วันศุกร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

'ซีพี'วางปะการังเทียมระยะ2 หวังบรรลุเป้ายั่งยืน ปี 2030

 16 ก.ย. 2562 03:32 น. | หมวดหมู่ การยกระดับคุณภาพชีวิต
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

ยุพิน พงษ์ทอง
กรุงเทพธุรกิจ
ซีพี ผนึก กรมประมง ขยายพื้นที่วางปะการังเทียมอีก 1,000 แท่ง ในจ.สงขลาและจ.นราธิวาส หลังพบโครงการระยะแรก มีปลาเพิ่มขึ้นอีก 35 ชนิด หวังปี 2030 องค์กรบรรลุเป้า Zero Waste, Zero Carbon พร้อมแทรกงบไว้ในทุกธุรกิจต้องดำเนินการ สู่ความยั่งยืน
นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นหนึ่งในห่วงโซ่อุปทานของระบบเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร ที่ให้ความสำคัญและมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและฟื้นฟูการประมงชายฝั่งอย่างยั่งยืน ทั้งในพื้นที่จังหวัดชายฝั่งทะเลทั้งฝั่ง ภาคตะวันออกอ่าวไทยและทะเลอันดามัน โดยดำเนินการผ่านแนวคิดหลัก "SEACOSYSTEM เพื่อทะเลไทยยั่งยืน" เพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟู ระบบนิเวศทางทะเลเชิงบูรณาการสำคัญ 5 ด้าน
ประกอบด้วย นโยบายในการพัฒนารูปแบบการทำธุรกิจที่ยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ชูการทำงานที่โปร่งใสและมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสีย เช่น นโยบายการรับซื้อปลาป่นที่ต้องได้มาตรฐานและเป็น ที่ยอมรับจากทุกภาคส่วน การร่วมขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทานด้านอาหารทะเล เช่น Seafood Taskforce นโยบายบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน ที่มีเจตนารมณ์ในการร่วมจัดการของเสียและขยะพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพ
ส่งเสริมศักยภาพชีวิตชุมชน เช่น การพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดียั่งยืน ด้วยรูปแบบธุรกิจเพื่อสังคม และส่งเสริมกระบวนการสร้างความเข้มแข็งให้แก่คนในชุมชน สร้างแหล่งที่อยู่อาศัยสัตว์น้ำ เช่น โครงการป่าชายเลน โครงการปะการังเทียม บ้านปลา แนวเขต และกติกาเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรของชุมชน การขยายพันธุ์สัตว์น้ำ เช่น โครงการธนาคารสัตว์น้ำ และ การวิจัยและพัฒนา โดยร่วมผลักดันให้เกิดการพัฒนาด้านทรัพยากรทางทะเลระดับประเทศ ผ่านงานวิจัยที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน เช่น งานวิจัยเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรปลาทู และงานวิจัยเพื่อพัฒนารูปแบบการทำประมงอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ล่าสุดได้ร่วมมือกับกรมประมงในการจัดวางปะการังเทียมต่อเนื่องเป็นระยะที่ 2 จำนวน 1,000 แท่ง ในพื้นที่ชุมชน ทะเลชายฝั่ง อ.ระโนด จ.สงขลา และอ.เมือง จ.นราธิวาส ในขณะที่ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ศึกษาวิจัยติดตามผลโครงการจัดวางปะการังเทียมในระยะแรกที่อ.สทิงพระ จ.สงขลา ภายใต้ความร่วมมือกับกรมประมงตามโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและฟื้นฟู การประมงชายฝั่งอย่างยั่งยืนทั้งในพื้นที่จังหวัดชายฝั่งทะเลทั้งฝั่งภาคตะวันออกอ่าวไทยและทะเลอันดามัน
พบว่าทั้งหมดไม่ได้ก่อให้เกิดผลเสียต่อท้องทะเลบริเวณดังกล่าวทั้งทางเคมีและทางกายภาพ แต่ยังพบว่าท้องทะเลบริเวณนี้ มีความหลากหลายทางชีวภาพมากขึ้น สำรวจพบว่ามีปลามากถึง 35 ชนิด จำแนกเป็นปลาเศรษฐกิจมากถึง 22 ชนิดและปลาสวยงามอีก 8 ชนิด ทำให้ชุมชนประมงชายฝั่งสามารถจับสัตว์น้ำได้มากขึ้น
"ในปีนี้เครือซีพีจึงขยายพื้นที่วางปะการังเทียมเพิ่มขึ้นเป็นระยะที่ จำนวน 1,000 แท่ง ให้กับพื้นที่ชุมชน อ.ระโนด จ.สงขลา 500 แท่ง และอ.เมือง จ.นราธิวาส 500 แท่ง จนถึงปัจจุบันเครือซีพี ได้จัดวางปะการังเทียมในทะเลไทย รวมทั้งสิ้น 2,000 แท่ง แล้ว"
นอกจากนี้ บริษัทในเครือฯ ได้แก่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด(มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และบริษัท ซีพีออลล์ จำกัด(มหาชน) หรือ ซีพีออลล์ ได้ผนึกกำลังร่วมกับเครือซีพีซึ่งเป็นบริษัทแม่ในการเดินหน้าอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างยั่งยืนด้วย เช่น โครงการซีพีเอฟ ปลูก ปัน ป้อง ป่าชายเลน ที่ซีพีเอฟได้ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบันสามารถร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชายเลนได้จำนวน 2,388 ไร่ ใน 5 พื้นที่ได้แก่ จ.ระยอง จ.สมุทรสาคร จ.ชุมพร จ.สงขลา และจ.พังงา
ด้าน บมจ.ซีพีออลล์ ร่วมอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลโดยรณรงค์ลดใช้ถุงพลาสติกตามเกาะต่าง ๆ ในทะเลฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ได้แก่ เกาะลันตา เกาะยาวน้อย เกาะหลีเป๊ะ เกาะเต่า เกาะเสม็ด เป็นต้น
"การสร้างความยั่งยืนให้กับสิ่งแวดล้อมดังกล่าวต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นทุกธุรกิจที่เครือซีพี ดำเนินการอยู่ จะถูกจัดงบประมาณด้านอนุรักษ์แทรกเอาไว้ พร้อมทั้งให้บริษัทต่าง ๆ ในเครือฯ นำความรู้และความสามารถ ทักษะ และประสบการณ์ สร้างเครือข่ายพัฒนานวัตกรรมเพื่อการแก้ปัญหาใหม่ๆที่สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวก สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ความยั่งยืนของเครือซีพี"
ทั้งนี้ในปี 2030 เครือซีพีต้องบรรลุ เป้าหมาย แห่งความยั่งยืน คือ เป็นองค์กรที่ Zero Waste และ Zero Carbon ดังนั้นทุกสินค้าทุกกระบวนการดำเนิน ธุรกิจของเครือซีพีจะต้องสามารถตรวจสอบ ย้อนกลับได้ คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
News Code: das g:kt g:agency g:paper g:nmg p:kt v:paperl

Comment
Related