วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ.2564 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

รอบรั้วเมืองใต้ : 22 กรกฎาคม 2564

 22 ก.ค. 2564 06:23 น. | หมวดหมู่ การ รปภ. ในชีวิต และทรัพย์สิน
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

รอบรั้วเมืองใต้ในหนังสือพิมพ์แนวหน้า ฉบับนี้ผู้เขียนขอเข้าร่ายข่าวสังคมชมคนที่ควรชม ข่มคนที่ควรข่มตามวิสัยคนหนังสือพิมพ์อาชีพ ที่เห็นมาอย่างไร ก็เขียนไปอย่างนั้น....เริ่มต้นที่ สถานการณ์การแพร่ระบาดของ“โควิด-19”ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยอดผู้ติดเชื้อและยังพุ่งทะยานไปข้างหน้า และ“คนตาย” ก็ยังไม่หยุดนิ่ง ล่าสุด จ.ยะลามี“คลัสเตอร์”ที่ โรงเรียนสอนศาสนา อ.ยะหา จ.ยะลา เกิดขึ้นอีก 1 คลัสเตอร์ ให้เป็นที่กังวล...และ ที่ต้องจับตามอง และต้องมีแผนในการรองรับ คือ หลังวันที่ 22 ก.ค. ซึ่งเป็นวัน“อีดิลอัฎฮา” หรือ วันฮารีรายอ”ของผู้นับถือศาสนาอิสลาม เชื่อเถอะ จะมี“คลัสเตอร์”ใหญ่ๆ เกิดขึ้น จาก“ครัวเรือน”อีกครั้ง เพราะวันนี้ แม้สถานการณ์การระบาดเป็นไปด้วยความรุนแรง แต่ประชาชนใน หมู่บ้าน ตำบล รอบนอกตัวเมือง ยังไม่เชื่อฟัง คำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัด ที่เป็น หัวหน้า ศบค.ของแต่ละจังหวัด วัน“อีดิลอัฎฮา”จะมีการรวมตัวกันเป็นกลุ่มเป็นก้อนทั้งใน ครอบครัว และในเรื่อง“ศาสนปฏิบัติ”ดังนั้นหลังจากวันที่ 22ก.ค.ไปแล้ว ทั้งชัยสิทธิ์ พานิชพงษ์ผวจ.ยะลา,ราชิต พุ่มสุดผวจ.ปัตตานี,เจษฎา จิตรัตน์ผวจ.นราธิวาส,จารุวัฒน์ เกลี้ยเกลาผวจ.สงขลา และเอกรัฐ หลีเส็นผวจ.สตูล ต้องมีแผนล่วงหน้าในการ“รับมือ”กับยอดผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อ ที่เพิ่มขึ้นอีกครั้ง...ขอตั้งข้อสังเกตว่า การระบาดของ“โควิด-19” รอบที่ 4 รอบนี้ บทบาทของ ผู้นำศาสนาอิสลามในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่มีความ“โดดเด่น” เท่าที่ควรจะมี และควรจะเป็นเชื่อว่า“โควิด-19”ยังอยู่กับเราอีกนาน ผู้มีบทบาทในการ“ชี้นำ”สังคม “มุสลิม”ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแวดือราแม มะมิงจิ“บาบอแม”ประธานกรรมการอิสลาม จ.ปัตตานี และ ผู้นำ กรรมการอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องเพิ่ม “บทบาท” ในการ“ชี้นำ” สังคมมุสลิมในเรื่องการ ต่อสู้กับ สงครามโรค ของ“โควิด-19” ให้ มากยิ่งขึ้น...19 ก.ค. ที่ผ่านมา ก่อนถึงวัน“อีดิลอัฎฮาเพียง 3 วันแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (บีอาร์เอ็น) ออกแถลงการณ์ถึงพี่น้องมลายูในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอ้างว่า บีอาร์เอ็น เห็นถึงความทุกข์ยากของทุกคนจากปัญหาของ“โควิด-19” ขอให้ทุกคนผ่านพ้นไปด้วยดี เพื่อที่จะได้ต่อสู้กับผู้ล่าอาณานิคมคือ“สยาม” ผู้ยึดครองปัตตานี จะเห็นได้ว่า“บีอาร์เอ็น”ใช้ทุกโอกาสในการปลุกระดม เพื่อให้คนในพื้นที่ “เกลียดชัง”และร่วมมือกัน “แบ่งแยกดินแดน” และจากงาน “การข่าว”ที่ได้รับทั้งในพื้นที่และจาก “กลันตัน”ประเทศมาเลเซีย ปลายเดือน ก.ค.หรือ ต้นเดือน ส.ค.อาจจะมีการก่อการร้ายเกิดขึ้นในหลายพื้นที่พล.ท.เกรียงไกร ศรีรักษ์แม่ทัพภาคที่ 4/ผอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าต้อง“ติวเข้ม”เหล่า ผบ.ฉก.ผบ.กกล. เตรียมปฏิบัติการ“เชิงรุก”ต่อพื้นที่เป้าหมาย ให้ได้ก่อน อาจจะทำให้ แผนการของ บีอาร์เอ็น ไม่ประสบผล... เป็น“วิบากกรรม” ของ เกษตรกรสวนผลไม้ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะการ“ล็อกดาวน์” พื้นที่ทำให้พ่อค้า แม่ค้า และ บรรดา“ล้ง” เกิดปัญหาในการรับซื้อทุเรียน ซึ่งเวลานี้คือห้วงเวลาที่ ทุเรียน ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องตัดขาย...แต่จากปัญหาการ ปิดตลาด การห้ามเดินทางข้ามจังหวัด การ“ล็อกดาวน์” อย่างเข้มขึ้นราคาทุเรียนจาก กิโลละ100กว่าบาท เหลือเพียง60-80 บาทช่องทางขายทาง“ออนไลน์”ช่วยได้ก็ไม่มาก...แต่โชคยังดีที่ ใน อ.เทพา จ.สงขลา มีโรงงานอุตสาหกรรมทุเรียนแปรรูป ซึ่งเป็นของกลุ่มทุนจากประเทศจีนตั้งอยู่ ช่วยรับซื้อไปได้มาก... แต่ก็ยังมีเกษตรกรสวนทุเรียนเดือดร้อนอยู่ไม่น้อยพล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูรเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) จึงต้องรับบทหนัก ในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนทุเรียนเพื่อให้รอดพ้นจากภาวะวิกฤติในครั้งนี้...
ปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์

ที่มา: www.naewna.com
News Code: loc g:naewna g:agency p:wnn v:netnews

Comment