วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ.2564 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

รายงานพิเศษ: จับตา'ไอซีอาร์ซี'ภายใต้บริบท'ศอ.บต.' หรือ'พญาอินทรี'จะกลายเป็น'นกกระจอกเทศ'

 24 ก.ค. 2564 02:19 น. | หมวดหมู่ การเมือง
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

หลังยุทธการ 6 วันในการปิดล้อม ป่าสาคู ที่ ต.กะดุนง อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี โดยที่ ทหาร-ตำรวจ สามารถ เด็ดชีพ กลุ่ม แนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกบีอาร์เอ็นได้ 2 ศพ และการเสียชีวิตและบาดเจ็บของ ทหาร-ตำรวจ จำนวนหนึ่งจากระเบิดแสวงเครื่องที่ แนวร่วม วาง กับดัก ที่ ต.กะดุนง อ.ยะหริ่ง และที่บ้านลางา ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา หลังจากนั้นสถานการณ์ความรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและแนวร่วมก็สงบเงียบเป็นเวลา 1 สัปดาห์
แต่...เจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ โดยเฉพาะชุด ชป.จรยุทธ์ ในแต่ละพื้นที่ก็ยังต้องปฏิบัติการ เชิงรุก ตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องสงสัยในพื้นที่เป้าหมาย เนื่องจากหน่วยข่าวในพื้นที่ยังมีการเตือนว่า พบความเคลื่อนไหวของ แนวร่วม โดยมีข่าวทางลับว่าจะมีการก่อเหตุร้ายในเดือนสิงหาคมที่จะถึง
นั่นหมายความว่า นอกจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่จะต้องออกปฏิบัติการป้องกันการระบาดของ โควิด-19 อย่างเข้มข้นในการตั้งด่าน บล็อกเส้นทางเข้า-ออก เพื่อมิให้มีการเดินทางของประชาชนในช่วงเวลาที่มี เคอร์ฟิว และตั้งด่านที่เป็นการ คัดกรอง ป้องกันการระบาดของ โควิด-19 แล้วยังต้องระมัดระวังป้องกันการปฏิบัติการของ แนวร่วม ต่อ เป้าหมาย ที่ การข่าว ไม่เคยมีความชัดเจนว่า แนวร่วม จะปฏิบัติการจุดไหนของพื้นที่ เพราะตลอดเวลา 17 ปีที่ผ่านมา งานการข่าวในพื้นที่มีเพียงการเตือนแบบกว้างๆ ว่าจะมีการก่อเหตุโดยแนวร่วมกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ แต่ไม่มีข่าว เชิงลึก ที่ชัดเจนว่าเป้าหมายของการก่อเหตุคืออะไร เช่น ฐานปฏิบัติการ, จุดตรวจ หรือเจ้าหน้าที่ซึ่งออกปฏิบัติการลาดตระเวน
นี่คือความยากลำบากของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ที่วันนี้ต้องปฏิบัติหน้าที่ทั้งการป้องกันเหตุก่อความไม่สงบจาก แนวร่วม ที่ไม่ยอมหยุดพัก ทั้งที่มีสงคราม โรคระบาด และในขณะเดียวกัน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ก็ต้องรับมือกับความเดือดร้อนความทุกข์ยากของประชาชน ที่เดือดร้อนทุกข์ใจกับ สงครามเชื้อโรค เช่น เกษตรกรที่ขายผลผลิตไม่ได้เพราะการ ล็อกดาวน์ จังหวัด จนทหารต้องรับซื้อทุเรียนจากเจ้าของสวนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน อย่างใน จ.นราธิวาส ที่ ผบ.ฉก.นราธิวาสต้องนำกำลังพลไปรับซื้อผลผลิตทางการเกษตร เพื่อนำไปแจกจ่ายผู้เดือดร้อนในหมู่บ้านตำบลต่างๆ
ไม่แตกต่างกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่ ณ วันนี้ต้องทำหน้าที่เป็นเหมือนกรมจัดหางาน เพื่อหางานให้คนตกงานที่เดินทางกลับจากมาเลเซีย ต้องทำหน้าที่จัดฝึกอบรมอาชีพใหม่ให้คนตกงานเพื่อให้เป็นแรงงานฝีมือ รับซื้อผลผลิตทางการเกษตรเพื่อเป็นการ ต่อลมหายใจ ให้กลุ่มเกษตรกร จัดหาข้าวปลาอาหาร ช่วยเหลือผู้ที่ช่วยตนเองไม่ได้ซึ่งมีอยู่มากมายในพื้นที่ของ 3 จังหวัด และการออกเยี่ยมเยือนเพื่อเป็นการให้ กำลังใจ ทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐ ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ ตำรวจ ทหาร พลเรือน ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการ สู้รบตบมือ กับสงครามโรคระบาดในครั้งนี้
ซึ่งต้องชื่นชมทั้ง พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 และ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ที่มีการปฏิบัติการอย่าง ฉับไว แม้ว่าจะเป็นการ สู้รบ ท่ามกลางความ ขาดแคลน งบประมาณที่มีน้อยกว่า ปัญหา ที่ มหึมา ในพื้นที่
แต่...ในท่ามกลางปัญหาภายในที่เกิดจาก สงครามเชื้อโรค และ สงครามแบ่งแยกดินแดน ที่ทั้ง 2 หน่วยงาน ผจญ อยู่ ก็ยังมี สงครามจากนอกประเทศ ที่ยังไม่ยอมเลิกรา ยังมีความพยายามในการเข้ามา แทรกแซง ปัญหาภายในประเทศ เพื่อขยายไปสู่ สากล เพื่อสร้างสถานการณ์ให้ ประเทศมหาอำนาจ เข้ามา แทรกแซง และเป็น ตัวกลาง ในการแก้ปัญหา ไฟใต้ ให้ได้
บทบาทของ เอ็นจีโอต่างชาติ ที่เรียกชื่อย่อว่า เจนีวาคอล คนในพื้นที่ซึ่งเป็นประชาชนทั่วไป และหน่วยงานราชการที่ไม่ใช่หน่วยงาน การข่าว อาจจะไม่เห็นบทบาทของ เจนีวาคอล ว่าเป็นผู้ที่ ชักใย อยู่เบื้องหลังของ ไฟใต้ อย่างไร และเป็นผู้ กำกับการแสดง ของ บีอาร์เอ็น อย่างไร เพราะเป็นการปฏิบัติการอยู่ในต่างประเทศ มีการเดินทางเข้ามาในพื้นที่ของ 3 จังหวัด ซึ่งก็เป็นไปอย่าง ผลุบๆ โผล่ๆ หน่วยงานหรือบุคคลที่ไม่ได้ เกาะติด กับ เจนีวาคอล จึงมองไม่เห็นประเด็นปฏิบัติการของ เจนีวาคอล ว่าเป็นภัยกับจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างไร
แต่สำหรับองค์กรกาชาดระหว่างประเทศ หรือ ไอซีอาร์ซี ที่เข้ามาปฏิบัติการอย่างเปิดเผยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ก่อนปี 2559 เสียอีก จะมีความชัดเจนถึงปฏิบัติการที่เป็นไปในลักษณะที่ชัดเจนว่า แทรกแซง ด้านความมั่นคง และหากยังให้ ไอซีอาร์ซี ปฏิบัติการในลักษณะที่ผ่านมาในหลายปีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ย่อมส่งผลกระทบกับความมั่นคงอย่างแน่นอน
จึงมีความพยายามของหน่วยงานที่รับผิดชอบรวมทั้งเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย ที่พยายามให้ ไอซีอาร์ซี หยุดปฏิบัติการในพื้นที่และให้ถอนเจ้าหน้าที่ออกจาก จ.ปัตตานี ซึ่ง ไอซีอาร์ซี ตั้งสำนักงานอยู่ แต่ ไอซีอาร์ซี ก็อาศัย กลไก ทางด้านกฎหมายระหว่างประเทศ และความเป็น มหาอำนาจ ที่หนุนหลัง รวมทั้งการใช้ที่ปรึกษาซึ่งเป็นอดีตนายทหารนอกราชการระดับ นายพล และที่ปรึกษาที่เป็น พลเรือน เป็น ล็อบบี้ยิสต์ รวมทั้งเสนอผลประโยชน์ในการที่จะอยู่ปฏิบัติการต่อในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยย่อม ถอยร่น จาก ที่มั่น ใน จ.ปัตตานี มา ปักหลัก เปิดสำนักงานแห่งใหม่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งห่างจาก ปัตตานี เพียง 90 กิโลเมตร เท่านั้น นี่คือ เล่ห์เหลี่ยม ของ ฝรั่งตาน้ำข้าว นั่นเอง
ล่าสุด หลังจากที่เห็นว่าการ ล็อบบี้ ผ่านทางกองทัพ ทั้ง ผบ.สส. และ ผช.ผบ.ตร. รวมทั้ง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าน่าจะไม่ได้ผล เพราะ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม เข้าใจและรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของฝรั่งตาน้ำข้าว ไอซีอาร์ซี จึงได้ปรับแผนใหม่ จากแผนงานที่มีลักษณะของการ ก้าวก่าย หรือ แทรกแซง ด้านความมั่นคง มาเป็นการเขียนแผนเพื่อปฏิบัติการด้านการพัฒนาสร้างอาชีพและพัฒนาความรู้ให้ มวลชน ในพื้นที่ ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับปฏิบัติการของ สหภาพยุโรป หรือ อียู และสหรัฐอเมริกา ที่กระทำผ่านทางกลุ่ม เอ็นจีโอ หรือภาคประชาสังคมในพื้นที่ เช่น การทำแผนส่งเสริมการเลี้ยง ปลาสลิด ในพื้นที่ เปราะบาง บางหมู่บ้าน บางตำบลของ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี
ที่ต้องจับตาและถือว่าเป็น มิติ ใหม่ของ ไอซีอาร์ซี คือการที่นาย จอห์น แพทริก นอร์ตัน หัวหน้าคณะทำงานภาคใต้ของ ไอซีอาร์ซี ได้ประสานงานกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ (ศอ.บต.) ด้วยการส่งความ ปรารถนาดี ในการขอให้ความร่วมมือกับ ศอ.บต. เพื่อการช่วยงานด้านการพัฒนาพื้นที่พัฒนาอาชีพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งแสดงให้เห็นชัดที่สุดว่า ไอซีอาร์ซี มีแผนที่จะ อยู่ยาว ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในการประชุมร่วม ยกแรก เท่าที่ทราบ ศอ.บต.ไม่ได้ ปัดมือ ของ ไอซีอาร์ซี ที่ยื่นมาจัดด้วยความ ปรารถนาดี ในครั้งนี้ โดยกล่าวกับตัวแทนของ ไอซีอาร์ซี ว่าการ ขับเคลื่อน ในเรื่องการตลาดของกลุ่มเกษตรกรและเอกชนรายย่อยยังมีปัญหาอยู่ และพร้อมที่จะให้ ไอซีอาร์ซี เสนอแผนเพื่อขับเคลื่อนในครั้งนี้ รวมทั้งการขับเคลื่อน เมืองต้นแบบ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เพื่อการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง ศอ.บต. ขับเคลื่อนอยู่ทั้ง 6 ยุทธศาสตร์ ที่เป็นงานใน มิติ การพัฒนาทั้งสิ้น
ก็ต้องติดตามดูกันต่อไปว่า ไอซีอาร์ซี จะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะ พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. เป็นผู้ที่รู้จริงและเข้าใจถึง บทบาท ถึงความต้องการของ ไอซีอาร์ซี อย่าง ทะลุปรุโปร่ง ไม่หลงกลของ ไอซีอาร์ซี แน่นอน เราอาจจะได้เห็น พญาอินทรี ที่เคยบินอยู่เหนือเมฆในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาหลายปี อาจจะถูก เด็ดปีก กลายเป็น นกกระจอกเทศ เมื่อเข้ามา ปฏิบัติการ ใน มิติ ของงานด้านการพัฒนา ซึ่งไม่ใช่งานใน บริบท ของ ไอซีอาร์ซี แต่อย่างใด.

ที่มา: นสพ.ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 24 ก.ค. 2564
News Code: med pol crim heal outb g:thaipost g:agency g:paper p:tpd v:paperl

Comment