วันอาทิตย์ที่ 05 ธันวาคม พ.ศ.2564 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

มะโย่ง เมาะโย่ง

 28 ก.ย. 2559 23:15 น. | อ่าน 8710
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

      การแสดงศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ ไม่มีใครไม่รู้จัก โนรา ดิเกร์ฮูลู แต่หากกล่าวถึง มะโย่ง หลายคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อการแสดงนี้มาก่อนเลย ทั้งๆ ที่เป็นการแสดงที่มีประวัติความเป็นมายาวนานหลายศตวรรษ  มะโย่ง หรือ เมาะโย่ง เป็นสำเนียงภาษามาลายูถิ่นปัตตานี หรือ มะโย่ง ที่เรียกกันทั่วไป เป็นศิลปะการร่ายรำ ที่ผสมผสานทางพิธีกรรมความเชื่อ การละคร นาฏศิลป์  และดนตรีเข้าด้วยกัน จัดเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านชั้นเลิศของวัฒนธรรมท้องถิ่นมลายู โดยเฉพาะแถบชายแดนภาคใต้ของไทย ได้แก่ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
      การละเล่นมะโย่ง เชื่อว่า มีกำเนิดมาจากความเชื่อในเรื่องของพระเจ้าและแรงบันดาลใจ ตามแนวทฤษฎีนิรุกติศาสตร์คำว่า “มะโย่ง” มาจากคำว่า “มะฮียัง” (2)  (Mak Hiang)  ซึ่งเป็นชื่อหนึ่งของแม่โพสพ ซึ่งตรงกับชื่อของแม่โพสพของชาวฮินดู-ขาว ว่า เทวีศรี” (3) (Dewi Seri) ทำให้เกิดการสันนิษฐานว่า มะโย่ง เป็นการละเล่น ที่มีความเกี่ยวเนื่องกับพิธีกรรมบูชาธรรมชาติ เป็นการบูชาแม่โพสพ หรือบูชาขวัญข้าว (Semangat padi) 
      การแสดงมะโย่ง ในสมัยปัตตานี เป็นรัฐมลายูเป็นการแสดงละครมลายู สำหรับกษัตริย์และเจ้านายระดับสูง เป็นการแสดงที่โปรดปรานของกษัตริย์ปัตตานี และสันนิษฐานว่า เกิดในดินแดนแห่งนี้ราวคริสต์ศตวรรษที่ ๑๗ และเข้าสู่รัฐกลันตัน ซึ่งต่อมา ก็ได้รับความนิยมอย่างเท่าเทียมกัน มะโย่งในยุคนี้ เล่นในพระราชวัง มีมาตรฐานสูง มีความเป็นเลิศในด้านความประณีตงดงาม ในราชสำนักปัตตานี และกลันตัน ต่อมามีการยกเลิกอุปถัมภ์ การแสดงมะโย่ง จึงเป็นที่นิยมของชาวบ้านในชนบททางชายฝั่งตะวันออกของรัฐกลันตัน และตรังกานู ประเทศมาเลเซีย และในจังหวัดปัตตานี
      การแสดงมะโย่ง ได้ปรากฏเป็นหลักฐานครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2155 สมัยพระนางเจ้าฮีเณาเจ้าเมืองปัตตานีได้เชิญ ชาวยุโรปคนหนึ่งชื่อ ปีเตอร์ ฟลอเรส (Peter Flores) ให้ไปร่วมเป็นเกียรติในงานเลี้ยงต้อนรับสุลต่านรัฐปาหัง งานดังกล่าวปีเตอร์ไม่ได้ระบุว่าเป็นการแสดงมะโย่ง เพียงแต่เล่าว่า มีการละเล่นอย่างหนึ่ง ลักษณะการแสดงคล้ายๆนาฏศิลป์ชวา ใช้ผู้หญิงแสดงล้วน  ผู้แสดงแต่งกายแปลกน่าดูมาก จึงมีผู้สันนิษฐานว่า ศิลปะดังกล่าว คือ มะโย่ง ซึ่งส่วนใหญ่จัดแสดงในงาน เพื่อให้อาคันตุกะได้ชม ดังนั้นจึงถือว่า เป็นการแสดงที่นิยมในชนชั้นสูงของมาลายู เกิดจากในวังปัตตานี เป็นครั้งแรก แล้วจากนั้นแพร่หลายไปทางกลันตัน ได้รับความนิยมฝึกหัดกันทั่วไป ทั้งในวังและนอกวัง
      การแสดงมะโย่ง ในสมัยก่อนปีพ.ศ. 2500 ได้รับความนิยมมาก จัดแสดงเมื่อมีงานมงคลต่างๆ ของชาวพื้นเมืองเช่น งานมงคลสมรส (มาแกปูโละ) เข้าสุนัต (มะโซะยาวี) เมาลิด ฮารีรายอ การแก้บน (บายากาโอล) การสะเดาะเคราะห์และพิธีกรรมบูชาขวัญข้าว (ปูยอมือแน) หรือบางครั้ง แม้ไม่มีงานบุญ ก็อาจจะหามาเล่นเพื่อความบันเทิง ปกติแสดงในเวลากลางคืน โดยเริ่มแสดงราว 19 นาฬิกา เลิกเวลาประมาณ 1 นาฬิกา คณะมะโย่ง ที่ดังที่สุดสมัยก่อน อยู่ที่อำเภอรามัญ ชื่อคณะ เจ๊ะโวงิง กับเจ๊ะนาวา สองพี่น้อง ส่วนในภาคกลาง มะโย่ง เข้าไปเล่นในกรุงเทพฯ ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีอยู่โรงหนึ่งแสดงดีเป็นที่นิยมของผู้ดู เรียกกันว่า ละครตาเสือ ตัวตาเสือ เป็นนายโรง เล่นตามแบบละครมายง แต่งตัวเป็นมลายู ร้องเป็นภาษามลายู แต่เจรจาเป็นภาษาไทย ชอบเล่นเรื่องอิเหนาใหญ่ ละครตาเสือ เล่นมาจนถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

      องค์ประกอบการแสดงมะโย่ง เครื่องดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงมะโย่ง ได้แก่ รือบับ หรือซอสามสาย ฆง หรือฆ้องขนาดใหญ่ 1 คู่ กึนตังมลายู หรือ กลองมลายู 1 คู่ ตือแระ แตระหรือกรับ 2 คู่ ตัวละคร ประกอบด้วย ปะโย่ง ตัวละครฝ่ายชาย เป็นราชาผู้ครองนคร เป็นตัวชูโรง, ปะโย่งมูดา พระเอกของเรื่องเป็นโอรสของปะโย่ง, มะโย่ง ตัวละครฝ่ายหญิงรับบทเป็นพระมเหสีของพระราชา, ปูตรีมะโย่ง นางเอกของเรื่องรับบทเป็นเจ้าหญิง พระธิดาพราน ตัวตลกของเรื่อง นอกจากเป็นพี่เลี้ยงพระราชา บางครั้งให้คำปรึกษาพระราชาด้วย ดายัง ดายัง เป็นตัวประกอบฝ่ายหญิง เป็นนางข้าหลวง เป็นนางรำและนักร้องประสานเสียง ให้คณะดนตรีประกอบการแสดง
      นิทานที่ใช้แสดง ต้นตำรับเดิม ใช้เรื่อง ราฌามูดา ต่อมามีเรื่องอื่นๆ ที่นิยมมาก คือ เรื่อง ฆนดังอึมมัส หรือสังข์ทอง ปูตรีตี มุนมูดา หรือเจ้าหญิงแตงอ่อน เมื่อมะโย่ง มากลายเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้าน ก็ยังคงนิทานแบบจักรๆ วงศ์ๆ แบบเดิม บางเรื่องใช้เวลาแสดง 3 วัน 3 คืน ติดต่อกันกว่าจะจบเรื่อง
      หลายปีมานี้ การละเล่นมะโย่ง ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการละเล่น ที่ขัดกับหลักคำสอนในศาสนาอิสลาม การแสดงมะโย่ง ทุกวันนี้ จึงอยู่ในรูปแบบการแสดงสาธิตให้ชม โดยทางหน่วยงานของภาครัฐและเอกชน เชิญไปแสดงในเขตพื้นที่ การแสดง เพื่อเป็นการรักษาโรค อย่างไรก็ตามมหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา ได้เล็งเห็นความสำคัญของการแสดงมะโย่ง ได้มีการฟื้นฟู และให้นักศึกษาได้ศึกษาและค้นหาความรู้ เพื่อนำมาปฏิบัติจริง…

แหล่งที่มาข้อมูล
1. https://th.wikipedia.org
2. http://www.tmperformance.org/Detail.php?Id=2
3. http://download.clib.psu.ac.th/datawebclib/exhonline/mak%20yong/mayong2.html

Comment