วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

คอลัมน์: จดหมายถึงเดลินิวส์

 16 ก.ย. 2562 06:12 น. | หมวดหมู่ เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

เอก วิภาวดี ake_Vipavadee@dailynews.co.th
ชาวสวนมะพร้าวกลุ้มหนักราคาร่วงเหลือลูกละ 3-5 บาท
เรียน คุณเอก วิภาวดี
กระผมขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกันราคามะพร้าวด้วย เนื่องจากราคาตกเหลือลูกละ 5 บาท ค่าลิง 2 บาท เหลือลูกละ 3 บาท ชาวสวนแบกภาระไม่ไหว ถ้าราคาจริง 10-15 บาท จะพอรับได้ชาวบ้านส่วนใหญ่เดือดร้อนจากปัญหาเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เพราะสินค้าเกษตรตกต่ำ
ด้วยความเคารพอย่างสูง
บือราเฮง ยะลา
ผลผลิตมะพร้าว พื้นที่เพาะปลูกสำคัญส่วนใหญ่จะอยู่ในภาคใต้ โดยจังหวัดที่มีผลผลิตมะพร้าวมากที่สุด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อย่างไรก็ตาม จากกระแสความนิยมในสินค้ามะพร้าวมีเพิ่มขึ้นสูงมากส่งผลให้ความต้องการวัตถุดิบมะพร้าวไปผลิตเพื่อการส่งออกยังคงไม่เพียงพอ ภาครัฐจึงได้อนุญาตให้มีการนำเข้า มะพร้าวจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ช่วงปี 2560 ท่านนายก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังแนะนำให้ชาวปัตตานี ปลูกมะพร้าวแทนยางพารา ซึ่งขณะนั้นราคาของมะพร้าว ที่เกษตรกรขายได้เฉลี่ยในเดือน พ.ย. 2560 มีราคาสูงสุดถึง 27-29 บาทต่อลูก เรียกว่าชาวสวนมะพร้าวยิ้มชื่นหน้าบานกันถ้วนหน้า แต่มาจนถึงทุกวันนี้ มะพร้าวหน้าสวนกลับมีราคา 3-5 บาทต่อลูก
จนมาเมื่อ พ.ค.62 ชาวสวนมะพร้าว เผยอีกว่า รัฐบาลอนุมัตินำเข้ามะพร้าวจากอินโดนีเซีย 186.49 ตัน ตามเงื่อนไข WTOเพื่อ ให้ผู้ประกอบการนำมาผลิตน้ำกะทิ ส่งขายต่างประเทศ มะพร้าวที่ซื้อเข้าเฉลี่ยลูกละ 6 บาทบวกภาษี 54 % โดยโรงงานอุตสาหกรรมอ้างว่าที่ต้องนำเข้าเนื่องจากผลผลิตไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นที่น่าน้อยใจเนื่องจากการนำผลผลิตมะพร้าวเข้ามาเพื่อทุบราคามะพร้าวในประเทศ หวังว่าในยุคของ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ นาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ จะผนึกกำลังกันช่วยเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว ให้รอดจากวิกฤตินี้ไปให้ได้นะครับ
เล่าประสบการณ์ของเด็กวัดที่พบเห็นพระยุ่งเกี่ยวกับเงิน
ถึง คุณเอก วิภาวดี
ผมอ่านคอลัมน์เอก วิภาวดี ของเดลินิวส์ คุณตอบเรื่องที่เขียนมาหาคุณได้ดีมาก ผมเลยลองเขียนมาหาคุณบ้าง ผมเป็นเด็กวัดตั้งแต่อายุ 4 ขวบ พ่อแม่ยากจนเลยส่งมาอยู่กับปู่บวชเป็นพระอยู่วัดบ้านนอก อยู่วัดเรียนหนังสือ กินข้าวฟรี ทุกอย่างฟรีหมด ได้เห็นพระดี ๆ ก็มาก พระที่ไม่ดีก็มาก คุณคงไม่เคยได้ยิน คนเฒ่า คนแก่ เขาพูดว่า เป็นเด็กวัดดี กินข้าวฟรี ห่มผ้าผี จนอายุเกณฑ์ทหาร ผมได้เป็นทหารส่งไปอยู่ธนรัชต์ ปราณบุรี 4 เดือน รุ่นเดียวกับ ชายเมืองสิงห์
ผมจะบอกว่าพระกับสีกามีมานานเพียงแต่จะยอมรับสารภาพ เหมือนพระจูเลียน หรือไม่เท่านั้น จูเลียน เขายอมรับหน้าชื่นตาบาน ไม่โยกโย้ ยึกยัก ไม่เหมือนบางคนไม่ยอมรับ ซ้ำหลอกลวงให้คนศรัทธาเสียอีก สุดท้ายหอบเงินของผู้มีจิตศรัทธาเผ่นไปเสวยสุขในต่างประเทศเสียอีก ชาวต่างชาติ เมื่อเขาผิดเขายอมรับผิด แต่คนไทยผู้เคร่งในศาสนา กลับไม่ยอมรับผิด มีหลายคนไม่เอ่ยชื่อคุณเอกก็รู้ ผมเห็นมามาก พระถ้าไปยุ่งกับเรื่องเงิน เรื่องทอง รับรองพังทุกราย มีเงินก็จะมีสีกามาเกี่ยวข้องทุกราย มีหลวงปู่ หลวงตา อีกหลายองค์ ท่านสร้างสาธารณประโยชน์มากมาย แต่ท่านไม่ยุ่งกับเงิน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกรรมการไป ผิดกับพระบางพวกที่มีเงิน ไปแอบมีเมีย มีลูก สุดท้ายต้องติดคุก มีแต่คนสาปแช่ง
ผมถึงได้บอกว่าพระถ้าจับเงินจับทอง รับรองไปไม่รอด หลวงตามหาบัวมีเงินมีทองช่วยชาติ แต่ท่านไม่จับไม่ถือว่าเป็นของท่าน ปล่อยเป็นเรื่องของกรรมการไป แต่มีชื่อท่านเป็นผู้ให้ผู้มอบ ตอนนี้ผมอายุ 77 แล้ว พบเห็นมาตั้งแต่เป็นเด็กวัด มาจนถึงทุกวันนี้ใครมาขอให้ผมไปเป็นกรรมการวัด ผมไม่เอาเด็ดขาด เพราะเคยไปทำบุญกับภรรยาและลูก บางครั้งมันเห็นตำตา ใครทำอะไรไว้จะได้อย่างนั้นจริงๆนะ เราทำบุญด้วยใจ ส่วนเขาจะเอาไปทำอะไรก็เรื่องของเขา ผมอยากให้พระไทยเหมือนจูเลียน ผิดก็รับผิด ศาสนาไม่เสื่อมไปมากกว่านี้ครับ
สวัสดีคุณเอก
จบ
ท่านผู้อ่านแฟนเดลินิวส์ ผ่านหนาวผ่านร้อนมา 77 ปี เขียนเล่าประสบการณ์ชีวิตที่เป็นเด็กวัดหรืออารามบอย ใช้ชีวิตอยู่กับพระมาจนรู้ตื้นลึกหนาบางเรื่องทุกอย่างในวัด พบเห็นพฤติการณ์ของพระมามากมาย ทั้งเรื่องของสีกา เรื่องของการยุ่งเกี่ยวกับเงิน ท่านฟันธงเลยว่า พระที่ยุ่งเกี่ยวกับเงินมักจะเอาตัวรอดได้ยาก มันเหมือนวังวนที่ดูดให้เข้าไปจนถอนตัวไม่ขึ้น เมื่อดูแลเงินก้อนโตของวัด ก็จะมีสีกาเข้ามาวนเวียนใกล้ชิด สุดท้ายแล้วก็ต้องพังทุกรายไป
สำหรับ พระจูเลียน ดีซิเลต ที่ท่านผู้อ่านกล่าวถึง เป็นชาวแคนาดา มาอยู่เมืองไทยตั้งแต่อายุ 18 ปี ในโครงการนักเรียนแลกเปลี่ยนด้านการทำเกษตรกรรม จากนั้นได้เข้าสู่การเป็นผ้าขาว ถือศีล 8 อยู่ 1 ปี ในที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย เช่น วัดสวนโมกข์ วัดอัมพวัน (จ.สิงห์บุรี) และวัดจอมทอง โดยมีความสนใจในด้านการนั่งวิปัสสนาสมาธิ ก่อนจะตัดสินใจบวชเป็นพระ เพราะอยากศึกษาในพระพุทธศาสนา หลังจากบวชแล้ว พระจูเลียนมาอยู่ที่หมู่บ้านชาวกะเหรี่ยง ที่สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นบริเวณที่ชาวบ้าน แบ่งที่ทำกินสร้างเป็นกุฏิเล็ก ๆ ให้ โดยพระจูเลียนชอบความสันโดษ ชอบความสงบ โดยออกบิณฑบาตสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ฉันอาหารแบบมังสวิรัติ โดยพระจูเลียน ให้เหตุผลในการมาอยู่ในพื้นที่กันดารว่า อยากช่วยเหลือให้ชาวบ้านได้รับอาหารที่ดีและปลอดภัย รวมทั้งอยากช่วยชาวบ้านปลูกพืชผักไว้ใช้ทำกินในพื้นที่
จนมาโด่งดังเป็นที่รู้จักในวงกว้างจากรายการ "คนค้นฅน" ที่ไปทำประวัติความเป็นอยู่จนได้ฉายา "นักบุญแห่งขุนเขา"จนในที่สุดตกเป็นข่าวเสพเมถุนกับสีกา ล่าสุดวันที่ 9 ส.ค.62 เจ้าตัวได้ออกมายอมรับความจริงแล้วว่า "เสพเมถุนจริงตามที่เป็นข่าวและจะเดินทางไปสึกในวันที่ 10 ส.ค. นี้กับพระอุปัชฌาย์" พร้อมกับกล่าวคำขอโทษคนไทยที่ทำให้ศาสนาเสื่อมเสีย เรื่องก็เลยจบลงแบบง่าย ๆ ต่างกับพระดังของไทยอีกหลายรูปที่ตกเป็นข่าวเสพเมถุนฯอย่างชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ.
--จบ--

--เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 17 ก.ย. 2562 (กรอบบ่าย)--
News Code: das arti g:dailynews g:agency g:paper p:dnd v:paperl

Comment
Related