วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ.2561 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

คอลัมน์: จดหมายถึงเดลินิวส์

 13 มี.ค. 2561 06:00 น. | หมวดหมู่ การ รปภ. ในชีวิต และทรัพย์สิน
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

เอก วิภาวดี ake_Vipavadee@dailynews.co.th
พระ-เณร อ.สะเดา ร้องทุกข์
โดนหักหัวคิวเงินเสี่ยงภัย
อ.สะเดา จ.สงขลา
เจริญพร โยมเอก วิภาวดี
อาตมามีเรื่องร้องทุกข์ขอให้โยมเอก ช่วยเป็นสื่อกลางไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ด้วย สืบเนื่องจากพระและสามเณรใน 5 จังหวัดชายแดนใต้ ประกอบด้วย จ.ยะลา จ.ปัตตานี จ.นราธิวาส จ.สตูล และจ.สงขลา จะได้รับเบี้ยเสี่ยงภัยเดือนละ 2,500 บาท สามเดือนจะออกครั้งหนึ่งโดยโอนผ่านบัญชีธนาคาร ฟังดูดีนะ แต่พระเณรใน อ.สะเดา จ.สงขลา ไม่สามารถหนีรอดเงื้อมมือจอมมารที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อพระเณรได้ นั่นคือมีการขอหักหัวคิวรายละ 2,500 บาท และบังคับให้จ่ายก่อนด้วย มิฉะนั้น เรื่องก็ไปไม่ถึงจังหวัด เบี้ยเสี่ยงภัยก็จะไม่ได้ทั้งปี
พระเณรอยู่ในสภาพจำยอมไม่มีทางเลือก เคยถามพระอำเภออื่น เช่น หาดใหญ่ ได้รับคำตอบว่าไม่มีเหตุการณ์เช่นนี้ แสดงว่าอาจมีแต่ที่ อ.สะเดา แห่งเดียวที่มีการหักหัวคิว กรณีนี้ยิ่งกว่าทุจริตเงินทอนวัดเสียอีก เป็นการคอร์รัปชั่นอย่างโจ่งแจ้งโดยไม่มีความเกรงกลัวกฎหมาย ขอโยมเอก ช่วยแจ้งหน่วยงานที่รับผิดชอบร่วมกันกำจัดมารศาสนาให้หมดไปด้วยเถิด หรือส่งนักข่าวส่วนกลางไปตรวจสอบก็ได้ ทุกอย่างก็น่าจะกระจ่าง ไม่ต้องมีคณะกรรมการตรวจสอบให้เสียเวลา ขอรบกวนโยมเอกเพียงแค่นี้
เจริญพร
พระในอำเภอสะเดา
เงินค่าเสี่ยงภัยสำหรับพระสงฆ์ สามเณร ใน 5 จังหวัดชายแดนใต้เรียกว่า "นิตยภัต" เพื่อให้พระสงฆ์ได้นำไปใช้ปฏิบัติศาสนกิจในพื้นที่ โดยวัดและที่พักสงฆ์ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้มีอยู่ประมาณ 825 แห่ง ส่วนจำนวนพระสงฆ์และสามเณรมีอยู่ประมาณ 4,000 รูป จัดเป็นงบประมาณที่เพิ่มขวัญกำลังใจให้พระสงฆ์ สามเณร ในพื้นที่ เพราะบางทีอาจออกบิณฑบาตไม่ได้ เพราะเหตุไม่สงบก็ยังมีเงินส่วนนี้ประทังชีพ ขอกราบเรียนผ่านไปยัง สำนักงานเจ้าคณะจังหวัดสงขลา ลงมาตรวจสอบด้วยว่าข้อเท็จจริงเป็นประการใด เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง หรือเป็นเจตนาใส่ร้ายป้ายสีกัน เพื่อความโปร่งใส สบายใจกันทุกฝ่ายครับ
ชาวบ้านสีสุก ต้องการสะพานลอยข้ามถนน
เพื่อความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน
เรียน คุณเอก วิภาวดี
ผมในฐานะประชาชนคนไทยผู้หนึ่งของบ้านสีสุก ต.ดอนชมพู อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา มีความต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างสะพานลอยข้ามถนนมิตรภาพ ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมผ่านกลางชุมชนบ้านสีสุกเพื่อความสะดวกปลอดภัยในชีวิตของประชาชน ตลอดจนนักเรียน ครู รวมทั้งพระภิกษุสงฆ์ สามเณร
โดยสะพานลอยข้ามถนนมิตรภาพของบ้านสีสุก เมื่อปี 2558 ทาง อบจ.นครราชสีมา มีแผนโครงการที่จะสร้าง 2 แห่งคือ กลางชุมชนบ้านดอนชมพู และกลางชุมชนบ้านสีสุก ตามคำเรียกร้องของชาวบ้าน เพื่อความปลอดภัยในการข้ามถนนไปอีกฟาก โดยถนนมิตรภาพในพื้นที่ ต.ดอนชมพู ในช่วงวันหยุดเทศกาลสำคัญต่าง ๆ จะมีปริมาณรถวิ่งหนาแน่นมากทั้งกลางวันและกลางคืน ทำให้การข้ามถนนไปฝั่งตรงข้ามลำบากมาก มีความเสี่ยงสูง แม้แต่วันธรรมดาก็จัดว่าเสี่ยงไม่ใช่น้อย
จนมาเมื่อปี 2560 ทาง อบจ.นครราชสีมา ได้อนุมัติก่อสร้างสะพานลอยข้ามถนนมิตรภาพกลางชุมชนบ้านดอนชมพู คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ใช้การได้ก่อนวันสงกรานต์ปี 2561 แต่ขณะเดียวกันจุดกลางชุมชนบ้านสีสุก ทาง อบจ.นครราชสีมา ยังไม่อนุมัติ ทำให้ชาวบ้านมีความแปลกใจกันเป็นอย่างมาก เพราะรอคอยกันมานานหลายปี ต้องการจะได้สะพานเพื่อความปลอดภัยในการข้ามถนน ตามกฎระเบียบข้อบังคับที่ทราบมา การก่อสร้างสะพานลอยข้ามถนนในชุมชนนั้น จะต้องมีประชาชน 30,000 คนขึ้นไป ส่วนตัวแล้วเห็นว่าในชุมชนที่มีถนนสายหลักผ่านมีปริมาณรถยนต์วิ่งจำนวนมากทั้งกลางวันกลางคืน แม้จะมีประชากรเพียง 3,000 คนก็มีความจำเป็นที่ต้องสร้างสะพานลอย อย่างเช่นสะพานลอยกลางชุมชนบ้านดอนชมพู หากก่อสร้างเสร็จสิ้นจะมีชาวบ้านจากหลายหมู่บ้านที่อยู่ใกล้เคียงมาใช้สะพานลอย เชื่อว่าหากสร้างกลางชุมชนบ้านสีสุก ก็จะมีชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงมาใช้สะพานลอยเช่นเดียวกัน
ในฐานะชาวบ้านสีสุก มีความต้องการให้อนุมัติการก่อสร้างสะพานลอยข้ามถนนมิตรภาพให้แล้วเสร็จในปี 2561 ถ้ารอคอยให้มีการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น รากหญ้าทุกระดับผ่านไปก่อนหรือรอคอยให้มีการเลือกตั้งในระดับชาติผ่านพ้นไปก่อนแล้ว จึงมาก่อสร้างสะพานลอย เมื่อถึงเวลานั้นจริง ๆ คงจะไม่มีการสร้างสะพานจุดที่ 2 ของ ต.ดอนชมพู แห่งนี้
ด้วยความเคารพนับถือ
ประชาชนบ้านสีสุก
ต.ดอนชมพู อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา
ชาวบ้านสีสุก ท่านนี้เรียกได้ว่าเป็นแฟนประจำคอลัมน์ เอก วิภาวดี เขียนจดหมายมาขอให้ อบจ.นครราชสีมา อนุมัติสะพานลอยข้ามถนน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เพราะถนนมิตรภาพที่ผ่านกลางหมู่บ้านนั้นมีรถวิ่งผ่านมากมาย ค่อนข้างอันตรายเวลาจะข้ามถนน เอาแค่ชื่อถนนที่จะสร้างสะพานลอยข้าม เอก วิภาวดี ก็คิดว่าเหมาะสมที่จะสร้างแล้วนะครับ หากต้องข้ามถนนเส้นนี้ทุกวันไม่แน่ใจว่าวันไหนจะเคราะห์ร้ายหวยออกโดน รถชนเพราะโอกาสเกิดมีสูง คิดไปก็สะท้อนใจถึงสะพานลอยในเมืองกรุง สร้างกันเพียบแต่ไม่ค่อยจะข้ามกัน ฝากท่านผู้รับผิดชอบพิจารณาด้วย หากไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณาแบบไหนอย่างไร ช่วย เขียนจดหมายหรืออีเมลมาแจ้งให้ทราบด้วยครับ จะได้หายสงสัยกันถ้วนหน้า.--จบ--
--เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 14 มี.ค. 2561 (กรอบบ่าย)--

Comment
Related