วันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ.2561 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

'หญิงม่าย'หาเลี้ยง 13 ชีวิตวอนช่วยน้ำท่วมทางเข้าบ้านไปโรงเรียน-ทำงานยากลำบาก

 09 มิ.ย. 2561 09:00 น. | หมวดหมู่ การช่วยเหลือประชาชน
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

หญิงม่ายหนองจิก แบกภาระเลี้ยงดูลูกพิการสมองหลานๆ อีกกว่า 10 ชีวิต ร้องสื่อขอผู้ใจบุญช่วยสร้าง ทางเดินออกจากบ้านที่ถูกน้ำท่วมตลอดปี ปลูกผักขาย ก็ไม่ได้ เพราะจมน้ำเสียหาย สงสารหลานวัยกำลังซนต้องลุยน้ำไปเรียนหนังสือทุกวัน
เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรับเรื่องร้องเรียนจาก นางปาตีเมาะ มะแซ อายุ 56 ปี หญิงม่าย สามีเสียชีวิตด้วย โรคประจำตัวเมื่อ 5 เดือนก่อน อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 52/1 บ้านปากาจีนอ ต.ดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ขอความช่วยเหลือ เนื่องจากมีปัญหาเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย เพราะครอบครัวฐานะยากจน
สอบถามนางปาตีเมาะทราบว่า บ้านหลังนี้ พ่อแม่ทิ้งไว้ให้พี่น้อง 3 คน อาศัยอยู่ด้วยกัน แต่ปัจจุบัน พี่ชายแต่งงานไปอยู่กับภรรยาในพื้นที่อ.รามัน จ.ยะลา นางปาตีเมาะอยู่กับน้องสาว ซึ่งแต่งงานและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันที่บ้านหลังนี้ จนมีลูกด้วยกัน 6 คน แต่ไม่นาน น้องสาวกลายเป็นคนสติไม่สมประกอบเดินออกจากบ้านหายสาบสูญจนถึงทุกวันนี้ ไม่ทราบชะตากรรม ทำให้ต้องรับภาระการเลี้ยงดูลูกของน้องสาวทั้ง 6 คน และลูกตัวเอง อีก 2 คน โดยลูกคนโตอายุ 32 ปี สภาพพิการทางสมอง ไม่สามารถทำงานเลี้ยงตัวเองได้ เหลือลูกชายคนเล็กอายุ 22 ปี ไปทำงานรับจ้างที่ร้านอาหารต้มยำ ที่มาเลเซีย ที่คอยส่งเงิน ช่วยเหลือครอบครัวมาบ้าง ส่วนตนก็ทำงานเป็นลูกจ้างในโรงงาน
นางปาตีเมาะกล่าวต่อว่า ต่อมาหลานสาว 2 คน แต่งงานออกเรือนไป โดยทำงานเป็นลูกจ้างร้านต้มยำที่มาเลเซีย นานๆจะกลับบ้านสักครั้ง กระทั่งมีลูก 4 คน ก็นำกลับมาให้ตนเลี้ยงอีก เพราะต้องไปทำงานไม่มีคนดูแล ตนจึงต้องลาออกจากเป็นคนงานโรงงาน มาเลี้ยงหลานแทน ปัจจุบันบ้านหลังนี้มีสมาชิกมากถึง 13 คน ต่อมาสามีตนเสียชีวิตจากโรคประจำตัว
ส่วนรายได้ของตน ทุกวันนี้ได้มาจากการปลูกผักสวนครัวริมแม่น้ำปัตตานีขาย บางช่วงได้รายได้จากการเพาะปลูก บางครั้งไม่ได้เลย เพราะปัญหาน้ำท่วมพื้นที่เพาะปลูก คงเหลือรายได้เป็นค่าจ้างเลี้ยงหลานอีกเดือนละ 2 พันบาท ทำให้ต้องอยู่อย่างขัดสนลำบากมาก และสิ่งที่ทำให้ตนกังวนมากที่สุดคือ เรื่อง น้ำท่วมขังเป็นปีบริเวณหน้าบ้าน ที่เป็นทาง เข้า ออก เพราะหลานที่ยังเล็ก ชอบออกมาเล่นน้ำ เกรงจะจมน้ำ
นางปาตีเมาะกล่าวอีกว่า เมื่อถึงฤดูน้ำหลากในฤดูฝน พื้นที่ส่วนใหญ่มักเกิดปัญหาน้ำท่วม พอเลยเวลาฤดูฝน น้ำก็จะลดลงตามปกติ แต่สำหรับที่บ้านของตน สภาพเหมือนคลอง จะมีน้ำท่วมขังทั้งปี บางวันน้ำขึ้นสูงเกือบจะเข้าบ้าน เคยสอบ ถามเจ้าหน้าที่ทราบว่า เป็นน้ำที่หน่วยงาน เขาปล่อย ช่วงไหนปล่อยมากน้ำก็จะท่วมสูง ก่อนหน้านี้ เคยซื้อดิน 2 พันบาท มาถมบริเวณปากทางเข้าบ้านรอยต่อระหว่างถนนดำกับทางเข้าบ้านเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับหลานที่กลับจากโรงเรียนมีพื้นที่พักรอก่อนขึ้นเรือกลับเข้าบ้าน ส่วนเรือพลาสติกที่ใช้สัญจรข้ามน้ำเป็นเรือของ อบต.ดอนรัก ให้ยืมใช้ก่อน
สำหรับการช่วยเหลือนั้น นางปาตีเมาะ เผยว่า ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามา จึงอยาก วิงวอนผู้ศรัทธา ผู้ใจบุญช่วยสร้างทางเข้า ออกให้ครอบครัวของตนด้วย เพราะสงสารหลานที่ต้องลุยน้ำทุกวันไปเรียนหนังสือทุกวัน เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ เพราะอยู่ในวัยซุกซนและขณะนี้ใกล้เทศกาลเฉลิมฉลองอีดิลฟิตรีแล้ว ก็อยากให้หลานได้เฉลิมฉลองอีดิลฟิตรีอย่างมีความสุขเหมือนคนอื่น
บรรยายใต้ภาพ
ท่วมทั้งปี : นางปาตีเมาะ มะแซ อายุ 56 ปี ชาว ต.ดอนรัก อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ซึ่งต้องเลี้ยงดูหลานๆ อีกกว่า 10 ชีวิตเพียงลำพัง โดยทุกวันต้องใช้เรือ ในการเดินทางออกจากบ้าน และพาหลานไปโรงเรียน เนื่องจากปัญหา น้ำท่วมซ้ำซาก จึงขอวอนหน่วยงาน หรือผู้ใจบุญช่วยทำทางเข้าออก--จบ--
ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า

Comment
Related