วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

คอลัมน์: กางวงเล่า: ความหวัง...สันติภาพ

 10 ก.พ. 2562 02:17 น. | หมวดหมู่ การเจรจาเพื่อสันติ
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

อภิวัจ สุปรีชาวุฒิพงศ์
แถลงการณ์กลุ่มมาราปาตานีที่จะระงับการพูด คุยสันติสุขกับฝ่ายไทยไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่หลังการเลือกตั้ง อาจดูน่ากังวลต่อการสร้างความสงบสุข ท่ามกลางสถานการณ์ความรุนแรงที่ปะทุขึ้นบ่อยครั้งในระยะหลัง
ช่วงเวลา 15 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเราคุ้นเคยกับไฟใต้ที่ลุกโหมรุนแรงมาตั้งแต่เหตุการณ์ปล้นปืนค่ายกองพันพัฒนาที่ 4 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 2547 อาจยาวนาน หากเทียบกับความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต
กรณีการต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) นับจากวันเสียงปืนแตก หรือการใช้อาวุธโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐเป็นครั้งแรก เมื่อเดือน ส.ค. 2508 จนถึงการประกาศ คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 2523 ซึ่งให้ความสำคัญต่อการใช้มาตรการทางการเมืองเพื่อแก้ปัญหา พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)มากกว่าแนวทางการใช้กำลังและอาวุธ นับแต่คำสั่งฉบับนี้ออกมา ก็เสมือนเป็นจุดเริ่มต้น ของการยุติสงครามกลางเมืองที่ยาวนานกว่า 15 ปีเช่นเดียวกัน
15 ปีของการต่อสู้กับ พคท. รัฐไทยตกผลึกแนวทางยุติความขัดแย้ง แต่สำหรับ 15 ปีความรุนแรงชายแดนภาคใต้ กระบวนการสันติภาพ โดยเฉพาะการพูดคุยเจรจากับคู่ขัดแย้งเดินทางมายาวนานกว่านั้น
ช่วงปลายปีที่ผ่านมา คณะทำงานยุทธศาสตร์สันติวิธี (คยส.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้เปิดตัวหนังสือ "สันติสนทนา : เส้นทางเผชิญความรุนแรงชายแดนภาคใต้ 2534-2554"
ในคำนำระบุว่า "หนังสือเล่มนี้เป็นงานเขียนโดย 'คนใน' กระบวนการพูดคุยสันติภาพ ที่ไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นในปี 2556 แต่เดินทางมายาวไกลด้วยความริเริ่มและเพียรพยายามของผู้คนหลากหลาย โดยเฉพาะข้าราชการทั้งทหารและพลเรือน ที่มีส่วนทำงานปิดลับเพื่อให้รัฐไทยมีหนทางติดต่อสื่อสารกับนักต่อสู้มลายูมุสลิมที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐ เพื่อหาทางผ่อนเบาและหรือยุติปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ที่เกิดขึ้นและดำรงอยู่ก่อนการปะทุขึ้นครั้งหลังเมื่อเดือน ม.ค. 2547 เป็นเวลานานมาแล้ว"
แน่นอนว่าการที่ปัญหาชายแดนภาคใต้ "ยาวนาน" นั้น ต้องมาจากหลายปัจจัยซึ่ง "ซับซ้อน" และการทำความเข้าใจต่อความซับซ้อนดังกล่าวนั้น "ไม่ง่าย" แต่ก็ใช่ว่าจะเกินกว่าความพยายาม
ดังคำนำที่กล่าวไว้ หนังสือเล่มนี้บอกเล่าถึงกระบวนการติดต่อสื่อสารกับนักต่อสู้มลายูมุสลิมที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐซึ่งดำเนินการมากว่า 20 ปีอย่างปิดลับ เรื่องราวในช่วงเวลาตลอด 20 ปีที่ผ่านมานี้ จึงมากด้วยประสบการณ์ ข้อคิด บทเรียน โอกาส ที่ส่งต่อมาจนถึงกระบวนการพูดคุยในปัจจุบัน
บทเรียนเหล่านี้มีทั้งความระแวงแคลงใจ ท่าทีจุดยืนของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งข้อกังวลถึงการที่ฝ่ายต่างๆ นำการพูดคุยนี้ไปแอบอ้างใช้ประโยชน์ ซึ่งมีผลกระทบอย่างยิ่งต่อช่องทางการติดต่อสื่อสารนี้ รวมทั้งการสนองตอบข้อเรียกร้องของแต่ละฝ่าย สิ่งต่างๆ เหล่านี้ฉายภาพให้เห็นว่า เส้นทางสู่สันติภาพนั้นมิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
หากการพูดคุยสันติภาพเป็นการมุ่งหาคำตอบที่ทั้งสองฝ่ายรับได้ คำถามที่ผู้เห็นต่างต้องการคำตอบ คือ ท้ายที่สุดแล้วจะให้อะไรกับเสียงเรียกร้องจากการต่อสู้เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ขณะที่ฝ่ายรัฐต้องการให้การพูดคุยมุ่งสู่การคลี่คลายสถานการณ์ เพื่อให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันพัฒนาพื้นที่ให้ก้าวหน้าในทุกๆ ด้าน
กระบวนการพูดคุยอาจหยุดชะงัก ความรุนแรงอาจปะทุขึ้น ความสูญเสียอาจเกิดขึ้นอีกมากมาย แต่สันติภาพยังคงเป็นเพียงสิ่งเดียวที่จะยุติเรื่องร้ายเหล่านี้ได้
หากยังมีความหวัง ก็เสมือนการจุด คบไฟ จากคบไฟเพียงอันเดียว เมื่อมีผู้จุด คบไฟมากขึ้นๆ ก็จะเห็นเส้นทางสันติภาพที่ค่อยๆ ชัดเจนขึ้น
สนใจเรื่องราวเบื้องหลังกระบวนการ พูดคุยสันติภาพชายแดนภาคใต้ ติดต่อขอรับหนังสือได้ที่ strategic.nonv@gmail.com หรือคณะทำงานยุทธศาสตร์สันติวิธี อาคารคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ถนนพระจันทร์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
หรือดาวน์โหลดได้ที่ https://deepsouthwatch.org/th/node/11886

ที่มา: โพสต์ทูเดย์
News Code: das gen g:posttoday g:agency g:paper g:post p:ptd v:paperl

Comment
Related