วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ.2561 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

ปลัดแจ้งจับ22ราย รับเงินแก้'ตกเขียว' 'หมอธี'สั่งรื้อระบบกองทุน ปปท.ชี้โกงไร้ที่พึ่งพุ่ง44จว. สอบ'ครูนครพนม'ล็อบบี้

 13 มี.ค. 2561 03:00 น. | หมวดหมู่ การเมือง
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

ป.ป.ท.เผยทุจริตเงินศูนย์ไร้ที่พึ่ง 44 จังหวัด คิดเป็นร้อยละ 80 ของงบประมาณ ตั้งสอบแล้ว ผอ.หนุนทุจริตที่นครพนม
เผยทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง44จว.
จากกรณี น.ส.ปณิตา ยศปัญญา อายุ 23 ปี นิสิตคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) หรือ "น้องแบม" ออกมาเปิดเผยข้อมูลและพฤติกรรมของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ทุจริตเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้าตรวจสอบพบความผิดปกติ จนนำไปสู่การตรวจสอบศูนย์คนไร้ที่พึ่งในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 12 มีนาคม พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตเบิกจ่ายงบประมาณของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ทั้ง 15 ชุดที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ ได้รายงานเข้ามาอย่างเป็นทางการแล้ว ก่อนหน้านี้พบศูนย์ที่พฤติกรรมทุจริต 24 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ขอนแก่น (บอร์ด ป.ป.ท.อนุมัติไต่สวนล็อต 1 จำนวน 2 จังหวัด) บึงกาฬ หนองคาย น่าน ตราด สุราษฎร์ธานี (บอร์ด ป.ป.ท.อนุมัติไต่สวนล็อต 2 จำนวน 5 จังหวัด) สระแก้ว อุดรธานี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา กระบี่ ตรัง ร้อยเอ็ด ยะลา พัทลุง ชุมพร สุรินทร์ อ่างทอง พิษณุโลก ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สงขลา และนราธิวาส ล่าสุดในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาพบศูน์มีพฤติกรรมทุจริตเพิ่มอีก 20 จังหวัด คือ มหาสารคาม ลำพูน นครราชสีมา อำนาจเจริญ ยโสธร อุบลราชธานี นครพนม กาฬสินธุ์ พิจิตร ราชบุรี นครปฐม มุกดาหาร ลำปาง เชียงราย แม่ฮ่องสอน ตาก อุทัยธานี สตูล ลพบุรี และหนองบัวลำภู
คาด31พ.ค.ตรวจสอบเสร็จ
พ.ต.ท.วันนพกล่าวอีกว่า รวมที่พบทุจริตแล้ว 44 จังหวัด จากทั้งหมด 76 จังหวัด มีงบประมาณทั้งหมด 123,159,000 บาท ซึ่ง 44 ศูนย์ที่พบทุจริตมีงบประมาณ 97,842,000 บาท หรือประมาณ 80% ส่วนที่เหลืออีก 32 จังหวัด งบประมาณ 25,317,000 บาท หรือประมาณ 20% ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท.ได้ขอคณะกรรมการ หรือบอร์ด ป.ป.ท. อนุมัติการไต่สวนไปแล้ว ล็อตแรก 2 จังหวัด คือ เชียงใหม่ และขอนแก่น ส่วนบอร์ดอนุมัติการไต่สวนล็อตสอง 5 จังหวัด คือ บึงกาฬ หนองคาย น่าน ตราด และสุราษฎร์ธานี ส่วนจังหวัดที่เหลือ เจ้าหน้าที่จะเร่งตรวจสอบให้เสร็จภายใน 31 พ.ค.นี้ หากจังหวัดไหนข้อมูลในการตรวจสอบหลักฐานครบ หรือเสร็จก่อน จะนำเข้าบอร์ด ป.ป.ท.ขออนุมัติการไต่สวน เพื่อดำเนินตามขั้นตอน กฎหมายต่อไป
กระบี่ตรวจพบทุจริตกว่า20ราย
ที่ จ.กระบี่ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. จ.กระบี่ ตรวจสอบการเบิกจ่ายเอกสารการเบิกจ่ายงบประมาณโครงการ พัฒนาศักยภาพผู้ยากไร้และการให้ความช่วยเหลือ โดยพบผู้พิการรายหนึ่ง ชื่อนางสงวน ไพนุศิลป์ อายุ 66 ปี ชาว ต.คลองท่อมใต้ อ.คลองท่อม เป็นผู้พิการ มีความเป็นอยู่ลำบาก ไม่มีรายได้ โดยนางสงวนมีชื่อรับเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้และไร้ที่พึ่ง จากศูนย์ช่วยคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดกระบี่ 3,000 บาท แต่ไม่ได้รับเงินดังกล่าว นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สุ่มตรวจรายชื่อผู้รับเงิน ในพื้นที่ อ.เขาพนม อ.คลองท่อม และ อ.ลำทับ พบมีประชาชน ผู้ยากไร้ ผู้มีรายได้น้อย ผู้พิการ พนักงานบริษัทเอกชน ไม่เข้าหลักเกณฑ์ได้รับเงินสงเคราะห์ บางรายได้รับเงินช่วยเหลือไม่ครบตามจำนวน ที่ระบุไว้ 3,000 บาท แต่ได้รับเงิน 1,000-2,000 บาท และไม่ได้รับเงินเลย รวมกว่า 20 ราย
เจ้าหน้าที่กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารการรับเงิน พบความผิดปกติหลายอย่าง เช่น การปลอมแปลงลายมือชื่อ ลงชื่อรับเงิน และมีการนำเอกสาร ทะเบียนราษฎร เป็นหลักฐานการรับเงิน มีผู้เสียหายแล้วกว่า 20 ราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ เอกสาร หลักฐาน การรับเงิน ทั้งจำนวน 672 ราย รวมงบประมาณ 1,519,000 บาท เพื่อเสนอต่อคณะอนุกรรมการไต่สวน เพื่อลงพื้นที่ไต่สวนข้อเท็จจริง ผู้เกี่ยวข้องภายในสัปดาห์หน้า
ตั้งสอบผอ.หนุนทุจริตเงินคนจน
ที่ จ.นครพนม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี ป.ป.ท.ตรวจพบการทุจริตเบิกจ่ายเงินของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.นครพนม โดยมีชาวบ้านผู้เสียหายกว่า 500 ราย ที่มีการเบิกจ่ายเงินรวมทั้ง 12 อำเภอ เป็นเงินกว่า 1.7 แสนบาท ทั้งนี้มีหลักฐานคลิปวิดีโอและเสียงที่ชาวบ้านบันทึกไว้ กรณีมีผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ออกมาหารือชาวบ้านเพื่อให้ชาวบ้านช่วยปกปิดข้อมูล ซึ่งให้ยืนยันว่ามีการรับเงินครบตามกำหนด ซึ่งทาง ป.ป.ท.จะนำไปประกอบการดำเนินคดีในฐานความผิดให้การสนับสนุนการทุจริต ล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.นครพนม เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกับนางสุคลธ์ ศรีสงคราม ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง แต่ไม่พบ มีเพียง เจ้าหน้าที่ยังทำงานปกติ โดยให้ข้อมูลว่า ผอ.ศูนย์ไปราชการที่ศาลากลางจังหวัดนครพนม
ด้านนายประสงค์ สุภา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเขต 2 นครพนม เปิดเผยว่า หลังมีข่าวชาวบ้านถ่ายคลิปผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในการสนับสนุนการทุจริตของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.นครพนม เบื้องต้นได้พูดคุยสอบถามไปยังเจ้าตัว ทราบว่าไม่มีเจตนา แต่เป็นการพูดคุยหารือกับชาวบ้านเพื่อแก้ปัญหา อย่างไรก็ตามจะตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง หากพบว่าเข้าข่ายความผิดจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอาผิดทางวินัย แต่หากไม่เข้าข่ายความผิดถือว่ายุติจะดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเร่งด่วน ที่ผ่านมายืนยันผู้บริหารโรงเรียนดังกล่าวไม่เคยมีปัญหาในการทำงาน และเป็นโรงเรียนตัวอย่างด้วย ต้องรอผลการสืบข้อเท็จจริง
ไม่สรุปสอบอาจารย์'น้องแบม'
ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) จ.มหาสารคาม เป็นวันครบกำหนดการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของทาง มมส ที่ทางสภาคณาจารย์ มมส ให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ประกอบด้วย 1.อาจารย์ของหลักสูตรได้มีการร่วมกันปกปิดการปลอมแปลงเอกสารเบิกเงินซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือไม่ 2.เหตุใดอาจารย์จึงไม่ให้นิสิตดำเนินการแจ้งความเพื่อเป็นการป้องกันนิสิต ซึ่งจะเป็นผลดีต่อนิสิตในภายหลังหากว่ามีการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด แต่กลับนำนิสิตไปไกล่เกลี่ย และมีการบังคับข่มขืนใจให้นิสิตก้มกราบผู้กระทำผิดหรือไม่ 3.มีการใช้มือฟาดนิสิตหรือไม่ และหากมี อาจารย์คนดังกล่าวทำผิดจรรยาบรรณหรือไม่ 4.การเรียกนิสิตมาสอบสวนและกระบวนการสอบสวนโดยคณะ ใช้อำนาจถูกต้องหรือไม่ ให้ความเป็นธรรมกับนิสิตหรือไม่ และมีการละเมิดสิทธิของนิสิต หรือคุกคามนิสิตหรือไม่ 5.เหตุใดต้องมีการห้ามแชร์ข่าว และการห้ามนิสิตแชร์ข่าว แต่ให้นิสิตบางกลุ่มโพสต์ข้อความในเชิงโจมตีนิสิต เป็นการละเมิดสิทธิของนิสิตหรือไม่ และเป็นการปฏิบัติ 2 มาตรฐานหรือไม่ 6.ให้มีกลไกในการคุ้มครองนิสิต เนื่องจากกำลังศึกษาชั้นปีที่ 4 ขณะที่อาจารย์คู่กรณีเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาการทำพัฒนานิพนธ์ ประธานและกรรมการหลักสูตร และเป็นหัวหน้าภาควิชา ที่มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาผลการเรียน อีกทั้งป้องกันไม่ให้อาจารย์ใช้อำนาจหน้าที่ละเมิดสิทธินิสิต
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้การดำเนินการสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในวันนี้จะมีการประชุมสรุปผล แต่ต้องดูในรายละเอียดอีกครั้ง หากว่าอาจารย์ผิดในเรื่องของจรรยาบรรณก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการอีกชุดขึ้นมาตรวจสอบว่าผิดจริงหรือไม่ หากผิดวินัยจะผิดขั้นไหน ซึ่งขณะนี้ผลการสอบยังไม่ชัดเจน
ศธ.พบ22บัญชีเป็นญาติพี่น้อง
สำหรับความคืบหน้ากรณีตรวจพบการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยมีการโอนเงินเข้าบัญชีของบุคคลอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่ปี 2551-2561 เป็นเงินรวมกว่า 88 ล้านบาทนั้น ล่าสุด นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ.ได้รายงานความคืบหน้าการตรวจสอบบัญชีที่มีการโอนเงินกองทุนเข้าหน่วยงาน และบัญชีบุคคล พบว่าเป็นบัญชีบุคคล 22 บัญชี ซึ่งเป็นญาติพี่น้องกัน เพราะใช้นามสกุลเดียวกัน จึงได้กำชับให้แจ้งสถานศึกษาที่ต้องได้รับเงินไปแจ้งความ เพราะถือว่ามีการยักยอกทรัพย์ รวมถึงกำชับให้ปลัด ศธ.และคณะกรรมการกองทุนเสมาพัฒนาชีวิตไปแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่เช่นเดียวกัน เพราะถือว่าเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลเท็จแก่คณะกรรมการกองทุน โดยการนำบัญชีของญาติพี่น้องมาใส่ แอบอ้างว่าเป็นบัญชีของสถานศึกษาในการขออนุมัติ เงินกองทุนจากคณะกรรมการกองทุน
นพ.ธีระเกียรติกล่าวต่อว่า กรณีข้าราชการซี 8 สารภาพว่าทำเรื่องนี้คนเดียวนั้น แต่กระบวนการสืบสวนข้อเท็จจริงได้เดินหน้าตรวจสอบเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบกองทุนทั้ง 5 รายอย่างเข้มข้น ทราบว่าขณะนี้ 1 ใน 5 ราย ไม่มาทำงาน ก็ได้สั่งการให้ปลัด ศธ.ไปติดตาม โดยให้ตรวจสอบเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด คาดว่าใช้เวลาไม่นาน เพราะข้อมูลต่างๆ มีอยู่แล้ว ไม่เกิน 1-2 เดือนจะได้ข้อสรุปทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับความเสียหาย และการเอาผิดทางละเมิดกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ส่วนการอายัดทรัพย์เจ้าของบัญชีต่างๆ เป็นอำนาจของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งได้ประสานไปเรียบร้อยแล้ว
พบอีกจ่ายเงินซ้ำซ้อน
นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า ไม่มีเป้าหมายจะยกเลิกกองทุนเสมาฯ แต่จะพิจารณาว่าวัตถุประสงค์ของกองทุนเสมาฯ สอดคล้องกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เสนอเพื่อใช้ในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาหรือไม่ หากสอดคล้องกัน ก็ยินดียกเงินกองทุนเสมาฯ ไปให้กองทุนเพื่อความเสมอภาคฯ บริหารจัดการแทน ศธ.นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ ปลัด ศธ.แจ้งไปยังผู้บริหารทุกองค์กรหลักของ ศธ.ไปตรวจสอบเงินที่จ่ายจากส่วนกลางไปยังสถานศึกษาและเด็ก ว่ามีกองทุนอะไรบ้าง และเป็นเงินในส่วนใด ซึ่ง ศธ.มีกองทุนอยู่หลายกองทุน เช่น กองทุนการศึกษาเพื่อคนพิการ กองทุนเทคโนโลยีทางการศึกษา และยังมีเงินอุดหนุนรายหัวการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอีก
"ทั้งนี้ ในส่วนของเงินอุดหนุนค่าใช้จ่ายรายหัว ซึ่งต้องดำเนินการตรวจสอบ และไม่ใช่มีแค่ทุจริตอย่างเดียว ยังมีการจ่ายเงินอุดหนุนซ้ำซ้อน ซึ่งสำนักงานปลัด ศธ.ได้เปิดเผยตัวเลขว่ามีการจ่ายเงินอุดหนุนรายหัวซ้ำซ้อนแสนกว่าคน แม้ข้อมูลที่บอกมาจะเป็นแค่การซ้ำซ้อน ยังไม่ใช่การทุจริต แต่มีโอกาสเป็นไปได้ว่าในเรื่องการซ้ำซ้อนนั้น อาจมีการทุจริตด้วย โดยจะกำชับอีกครั้งในการประชุมผู้บริหารองค์กรหลัก ศธ.ในวันที่ 13 มีนาคม เพราะเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ของ ศธ." นพ.ธีระเกียรติกล่าว
เล็งปรับปรุงรื้อระบบใหม่หมด
ผู้สื่อข่าวถามว่า การทุจริตครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงกว่าซี 8 เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งได้สั่งการให้ปลัด ศธ.ลงไปดูในรายละเอียด ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงผู้บังคับบัญชา ทั้งหัวหน้างาน ซึ่งเป็นคนนำบัญชีมาเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกองทุน มีส่วนรับรู้ด้วยหรือไม่ หรือว่าถูกหลอกไปด้วยกัน ต้องรอให้คณะกรรมการสืบสวนแกะรอย เพื่อให้ได้ข้อมูล 100% เรื่องนี้ไม่มีมวยล้มแน่นอน
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ทำไมถึงปล่อยให้มีการทุจริตต่อเนื่องนานถึง 10 ปี นพ.ธีระเกียรติกล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบ ที่ผ่านมาเมื่อปลายทางได้รับเงิน แต่ไม่มีระบบแจ้งกลับมา หากเด็กไม่ได้รับเงินก็สอบถามมาที่เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ เมื่อผู้รับผิดชอบรู้ว่ามีการร้องเรียนเข้า มา ก็โอนเงินไป เรื่องก็เลยจบ กลายเป็นกล่าว อ้างว่าการดำเนินงานล่าช้า ทั้งๆ ที่ความจริงเป็นการหมุนเงินมาคืน จากจุดนี้จะต้องมาวางระบบ ปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ซึ่งตนก็ข้องใจเช่นกัน และจะตรวจสอบระบบการโอนเงิน ว่าทำไมเจ้าหน้าที่คนหนึ่งจึงสามารถโอนเงินได้มากขนาดนี้ โดยที่ไม่มีระบบตรวจสอบเลย
"ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นหมักหมมมานานเป็น 10 ปี ผมว่าบ้านเราต้องมีระบบที่ดีกว่านี้ในการตรวจสอบปัญหาอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ว่าระบบจะดีอย่างไร คนก็ต้องดีด้วย ถ้าคนมีปัญหา เราก็ต้องจับได้เร็ว อย่างไรก็ตาม การพบทุจริตในครั้งนี้ ถือว่าเป็นเรื่องดีในแง่มาตรการที่จะปราบปราม และป้องกันไม่ให้เกิดในอนาคต ซึ่งจะส่งผลให้หลายหน่วยงานมีมาตรการในการตรวจสอบที่กระชับขึ้น" นพ.ธีระเกียรติกล่าว
สั่งตั้งกก.สอบเอี่ยวเงินคนจน
นพ.ธีระเกียรติกล่าวถึงกรณีที่ ป.ป.ท.เผยแพร่คลิปผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครพนม จ้างชาวบ้านเซ็นชื่อรับเงินแค่ 50 บาท แต่เอาไปเบิก 5,000 บาท ในการรับเงินอุดหนุนสงเคราะห์ผู้ยากไร้ ว่า เรื่องนี้ต้องรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบก่อน หากพบว่ามีมูลจริงตามที่กล่าวหา หน่วยงานต้นสังกัดอย่าง สพฐ.จะต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัย สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจะต้องพิจารณาเรื่องใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ขณะเดียวกันยังต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งป.ป.ท. และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ด้วย
ปลัดแจ้งจับ22รายโกงเงิน
นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัด ศธ.กล่าวว่า ได้เชิญรองปลัด ศธ. เจ้าหน้าที่นิติกร และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือถึงแนวทางการตรวจสอบข้อมูลการทุจริตเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ซึ่งพบว่ามีบัญชีบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 22 ราย โดยวันที่ 13 มีนาคมนี้จะไปแจ้งความที่ สน.ดุสิต กล่าวหาในฐานะผู้สนับสนุนมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ในฐานะเป็นผู้รับโอนเงินจากสำนักปลัด ศธ.
"ก่อนหน้านี่สำนักปลัด ศธ.ได้ไปแจ้งความข้าราชการระดับ (ซี) 8 ที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าว และให้การสารภาพว่าทำการทุจริตจริง ในข้อกล่าวหารับรองเอกสารเป็นเท็จหลอกลวงสำนักงานปลัด ศธ.เพื่อให้โอนเงินและนำเงินไปใช้เป็นการส่วนตัวโดยการทุจริต ส่วนอีก 4 รายอยู่ระหว่างการตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยเรื่องนี้จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด" นายการุณกล่าว--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

Comment
Related