วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

อนาคต ม.ราชภัฏ...

 10 ก.พ. 2562 05:00 น. | หมวดหมู่ การศึกษา
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

เฉลิมพล พลมุข
การศึกษาเป็นระบบหนึ่งของทุกสังคมประเทศชาติ ที่เชื่อว่าเป็นการยกระดับคุณภาพของชีวิตในประชากรของประเทศนั้นๆ ระบบดังกล่าวต้องเกี่ยวเนื่องกับการวางแผนด้านนโยบายของรัฐบาล กระทรวง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษา บุคลากรที่หลากหลายความรู้ความสามารถและทักษะวิชาชีพ งบประมาณในจำนวนมหาศาลของรัฐบาลที่ต้องทุ่มเทลงไปกับระบบดังกล่าว โดยคาดหวังว่าการศึกษาจักสามารถขับเคลื่อนระบบต่างๆ ของประเทศไปอย่างราบรื่น
ผู้นำของทุกประเทศทั่วโลกภารกิจหลักหนึ่งก็คือการให้การสนับสนุน ติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลต่อคุณภาพของการศึกษาที่รัฐต้องจัดสรรให้กับ ระบบดังกล่าว หลากหลายปัญหาและคำถามที่ เมื่อเกิดปัญหาต่างๆ ของสังคมต่างก็มีคำถามไปยังหน่วยงานการศึกษา สถานศึกษา รวมไปถึงรัฐมนตรีที่ต้องเกี่ยวข้องโดยตรงกับการศึกษาและผู้นำสูงสุดของประเทศที่มิอาจจะปฏิเสธในข้อเท็จจริง
ข้อมูลหนึ่งที่ถูกนำเสนอในสื่อของเมืองไทยเราก็คือ ลำดับการเป็นผู้นำของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้งประเทศโดยนำเสนอสิบลำดับแรกก็คือ อันดับที่ 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และเป็นอันดับที่ 22 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่ 2 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ที่ 3 มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ที่ 4 มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ที่ 5 มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ที่ 6 มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ที่ 7 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ที่ 8 มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ที่ 9 มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และอันดับที่ 10 มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม....(มติชนรายวัน 3 กุมภาพันธ์ 2562 หน้า 1)
มหาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่งก่อกำเนิดมาจากโรงเรียนฝึกหัดครู โรงเรียนการเรือน วิทยาลัยครู สถาบันราชภัฏและมาเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏโดยมีพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547 โดยมีทั้งหมด 70 มาตราได้ประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ.2547 เป็นแบบหรือทางเดินเพื่อไปสู่เป้าหมายสำคัญ
โดยเฉพาะในมาตรา 7 ที่ได้ระบุไว้ว่า "ให้มหาวิทยาลัยเป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ที่เสริมสร้างพลังปัญญาของแผ่นดิน ฟื้นฟู พลังการเรียนรู้ เชิดชูภูมิปัญญาของท้องถิ่น สร้างสรรค์ศิลปวิทยาเพื่อความเจริญก้าวหน้าอย่าง มั่นคงและยั่งยืนของปวงชน มีส่วนร่วมในการจัดการ การบำรุงรักษา การใช้ประโยชน์จากทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพชั้นสูง ทำการสอน วิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม ปรับปรุง ถ่ายทอด และพัฒนาเทคโนโลยี ทะนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ผลิตครูและส่งเสริมวิทยฐานะครู..."
จากวันเวลาที่ผ่านมาเกือบสิบห้าปี ความเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศได้ถูกตั้งคำถามจากสังคมที่หลากหลายปัญหา อาทิ คุณภาพของบัณฑิต ความรู้ความสามารถ ทักษะวิชาชีพ ความเป็นผู้นำของบัณฑิต รวมถึงคุณธรรมจริยธรรมที่พึงประสงค์ของสังคม มิอาจจะรวมไปถึงคำถามที่ตรงไปยังผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการบริหารจัดการนั่นก็คือสภามหาวิทยาลัย มีผู้ที่เป็นผู้นำหลักก็คือนายกสภา กรรมการสภามหาวิทยาลัย และผู้บริหาร มหาวิทยาลัยในระดับต่างๆ อาทิ อธิการบดี รองอธิการบดี ผู้ช่วยอธิการบดี คณบดี หัวหน้าสำนักงานส่วนงานต่างๆ การบริหารงานก็เพื่ออำนวย ความสะดวกให้คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ภาคส่วนต่างๆ ได้ขับเคลื่อนนโยบาย เป้าหมายให้เป็นไปตามพระราช บัญญัติของมหาวิทยาลัยราชภัฏที่ได้ตราไว้
ข้อเท็จจริงหนึ่งที่เราท่านสัมผัสได้รวมถึงในบางท่านอาจจะเข้าถึงได้ก็คือ ระบบการแข่งขันกันในบรรดามหาวิทยาลัยราชภัฏในบริบทของ วัตถุนิยม บริโภคนิยม เงินนิยม ทุนนิยม ประชานิยมและอำนาจนิยม ของผู้บริหารของมหาวิทยาลัยโดยเฉพาะการทำงานที่ต้องเกี่ยวเนื่องกับบุคลากรที่เป็นสมองและปัญญาของประเทศชาติโดยเฉพาะคณาจารย์ส่วนใหญ่ในสัดส่วนที่ความเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยมีในจำนวนมากกว่าข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาอยู่ในทุกมหาวิทยาลัยราชภัฏ...
สภาพของปัญหาหนึ่งในมหาวิทยาลัยราชภัฏที่ถูกนำเสนอในสื่อต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องก็คือระบบธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัย การได้มาของกรรมการสภาบางแห่งที่เรียกว่า "สภาเกาหลัง" การทุจริตคอร์รัปชั่นในการจัดซื้อจัดจ้างก่อสร้างอาคาร การปลอมวุฒิการศึกษาเพื่อสมัครเข้าเป็นคณาจารย์ การลอกผลงานเพื่อให้ได้ตำแหน่งทางวิชาการ ปัญหาชู้สาวกับผู้เรียน การเรียกร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บริหารมหาวิทยาลัยรวมไปถึงการฟ้องร้องต่อศาลปกครองที่มีคดีความอยู่ในจำนวนมาก พฤติการณ์ดังกล่าวก็เกี่ยวเนื่องกับอำนาจหน้าที่และผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องจนเป็นเหตุให้คณาจารย์ระดับปริญญาเอกแห่งหนึ่งต้องใช้วิธีการรุนแรงด้วยอาวุธปืนฆ่ากันตายเมื่อไม่นานมานี้ นำมาซึ่งความสูญเสียและเป็นคำถามที่มาจากสังคมที่ว่า ผู้ที่มีปัญญาความรู้จะใช้การตัดสินปัญหาด้วย วิธีการดังกล่าวเป็นสิ่งที่ชอบด้วยหรือไม่...
สภาพการณ์หนึ่งที่ลุกลามไปยังระบบการศึกษาในภาพรวมก็คือ จำนวนของประชากรเด็กที่เกิดใหม่ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในทุกๆ ระดับ โรงเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานหลายโรงเรียนเด็กนักเรียนลดลง ต้องยุบรวมห้อง อาจจะรวมไปถึงปัญหาการยุบรวมโรงเรียน ส่งผลให้ผู้ที่ต้องเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยราชภัฏต้องได้รับผลกระทบโดยตรงไปด้วย บางสาขาโปรแกรมไม่มีนักศึกษาเข้าเรียน คณาจารย์ของมหาวิทยาลัยต้องเป็นฝ่ายรุกการตลาดเพื่อชักชวนชี้นำและอนาคตของชีวิตที่จะชักพาเขาเหล่านั้นในการเพิ่มยอด จำนวนของผู้เข้าเรียน
ระบบการบริหารจัดการของมหาวิทยาลัยราชภัฏหลายแห่งมีกลยุทธ์ในการตลาดพร้อมทั้งคุณภาพชีวิตทางการศึกษา อาทิ เปิดโรงเรียนสาธิตปฐมวัย ประถมศึกษา มัธยมศึกษา เปิดการศึกษาภาคพิเศษที่ต้องเรียนในวันเสาร์-อาทิตย์ เปิดการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ให้มีตลาดนัดขายสินค้าภายในมหาวิทยาลัย มีธุรกิจโรงแรม ร้านสะดวกซื้อ สนามกอล์ฟ การจัดประชุมสัมมนาและรายได้อื่นๆ ที่ คาดว่าจะนำมาซึ่งความอยู่รอดในการบริหารจัดการ...
การจัดอันดับของมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยในเมืองไทยเราและมหาวิทยาลัยระดับโลก ของ Ranking Web of University คงจะนำมาซึ่งคำถามและการแสวงหาคำตอบทั้งจากผู้บริหารของมหาวิทยาลัยและผู้นำของรัฐบาลที่ต้องรับผิดชอบต่อระบบการศึกษาของประชากรในชาติในภาพรวม คุณภาพของเด็กไทยคงจะมิใช่การวัดในระดับที่ผู้นำของรัฐบาลได้ลงพื้นที่แล้วมีเด็กคนหนึ่งสามารถสื่อสารภาษาต่างประเทศได้ในเวลาอันสั้นเท่านั้น ใน ภาพกว้างของระดับคุณภาพของการศึกษาเด็กไทยเรา เมื่อมีการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานหรือที่เรียกว่าโอเน็ต ทำให้เห็นถึงระบบในความไม่เท่าเทียมกันทางการศึกษา วิชาหลักอาทิ ภาษาไทย สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ ผลสอบได้คะแนนต่ำกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของทุกวิชา...
ระบบการศึกษาดังกล่าวย่อมส่งผลต่อในการศึกษาระดับสูงขึ้นไปในข้อเท็จจริงหนึ่ง ผู้เรียนบางคนมีแนวคิดที่ว่าการเรียนมิได้มีความสำคัญต่อชีวิตมากนัก บางคนจบปริญญาแต่เมื่อไปสมัครงาน หน่วยงานบางแห่งขอปรับระดับเงินเดือนที่ต่ำกว่าปริญญา ขณะที่กำลังเรียนระดับปริญญาบางคนมิได้ใส่ใจต่อการเรียนหวังเพียงเกรดหรือคะแนนที่ตนจะได้รับ บางคนเขียนไม่ได้ อ่านไม่ออก วิเคราะห์ไม่เป็น
ขณะเดียวกันบางคนก็อาจจะสร้างปัญหาให้กับสังคม อาทิ สูบบุหรี่ไฟฟ้า ยาเสพติด ไม่เคารพ กฎระเบียบวินัย มีชีวิตคู่เป็นผัวเมียนักศึกษา ถูกให้ออกจากระบบการศึกษา และเป็นยุวอาชญากรรมที่ต้องคดีอยู่ในทัณฑสถานเรือนจำอยู่ทั่วประเทศ
ในจำนวนของผู้เรียนจำนวนมากก็ย่อมมีนักศึกษาบางคนที่รู้จักตนเอง มีความใฝ่ฝันในชีวิตที่ดี มีความอดทนมุ่งมั่น ขยัน รับผิดชอบทั้งต่อการเรียนและการใช้ชีวิต บางคนต้องทำงานล่วงเวลาในร้านสะดวกซื้อและในห้างสรรพสินค้า เปิดหมวกเล่นดนตรี ทำงานพิเศษอย่างอื่นที่มิได้ผิดต่อกฎหมายของบ้านเมืองเพื่อส่งต่ออนาคตของตนเองในวัน ข้างหน้า สัดส่วนของนักศึกษากลุ่มนี้ยังเป็นที่หวังอนาคตและชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย
การปรับเปลี่ยนภาระและความรับผิดชอบจากกระทรวงศึกษาธิการไปเป็นกระทรวงใหม่ ที่คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบไปเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2561 โดยให้ใช้ชื่อว่า กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ สภาวิจัยและนวัตกรรม โดยยุบรวมสี่หน่วยงานเข้าด้วยกัน อาทิ กระทรวงวิทยาศาสตร์ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยคาดหวังว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมในการแข่งขันในศตวรรษที่ 21 และนโยบายไทยแลนด์ 4.0
มโนคติของผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏบางแห่งในอดีตที่ตนเคยมีอำนาจหน้าที่ในหน่วยงานราชการ มีวิถีชีวิตในระบบราชการมาเป็นเวลานานเมื่อวันเวลาผ่านไปมาถึงยุคปัจจุบันนี้ ความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง รัฐบาล ความก้าวหน้าของระบบเทคโนโลยีรวมถึงระบบความเชื่อ ความคิด ความรู้ทั้งของคณาจารย์และบุคลากรรุ่นใหม่ที่ดูเสมือนจะเป็นไม้เบื่อไม้เมาสำหรับผู้บริหาร เขาเหล่านั้นบางคนได้มีประสบการณ์ผ่านงานในระบบบริษัท ธุรกิจเอกชนมาก่อนเมื่อเข้าสู่ระบบงานของมหาวิทยาลัยที่เรียกว่าท้องถิ่นชุมชน มีภาระงานหน้าที่ต้องรับ ผิดชอบ มีการประเมินผลงานด้วยเงื่อนไขการต่อสัญญาจ้าง ยังคงวนเวียนอยู่ในสภาพปัญหาของความเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยในอุดมศึกษา...
ทิศทางอนาคตของมหาวิทยาลัยราชภัฏในภายภาคหน้าจักเป็นเช่นไร เราท่านพอจะมองออกจากระบบการบริหารจัดการของผู้บริหารที่ต้องมีวิสัยทัศน์ที่ยาวไกล มองเห็นถึงประโยชน์ของมหาวิทยาลัย ทั้งคุณภาพของบัณฑิตและภารกิจตามกฎหมาย พระราชบัญญัติที่ได้กำหนดไว้มากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง หากผู้บริหารบางคนมีเจตนาหรือพฤติกรรมแฝงในทางที่มิควรหรือมิชอบด้วยกฎหมาย จริยธรรมคุณธรรม การลงโทษในทางกฎหมายอาจจะยังมาไม่ถึงแต่ด้วยผลของการกระทำ หลายรายเจ็บป่วยด้วยโรคที่มิอาจจะรักษาหายหรือเรียกว่าโรคเวรโรคกรรม...
พระราชบัญญัติของมหาวิทยาลัยเกิดขึ้นใน รัชสมัยรัชกาลที่ 9 เมื่อมาถึงปัจจุบันในหลวงรัชกาลที่ 10 พระองค์ท่านได้เสด็จฯไปพระราชทานปริญญาบัตรให้แก่เหล่าบรรดาบัณฑิตของมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศอย่างเสมอมา สิ่งหนึ่งที่พระองค์ท่านได้ย้ำเตือนต่อผู้บริหารและมอบพระบรมราโชบายต่อผู้บริหารมหาวิทยาลัยบ่อยครั้งก็คือ
"...ให้แนะนำมหาวิทยาลัยราชภัฏ ทำงานให้เข้าเป้าในการยกระดับการศึกษาและพัฒนา ท้องถิ่นในท้องที่ตน..." หรืออาจจะเรียกว่า พันธกิจ สัมพันธ์กับการรับใช้สังคม ทำให้เราท่านคนของพระราชา ข้าของแผ่นดินได้นำใส่เกล้าแล้วนำไปสู่การปฏิบัติเพื่อไปสู่เป้าหมายของแผ่นดินดีแล้วหรือไม่...
--จบ--

--มติชน ฉบับวันที่ 11 ก.พ. 2562 (กรอบบ่าย)--
News Code: das gen g:matichon g:agency g:paper g:mati p:mtcd v:paperl

Comment
Related