วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2561 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

คอลัมน์: กาแฟดำ: เจรจาสันติภาพใต้ ต้องระดมความคิดทุกฝ่าย

 05 ธ.ค. 2561 06:00 น. | หมวดหมู่ การเจรจาเพื่อสันติ
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

การไปตั้งวงสนทนากับหลายๆ วงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ได้รับทราบรายละเอียดบางเรื่องเกี่ยวกับกระบวนการเจรจาสันติสุขระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายเห็นต่างที่น่าสนใจหลายประเด็น
ผมเล่าให้ผู้เกี่ยวข้องทราบถึงท่าทีของนายกรัฐมนตรีมหาธีร์ของมาเลเซีย ที่บอกผมว่าท่านมีความตั้งใจจริงจังที่จะช่วยเป็น "ผู้อำนวยความสะดวก" ระหว่างสองฝ่ายในไทยเพื่อให้การพูดจามีความคืบหน้าอย่างจริงจัง
อีกทั้งคุณอันวาร์ อิบราฮิม "รักษาการนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย" ก็ยืนยันกับผมอย่างนั้น จึงเป็นนิมิตหมายที่เป็นไปทางบวก
แน่นอนว่าเราต้องผลักดันให้การเจรจาเป็นไปในทิศทางที่ยอมรับกันได้ทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดผลอย่างจริงจัง โดยความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านทางใต้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความพยายามเท่านั้น
ขณะเดียวกันรายงานของ "สำนักข่าว อิศรา" ที่ผมเอารายละเอียดมาเล่าในคอลัมน์เมื่อวาน ก็ดูเหมือนจะชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าน่าจะมีความคืบหน้าที่น่าสนใจบางประเด็นเช่นกัน
ที่น่าติดตามอีกด้านหนึ่งของรายงานชิ้นเดียวกันนี้บอกว่ายังอีกความเคลื่อนไหวหนึ่ง เมื่อเร็วๆ นี้ พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขภาคใต้คนใหม่ ได้เริ่มเปิดตัวเปิดวงหารือกับกลุ่มต่างๆ ในพื้นที่ชายแดนใต้ รวมทั้งกลุ่มสื่อมวลชน เพื่อรับฟังความเห็นที่เป็นแนวทางสู่สันติสุขที่จะเกิดขึ้นจากโต๊ะพูดคุย
รายงานชิ้นนี้บอกต่อว่า"เราคุยเรื่องนี้กันมา 3-4 ปีก็ยังเผชิญหน้าด้วยความรุนแรงอยู่ จำต้องคุยกับทุกกลุ่มเพื่อหาทางออกจากความขัดแย้ง ผมจะคุยเมื่อกลุ่มก่อความรุนแรงมาคุยกับผม คุยทั้งกลุ่มมาราปาตานี กลุ่มปาตานีพลัส คนที่คุมกำลัง คุยอย่างไม่เป็นทางการและอาจไม่จบที่โต๊ะเจรจา เพราะถ้าไม่คุยใต้โต๊ะให้เรียบร้อยอาจไม่ถูกนำมาคุยบนโต๊ะ การไปพูดคุยครั้งนี้ไม่ใช่การเจรจาหยุดยิง เป็นการพูดคุยเพื่อออกจากความขัดแย้ง ไม่ใช้ความรุนแรง รับฟังข้อเสนอจากปากเขา ต้องสื่อสารไปยังผู้เห็นต่างและประชาชนว่าต้องการลดการเผชิญหน้าและออกจากความรุนแรง นี่เป็นเจตนารมณ์ของผม" พล.อ.อุดมชัยกล่าวตอนหนึ่ง
เขายังบอกว่าเรื่องใหญ่ที่สุดของปัญหาภาคใต้ขณะนี้คือ การสื่อสารกับคนทั้งประเทศให้ได้รับรู้ และให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในสิ่งที่ทำ
อยู่ ได้ช่วยกันผลักดัน ซึ่งสื่อมวลชนมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในกระบวนการสื่อสาร ช่วยกันหาแนวทางสื่อสารที่ให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมรับรู้ว่าเรื่องราวของพี่น้องชายแดนใต้คือเรื่องของคนทั้งประเทศ
สำหรับความเห็นของคนทำสื่อในพื้นที่มีข้อเสนอที่หลากหลาย เพาซี พะยิง กลุ่มเฌอบูโด ผู้ผลิตสื่ออิสระ กล่าวว่า ต้องสร้างพื้นที่กลางให้ทุกคนได้ใช้พื้นที่ร่วมกันอย่างปลอดภัย มีการสื่อสารแบบคู่ขนาน แถลงให้ประชาชนได้รับทราบถึงความคืบหน้าในการดำเนินงาน
ตูแวตานียา มือรีงิง จากสำนักข่าวช่อง 3 มาเลเซีย บอกว่าควรนำข้อเสนอแนะเชิงบวกสู่โต๊ะพูดคุยในสิ่งที่ประชาชนและฝ่ายที่เห็นต่างต้องการ โดยเฉพาะสิ่งที่รัฐไทยทำได้และเห็นผลการเปลี่ยนแปลง ต้องสื่อสารให้มีการรับรู้อย่างทั่วถึงในพื้นที่ทั้งโทรทัศน์ วิทยุ สื่อใหม่ เพราะทุกคนอยากเห็นความสงบสุข มีอาชีพและรายได้ มีความปลอดภัยในชีวิต
ขณะที่พัชรา ยิ่งดำนุ่น จากสถานีวิทยุกระจายเสียง ม.อ.ปัตตานี เสนอว่าต้องทำให้วาระการพูดคุยเป็นประเด็นสื่อสารของคนสามจังหวัด รัฐต้องสื่อสารอย่างจริงจัง สร้างสภาวะให้ผู้คนรู้สึกเป็นการพูดคุยที่เสรี ทุกอย่างต้องเชื่อมไปกับกระบวนการและสันติภาพ
มูฮัมหมัด ดือราแม จากสำนักข่าวอามาน บอกว่า การพูดคุยมีต้นทุนที่สามารถทำให้สำเร็จได้ สันติภาพไม่ใช่การเปลี่ยนสนามแข่งขันมาเป็นสนามรบ สายสัมพันธ์ของคนในพื้นที่ตัดไม่ขาด ต้องสร้างความรู้สึกความเป็นเจ้าของร่วมกัน รัฐต้องสร้างช่องทางการสื่อสารและรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนได้รับรู้
หากสัญญาณใหม่เหล่านี้นำไปสู่การร่วมกันหาทางออกอย่างจริงจัง ไม่แน่ ...เราอาจเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายถ้ำในอีกไม่นานเกินรอก็ได้
เพราะนี่คือความหวังของทุกคนที่ผมได้แลกเปลี่ยนความเห็นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง.--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

Comment
Related