วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2561 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

กรมชลฯ เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน 15-18 เม.ย.

 14 เม.ย. 2561 18:00 น. | หมวดหมู่ การช่วยเหลือประชาชน
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

กรมชลประทาน เตรียมพร้อมรับมือผลกระทบจากอิทธิพลของพายุฤดูร้อน 15 - 18 เม.ย. นี้
-->นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า จากการคาดหมายพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาช่วงวันที่ 15-18 เม.ย. 2561 จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น ทำให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีฟ้าผ่าและลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยในวันที่ 15 เม.ย. 61 จะมีผลกระทบบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก ช่วงวันที่ 16-17 เม.ย. 61 จะมีผลกระทบบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และในวันที่ 18 เม.ย. 2561 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกจะมีฝนลดลง ส่วนบริเวณภาคเหนือ ภาคใต้ และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองต่อเนื่อง นั้นวันที่ 15-17 เม.ย. ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน กับมีพายุฤดูร้อนขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่
ทั้งนี้กรมฝนหลวงฯ จึงเตรียมพร้อมปฏิบัติการฝนหลวงช่วยเหลือพื้นที่ที่อาจประสบกับสถานการณ์ต่างๆ ดังกล่าวในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์นี้ โดยมอบหมายให้แต่ละศูนย์ปฏิบัติการทั้ง 5 ภูมิภาค ทั้งนี้ให้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดสงขลา ปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่บริเวณทิศตะวันตก ตั้งแต่อำเภอตากใบถึงอำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำให้กับป่าพรุและป้องกันการเกิดไฟป่าในพื้นที่ โดยระดับน้ำผิวดินในพื้นที่ รอบป่าพรุโต๊ะแดง อำเภอสุไหงปาดี ต่ำมาก ซึ่งมีโอกาสเกิดไฟป่าสูง จึงปฏิบัติการฝนหลวงจำนวน 1 เที่ยวบิน ทำให้มีฝนตกเล็กน้อยบริเวณอำเภอสุไหงปาดีและอำเภอเจาะไอร้อง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดงทำให้สามารถช่วยเพิ่มระดับน้ำผิวดินและลดโอกาสการเกิดไฟป่าในพื้นที่ดังกล่าวได้
นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทาน ได้เน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทาน บูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเตรียมรับมือกับสถานการณ์น้ำที่อาจจะเกิดขึ้น จากอิทธิพลของพายุฤดูร้อน ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ของตนอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้ตรวจสอบระบบ อาคารชลประทาน และเครื่องจักร เครื่องมือ ให้สามารถใช้การได้อย่างเต็มศักยภาพ เพื่อช่วยเหลือประชาชนได้ทันต่อเหตุการณ์ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ของตนอย่างใกล้ชิด หรือหากท่านใดต้องการความช่วยเหลือ สามารถประสานไปยังโครงการชลประทานในพื้นที่ของตนได้ตลอดเวลา
ปัจจุบันข้อมูล ณ 13 เม.ย. 2561 สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง มีปริมาณน้ำในอ่างฯ รวมกันทั้งสิ้น 49,450 ล้านลูกบาศก์เมตร( ลบ.ม.) คิดเป็น 65% ของความจุอ่างฯรวมกันทั้งหมด มากกว่าปี 2560 รวม 6,675 ล้าน ลบ.ม. มีปริมาณน้ำใช้การได้ 25,530 ล้านลบ.ม.คิดเป็น 49% (ปี 2560 มีน้ำใช้การได้ 18,800 ล้าน ลบ.ม.) เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก มีปริมาณน้ำรวมกัน 14,634 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 59% ของความจุอ่างฯรวมกัน มีปริมาณน้ำมากกว่าปี 2560 รวม 2,913 ล้าน ลบ.ม. และมีปริมาณน้ำใช้การได้ 7,938 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 44%(ปี 2560 มีน้ำใช้การได้ 5,025 ล้าน ลบ.ม.)ภาพประกอบข่าว
ที่มา: www.posttoday.com

Comment
Related