นว่า 15 ปีที่ผ่านมา ไม่มีหน่วยงานไหนที่จะเห็นความสำคัญของการสร้าง มือบน ให้เกิดขึ้น ดังนั้นทุกพื้นที่จึงมีแต่ มือล่าง มือแห่งการขอ แต่ไม่มี มือบน ซึ่งเป็นมือสำคัญ เพราะเป็นมือแห่งการให้นั่นเอง
และอีกเรื่องที่ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ควรแก่การสนใจ นั่นคือการตั้งโต๊ะแถลงข่าวสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งมีนายขดดะรี บินเซน เป็นนายกสมาคม ได้แถลงข่าวกับ สื่อ เพื่อตอบโต้ พล.ท.จตุพร กลัมพะสุต ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก อดีตรองแม่ทัพภาคที่ 4 ที่ได้ให้สัมภาษณ์กับ สื่อ บางแห่งว่า โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามเป็นสถานที่ บ่มเพาะ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งนอกจากจะมีการแถลงข่าวตอบโต้ และชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว ยังมีการเสนอให้ย้าย พล.ท.จุตพรออกจากพื้นที่ด้วย
ข้อเท็จจริง โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีอยู่ประมาณ 400 แห่ง มีหลายแห่งที่ฝ่ายความมั่นคงตรวจสอบพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการบีอาร์เอ็น และมีหลายแห่งที่มีการตรวจสอบพบว่า มีเรื่องการทุจริตเงินอุดหนุนของรัฐบาล
ที่ผ่านมามีโรงเรียนจำนวนหนึ่งที่ถูกศาลสั่งยึดทรัพย์ เพราะเป็นโรงเรียนที่ บ่มเพาะ ผู้ก่อการร้าย เช่น ฮีญาดวิทยา ที่มี ดุลเลาะ แวมะนอ เป็นเจ้าของ สำหรับ ดุลเลาะ แวมะนอ ในปัจจุบันคือเลขาธิการขบวนการบีอาร์เอ็น ที่พำนักอยู่ในรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย และมีโรงเรียนบางโรงที่ถูกสั่งปิด เพราะมีหลักฐานว่าเป็นแหล่งสนับสนุนบีอาร์เอ็น และล่าสุดคือโรงเรียน บางกงวิทยา ที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ พล.ต.จตุพร กลัมพะสุต ยศในขณะนั้น นำกำลังเข้าตรวจค้น จับกุมผู้เกี่ยวข้อง ในข้อหาทุจริตเงินอุดหนุน และมีส่วนสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการสอบสวนของ สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี
เชื่อว่าโรงเรียนสอนศาสนาส่วนใหญ่ไม่ได้เกี่ยวข้อง หรือสนับสนุนขบวนการแบ่งแยกดินแดน ดังนั้นในการให้ข่าว สื่อ หรือการกล่าวหาโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา จึงต้องมีการระบุให้ชัดเจน และก่อนที่จะระบุ หรือกล่าวหา ต้องมีหลักฐานที่เด่นชัด อย่าใช้วิธีการ ตีคลุม หรือ เหมารวม เพราะอาจจะกลายเป็น เงื่อนไข และปัญหาอื่นๆ ติดตามมา
ที่ผ่านมาการดำเนินการกับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนายังขาดความชัดเจน เช่น ทหารตรวจค้น จับกุม ส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนคือตำรวจ แต่ตำรวจตั้งข้อหาไม่ได้ เพราะทหารไม่มีพยาน หลักฐาน ในการส่งให้ตำรวจ ตามที่ตำรวจต้องการ สุดท้ายอัยการสั่งไม่ฟ้อง หรือดันทุรังฟ้อง แต่ศาลสั่งไม่ฟ้อง กลายเป็นการยกประโยชน์ให้จำเลย และเป็นผลเสียของฝ่ายความมั่นคง แต่เป็นผลบวก ทางการเมือง ของบีอาร์เอ็น
รวมทั้งที่ผ่านมา หน่วยงานความมั่นคงอยู่ในลักษณะ ปากกล้าขาสั่น ประกาศที่จะใช้กฎหมายกับผู้ทำผิด เช่น ผู้ให้การสนับสนุนขบวนการ ผู้ให้ที่พักพิง ช่วยเหลือคนร้าย แต่สุดท้ายไม่เคยเอาผิดใคร เช่นล่าสุดใน ยุทธการเตะหมอน ที่มีการสนธิกำลังบุกเข้าตรวจค้นโรงเรียนสอนศาสนาใน อ.มายอ จ.ปัตตานี จับกุม ต่างชาติ ที่หลบหนีเข้าเมือง ซึ่งถูกกล่าวหาว่ามาฝึกอาวุธ ฝึกการต่อสู้ ได้จำนวนกว่า 10 คน เป็นข่าวโด่งดังในตอนต้น และลงท้ายด้วยการตั้งข้อหาหลบหนีเข้าเมืองเพียงข้อหาเดียว ส่วนเจ้าของโรงเรียน ซึ่งให้ที่พักพิง ไม่ได้มีการดำเนินคดีตามกฎหมาย
สุดท้ายจึงไม่มีคำตอบที่ชัดเจนว่า ปัญหาของ ไฟใต้ จะใช้ นิติรัฐ หรือ นิติธรรม เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา เมื่อขบวนการแก้ปัญหาเต็มไปด้วยปัญหา ไม่เด็ดขาด ไม่ชัดเจน ลังเล และสุดท้ายคือ ล้มเหลว กลายเป็นลักษณะการ ดับไฟกองเก่า และ ก่อไฟกองใหม่ ขึ้นตลอดเวลา เช่น ใช้ความรุนแรงก็ไม่ได้ ใช้การพูดคุยก็ไม่เดิน ดังนั้นจึงอย่าแปลกใจที่ ไฟใต้ ระลอกใหม่ผ่านไปแล้ว 15 ปี ขบวนการดับ ไฟใต้ ยังอยู่ในสภาพ ยักตื้นติดกึก ยึกลึกติดกัก เช่นเดิม เพราะรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงขาดความเด็ดขาด ชัดเจน ปล่อยให้ทุกปัญหาผ่านไปแบบวันๆ หรือก้าวข้ามปัญหา โดยที่ไม่ได้แก้ปัญหาเหล่านั้นแต่อย่างใด.

ที่มา: ไทยโพสต์
News Code: das gen g:thaipost g:agency g:paper p:tpd v:paperl

Comment
Related