วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2561 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

"คมนาคม" ดันลงทุนแสนล้าน หนุนระเบียงเศรษฐกิจ 4 ภาค

 12 ก.พ. 2561 18:00 น. | หมวดหมู่ เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในแผนการพัฒนาระบบขนส่งและโลจิสติกส์ของภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากเป็นพื้นที่เชื่อมโยงการขนส่งสินค้า 2 ฝั่งมหาสมุทรและเป็นจุดพาดผ่านตามนโยบายเส้นทางสายไหมใหม่ของประเทศจีน ซึ่งรัฐบาลอยู่ระหว่างผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพ-หนองคาย เพื่อเชื่อมการค้าตามเส้นทางจีน-สปป.ลาว-ไทย ไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์ ดังนั้นการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) จึงเป็นตัวอย่างสำคัญที่จะผลักดันเศรษฐกิจชาติ เพื่อรองรับการเติบโตของภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากพบว่าสัดส่วนจีดีพีของประเทศราว 20% นั้นมาจาก 3 จังหวัดในเขตอีอีซี โดยเฉพาะ จ.ระยองที่ครองสัดส่วนจีดีพีถึง 8% ทั้งที่มีประชากรแค่ 1% ของทั้งประเทศหรือราว 6 แสนคน ดังนั้นไทยควรมีแนวทางการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจในภาคอื่นๆ ที่เชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อรองรับการค้าอาเซียนด้วย
นายไพรินทร์ กล่าวต่อว่า พื้นที่แนวระเบียงเศรษฐกิจที่เหมาะสมนั้นกระทรวงคมนาคมมองว่าควรเป็นแนวระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (เอสอีซี) และแนวระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ (เอ็นอีซี) โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ตนมองว่าควรส่งเสริมการพัฒนาเส้นทางขนส่ง 2 ฝั่งทะเลอ่าวไทยและทะเลอันดามันหรือโครงการแลนด์บริดจ์ เพราะเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญเชื่อมต่อมหาสมุทรอินเดียและแนวเส้นทางสายไหมใหม่ของจีน อีกทั้งยังสามารถช่วงชิงตลาดโลจิสติกส์ทางน้ำจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งมีปริมาณเรือสินค้า 4-5 หมื่นลำต่อวันบริเวณเส้นทางเดินเรือช่องแคบมะละกาเชื่อมต่อไปยังมาเลเซีย-สิงคโปร์ ปัจจุบันน่าเสียดายที่โครงการดังกล่าวถูกชะลอไปจากปัญหาต่างๆ จึงเสี่ยงที่ประเทศไทยจะเสียโอกาสเนื่องจากประเทศมาเลเซียและจีนได้จับมือกันเพื่อพัฒนาเส้นทางแลนด์บริดจ์ในฝั่งมาเลเซียโดยมีกำหนดการแล้วเสร็จภายใน 3 ปี ซึ่งเส้นทางดังกล่าวถือว่าเป็นเส้นทางที่สั้นกว่าและประสิทธิภาพน้อยกว่าเส้นทางของประเทศไทย
ขณะที่พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือนั้นตนมองว่าควรจะเป็นพื้นที่เชื่อมต่อจากเมืองหลวงไปยังเมืองรองเอ็นอีซีเช่นดียวกับพื้นที่อีอีซี โดยปัจจุบันกระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างก่อสร้างมอเตอร์เวย์จากอีอีซีไปเชื่อม 2 เมืองใหญ่อย่าง จ.ปราจีนบุรีและ จ.นครราชสีมา ควบคู่ไปกับโครงการมอเตอร์เวย์และรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่จะพาดผ่านเมืองอุตสาหกรรมอย่างจ.อยุธยายาวไปถึง จ.เชียงใหม่ ดังนั้นพื้นที่ศักยภาพที่จะช่วงชิงความได้เปรียบเพื่อนบ้านอาเซียนคือเส้นทางขนส่งสินค้าตามแนวระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก-ตะวันตก (EWEC) เชื่อมต่อไทย-เมียนมา-สปป.ลาว-เวียดนาม ปัจจุบันกระทรวงคมนาคมมีแผนขยายถนนตามแนวเส้นทางดังกล่าวรวมถึงการลงทุนพัฒนารถไฟทางคู่อีกด้วย
รายงานข่าวกระทรวงคมนาคมระบุว่า สำหรับแผนการพัฒนาแลนด์บริดจ์ของกระทรวงคมนาคมนั้นมีแผนพัฒนาโครงการก่อสร้างทางรถไฟเชื่อมโยงขนส่งสินค้าระหว่างท่าเรือฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ระยะทาง 142 กม. วงเงิน 2.6หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ช่วงหาดใหญ่-ปากบารา และหาดใหญ่-ท่าเรือสงขลาแห่งที่ 2 (อ.จะนะ) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนแม่บทยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ (SEA : Strategic Environmental Assessment) ทั้งระบบท่าเรือชายฝั่งและสะพานเศรษฐกิจ (แลนด์บริดจ์) ครอบคลุม 6 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร ระนอง นครศรีธรรมราช กระบี่ สงขลา และสตูล ควบคู่ไปกับแผนการพัฒนาแลนบริดจ์ภาคใต้ตอนบนโครงการรถไฟสายใหม่ ช่วง อ.ดอนสัก- จ.สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 77 กม. วงเงิน 1.8 หมื่นล้านบาท และโครงการก่อสร้างรถไฟ ช่วง จ.สุราษฎร์ธานี-อ.ท่านุ่น จ.พังงา ระยะทาง 156 กม. วงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท
ส่วนด้านโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตามแนวระเบียง EWEC กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างดำเนินการขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจรตลอดแนวเส้นทางในประเทศไทยระหว่างแม่สอด จ.ตากไปจนถึง จ.มุกดาหาร ล่าสุดดำเนินการได้เกือบครบทั้งหมดแล้ว นอกจากนี้ยังมีแผนก่อสร้างรถไฟทางคู่เชื่อมต่อพื้นที่ EWEC โดยใช้ เส้นทางบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟทางคู่เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ สำหรับโครงการรถไฟทางคู่ช่วงบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม ระยะทาง 355 กม. วงเงิน 6.57 หมื่นล้านบาท และโครงการรถไฟทางคู่ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ ระยะทาง 217 กม. วงเงิน 5.99 หมื่นล้านบาท เป็นโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 จำนวน 9 เส้นทางที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ทยอยเสนอโครงการขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในปีนี้
ที่มา: http://www.dailynews.co.th

Comment
Related