วันศุกร์ที่ 03 เมษายน พ.ศ.2563 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

อย่าหลงละเลิง 'พูดคุยสันติสุข' สถานการณ์จะเป็นบวก ระวังเดินตามหมากกลที่มี 'ต่างชาติ' บงการ

 08 ก.พ. 2563 03:17 น. | หมวดหมู่ การเจรจาเพื่อสันติ
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

เมือง ไม้ขม รายงาน
ใครที่คิดบวก โดยคิดว่าหลังการนั่งโต๊ะพูดคุยสันติสุข ระหว่าง พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะของฝ่ายไทย และอานัส อับดุลเราะห์มาน ตัวแทนของขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็นที่เกิดขึ้นล่าสุด และเชื่อว่าครั้งนี้เป็นการพูดคุยครั้งแรกกับบีอาร์เอ็นของแท้แล้ว สถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้จะสงบ ให้เลิกคิด เลิกหวังไว้ก่อน จะได้ไม่เจ็บตัวและไม่ผิดหวัง
สิ่งที่ยืนยันได้คือ เหตุร้ายล่าสุดที่ โจรใต้ หรือ แนวร่วม ก่อเหตุคือการยิงชาวบ้านที่เป็นผู้หญิงเจ้าของร้านของชำชาวไทยพุทธในพื้นที่ ต.กะโด อ.มายอ จ.ปัตตานี เสียชีวิต รวมทั้งเหตุร้ายรายวันที่ยังเกิดขึ้นทุกวัน มีผู้บาดเจ็บล้มตายโดยที่ไม่รู้สาเหตุว่าเป็นเรื่องความมั่นคง หรือเรื่องส่วนตัว ให้เจ้าหน้าที่ได้พลิกศพสอบสวนทุกวัน
และสิ่งที่คนในพื้นที่รวมทั้งเจ้าหน้าที่จำนวนมากยังไม่รับรู้คือ ตัวแทนจากขบวนการบีอาร์เอ็นทั้งหมด 6-7 คน ที่เข้ามานั่งโต๊ะพูดคุยกับ พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะพูดคุยและทีมงานของรัฐไทย เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมานั้น หลังจากแถลงข่าวร่วมกัน 1 วัน ขบวนการบีอาร์เอ็นก็ได้สั่งให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ในขบวนการบีอาร์เอ็นในทันที
เพราะบีอาร์เอ็นเป็นขบวนการลับ บุคคลใดที่เปิดเผยตัวตนแล้ว จะถูกให้พ้นภาระหน้าที่ เพื่อที่จะไม่ต้องมีบทบาทการชี้นำภายในขบวนการ ซึ่งในวันนี้ไม่ว่าจะเป็น อุสตาซหิพนี มะเร๊ะ หรือ อานัส อับดุลเราะห์มาน วาเหะ หะยีอาแซ รอมลี แมเราะ เจ๊ะมูดอ เจ๊ะเต๊ะ อับดุลเลาะมาน ปาลาวี ฮำหมัดมูริส ลาเต๊ะ และมะบง หรือ มะ ไซนุง ต่างพ้นจากตำแหน่งในขบวนการ
นอกจากนั้นยังมีความเปลี่ยนแปลงอีกมากในขบวนการ บีอาร์เอ็น ที่หน่วยงานความมั่นคงต้องเปิดเผยให้กับคนในพื้นที่ และองค์กรต่างๆ ที่ขับเคลื่อนในการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น ดุลเลาะ แวมะนอ ไม่ได้เป็นประธานบีอาร์เอ็นแล้ว แต่เป็นเพียงที่ปรึกษาของสภาซูรอ ซึ่งในสภาซูรอ จำนวน 8 คน เป็นใครบ้าง และอีก 1 คู่ คือ ประธาน และเลขาธิการของบีอาร์เอ็น ตามโครงสร้างใหม่คือใคร จะเป็น "คอซาลี" หรือ ซอแม เวาะแล หรือไม่ ก็ยังไม่กล้าที่จะยืนยัน
วันนี้ในขบวนการบีอาร์เอ็น เป็นยุคของการ ผลัดใบ ที่มีกลุ่มชนชั้นกลางของขบวนการเป็นผู้มีบทบาท ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนอกที่มีความรู้ในเรื่องภาษาต่างประเทศ มีความเข้าใจในขบวนการสันติภาพ การเจรจา และกฎหมายระหว่างประเทศเป็นอย่างใด บุคคลสำคัญที่เป็นคนเก่า ที่หน่วยงานการข่าวรู้จักกันดี ที่มีอำนาจในขบวนการ จึงเหลือไม่กี่คน เช่น เด็ง แวกะจิ ซึ่งรับผิดชอบกำลังติดอาวุธ อดุลชย์ มุณี ซึ่งรับผิดชอบงานการเมือง
เมื่อรัฐบาลเห็นว่า การแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำเป็นที่ต้องมีการ พูดคุย หรือการ เจรจา อย่างเป็นทางการ และตามหลักสากล ที่มีองค์กรต่างประเทศ และประเทศที่สาม เข้ามาร่วมเป็นสักขีพยาน อย่างที่กำลังเกิดขึ้น ดังนั้นจึงจำเป็นที่ต้องเปิดเผยขบวนการบีอาร์เอ็นให้ประชาชนได้เห็น ตัวตน ที่ชัดเจน จะได้บอกได้ว่า ปัญหาความรุนแรง ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นฝีมือของบีอาร์เอ็น และขบวนการบีอาร์เอ็นเป็นอย่างไร มีใครเป็นใคร เป็นอะไร จำเป็นที่ทุกคนต้องร่วมรับรู้ จึงไม่ควรที่จะปิดบังอำพรางอีกต่อไป
บีอาร์เอ็นเป็นองค์กรลับมานาน และจุดแข็งของบีอาร์เอ็นคือการเป็นองค์กรลับ ที่มีการรักษาความลับได้ดีเยี่ยม หรือเป็นเพราะ การข่าว ของเรา ห่วยแตก ก็อาจจะเป็นได้ จึงทำให้บีอาร์เอ็นรักษาสภาพขององค์กรลับได้นาน ดังนั้นการทำลาย จุดแข็ง ของบีอาร์เอ็น คือการเปิดเผยทุกอย่างของขบวนการบีอาร์เอ็นให้ทุกผู้คนได้รับทราบ ซึ่งจะเป็นผลดีกับรัฐไทย ในการต่อสู้ หรือการ พูดคุย กับบีอาร์เอ็น ซึ่งต้องติดตามว่า สุดท้ายแล้วรัฐไทยหรือรัฐบาลจะกล้าเปิดเผยรายละเอียดของบีอาร์เอ็นต่อคนไทยทั้งประเทศหรือไม่
รวมทั้งต้องติดตามต่อไปว่า จะมีความเคลื่อนไหวอย่างไรจากกลุ่ม มารา ปาตานี ซึ่งเคยมีบทบาทในโต๊ะพูดคุยมากว่า 7 ปี และกลายเป็นผู้ตกขบวนรถไฟสายสันติภาพในครั้งนี้ จะ ฟาดงวงฟาดงา หรือไม่ หรือขบวนการเหล่านี้ยอมรับการนำขบวนรถไฟสายสันติภาพ เพราะทราบดีว่าขบวนการของพวกตนคือ ขบวนรถเปล่า ที่ไม่สามารถสร้าง มูลค่า ในการต่อรองกับรัฐไทยแล้วนั่นเอง
ดังนั้นจึงเชื่อว่า ในระหว่างการ พูดคุย ที่ยังไม่มีข้อตกลงอะไรกันมากกว่าสัญญา 7 ข้อ ในการกำหนดการพูดคุย สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ยังคงดำรงต่อไป เพื่อการ หล่อเลี้ยง ความรุนแรง และเป็นการ ต่อรอง ในเวทีของการพูดคุย ซึ่งเชื่อว่าต้องใช้เวลาอีกยาวนาน
แต่...เอาเถอะ การได้ พูดคุย กับ โจรตัวจริง ย่อมดีกว่าการเสียเวลาพูดคุยกับ ตัวปลอม หรือตัวละครที่ถูก จัดตั้ง และเป็นการ จัดฉาก ให้มีการพูดคุยกันมิใช่หรือ ซึ่งนับแต่นี้ไป นอกจากจะต้องให้ความสนใจกับเวทีการพูดคุยแล้ว ยังต้องสนใจกับ บริบท ของหน่วยงานต่างชาติ ที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งอาจจะเป็นคุณ หรือเป็นโทษ กับจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ได้
เพราะมีข่าวว่า องค์กรกาชาดสากล หรือไอซีอาร์ซี ที่เข้ามาป้วนเปี้ยนในพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอ มานานหลายปี เตรียมที่จะขออนุญาตจาก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เพื่อตั้งสำนักงานถาวรในจังหวัดปัตตานี ซึ่งข่าวที่เกิดขึ้นได้สร้างความไม่สบายใจให้กับผู้ที่รู้จักและเข้าใจบทบาทของไอซีอาร์ซีเป็นอย่างดี และมีคำถามหนึ่งว่า ณ สถานการณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ขณะนี้ เหมาะสมแค่ไหนที่จะให้ไอซีอาร์ซีเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอของ จ.สงขลา
ถ้าดูภารกิจของไอซีอาร์ซีที่แท้จริงคือ 1.เข้าเยี่ยมเชลยสงครามและผู้ต้องขังจากข้อหาความมั่นคง 2.สืบหาผู้สูญหายที่เป็นผลมาจากสงครามหรือความไม่สงบ 3.ส่งข้อมูลข่าวสารให้สมาชิกในครอบครัวที่ต้องพลัดพรากจากกันเพราะสงครามหรือการสู้รบ 4.ช่วยให้สมาชิกครอบครัวที่พลัดพรากได้กลับมาพบมาอยู่ร่วมกัน 5.จัดหาน้ำสะอาด ยารักษาโรค ช่วยเหลือทางการแพทย์ให้แก่ผู้ประสบภัยสงคราม 6.เผยแพร่กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า ihl 7.เฝ้าสังเกตการณ์บังคับใช้เพื่อให้มีการปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศ 8.ช่วยผลักดันการพัฒนาข้อกฎหมายและอนุสัญญาต่างๆ ให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน
วันนี้สถานการณ์ของ 3 จังหวัด 4 อำเภอของไทย ยังไม่ใช่สถานการณ์ที่ไอซีอาร์ซีจะตั้งสำนักงานถาวรเพื่อปฏิบัติการตามภารกิจทั้ง 8 ข้อ เราไม่มีเชลยสงคราม เราไม่มีสงครามการสู้รบอย่างประเทศซีเรีย อิรัก และประเทศอื่นๆ ที่มีสงครามการสู้รบ
จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องทำความเข้าใจกับหน่วยงานกาชาดสากล หรือไอซีอาร์ซี ที่จะต้องให้เข้ามา จุ้นจ้าน กับสถานการณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะบ้านเรายังไม่มีสงคราม ยังไม่มีเชลยศึก ยังไม่มีผู้พลัดพรากจากสงคราม ให้เป็นหน้าที่ของไอซีอาร์ซี รวมทั้งยังไม่ถึงขั้นที่จะต้องใช้กฎหมายไอเอชแอลแต่อย่างใด
แค่ไอซีอาร์ซีมีสำนักงานในกรุงเทพฯ ก็เพียงพอแล้ว ซึ่งบรรดาที่ปรึกษาของไอซีอาร์ซีที่เป็นนายทหารเกษียณ ข้าราชการเกษียณ จากกระทรวงต่างๆ น่าจะสร้างความเข้าใจกับ ไอซีอาร์ซี ถึงบทบาทของความ พอใจ และต้องไม่สร้างปัญหาให้กับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะพิจารณาแล้วว่า บริบท ของไอซีอาร์ซีที่ผ่านมาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ได้สร้างผลบวกให้เกิดขึ้นกับสถานการณ์ของความรุนแรงและความไม่สงบ
วันนี้ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีองค์กร กลุ่มคนจากประเทศอื่นๆ ที่เข้ามา ยุ่มย่าม กับปัญหาภายในของประเทศไทย เดินกัน ขวักไขว่ ซึ่งไม่ได้เป็นผลดีกับ สถานการณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้แต่อย่างใด แต่เป็นผลดีกับองค์กรต่างๆ ที่ถูกจัดตั้งขึ้นมา ซึ่งเป็น ปีกทางการเมืองของบีอาร์เอ็น ซึ่งที่เห็นได้ชัดคือ หลังเปิดม่านการพูดคุยอย่างเป็นทางการครั้งล่าสุด ระหว่างตัวแทนรัฐไทยกับตัวแทนบีอาร์เอ็น องค์กรต่างๆ ใน 3 จังหวัด ได้ออกมาเคลื่อนไหวสอดประสานอย่างคึกคักยิ่ง
ทั้งหมดคือสิ่งบอกเหตุว่า การพูดคุยสันติภาพครั้งใหม่กำลังเป็นไปตามเกมที่ฝรั่งหัวแดงอยู่เบื้องหลังในการเดินหมากกล โดยมีบีอาร์เอ็นเป็นเครื่องมือ ซึ่งถ้าคณะพูดคุยของไทย หลงเกม เมื่อไหร่ สถานการณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้จะต้องรุนแรงและมีความสูญเสียมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน.

ที่มา: นสพ.ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 8 ก.พ. 2563
News Code: g:thaipost g:agency g:paper p:tpd v:paperl

Comment
Related