วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ.2561 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

ดันสวัสดิการเกษตรกรมั่นคงเท่าขรก. ตั้งกองทุนช่วยเหลือรับมือภัยพิบัติ-ราคาสินค้าตกต่ำ

 14 มิ.ย. 2561 03:00 น. | หมวดหมู่ การช่วยเหลือประชาชน
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

"กฤษฎา"ดันพ.ร.บ.กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร 2554 เตรียมต่อยอดตั้งเป็นกองทุนหนุนสวัสดิการแก่ผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม หวังให้อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่มั่นคงเทียบเท่าข้าราชการ ราคาสินค้าตกต่ำ ประสบภัยพิบัติ จะได้รับช่วยเหลือ ตั้งตลาดเกษตรกรขายผลผลิตใน 40 จังหวัด
นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังบรรยายพิเศษ "แนวทางพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน" ในงานเปิดปฏิบัติการโครงการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนอย่างยั่งยืน โดยศาสตร์พระราชาตามแนวทางประชารัฐ ที่อิมแพ็คเมือง ทองธานี ว่า ได้รวบรวมปัญหาของเกษตรกรเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาระยะยาว ปัญหาหลักๆ อาทิ ลงทุนสูงแต่รายได้ต่ำ สภาพดินฟ้าอากาศแปรปรวน ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ฯลฯ แม้มีแผนการผลิตที่เชื่อมโยงกับความต้องการของตลาดแล้วก็ตาม แต่เกษตรกรยังขาดแรงจูงใจที่จะทำตามแผน
กระทรวงเกษตรฯ จึงมีแนวความคิดให้อาชีพเกษตรกรเป็นอาชีพที่มั่นคงเทียบเท่าข้าราชการ หรือกรรมกรที่มีสวัสดิการรองรับ เมื่อประสบปัญหาในการประกอบอาชีพ ขาดทุน หรือประสบภัยพิบัติ โดยนำพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร 2554 ซึ่งมีทุนกว่า 2,900 กว่าล้านบาท มาดำเนินงานต่อ มีเงื่อนไขให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร และปลูกพืชตามแผนที่กระทรวงกำหนด หากในอนาคตเกิดปัญหา ราคาสินค้าตกต่ำ ภัยพิบัติ ฯลฯ จะได้รับความช่วยเหลือจากกองทุน คาดว่าจะใช้เวลา 1 เดือน ในการวางแผนดำเนินงาน และหางบสนับสนุนเพิ่มเติม
"บางปีภาครัฐใช้เงินกว่า 200,000 ล้านบาท เข้าไปอุดหนุนหรือช่วยเหลือเกษตรกรเมื่อประสบปัญหา หากนำเงินส่วนนี้มาตั้งเป็นกองทุนเพื่อดูแลสวัสดิการแก่เกษตรกร น่าจะใช้งบน้อยกว่า และมีแรงจูงใจให้เกษตรกรปลูกพืชตามแผนที่กระทรวงเกษตรฯ วางไว้ จะแก้ปัญหาภาคเกษตรได้อย่างยั่งยืนจริงๆ"
นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ได้จัดตั้งตลาดเกษตรกร ตั้งแต่ปี 2558 เป็นระยะเวลากว่า 4 ปี ตั้งตลาดเกษตรกรแล้วใน 40 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชัยนาท ราชบุรี ตราด ชลบุรี นครนายก ขอนแก่น อุดรธานี ตรัง ยะลา พะเยา ศรีสะเกษ ชัยภูมิ นครพนม กระบี่ ภูเก็ต สงขลา ฯลฯ ตลาดเกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้พื้นที่ตามศูนย์ราชการเป็นแหล่งในการขายสินค้า ได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนเป็นจำนวนมาก สร้างรายได้มากกว่า 430 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังพัฒนาจัดตั้งตลาดเกษตรกรแบบถาวร ขึ้น ใน 7 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย ลำปาง พิจิตร ราชบุรี กาญจนบุรี ชัยภูมิ และกระบี่ เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการสินค้าเกษตร ให้เกษตรกร กลุ่มเกษตรกรที่มีศักยภาพได้เรียนรู้พัฒนาทักษะทางด้านการตลาด พร้อมพัฒนาตลาดเกษตรกรเดิม หรือหาแหล่งจัดสร้างตลาดใหม่ ที่อยู่ในเขตชุมชนหรือแหล่งท่องเที่ยว มุ่งเน้นพัฒนาสถาบันเกษตรกร--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Comment
Related