วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2561 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

ชวน-พท.โต้นัว ปมงบ'ถนนใต้' จวก'แม้ว-ปู'เลือกปฏิบัติ'โต้ง'ซัด'มีดโกนหมดมุข' 'จั้ม'กั๊กซบพลังประชารัฐ 'อ้วน'วัดใจ'สะสมทรัพย์'ทบ.จัดทีมลุย'ไทยนิยม'

 15 เม.ย. 2561 06:00 น. | หมวดหมู่ การเมือง
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

'ไก่อู'ให้นักการเมืองอดทนรอเลือกตั้ง 'พลังประชารัฐ' ยังกั๊กมีชื่อ'สกลธี-ณัฏฐพล'ร่วมพรรค 'เพื่อไทย'สวนกลับ'ชวน'ใส่ร้าย'แม้ว-ปู'ไม่ทุ่มงบพัฒนาภาคใต้ 'โต้ง'ยันไม่จริง จวกมีดโกนหมดมุข 'ภูมิธรรม'ซัด อภินิหารช้อป ส.ส.เก่า ยันอดีต ส.ส.นครปฐมหลายคน ยืนยันจะอยู่กับ พท.
'ไก่อู'ให้นักการเมืองทนรอเลือกตั้ง
เมื่อวันที่ 14 เมษายน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองรวมถึงโรดแมปการเลือกตั้งว่า รัฐบาลไม่ได้ประเมินสถานการณ์อะไรเป็นพิเศษ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ได้สั่งการในเรื่องนี้ด้วย เพราะอีกไม่กี่เดือนก็จะมีการเปิดให้มีการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองและนักการเมืองที่กดดันรัฐบาลจะอดทนรอหน่อยไม่ได้หรือ
พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า ส่วนการเชิญพรรคการเมืองมาร่วมพูดคุยกับ คสช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ยังอยู่ในเดือนมิถุนายนนี้ ขณะนี้กำลังรอนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ประสานนัดหมายเพื่อพูดคุยกับพรรคการเมืองว่าจะเป็นเมื่อไหร่ ก่อนเดือนมิถุนายนหรือภายในเดือนมิถุนายน เพราะเรื่องนี้นายกฯไม่ได้กำหนดว่าจะต้องพูดคุยกันเมื่อใด พรรคการเมืองใดต้องการร่วมพูดคุยก็สามารถติดต่อเข้ามาได้ โดยผ่านนายวิษณุ
ผบ.ทบ.จัดทีมลงพื้นที่ไทยนิยม
พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงแนวทางการจัดชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือน มณฑลทหารบก (ชป.กร.มทบ.) ว่า อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมก่อนลงพื้นที่พบประชาชนเพื่อรับฟังปัญหาในพื้นที่ และนำข้อมูลการทำงานของรัฐบาลไปถ่ายทอดให้ได้รับทราบ ทั้งนี้ ไม่ได้ทำเฉพาะโครงการไทยนิยม แต่จะทำในโครงการที่ทำให้เกิดความรัก ความสามัคคี ความเข้าใจของคนในชาติ การประชาสัมพันธ์งานของรัฐบาล รวมถึงงานของกองทัพเช่นการเกณฑ์ทหาร เป็นต้น
"ถือเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาวที่ผมคิดไว้ อยากให้ทำเป็นห้วงระยะเวลา 5-10 ปี ไม่ใช่ทำเฉพาะช่วงที่มีโครงการไทยนิยมอย่างเดียว ตอนนี้เป็นช่วงเริ่ม เป็นการสร้างคน ส่งคนไปฝึกพูด ต่อไปทหารจะต้องเก่งในเรื่องพูดเพื่อสื่อสาร ไม่ใช่แค่งานกิจการพลเรือน ทาง กอ.รมน.ก็จะมาคิดอีกทีว่าจะบูรณาการและใช้งบประมาณอย่างไร โดยฝ่ายอำนวยการก็จะไปคิดรายละเอียดอีกที ซึ่งรายละเอียดการทำงานแต่ละพื้นที่ก็ไม่เหมือนกัน ส่วนเนื้อหาก็แล้วแต่ละสถานการณ์ จะประชาสัมพันธ์เรื่องเกณฑ์ทหาร งานของรัฐบาลก็ดูไปตามพื้นที่ ทั้งนี้ ถือเป็นเครื่องมือของ กอ.รมน.และรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยไป อย่ามองเป็นเรื่องการเมืองไปหมด" พล.อ.เฉลิมชัยกล่าว
ปัดช่วยสร้างคะแนนให้นายกฯ
พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า สิ่งที่ให้ระมัดระวังเวลาไปลงพื้นที่พบชาวบ้าน คือ อย่าตกเป็นเครื่องมือของพรรคการเมือง เข้ามาแบ๊กอัพมาสนับสนุนชาวบ้าน อาจจะมีเจตนาดี แต่เราก็อย่าเผลอไปเดินตามแนว จะกลายเป็นเครื่องมือหาเสียง เพราะในพื้นที่ก็มีความคุ้นเคยกันทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นักการเมืองท้องถิ่น
เมื่อถามว่า การใช้กลไกตรงนี้ถือว่ารัฐบาลได้เปรียบหรือไม่ในการสร้างคะแนนนิยมทางการเมืองให้นายกฯ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับการเมือง ถ้าตอนนี้ไม่ทำอะไรเลย บ้านเมืองก็จะทรุดลงไป เป็นเรื่องที่ต้องทำ เพราะเป็นภารกิจสนับสนุนงานของประเทศ เป็นเรื่องที่กองทัพต้องทำอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงกระแสการตั้งพรรคการเมืองโดยโยงกับคนใน คสช.จะย้อนกลับมาทำให้ทหารอยู่ลำบากหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า เท่าที่เห็นเป็นทหารเกษียณ ไม่มีใครสวมเครื่องแบบแล้วไปเล่นการเมือง บทบาทของตนก็เป็นไปในฐานะทหาร ไม่ไปยุ่งกับการเมือง เดินไปตามกรอบหน้าที่ รัฐบาลก็สั่งการในงาน กองทัพก็ไปสนับสนุน ส่วนคนนอกหรือคนที่อยากช่วยท่านนายกฯก็ว่ากันไป เมื่อถามว่า แต่คสช.ก็จะถูกวิจารณ์ว่ารัฐประหารมาเพื่อต่อยอดอำนาจพล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ก็แล้วแต่คนคิด เมื่อนายกฯไปพูดนโยบาย ท่านก็ต้องทำ ขณะนี้จะเข้าสู่การเลือกตั้ง ก็เหมือนรัฐบาลรักษาการ การลงพื้นที่อาจถูกมองบ้าง แต่ทั้งหมดก็เพื่อการกินดีอยู่ดี ของประชาชน ถ้าหยุดนิ่งไม่ทำเลย รอให้มีเลือกตั้ง ประเทศก็จมลงไปด้วย
เมื่อถามว่า มีการมองว่าตั้งพรรคเพื่อต่อท่ออำนาจ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ตนไม่ทราบ ไม่มีความเห็น เมื่อกล่าวว่า จะซ้ำรอยเหมือนสมัย พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกฯที่ถูกต่อต้านหรือไม่ พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า ก็เรียนรู้จากประสบการณ์ในอดีต ยืนยันเราไม่ได้เข้าไปยุ่งด้วย ทำงานตามกรอบหน้าที่ เกษียณแล้วก็อาจจะไปบวช
'สกลธี'ยังกั๊กร่วม'พลังประชารัฐ'
ด้านนายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ให้สัมภาษณ์ "มติชน" ถึงกระแสข่าวที่อาจจะไปเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ว่า "เรื่องนี้ยังไม่มีความคืบหน้าอะไร พอดีเพิ่งรับตำแหน่งตรงนี้ได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้นเอง ขอให้รอดูไปก่อนก็แล้วกันนะ"
เมื่อถามว่า จริงหรือไม่ที่ว่าการมานั่งตำแหน่งรองผู้ว่าฯกทม.ตรงนี้หลายคนบอกว่าเป็นการโดนดูดจากฟากรัฐบาลในขณะนี้ นายสกลธี กล่าวว่า ไม่ใช่ แต่เป็นการชักชวนให้มาช่วยงานมากกว่า ซึ่งตนเองก็สนใจ เพราะที่ผ่านมาก็เป็น ส.ส.กทม.อยู่แล้ว เมื่อเข้ามาอยู่ตรงนี้ก็มีอำนาจบริหารและมีกำลังคนที่จะสามารถทำงานเพื่อพัฒนาอะไรต่างๆ ได้อย่างที่ตั้งใจ ส่วนการลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นั้น เป็นความสบายใจส่วนตัว เพราะอย่างที่ทราบว่าเราเข้ามาอยู่ตรงนี้ พรรค ปชป.กับรัฐบาลเองอาจมีแนวทางที่ไม่ตรงกัน ซึ่งตนก็ไปเรียนกับหัวหน้าพรรค ปชป.ว่า เขาชวนไปช่วยงาน ก็ขอลาออกดีกว่า แต่ในอนาคตจะกลับไปพรรค ปชป.หรือเลิกเล่นการเมือง ก็ค่อยว่ากันในอนาคต
พลังประชารัฐกั๊กมีคนปชป.ร่วม
นายชวน ชูจันทร์ ผู้ยื่นคำขอจดจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐมีเป้าหมายในการดึงคนรุ่นใหม่มาเข้าร่วมกับพรรคว่า ภาพรวมการทำงานของพรรคเราจะมีทั้งนักการเมืองที่เป็นคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่าผสมกันไป หากมีแต่คนรุ่นใหม่โดยไม่มีคนรุ่นเก่าเลยก็จะทำให้ขาดประสบการณ์ทางการเมือง หรือ ถ้ามีเฉพาะแค่คนรุ่นเก่าโดยไม่มีนักการเมืองคนรุ่นใหม่ๆ เลยก็ทำให้มองในสิ่งใหม่ๆ ไม่ทั่วถึง ดังนั้นการทำงานของพรรคเราก็จะมีทั้งคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ เน้นหลักการผสมผสานเพื่อเข้ามาช่วยกันทำงานและขับเคลื่อนพัฒนาประเทศชาติตามแนวทางและนโยบายที่เราตั้งใจ เรายินดีต้อนรับคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วม ไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าทั้งคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ต้องรับฟังความเห็นซึ่งกันและกัน
นายชวนกล่าวว่า ส่วนที่มีรายชื่อของนายสกลธี ภัททิยกุล อดีต ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตผู้อำนวยการพรรค ปชป.จะมาเข้าร่วมพรรคเพื่อเป็นทางเลือกใหม่นั้น ส่วนตัวทราบว่านายสกลธีเพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าฯกทม. แต่อนาคตจะมาอยู่กับเราหรือเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคเราแน่นอนหรือไม่ เป็นเรื่องของอนาคตที่เขาตัดสินใจเอง ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าจะขอปรับเปลี่ยนชื่อพรรคเป็นชื่ออื่นนั้น ไม่แน่ใจว่าตามขั้นตอนจะสามารถทำได้หรือไม่ เพราะพรรคได้จดแจ้งชื่อต่อ กกต.ไปแล้ว และ กกต.เองก็ตรวจสอบว่าชื่อที่ยื่นไปนั้นถูกต้อง ไม่ขาดคุณสมบัติ และไม่ซ้ำกับพรรคใด
พท.ยันอดีตสส.นครปฐมยังอยู่
นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การยืนยันความเป็นสมาชิกพรรค พท.ในหลายจังหวัดคึกคัก โดยเฉพาะในพื้นที่ทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนตัวเลขต้องรอรวบรวมตอนสิ้นเดือนเมษายน สำหรับนักการเมืองยังเป็นปกติ อาจมีบางส่วนยังไม่ได้แสดงตัว แต่ได้แจ้งมาทางตนแล้วว่าจะมาหลังสงกรานต์ เช่น นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกฯ นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร อดีต ส.ส.พระนครศรีอยุธยา นายดนุพร ปุณณกันต์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ อาจมีบ้างที่ยังไม่ชัดเจน เช่น ตระกูลสะสมทรัพย์ แต่อดีต ส.ส.ของจังหวัดนครปฐมหลายคนก็ยังยืนยันจะมา พท. ซึ่งในวันที่ 18 เมษายนนี้ยังคงจะไปตีกอล์ฟด้วยกัน เพราะคนเคยเป็นพี่น้อง ไม่มีปัญหาอะไร
ซัดอภินิหารช้อปส.ส.พรรคเก่า
นายภูมิธรรมกล่าวถึงกรณีการช้อปปิ้ง ส.ส.ของฝ่ายผู้มีอำนาจ ว่ามีนักการเมืองของเรามาแจ้งว่าได้รับการติดต่อทาบทาม แต่หลายคนก็กลับมายืนยันสมาชิกกับ พท. ไม่ได้กังวลอะไรมาก โดยเฉพาะในพื้นที่หลัก อดีต ส.ส.มีความแข็งแรง มีประชาชนเป็นฐานสำคัญที่จะเอื้อในการตัดสินใจของอดีต ส.ส. ไม่ใช่เป็นเหมือนเดิมที่คิดจะไปก็ไป ตอนนี้ขึ้นอยู่กับประชาชน อย่างไรก็ตามอาจมีบ้างในระบบเลือกตั้งที่สร้างขึ้นมาแบบนี้ ปัญหาปาร์ตี้ลิสต์ที่คนกระจุกตัวในพื้นที่ต้องมาแย่งกัน เป็นไปได้ว่าเมื่อใกล้ถึงเวลาหลายคนอาจต้องตัดสินใจ โดยพรรคใหม่บางพรรคที่คิดไปดึงไปดูด อาจช้อปปิ้งกันตอนนั้น เป็นคะแนนเก็บตก
นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการวางแผน เป็นกลวิธีที่แยบยล ให้คนได้คะแนนรองลงไปจะเป็น ส.ส.ได้ เบอร์ 1 ไม่ได้ก็ดึงเบอร์ 2 ซึ่งอาจมีผลกระทบบ้าง อาจเป็นตัวแปรให้พรรคที่ 3 ได้คะแนน และเป็นตัวแปรกับผลการเลือกตั้ง โดยการดึงคนพรรคเก่า ทำให้พรรคใหม่ไม่ต้องสร้างคนใหม่ เป็นการเอาเปรียบของผู้มีอำนาจ พรรคการเมืองเก่าต้องลงพื้นที่หาคนที่มีความสามารถ แต่มาใช้วิธีตั้งพรรค มีแบ๊กอัพ ไปช้อปปิ้งดึงคนที่เกิดจากการย่อยสลาย เรื่องนี้เกิดขึ้นแน่ แต่ละพรรคไม่ใช่เฉพาะพรรค พท.ต้องสูญเสียบุคลากร ถ้าใช้ภาษาของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ต้องบอกว่าเป็นอภินิหารการช้อป
'อนุดิษฐ์'ชี้รบ.แก้ศก.เหลวคนเบื่อ
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ยังไม่แสดงท่าทีทางการเมืองที่ชัดเจนว่าจะเล่นการเมือง โดยเข้ามาในรูปแบบนายกฯคนนอกหรือนายกฯตามบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองว่า ถึงแม้รัฐธรรมนูญปี 2560 จะเปิดโอกาสให้มีนายกฯคนนอกได้ แต่พรรคการเมืองหลายพรรค รวมถึงพรรคเพื่อไทย (พท.) เชื่อว่าผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้นำของฝ่ายบริหารควรมาจากการเลือกตั้ง แต่เมื่อรัฐธรรมนูญเปิดกว้างไว้ให้กับผู้ที่ประสงค์จะเป็นนายกฯให้มาได้จากหลากหลายวิธี ถ้าเป็นเช่นนั้นคงไม่ขอก้าวล่วง อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจที่จะอาสามาเป็นนายกฯ โดยวิธีการใดก็แล้วแต่ ขอให้เป็นไปตามที่กฎหมายบัญญัติ ส่วนจะได้รับการสนับสนุนจากพรรคการเมืองใด ก็คงเป็นนโยบายของแต่ละพรรคการเมือง
เมื่อถามว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ควรมีความชัดเจนทางการเมืองได้แล้วหรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นผู้นำฝ่ายบริหารอยู่แล้ว ถึงแม้จะเป็นผู้นำที่มาจากการรัฐประหาร แต่ในทางรัฐศาสตร์ก็ต้องถือว่า พล.อ.ประยุทธ์เป็นนักการเมืองแล้ว ไม่ใช่ข้าราชการหรืออดีตผู้บัญชาการทหารบก ส่วนสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์กำลังทำอยู่ในขณะนี้ถือเป็นการชิงความได้เปรียบทางการเมืองหรือไม่นั้น ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ใช้ความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนอยู่ดีกินดีก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ น่าจะสร้างความนิยมให้กับประชาชนได้ แต่ในทางตรงกันข้ามถ้า พล.อ.ประยุทธ์บริหารบ้านเมืองแล้วเศรษฐกิจย่ำแย่ ประชาชนอยู่อย่างยากลำบาก การทำหน้าที่เป็นนักการเมืองหรือทำหน้าที่เป็นนายกฯก็อาจจะไม่ได้เป็นประโยชน์ และอาจจะทำให้ประชาชนเบื่อหน่าย ไม่อยากได้ พล.อ.ประยุทธ์มาบริหารบ้านเมืองอีก
เด็กพท.ซัด'ชวน'ใส่ร้าย'แม้ว-ปู'
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ ขอบคุณรัฐบาลที่จัดงบประมาณซ่อมแซมถนนจากหัวหินไปสุดชายแดนภาคใต้ พร้อมระบุว่านายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่เคยจัดงบประมาณให้ว่า นายชวนพูดเป็นแผ่นเสียงตกร่อง ใส่ร้ายผู้อื่นเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง เป็นการทำงานการเมืองไม่สร้างสรรค์ อดีตนายกฯทั้งสองที่ถูกพาดพิงไม่มีโอกาสได้ชี้แจงข้อมูลที่บิดเบือนตามความถนัดของผู้ที่อาศัยฝีปากมากกว่าฝีมือ
นายอนุสรณ์กล่าวว่า ตนขออนุญาตทำความเข้าใจกับพี่น้องชาวใต้และประชาชนทั่วประเทศให้เข้าใจข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาประเทศว่า การเป็นนายกฯ มีหน้าที่ในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาทั้งประเทศ ดังนั้นโครงการสำคัญที่จะช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาประชาชนจึงต้องดำเนินการอย่างทั่วถึงและเสมอภาค เช่น โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค โครงการกองทุนหมู่บ้าน โครงการเอสเอ็มแอล หรือการช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งมีผลผลิตหลากหลายในแต่ละภาค การดูแลราคายางพารา ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจของเกษตรกรในภาคใต้ได้ดีกว่านายกฯที่มาจากคนใต้ คงเป็นเครื่องพิสูจน์ความจริงว่าคนเป็นนายกฯต้องรักประชาชนอย่างเสมอภาค
ชี้เอาใจทหารหวังได้ร่วม'รบ.'
นายอนุสรณ์กล่าวว่า การจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภาคใดๆ ก็ตาม มีหลายปัจจัย เช่น จำนวนประชากร รายได้ประชากร ลักษณะภูมิศาสตร์และทรัพยากรธรรมชาติ เริ่มจากแผนพัฒนาในระดับต่างๆ จนถึงระดับชาติ โดยการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนผ่านระบบราชการมาตามลำดับจนถึง ครม.และสภาผู้แทนราษฎร
"ขอยืนยันว่ารัฐบาลสมัยนายทักษิณและ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้ความสำคัญยิ่งกับการจัดสรรงบประมาณโครงสร้างพื้นฐานในจังหวัดภาคใต้ เพราะมีรายได้จากการท่องเที่ยวในระดับสูง รัฐบาลต้องดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ทั้งเรื่องสนามบิน ถนนหนทางให้ทันกับการเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ขอฝากข้อสังเกต ให้ประชาชนภาคใต้ได้ตรวจสอบอดีต ส.ส.ของท่านให้ดีว่าเหตุใดไม่มีผลงานในการติดตามความเดือดร้อนของประชาชนเรื่องถนนหนทางเท่าที่ควร เมื่อเทียบกับ ส.ส.ภาคอื่นๆ ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เพราะมีข่าวว่ามีการโยกย้ายงบประมาณข้ามภาคหรือไม่ เพื่อประโยชน์ในการทำธุรกิจรับเหมาสร้างถนน และประโยชน์ด้านอื่นๆ หรือไม่
"การให้ข่าวของอดีตนายกฯท่านนั้น เป็นที่เข้าใจได้ว่าเป็นธรรมชาติของพรรคการเมืองนี้ที่ไม่เคยชนะการเลือกตั้ง แต่อยากเป็นรัฐบาล ซึ่งจำเป็นจะต้องพึ่งทหารหรือการเมืองนอกระบบ การชื่นชมหัวหน้า คสช.ดังกล่าวจึงเป็นที่เข้าใจได้ เมื่อหัวหน้าพรรคออกมายืนยันไม่เอาเผด็จการ ไม่เอานายกฯคนนอก ผู้ใหญ่ในพรรคก็ต้องแตะทหารไว้บ้าง เดี๋ยวจะไม่ได้ร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นการดีเพราะประชาชนจะแยกแยะได้ง่ายขึ้นระหว่างฝ่ายที่เอาเผด็จการกับไม่เอาเผด็จการ ประชาชนจะเลือกใคร" นายอนุสรณ์กล่าว
'โต้ง'จวก'โถมีดโกนหมดมุข'
ด้านนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊กถึงกรณีเดียวกัน โดยระบุว่า "คุณเป็นถึงอดีตนายกฯ คุณพูดแบบนี้จริงหรือ ถ้าพูดน่ะ คนฟังก็พึงคิด และพึงรู้ว่าไม่จริง อดีตรองนายกฯ อดีตรัฐมนตรีคลัง และอดีตประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณ ในวาระรัฐบาลอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ขอยืนยันว่าไม่จริง เพราะถ้าจริง กรรมาธิการงบประมาณฯ ก็มี ส.ส. พรรคท่านอยู่มากมายในขั้นแปรญัตติวาระสอง ซึ่งก็ย่อมถูกแก้ไข หากแก้ไขไม่สำเร็จก็ต้องตามด้วยการถล่มเละในสภาฯ ก่อนผ่านวาระสาม ถ้าไม่ได้พูด ก็โปรดแจงมา จะลบโพสต์ แล้วตามด้วยคำขอโทษที่ฟังมาผิด แต่ถ้าจริง ผมแค่อยากจะบอก และถามท่านว่า โถมีดโกนหมดมุข ท่านหวังสร้างความเท็จ สร้างความเกลียด หรือหวังจะเลียรองเท้าบู๊ทครับ"
ขณะที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า อยากให้นายชวนกลับไปมองย้อนอดีตว่า ตั้งแต่พรรค ปชป.เป็นรัฐบาลทุกครั้ง มีการพัฒนาภาคใต้ขนาดไหน เพราะตนจำได้ดีว่าสมัยที่ตนเป็นเด็ก ภาคใต้ก็ถนนลาดยางสองเลนแล้ว ขณะที่ถนนในภาคอีสานยังเป็นถนนลูกรัง แต่เวลาผ่านไป ภาคใต้ก็ยังมีแค่ถนนลาดยางสองเลน ขณะที่ภาคอีสานและภาคเหนือ พัฒนามีถนนลาดยาง 8 เลนบ้าง 10 เลนบ้าง
ซัดรบ.ปชป.ไม่พัฒนาภาคใต้
นายพิชัยกล่าวว่า ประชาชนส่วนใหญ่รวมถึงคนภาคใต้เองอาจจะไม่ทราบว่าภาคใต้มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำกว่าภาคอื่นมาโดยตลอด การพัฒนากระจุกอยู่ในกลุ่มจังหวัดท่องเที่ยวเท่านั้น เช่น ภูเก็ต กระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี สงขลา (หาดใหญ่) เป็นต้น จังหวัดอื่นๆ พัฒนาน้อยมากเมื่อเทียบกับจังหวัดในภาคเหนือและอีสาน นอกจากนี้ หากย้อนไปดูการใช้งบประมาณไทยเข้มแข็ง 4 แสนล้านบาทสมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ จะเห็นว่าใช้งบเป็นเบี้ยหัวแตก มีการพัฒนาภาคใต้แค่ไหน งบส่วนใหญ่กระจายให้กับกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุขที่พรรค ปชป.ดูแลอยู่ ทำไมไม่นำไปพัฒนาภาคใต้ให้เจริญกว่านี้
นายพิชัยกล่าวว่า ขณะที่ถ้ามองย้อนหลัง รัฐบาลนายทักษิณพยายามผลักดันการพัฒนาเซาเทิร์นซีบอร์ด และโครงการแลนด์บริดจ์ แต่โดนปฏิวัติเสียก่อน หากทำสำเร็จภาคใต้คงเจริญมากกว่านี้มาก และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้พัฒนาถนนในจังหวัดภูเก็ตจนชาวภูเก็ตยังทำป้ายขอบคุณ ดังนั้น จึงอยากให้นายชวนหันกลับมาดูวิธีคิดและวิธีบริหารงานของพรรค ปชป.ในสมัยที่ได้เป็นรัฐบาลให้ดี ก่อนที่จะไปต่อว่ารัฐบาลอื่น และน่าจะนำแนวคิดการพัฒนาภาคใต้ที่รัฐบาลนายทักษิณคิดไว้แล้วนำไปใช้ ประชาชนภาคใต้จะได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ต้องลำบากเหมือนในปัจจุบัน ที่ราคายางพาราตกต่ำกว่าสมัยรัฐบาลนายทักษิณและรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์มาก
'ชวน'ย้ำ'แม้ว'เมินพัฒนาถนนใต้
ที่บ้านพักจังหวัดตรัง นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ และประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์กรณีจังหวัดทางภาคใต้ถูกเลือกปฏิบัติในการซ่อมแซมถนน 4 เลน โดยถูกกลั่นแกล้งจากรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯว่า เรื่องถนน 4 ช่องจราจร เกิดขึ้นสมัยตนเป็นนายกฯครั้งแรก ก่อนหน้านี้เป็นเรื่องเล่าสนุกๆ กันว่า ตนไปสักการะพระธาตุเมืองนครศรีธรรมราช ท่านเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุพูดว่า "โยมชวน ขอถนนสี่เลนนะ คุณชวนไปรับตำแหน่งฯขอสี่เลน" หลังจากตนดำรงตำแหน่งนายกฯ ได้สร้างถนน 4 เลน ช่วงที่ 1 และ 2 เป็นครั้งแรกที่ถนน 4 เลนไปทั่วประเทศ จากเดิมก่อสร้างเฉพาะจังหวัดที่เป็นจังหวัดของนายกฯหรือรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม เมื่อตนมาเป็นรัฐบาลก็กระจายการก่อสร้างถนน 4 เลนอย่างยุติธรรม ไปภาคเหนือสุด อีสานสุด ภาคใต้ และตะวันออกเฉียงเหนือ รัฐบาล ปชป.ได้ทำมา
"เมื่อถึงยุคนายทักษิณ มีการประกาศชัดเจนว่าจะพัฒนาจังหวัดที่เลือกพรรคไทยรักไทยก่อน จังหวัดอื่นไว้ทีหลัง เพราะฉะนั้นโครงสร้างพื้นฐานที่ทำไว้ในอดีตเก่าและทรุดโทรมลง มีการซ่อมแซมดูแลน้อยมาก พูดตามหลักวิศวกรว่าถ้า 7 ปีไม่ซ่อมพื้นถนนจะมีน้ำซึมเข้าไปซ่อมยาก ต้องรื้อทำใหม่ ในยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็ฟื้นกลับมาเล็กน้อย ซึ่งรัฐบาลได้ทำโครงการกระจายความยุติธรรมมากขึ้น ลดปัญหารัฐบาลทักษิณที่ก่อไว้ในระดับหนึ่ง แต่ว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ก็อยู่ในระยะสั้นๆ ไม่สามารถจัดงบประมาณได้อย่างต่อเนื่อง" นายชวนกล่าว
เผยให้'สุเทพ'คุย'บิ๊กตู่'ช่วย
นายชวนกล่าวว่า กระทั่งมาถึงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถ้าจำกันได้อย่างเช่นจังหวัดภูเก็ตขอหอประชุม แต่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ปฏิเสธ บอกว่าจะไม่ให้จนกว่าจะได้ ส.ส. เรื่องนี้ น.ส. ยิ่งลักษณ์พูดเอง โดยยึดหลักแนวนายทักษิณมาปฏิบัติกับจังหวัดที่ไม่เลือกพรรคไทยรักไทย ภาคใต้พบมากที่สุดเพราะช่วงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ พรรคไทยรักไทย หรือพรรคเพื่อไทย ไม่ได้รับการเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้เลย จึงเป็นนโยบายเลือกปฏิบัติเกิดขึ้น ถนนทรุดโทรมมีการซ่อมแซมน้อยมาก
"เรื่องนี้ผมเป็นผู้ไปร้องเรียนให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในสมัยนั้น ซึ่งรับปากว่าจะซ่อม แต่ในที่สุดไม่ได้ซ่อม ผมไม่ละเลย ร้องไปยังรัฐบาล คสช. ผ่านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส. ซึ่งสนิทกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ให้พูดกับ พล.อ.ประยุทธ์ ผมเองได้พูดกับ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และปลัดกระทรวงคมนาคมทั้งคนเก่าและหลัง โดยเฉพาะนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคมในขณะนั้น ช่วยดูแลและจัดงบประมาณมาซ่อมถนน 3 ปีที่ผ่านมามีการซ่อมถนนด้วยการรื้อถนนเก่า ซ่อมถนนใหม่หลายช่วง เนื่องจากถนนเก่าพังหมดแล้ว นับจากหัวหินเป็นต้นมา ถนนจะดีถึงหัวหินเท่านั้น หลังจากนั้นมีการซ่อมแซมถนนจากหัวหินถึงประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ทุ่งสง เลยไปยะลา ถนนสายดังกล่าวทรุดโทรมมากที่สุด และได้รับการซ่อมแซมจากรัฐบาลชุดนี้" นายชวนกล่าว
ชี้'วิษณุ'เกรงใจ'แม้ว'ไม่ช่วยใต้
นายชวนกล่าวว่า เป็นเรื่องที่พรรค ปชป.ร้องไป โดยเฉพาะตนได้ทำหนังสือไปยังนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ซึ่งการเลือกปฏิบัติเกิดขึ้นในสมัยนายวิษณุเป็นรองนายกฯด้วย แต่ท่านเป็นคนสงขลาพูดง่ายๆ ว่าท่านเป็นคนปักษ์ใต้แท้ๆ ท่านคงไม่คิดร้ายกับคนใต้แน่ๆ แต่คงเกรงใจนายทักษิณ ในสมัยนั้นจึงไม่ได้รักษาสิทธิของคนภาคใต้เอาไว้
"แต่ขณะนี้ถือว่ามีการซ่อมบำรุงที่ดีขึ้น แม้จะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ คิดว่าประมาณ 80-90 เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นที่มาเรื่องการดูแลถนนหนทางของภาคใต้ ส่วนภาคอื่นๆ เวลาที่พรรคประชาธิปัตย์ร้องไปก็ร้องให้จังหวัดที่ถูกเลือกปฏิบัติ จังหวัดไหนถูกเลือกปฏิบัติก็ต้องให้ความเป็นธรรม หลายจังหวัดได้รับการเลือกปฏิบัติจากรัฐบาลภายใต้ระบอบทักษิณ ที่เขาเรียกกัน" นายชวนกล่าว
อดีตส.ส.ย้ำ'แม้ว-ปู'เลือกปฏิบัติ
ด้านนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล อดีต ส.ส.ตรัง พรรค ปชป. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ นายชวนเคยไปดูข้อมูลในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ เช่น จำนวนถนนของประเทศไทยคิดเป็นระยะทางของกรมทางหลวงที่ดำเนินการก่อสร้าง โดยระยะทางทั่วประเทศคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น ภาคเหนือ 25% ภาคกลาง 27% ภาคอีสานกว่า 20% ภาคใต้กว่า 20% หลังจากนั้นมาดูเรื่องงบประมาณการซ่อมแซมถนน เมื่อไปดูทางภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ได้กว่า 20% แต่ภาคใต้ได้มาเพียง 12% เท่านั้น ทำให้ถนนไม่ได้รับการซ่อมแซม ถนนจากกรุงเทพฯไปภาคใต้เป็นหลุมเป็นบ่อ
"ในฐานะผู้แทนราษฎรผมขออภิปราย แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ อดีตอธิบดีกรมทางหลวง หลังจากเกษียณราชการมาบอกนายชวนว่า จริงๆ แล้วทางกรมเตรียมจะให้เนื่องจากอยู่ในแผนแล้ว แต่มาถึงกระทรวงคมนาคมผู้ใหญ่รัฐบาลสมัยนั้นเบรกงบไป มาถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ นายชวนกับอดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ทำหนังสือถึงรัฐบาล คสช.จึงได้งบซ่อมแซมถนนทั้งสาย งบประมาณเป็นหมื่นล้านบาท ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเวลาเดินทางขึ้นกรุงเทพฯถนนได้รับการซ่อมเหมือนกับได้ทำใหม่ หลังไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐบาลนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เลือกปฏิบัติว่าภาคใต้เป็นพรรคประชาธิปัตย์" นายสมบูรณ์กล่าว
'วิรัตน์'ยันพี่น้องชินวัตรแกล้งคนใต้
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าฝ่ายกฎหมาย พรรค ปชป. กล่าวถึงกรณีที่อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ออกมาตอบโต้นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯว่า ตนยืนยันได้ว่าสิ่งที่นายชวนพูดเป็นข้อเท็จจริง เรื่องไม่จริงนายชวนคงไม่พูดอยู่แล้ว เพราะในสมัยพรรคไทยรักไทยหาเสียง นายทักษิณเคยปราศรัยกับพี่น้องประชาชนที่ จ.นครสวรรค์ ว่าจังหวัดไหนไม่เลือกไทยรักไทยให้รอไปก่อน จะพัฒนาเฉพาะจังหวัดที่คนเลือก ส.ส.ของพรรคไทยรักไทยเท่านั้น ขณะที่ในสมัยพรรคเพื่อไทยที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ ก็มีคนในตระกูลชินวัตรสั่งอธิบดีกรมทางหลวงท่านหนึ่งว่า หากลงงบพัฒนาจังหวัดภาคใต้ก็ย้ายออก
"นายชวนทราบเรื่องนี้เอง เพราะเมื่ออธิบดีคนดังกล่าวเกษียณอายุราชการก็มาเล่าให้นายชวนฟัง นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมถนนภาคใต้ถึงไม่พัฒนาเลยเป็นเวลา 15 ปี คนท้องแก่ใกล้คลอดไปโรงพยาบาลก็ลำบาก ถือเป็นการกระทำที่เลือกปฏิบัติกับประชาชน อีกทั้งยังเบียดเบียนข้าราชการ ถ้าเห็นคนไหนช่วยพรรคประชาธิปัตย์ก็เอาให้ตาย แต่ถ้าหากใครช่วยพรรคไทยรักไทย ช่วยพรรคเพื่อไทย ก็จะได้รับการส่งเสริม พฤติกรรมเช่นนี้ทำให้บ้านเมืองวิกฤต เป็นการสร้างความแตกแยกในระดับผู้บริหารบ้านเมือง โดยเฉพาะบุคคลที่เป็นนายกฯที่มาจากระบอบทักษิณสร้างขึ้นมา" นายวิรัตน์กล่าว
รุมจวก'โอ๊ค'ขำปชป.ต้านเผด็จการ
นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์เฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์พรรค ปชป.ที่ประกาศจุดยืนว่า "ประชาธิปัตย์ ยืนหยัด ปกป้องประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ" ว่า พรรคประชาธิปัตย์ต่อสู้กับเผด็จการรัฐสภาในช่วงที่ผ่านมา แต่พอได้ยินว่า ปชป.ยังยืนหยัดต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ นายพานทองแท้จึงทนฟังไม่ได้ การทำงานของ ปชป.ทำให้นายทักษิณโดนยึดทรัพย์ 46,000 ล้านบาท ส่วน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โดนฟ้องเรียกค่าเสียหายจากโครงการจำนำข้าว อาจทำให้แทงใจดำนายพานทองแท้ อย่างไรก็ตาม นโยบายปกป้องประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบของพรรค ปชป.ทำมาโดยตลอดเวลาร่วม 72 ปี ดังนั้น นายพานทองแท้ซึ่งไม่เคยเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยจึงไม่เข้าใจ และเห็นว่าการปกป้องประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการ เป็นเรื่องน่าขำ
ด้านนายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรค ปชป.กล่าวว่า ไม่อยากจะออกมาชี้แจงมาก เพราะอธิบายไปคนอย่างนายพานทองแท้ก็ไม่มีวันเข้าใจ แต่ครั้งนี้จะไม่ชี้แจง แต่จะสอนนายพานทองแท้ให้เข้าใจคำว่าเผด็จการเสียงข้างมากในรัฐสภาที่นำไปสู่เผด็จการทหาร ปชป.ต่อต้านทั้งสองอย่าง และตั้งแต่ยึดอำนาจมา ปชป.ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลทหารตลอด ถ้าพรรคสนับสนุนรัฐบาลทหาร เช่น การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญก็คงรับร่างรัฐธรรมนูญไปแล้ว แต่เราคัดค้านด้วยเหตุด้วยผลตลอดมา
นายพานทองแท้ไม่ใช่เด็กแล้ว อย่านึกสนุกอะไรขึ้นมาก็พูด ควรสุขุมมากกว่านี้ อีกอย่างพรรคการเมืองเป็นสถาบัน อย่ามาดูหมิ่นกล่าวหาใส่ร้ายกัน ถ้าใครมาว่าคนในบ้านนายพานทองแท้ ก็ต้องโต้ตอบ ปชป.ก็เช่นกัน ผมคนหนึ่งที่อาศัยบ้านหลังนี้อยู่ ถ้าใครมาให้ร้ายพรรคหรือคนในพรรค จะให้ผมยอมทนฟังคงไม่ได้ จึงขอให้เลิกนิสัยลักษณะแบบนี้ ถ้าแน่จริงควรตั้งหัวข้อ ทำไมถึงมีการยึดอำนาจปี 2549 และปี 2557 แล้วนัดมา ผมพร้อมทุกเวที นายราเมศกล่าว
'มาร์ค'ซัดรบ.4ปีแก้ศก.เหลว
(ยังมีต่อ)

Comment
Related