วันพุธที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2561 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

คอลัมน์: เย็นกายสุขใจ: 'เราจะไม่ทิ้งกัน'เสียงที่ดังกว่าระเบิด

 13 ก.พ. 2561 06:00 น. | หมวดหมู่ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

พระมหาธนเดช ธมฺมปญฺโญ
ประโยคแรกที่เราคุยกันในวันเริ่มโครงการธรรมะเยียวยาใจ สายใยปลายด้ามขวาน และเป็นประโยคที่เราบอกกันเสมอๆ คือ "เราจะไม่ทิ้งกัน"
...
ครั้งล่าสุดที่เราได้เจอกันคือการไปร่วมสวดมนต์และฟังพระธรรมเทศนาบนเขาพระศรีศากยมุนีพุทธโคดม ค่ายสิรินธร จังหวัดปัตตานี วันนั้นได้แสดงพระธรรมเทศนา เรื่อง มรณานุสติ (การระลึกถึงความตาย) ความตอนหนึ่งว่า เรื่องตายนี่ ใครก็ตาย อยู่ที่ไหนก็ตาย แต่มีอยู่อย่างมีคุณค่าได้อย่างไรคือสิ่งที่ควรพิจารณา ซึ่งท่านทั้งหลายวันนี้ได้มาสร้างคุณค่าในการมีชีวิตแล้ว เพราะมิเพียงแต่ได้ประโยชน์ส่วนตน แต่ยังเป็นประโยชน์เกื้อกูลในการรักษาพระพุทธศาสนาด้วย
หลังจากจบกิจกรรม โยมท่านหนึ่งเดินมาบอกว่า ปกติโยมกลับบ้านกลัวว่าจะอันตรายหรือเปล่า แต่วันนี้เข้าใจแล้วว่า ความตายไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะความตายเป็นเรื่องธรรมดา แต่อยู่อย่างไรให้มีคุณค่าต่างหาก คือเรื่องวิเศษที่ควรพิจารณาให้มาก
พอได้ฟังแบบนี้ก็ชื่นใจว่าโยมได้หลักที่จะนำไปใช้ในชีวิตในพื้นที่ที่ใครๆ ก็เรียกกันว่า "พื้นที่สีแดง"
มรณานุสติ มิใช่เป็นหลักให้แต่เพียงญาติโยม แต่เป็นสิ่งที่พระคุณเจ้าได้พิจารณา เพราะหลังจากที่เดินทางกลับได้ไม่กี่ชั่วโมงก็เกิดการลอบวางระเบิดในเส้นทางที่เราเดินทางผ่านมา โยมเป็นห่วงโทรมาถาม "ท่านเป็นอย่างไรบ้าง กลัวหรือเปล่า"จึงตอบกลับไปว่า โยมไม่กลัว พระก็ไม่กลัว โยมอย่าทิ้งพระแล้วกัน
โยมรีบตอบกลับมาทันที "โยมไม่ทิ้งพระหรอก ว่าแต่พระแหละอย่าทิ้งโยม"
นั่นเป็นบทสนทนาธรรมดาผ่านทำนองอันแผ่วเบา แต่หนักแน่นในความตั้งใจว่า เราจะไม่ทิ้งกัน
...
หลังจากนั้นไม่ถึง ๒ สัปดาห์ เหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิด เสียงที่ไม่มีใครอยากได้ยินก็ดังขึ้น ท่ามกลางตลาดสดที่คับคั่งไปด้วยผู้คน หน้าร้านที่เพิ่งใส่บาตรพระสงฆ์ มีรถจักรยานยนต์คันหนึ่งมาจอด และก็มีเสียงระเบิดดังขึ้น หลังจากนั้นบรรยากาศก็วุ่นวาย ผู้คนแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง มิใช่เพียงแต่ร่างกายที่ถูกทำร้าย หัวใจของทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นก็แตกสลายไม่ต่างกัน
เมื่อเหตุการณ์สงบ ยอดจำนวนผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บถูกนับและประกาศให้ผู้คนรับรู้ ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขเท่าใด แต่นี่คือความสูญเสีย มิใช่ความสูญเสียของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นความสูญเสียซึ่งเป็นของคนทั้งประเทศ
พวงหรีดของกลุ่มใต้ร่มพุทธธรรม ยะลา พุทธศาสนิกชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพวงหรีดพวงแรกของงานศพที่ถูกจัดขึ้น กลุ่มคนเล็กๆ ที่มีหัวใจยิ่งใหญ่ เป็นกลุ่มแรกที่เดินทางมาถึง และเป็นกลุ่มสุดท้ายที่เดินทางกลับจากงานศพ เราเริ่มต้นจากธารน้ำใจเล็กๆ ไหลไปลดความรุ่มร้อนทั้งของคนและสถานการณ์ สิ่งละอันพันละน้อยถูกหยิบจับโดยคนโน้นบ้าง คนนี้บ้าง ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสิ่งที่ตนเองทำได้อย่างเต็มหัวใจ
รุ่งเช้าขึ้นมา ดอกกุหลาบมากมาย ถูกถือมาในตลาดสดที่เกิดเหตุ เป็นกุหลาบที่ถือมาแทนหัวใจของคนไทย มาเพื่อมอบให้ถึงใจ เป็นกำลังใจให้กัน พระสงฆ์ในพื้นที่ออกมาพบปะญาติโยมเพื่อให้กำลังใจ เจ้าหน้าที่รัฐและเอกชน ทุกคนต่างไม่นิ่งเฉยดูดายในการที่จะฟื้นฟูจิตของผู้คนทางนั้น น้ำใจก็หลั่งไหล ทั้งจากแดนใกล้ แดนไกลอย่างมากมาย เงินเยียวยาถูกพิจารณาตามความเสียหาย แต่เวลานี้สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่เงินเยียวยา แต่คือมือที่หยิบยื่นน้ำใจมา ในฐานะเพื่อนมนุษย์
ใช่ อาจมีคนบอกว่าคนเหล่านี้โลกสวย หรือสร้างภาพอะไรเทือกนั้น แต่ในอีกมุมหนึ่ง ถ้าไม่มีคนที่ลุกขึ้นมาทำให้โลกใบนี้เป็น "โลกสวย" นั่นเท่ากับเราเปิดโอกาสให้กับคนที่เขาอยากจะทำให้โลกนี้เป็น "โลกไม่สวย" คนเราชอบมีข้อแม้ แม้กระทั่งกับการทำความดี ทั้งๆ การทำความดี ควรทำอย่างไม่มีข้อแม้ เหมือนน้ำใจที่ไหลมาอย่างไม่มีข้อแม้
มาจนถึงวันนี้ เรายังยืนคำเดิม คำที่เราเคยพูดตั้งแต่วันแรก และบอกกันเสมอๆ ว่า "ไม่ว่าจะเกิดอะไร เราจะไม่ทิ้งกัน" และสิ่งที่ทำให้เรามั่นใจเช่นนั้น คือน้ำใจจากคนร้อยพัน ที่หลั่งไหลมาอย่างมากมาย จนเสียงของน้ำใจ ดังไกลกว่าเสียงระเบิด--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

Comment
Related