วันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

แจ้งทรัพย์สิน

 08 พ.ย. 2561 06:00 น. | หมวดหมู่ การศึกษา
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

ประกาศล่าสุดของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง กำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 102 พ.ศ. 2561 สร้างความปั่นป่วนในสังคมได้น่าดูชมทีเดียว
ในภาพรวมการกำหนดเรื่องนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 234 (3) ที่บัญญัติให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติมีหน้าที่และอำนาจกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งใดบ้างต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ รวมทั้งตรวจสอบและเปิดเผยผลการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของบุคคลดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
มีการกำหนดด้วยว่าประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ในเมื่อลงประกาศในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 วันครบกำหนดก็น่าจะตกอยู่ตอนต้นเดือนธันวาคม 2561 ไม่วันที่ 1 ก็วันที่ 2 แล้วแต่การนับตามกฎหมาย
การกำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.นั้นส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องสมควร
แต่มีปัญหาอย่างใหญ่หลวงขึ้นในวงการศึกษาของชาติที่ ป.ป.ช. ไปตีความว่า นายกสภามหาวิทยาลัย และ กรรมการสภามหาวิทยาลัย ทั้งที่เป็นสถาบันอุดมศึกษา ในกำกับ ของรัฐ และสถาบันอุดมศึกษาในสังกัด ของรัฐ เข้าข่ายเป็นผู้บริหารระดับสูงทั้งสิ้น
ทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้ว คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัยทุกแห่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการบริหารมหาวิทยาลัยในการจัดซื้อจัดจ้างหรือการกระทำอื่นใดที่ส่อไปในทางหาผลประโยชน์ได้ ทำได้แต่เพียงการพิจารณาดำเนินการในเรื่องทางวิชาการเช่นการอนุมัติหลักสูตร อนุมัติปริญญา อนุมัติการแต่งตั้งอธิการบดี
อีกทั้งเป็นตำแหน่งที่ไม่มีเงินเดือน มีแต่เบี้ยประชุม กรรมการหลายคนที่อยู่ในสภามหาวิทยาลัยมิได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หากแต่เป็นภาคเอกชนที่มาจากนักธุรกิจที่น่าเชื่อถือบ้าง ปราชญ์ชาวบ้านบ้าง ฯลฯ จึงไม่น่าจะอยู่ในข่ายต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินซึ่งต้องแสดงพร้อมกับของลูกเมีย และถ้าทำพลั้งเผลอผิดพลาดไปแจ้งไม่ครบมีโทษถึงจำคุกด้วย
แล้วใครจะไปเสี่ยงให้เปลืองตัว คนดีมีวิชาบางคนที่อยู่นอกภาครัฐนั้นต่อให้มาเชิญไปเป็นรัฐมนตรี เขายังไม่เอาเลยจะบอกให้
ลองมาดูถึงสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัด ของรัฐ ที่ ป.ป.ช.กำหนดไว้มีทั้งสิ้น 14 รายการ จำนวนมากกว่า 50 มหาวิทยาลัย และสถาบัน ที่ นายกสภา และ กรรมการสภา ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน คือ 1. มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ 2.มหาวิทยาลัยนครพนม 3.มหาวิทยาลัยนเรศวร 4.มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ 5.มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 6.มหาวิทยาลัยรามคำแหง 7.มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 8.มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 9.มหาวิทยาลัยราชภัฏตามกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยราชภัฏ (38 แห่ง) 10.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ตามกฎหมายว่าด้วยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (9 แห่ง) 11.สถาบันการพลศึกษา 12.สภาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน 13.สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ 14.สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
แล้ววันพรุ่งนี้จะมีต่อถึงสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐ คือ มหาวิทยาลัยที่ออกนอกระบบราชการแล้ว แต่ยังอยู่ในกำกับของรัฐ พร้อมกับเหตุผลสำคัญถึงความไม่เข้าท่าของ ป.ป.ช.ในเรื่องนี้.
“ซี.12”
ที่มา: www.thairath.co.th

Comment
Related