วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ.2561 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

รายงานพิเศษ : วัดคูหาภิมุข หรือวัดหน้าถ้ำ จ.ยะลา แหล่งชุมชนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์

 11 ก.ค. 2561 09:00 น. | หมวดหมู่ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

วัดคูหาภิมุข ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เป็นวัดที่สำคัญของเมืองยะลา มีพิพิธภัณฑ์ศรีวิชัย เก็บวัตถุโบราณที่ได้มาจากวัดถ้ำ ภูเขากำปั่น พระพิมพ์ดินดิบ สถูปเม็ดพระศก อิฐฐานพระพุทธรูปจอมพลแปลก พิบูลสงครามเปลี่ยนชื่อ “วัดหน้าถ้ำ” เป็น “วัดคูหาภิมุข”
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้พระยายะหริ่งมาสร้างเมืองยะลา ตั้งที่ว่าราชการ ณ บ้านท่าสาป ตำบลท่าสาป และสร้างวัดขึ้นที่ริมเขาหน้าถ้ำที่มีพระพุทธไสยาสน์ภายในถ้ำพ.ศ.2472พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีได้เสด็จฯมาประทับแรมที่วัดแห่งนี้ มีพระปรมาภิไธยย่อป.ป.ร.ที่ผาหินภายในถ้ำวัดคูหาภิมุข
ตำบลหน้าถ้ำเคยเป็นแหล่งชุมชนโบราณมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ พบร่องรอยศาสนสถาน เมืองโบราณ ซึ่งเป็นศาสนสถานที่พบเทวรูปสำริด กำแพงเมือง พระพิมพ์ดินดิบแบบทวารวดีศรีวิชัย ภาพเขียนสีพระพทธรูปฉาย ภาพเขียนสีราชรถมีสัตว์เทียม มีอายุราวพุทธศตวรรษที่15 -17ยะลาเป็นชุมชนเกษตร นักโบราณคดีได้พบภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์บริเวณถ้ำคูหาภิมุข เป็นภาพพระพุทธฉายและภาพราชรถแกะสลักไว้บนหน้าผา ภายในบริเวณถ้ำคูหาภิมุขเช่นเดียวกัน
ปัจจุบันวัดคูหาภิมุข หรือวัดถ้ำ ได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ หลังจากสถานการณ์ความรุนแรงได้ลดน้อยลงไปทำให้บรรยากาศของการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นคืนมาอีกครั้ง โดยได้มีนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นชาวมาเลเซียและพี่น้องชาวไทยที่ได้เดินทางมากราบไหว้พระพุทธไสยาสน์ภายในถ้ำ ส่วนด้านการค้าขายพ่อค้าแม่ค้าก็เริ่มที่จะขายได้ดีขึ้น โดยพ่อค้าแม่ค้าที่ขายของภายในสถานที่ท่องเที่ยว ก็ขอให้รัฐบาลได้สนับสนุนประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้รับทราบถึงความสวยงามและความปลอดภัยที่มั่นใจได้ในขณะนี้
นายสิทธา อนันธขาล ผู้ได้รับการฝึกอบรมมัคคุเทศก์ทั่วไป (ต่างประเทศ) รุ่นที่ 1 ที่ได้เดินทางมาท่องเที่ยวและชมวัฒนธรรมของชาวตำบลหน้าถ้ำยะลา ได้กล่าวว่า ในส่วนของสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะวัดคูหาภิมุข หรือวัดถ้ำ ตามที่ชาวบ้านทั่วไปได้เรียกกัน ซึ่งจากการที่ได้เดินทางมาศึกษาและชมสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ตามที่สื่อต่างๆ ได้นำเสนอ แต่เมื่อมาดูด้วยตาตนเองก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ซึ่งหากตนเองกลับไปจังหวัดสตูลหรือที่ใดก็ตาม ก็จะอยากที่จะเชิญชวนให้ทุกคนได้มาท่องเที่ยวกัน โดยเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีสถานที่เที่ยวอีกมากมาย ทั้งในด้านวัฒนธรรม ธรรมชาติ
นายสิทธายังได้กล่าวถึง 13 ชีวิตที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนและได้รับการช่วยเหลือออกมาแล้วนั้นด้วยว่า ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมหน่วยงานทุกหน่วยที่ได้เข้าไปช่วยเหลือตัวน้องๆ
ทั้ง 13 คนก็ขอฝากเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่ได้เข้าช่วยเหลือในครั้งนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกอย่างจะจบลงด้วยดี
ด้าน นางนิสาสรรพกิจแม่ค้าขายของที่วัดคูหาภิมุข กล่าวว่าตนเองเป็นคนหน้าถ้ำมาตั้งแต่เกิด และรักที่นี่มาก อาชีพปัจจุบันก็ยังคงขายอาหารอยู่ที่แห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันนี้สถานการณ์ได้ลดลงไปมากแล้ว ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวบ้าง ต่างกับเมื่อก่อนไม่มีเลย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ พอที่จะขายได้บ้างส่วนเหตุการณ์ช่วงนี้ก็มีบ้าง แต่รวมๆ แล้วก็ดีขึ้น และก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร ก็มาดูแลความปลอดภัยให้อยู่ ทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยว
นางนิสาได้เล่าถึงเมื่ออดีตว่า ที่วัดถ้ำแห่งนี้โดยเฉพาะในถ้ำมืด ได้เคยมีคนติดอยู่ภายในถ้ำเช่นเดียวกัน และติดอยู่นานถึง 7 วัน และอาศัยดื่มน้ำที่ไหลตกลงมาจากโขดหิน ซึ่งเป็นคนมาจากภาคกลางเมื่อสมัยนั้น ปัจจุบันการเข้าไปเที่ยวในถ้ำมืด ก็จะมีเด็กนักเรียนเป็นมัคุเทศน์ คอยพานักท่องเที่ยวเข้าไปชมภายในถ้ำมืด ซึ่งภายในมี สระแก้ว หินเขาช้าง และ อื่นๆ อีกหลายอย่าง ที่สวยงาม สุดท้ายนี้ก็อยากจะขอฝากบอกไปยังรัฐบาลด้วยว่า อยากให้หน่วยงานต่างๆ ได้พานักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวที่วัดแห่งนี้และชาวบ้านในพื้นที่ก็จะได้มีอาชีพขายของได้ด้วย
วีระยุทธ แสงโนรี
ที่มา: http://www.naewna.com

Comment
Related