วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

"บัณฑูร"เผยไทยตั้งศาลสิ่งแวดล้อมปี 65

 15 เม.ย. 2561 18:00 น. | หมวดหมู่ การยกระดับคุณภาพชีวิต
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

“บัณฑูร”เผยไทยตั้งศาลสิ่งแวดล้อมปี 65 พร้อมเร่งหาพื้นที่ทำแผนปฎิบัติการสิ่งแวดล้อม หลังแผนปฎิรูปมีผลบังคับใช้แล้ว
เมื่อวันที่15เม.ย.นายบัณฑูรเศรษฐศิโรตม์โฆษกคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวถึงความคืบหน้าในการทำแผนปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรฯภายหลังจากที่ประกาศใช้แล้วว่าคณะกรรมการฯ กำลังเริ่มหาพื้นที่ปฏิบัติการเพื่อปฏิบัติตามแผนปฏิรูปเช่นน้ำป่าไม้เขตควบคุมมลพิษผังเมืองรวมถึงเรื่องเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน(SDGs) โดยในเรื่องป่าจะใช้พื้นที่จ.น่าน จ.แม่ฮ่องสอนและอ.แม่แจ่มจ.เชียงใหม่ส่วนเรื่องเขตควบคุมมลพิษได้ดูพื้นที่ไว้คือ ต.หน้าพระลานอ.เฉลิมพระเกียรติจ.สระบุรีที่มีปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กจากกิจกรรมเหมืองหินและโรงโม่หินและพื้นที่มาบตาพุดจ.ระยองซึ่งจะต้องมีการแก้ปัญหาให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติรวมไปถึงในเรื่องการยกเลิกใช้สารเคมีการเกษตรบางชนิดที่เป็นอันตรายมีผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมด้วยสำหรับการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์หรือการประเมินยุทธศาสตร์การพัฒนาอย่างยั่งยืน(SEAs)เราจะใช้เคสของพลังงานภาคใต้เพื่อตอบโจทย์ปัญหาโรงไฟฟ้าจ.กระบี่และโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลาเป็นต้น
โฆษกคณะกรรมการฯกล่าวต่อว่ายังมีเรื่องสำคัญคือ ระบบยุติธรรมสิ่งแวดล้อมที่ส่วนหนึ่งจะมีการตั้งศาลสิ่งแวดล้อมในปีที่ 4หลังจากแผนปฏิรูปมีผลบังคับใช้คือประมาณปี 2565ซึ่งในช่วงปีที่1 -2จะเป็นการสร้างความรู้การอบรมเตรียมความพร้อมบุคลากรที่เกี่ยวข้องในด้านการประเมินความเสียหายและการสืบสวนด้านสิ่งแวดล้อมทั้งนี้ขอยกตัวอย่างว่า หากมีการตั้งศาลสิ่งแวดล้อมกรณีการยิงเสือดำที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรอ.ทองผาภูมิจ.กาญจนบุรีก็จะมีระบบการประเมินมูลค่าความเสียหายที่เหมาะสมเป็นต้น ส่วนเรื่องการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผนการปฏิรูปนี้ทางคณะกรรมการฯ จะทำงานร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)ที่เป็นหน่วยงานหลักโดยพล.อ.สุรศักดิ์กาญจนรัตน์รมว.ทส. ได้ตั้งสำนักงานบูรณาการแผนปฏิรูปประเทศให้ปลัดทส.เป็นหัวหน้าคณะทำงานซึ่งการปฏิรูปในแต่ละด้านจะมีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในแต่ละปีด้วยซึ่งในช่วงปีที่1-2จะเป็นการปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยและทันต่อเหตุการณ์เช่นพ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพ.ศ.2535พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติพ.ศ.2504เป็นต้น
“ภายใต้แผนปฏิรูปสิ่งแวดล้อม เราใช้กรอบเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน(SDGs) 17เป้าหมายเป็นกรอบในการทำแผนทุกเป้าหมายโดยจะทำให้เกิดการขับเคลื่อนแผนพร้อมๆ กับการรักษาฐานทรัพยากรสิ่งแวดล้อมให้การพัฒนาประเทศเกิดขึ้นโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสุขภาพและคุณภาพชีวิต”โฆษกคณะกรรมการฯกล่าว.
ที่มา: www.dailynews.co.th

Comment
Related