วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ.2563 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

หลังรอยยิ้มของชาวกูจิงลือปะ

 13 พ.ค. 2560 19:51 น. | อ่าน 2387
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

      ชื่อชุมชน “กูจิงลือปะ” อาจไม่เป็นที่คุ้นหูของคนในสังคม แต่ถ้าเราพูดถึงชื่อ “ครูจูหลิง” ทุกคนย่อมระลึกถึงได้ทันทีพร้อมความสะเทือนใจในอดีต เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2549 กับเหตุการณ์จับครูไทยพุทธ เป็นตัวประกัน และถูกลอบทำร้ายจนเสียชีวิต ในหมู่บ้านกูจิงลือปะแห่งนี้เอง ช่องว่างระหว่างเรื่องราวที่สังคมรับรู้กับรายละเอียดแห่งความสูญเสีย และผลกระทบอื่นๆ ที่ไม่เคยถูกเปิดเผย เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตของชาวบ้านใน ชุมชนบ้านกูจิงลือปะ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส กลายเป็นฝันร้าย ความหวาดระแวงจากบุคคลทั่วไปและเจ้าหน้าที่รัฐ การถูกพิพากษาตีตราจากสังคม ทำให้กูจิลือปะกลายเป็นดังหมู่บ้านที่ถูกสาป ผู้หญิงหลายคนถูกจับ ถูกเชิญตัว ผู้ชายต้องข้ามไปหากินฝั่งมาเลเซีย ทิ้งเด็กไว้ให้คนแก่เลี้ยง ส่วนเด็กที่โตแล้วต้องขยับไปเรียนในเมือง ไปให้ไกลๆ แล้วอย่าบอกว่า มาจากหมู่บ้านนี้ นอกจากคนที่หาทางไปไม่ได้จริงก็กลายเป็นคนติดพื้นที่ ทำมาหากินลำบาก ชาวบ้านที่ไม่รู้เรื่องกับเหตุการณ์ คือ คนที่ต้องแบกรับผลที่เลวร้ายต่างๆ นานา
      เครือข่ายผู้หญิงภาคประชาสังคมเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ เป็นองค์กรภาคประชาชนที่เข้าไปเยียวยาและช่วยเหลือด้านกระบวนการยุติธรรม ในบทบาทของผู้ประสานสันติ งานเยียวยา ไม่เพียงแต่จะช่วยรักษาแผลทางจิตใจให้กับผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบเท่านั้น หากยังสร้างให้คนที่ได้รับผลกระทบมีพลังที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้กับปัญหาที่เกิดขึ้น กลไกที่ทางเครือข่ายใช้ คือ กระบวนการสานเสวนา หรือปฏิบัติการสันติสนทนาระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่รัฐ กระบวนการสานเสวนา ทำให้อำนาจทั้งสองฝ่ายเท่ากัน และเกิดการพูดคุยกันอย่างเปิดใจ ชาวบ้านได้พูดคุยสื่อสาร ได้ความรู้ ได้แสดงความคิดเห็น จากเดิมที่ไม่กล้าที่จะพูดออกมา ฝ่ายเจ้าหน้าที่ ก็ลดความหวาดระแวง เข้าอกเข้าใจผู้ได้รับผลกระทบและชาวบ้านมากขึ้น รวมทั้งได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน ที่ตอบสนองต่อความต้องการของคนในชุมชน มากขึ้นด้วย ในขณะเดียวกัน ฝ่ายชาวบ้านก็เข้าใจถึงบทบาทการทำงานของเจ้าหน้าที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน และทำให้มีการเชื่อมประสานการทำงานกับเจ้าหน้าที่ เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน

พลิกฟื้นชีวิตด้วยกระบวนการเขียนสันติภาพ
      เมื่อกระบวนการสานเสวนาเป็นการค่อยๆ นำชาวกูจิงลือปะออกจากพื้นที่เจ็บปวด เข้ามาสู่พื้นที่เรียนรู้ ในโอกาสครบรอบ 10 ปี เหตุการณ์เสียชีวิตของครูจูหลิง กลไกที่ถูกนำมาใช้ในการต่อยอดการเรียนรู้ คือ การเขียนเพื่อสันติภาพ โดยเริ่มจากการทบทวนและเรียนรู้ชีวิตตนเอง เรียนรู้ประวัติศาสตร์ชุมชนและพัฒนาไปสู่การร่วมกันพลิกฟื้นชุมชน ทำยังไงชุมชนที่ถูกปิดตัวจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และสามารถบอกเล่าเรื่องราวแห่งการสร้างสันติภาพที่เกิดขึ้นนี้ให้สังคมได้เข้าใจมากขึ้น กระบวนการได้เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ลองทบทวนชีวิตด้านใน ว่าอะไรคือ เหตุการณ์สำคัญของชีวิต อะไรคือจุดเปลี่ยนในชีวิต อะไรคือความสุข อะไรคือสิ่งที่อยากก้าวข้าม โดยให้เริ่มเขียนจากกระดาษโพสต์อิทแผ่นเล็กๆ แล้วเอามาปะติดปะต่อกันว่า ชีวิตตัวเองเป็นอย่างไร ชุมชนเป็นอย่างไร

      สิ่งที่ได้ออกมาเป็นข้อเขียนจากหัวใจ สื่อถึงปรากฏการณ์ของความเจ็บปวดสูญเสียของคนที่อยู่ภายใต้สถานการณ์ความรุนแรง ไม่ใช่เป็นเพียงการเขียนเพื่อการเยียวยา แต่เป็นการยกระดับจากการเขียน เพื่อตัวเองไปสู่การเขียนเพื่อชุมชน เป็นการเขียนเพื่อการต่อสู้เพื่อให้ได้มีชีวิตใหม่ และชุมชนได้พลิกฟื้นใหม่ และเป็นสื่อกลางเพื่อสร้างความเข้าใจของคนในชุมชนกับสังคมภายนอก โดยข้อเขียนส่วนหนึ่ง แห่งเรื่องราวของผู้หญิงกูจิงลือปะ ถูกบรรจุเป็น 7 ใน 20 เรื่องราวของที่ผู้สูญเสียและผู้เกี่ยวข้องคดีความมั่นคงที่กลั่นน้ำตาเป็นตัวอักษร เพื่อเปิดพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกัน ในหนังสือ “หลังรอยยิ้ม : เรื่องเล่าพลิกฟื้นตัวตนและชุมชนชายแดนใต้” ซึ่งเพิ่งผ่านงานเปิดตัวไปในวันที่ 12 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมา ณ อุทยานการเรียนรู้ กรุงเทพมหานคร และรายได้ทั้งหมดจากการขายหนังสือเล่มนี้ จะกลับคืนเป็นทุนในการทำงานเยียวยา ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรงและการรณรงค์สาธารณะโดยเครือข่ายผู้หญิงภาคประชาสังคม เพื่อสันติภาพชายแดนใต้

สันติภาพที่กินได้

      บัดนี้ผ่านวาระปีที่ 11 ของเหตุการณ์ไปแล้ว ในด้านของการพลิกฟื้นฟูวิถีชีวิตชาวกูจิงลือปะ นอกจากการดำรงชีวิตด้วยวิถีเกษตรกรรมแล้ว ได้มีการรวมตัวของกลุ่มสตรีผู้ได้รับผลกระทบ และได้พัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปวัตถุดิบที่มีอยู่ในพื้นที่ ได้แก่ ข้าวเกรียบปลากือโป๊ะกูจิง ข้าวเกรียบสมุนไพร ข้าวเกรียบฟักทอง และยังมีการผลิตสินค้าหัตถกรรมประเภทผ้าบาติกอีกด้วย โดยมีเอกลักษณ์ที่ต้องการสื่อสาร คือ กระเป๋าผ้าบาติกลายดอกชบาสื่อสันติภาพ และยังได้เชิญชวนให้คนภายนอกเข้าไปท่องเที่ยวยังชุมชนอีกด้วย เบื้องหลังรอยยิ้ม แม้จะมีรอยช้ำ แต่แน่นอนว่า ชีวิตของพวกเขา ยังไม่หมดความหวังในความเข้าใจจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ชุมชนของพวกเขาจะต้องได้สันติภาพคืนมาดังเดิม
 

Comment
Related