วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

คอลัมน์: ส่วนร่วมสังคมไทย: จรูญ สืบแสง: ผู้ก่อการฯปากกล้า

 17 พ.ค. 2561 06:00 น. | หมวดหมู่ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

นรนิติ เศรษฐบุตร
ผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดิน ปี 2475 สายพลเรือนคนเดียวซึ่งไปนอนรอ ที่จะออกไปปฏิบัติการ อยู่ที่บ้านหัวหน้าสายทหารเรือ ล่วงหน้าก่อนถึง 2 วัน ทั้ง ๆ ที่ตนไม่ได้เป็นทหารเรือ คือ นายจรูญ สืบแสง นักวิชาการเกษตรที่เป็นเพื่อนกับ นายทวี บุณยเกตุ ผู้ก่อการฯ สายพลเรือน จึงถูกนาย ทวี ชวนให้มาร่วมงานเปลี่ยนแปลงการปกครองฯด้วย ส่วนสาเหตุที่ต้องมานอนค้างรออยู่ที่บ้าน หลวงสินธุสงครามชัย นั้นคุณจรูญ เล่าว่าเป็นเพราะพวกผู้ก่อการฯ สายทหารเลื่อนวันเวลาลงมือปฏิบัติการกันหลายครั้ง ท่านรู้สึกไม่ทันใจ ถึงขนาดชวน บรรจง ศรีจรูญ กับ ประเสริฐ ศรีจรูญ รวมกัน 3 คน จะยอมเสี่ยงทำการทันทีไปจับ
"..เจ้านายพระองค์หนึ่งเอาไว้เป็นตัวประกัน แล้วปล่อยให้พวกเรา (หมายถึงผู้ก่อการฯที่เหลือ/ผู้เขียน) ที่ยังรีรออยู่นั้นตัดสินใจเอาว่า จะตกกระไดพลอยโจนหรือไม่.."
ทาง หลวงประดิษฐ์มนูธรรม และหลวงสินธุฯ ได้ทราบเรื่อง จึงคุย และปรับความคิดให้คุณจรูญใจเย็น หลวงประดิษฐ์ฯ แนะนำว่าให้คุณจรูญไปนอนรอปฏิบัติการที่บ้านหลวงสินธุสงครามชัยในคลองบางกอกใหญ่ จรูญจึงได้ไปนอนรออยู่ที่บ้านหลวงสินธุฯ ตั้งแต่เย็นวันที่ 22 มิถุนายน ปี 2475 คุณจรูญ สืบแสง เป็นคนใจร้อนและวาจาก็น่าจะร้อนด้วย เพราะท่านได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดแรก คนหนึ่งที่เคยอภิปรายเล่นงานรัฐบาลของ พระยามโนกรณ์นิติธาดา อย่างรุนแรง ตอนเดือนมีนาคม ปี 2475 ก่อนที่นายกรัฐมนตรี พระยามโนปกรณ์นิติธาดา จะขอออกพระราชกฤษฎีกาปิดสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 1 เมษายน ปี 2476 ดังนั้นเรามาดูชีวิตแลงานการเมืองของท่านดูบ้าง
นายจรูญ สืบแสง เป็นคนใต้มาจากเมืองปัตตานี เกิดเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ปี 2447 ที่ตำบลอาเนาะรู อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี บิดาเป็นนายแพทย์ชื่อดังของเมืองปัตตานีชื่อ ขุนวรเวชวิชกิจ (ซุ้ย สืบแสง) และมีมารดาชื่อ อุ่น ด้านการศึกษานั้นได้เรียนที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ จังหวัดปัตตานีจนจบชั้นมัธยมปีที่ 2 ต่อมาเดินทางเข้ามาเรียนต่อในพระนคร ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย จนจบชั้นมัธยมปีที่ 6 แล้วจึงย้ายไปเรียนต่อให้จบชั้นมัธยมปีที่ 8 ที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ ในปี 2466 ตอนนั้นอายุได้ 19 ปี แล้วจึงได้เดินทางไปเรียนวิชาเกษตรศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยฟิลิปปินส์ แห่ง ลอส บานอส จบปริญญาได้ในปี 2470 กลับมาเมืองไทยจึงได้เข้ารับราชการที่กรมเพาะปลูก กระทรวงเกษตราธิการ ในปี 2471 ได้ตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการเพาะปลูก ดังนั้นตอนที่เข้าร่วมงานเปลี่ยนแปลงการปกครองฯ ท่านจึงเป็นข้าราชการอยู่ที่กระทรวงเกษตราธิการ สำหรับชีวิตครอบครัว ท่านได้แต่งงานกับ นางเกล็ดมณี บุนนาค
ในคืนวันที่ 23 มิถุนายน ปี 2475 คุณ จรูญ สืบแสง ได้เขียนเล่าถึงการออกไปร่วมทำงานในการยึดอำนาจ ไว้ตอนหนึ่งว่า
"...คุณ ทวี บุณยเกตุ ขับรถพาคุณ ยง เยอร์เกน (นามสกุลขณะนี้ พลบุล/จรูญ สืบแสง) และข้าพเจ้าไปรับคุณหลวงพิบูลสงคราม และคุณหลวงอดุลเดชจรัส ที่บ้านในตอกศาลเจ้าครุธ แล้วไปรวมกำลังกันที่บางซื่อ..."
นั่นก็คือไปสมทบกันที่บริเวณถนนประดิพัทธ์ตัดกับทางรถไฟสายเหนือ อันเป็นจุดนัดพบที่ นายพันเอกพระยาทรงสุรเดช นัดหมายหัวหน้าคณะผู้ก่อการฯ คือ พระยาพหลพลพยุหเสนา และแกนนำพวกทหารบกมาพบกัน ก่อนที่จะพากันไปยึดเอาอาวุธและรถถังเล็กออกมาใช้ แสดงว่ากลุ่มนี้มิใช่ทหารล้วน ๆ หากแต่มีผู้ก่อการฯพลเรือนร่วมทำงานงัดคลังแสงอยู่ด้วย
หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองฯสำเร็จ มีการตั้งสภาผู้แทนราษฎรชุดแรกขึ้นมา จรูญ สืบแสง ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชั่วคราว คนหนึ่งในจำนวน 70 คนด้วย ดังนั้นจึงถือว่าเป็นผู้ก่อการฯสายพลเรือนที่มีความสำคัญ และท่านก็ได้ทำหน้าที่สมาชิสภาผู้แทนราษฎรอย่างเข้มแข็ง ได้อภิปรายซักถามรัฐบาลอย่างจริงจัง ดังปรากฏว่าเมื่อรัฐบาลรับเอา "เค้าโครงเศรษฐกิจ" ที่ นายปรีดี พนมยงค์ ร่างเสนอ ไปเก็บไว้ไม่เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร จึงถูกนายจรูญ สืบแสง ลุกขึ้นอภิปรายซักถามและขู่เอา ในเดือนมีนาคม ปี 2475 ว่า
"รัฐบาลจะรับรองได้ไหมว่า จะทำเรื่องนี้ให้ทันเวลาท่าจะดำเนินการในปีหน้า และถ้าไม่รับรองแล้ว จะได้ขอให้มี Vote of Confidence เรียงตัวบุคคล"
สำหรับตำแหน่งทางการเมืองอื่นนั้น ในสมัยของนายกรัฐมนตรี พระยาพหลฯ จรูญ สืบแสง ได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตราธิการ ในวันที่ 21 ธันวาคม ปี 2480 อีกสองปีต่อมา ในสมัยรัฐบาลของ หลวงพิบูลสงคราม จรูญ สืบแสง ได้ย้ายข้ามกระทรวงมาเป็นสารวัตรใหญ่ของกรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ในวันที่ 1 สิงหาคม ปี 2482 และขึ้นเป็นอธิบดีกรมศุลกากร ในวันที่ 25 มีนาคม ปี 2485 อันเป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลของหลวงพิบูลสงคราม ได้นำประเทศเข้าสู่ภาวะสงครามกับฝ่ายสัมพันธมิตร แต่ในปีต่อมา ในวันที่18 กันยายน ปี 2486 จรูญ สืบแสง ก็ย้ายกลับกระทรวงเกษตร ไปเป็นอธิบดีกรมชลประทาน ย้ายคราวนี้มาอยู่เพียงเดือนเดียวก็ย้ายไปเป็นอธิบดีกรมรถไฟ ในวันที่ 23 ตุลาคม ปี 2486
หลังสงครามแล้ว จรูญ สืบแสง จึงได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ในรัฐบาลของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ในปี 2488 จนสิ้นสุดวาระรัฐบาล และกลับมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงเกษตร ในรัฐบาลของ หลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ ในเดือนสิงหาคม ปี 2489 จนถึงวันที่ 30 พฤษภาคม ปี 2490 หลังการรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน ปี 2490 คนของคณะราษฎรหลายคนต้องหลบลี้หนีภัยกันไป
จรูญ สืบแสง ได้มีชีวิตอยู่ดูการเมืองไทยต่อมาหลายปี ท่านถึงแก่อนิจกรรมในวันที่ 23 มีนาคม ปี 2528.--จบ--
--เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 18 พ.ค. 2561 (กรอบบ่าย)--

Comment
Related