วันศุกร์ที่ 03 ธันวาคม พ.ศ.2564 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

เทศกาลฮารีรายอ อภัยและอำนวยพร

 12 ก.ย. 2559 18:56 น. | อ่าน 5021
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

      เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา มีประกาศจุฬาราชมนตรี นายอาศิส พิทักษ์คุมพล เรื่อง กำหนดวันอีฎิ้ลอัดฮา ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1437 ว่า วันที่ 1 ของเดือนซุลฮิจยะห์ ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1437 ตรงกับเสาร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ.2559 และวันอีฎิ้ลอัดฮา ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1437 ตรงกับ วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ.2559 จึงขอให้พี่น้องมุสลิมทั่วประเทศ ได้ปฏิบัติศาสนกิจในวันดังกล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน ชาวไทยมุสลิม ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ที่เดินทางข้ามแดนไปขายแรงงานยังเมืองต่างๆ ของรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย และบางส่วนของประเทศสิงคโปร์ ได้ทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา เพื่อมาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลนี้
      “ฮารีรายอ” เป็นคำที่คนทั่วไปคุ้นหู เมื่อกล่าวถึงเทศกาลเฉลิมฉลองครั้งสำคัญ เรียกได้ว่าเป็นวันตรุษของพี่น้องมุสลิมทั่วโลก โดยมุสลิมแถบ จ.ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส จะออกเสียงเป็นภาษามลายูถิ่นว่า “ฮารีรายอ” แต่มุสลิมในพื้นที่อื่นๆ ของภาคใต้ ตั้งแต่ จ.สงขลา จ.สตูล จ.ตรัง จ.ภูเก็ต จ.กระบี่ ไล่ไปจนถึง จ.สุราษฎร์ธานี จะเรียกเทศกาลนี้ว่า “ฮารีรายา” ส่วนมุสลิมในพื้นที่อื่นๆ ของประเทศไทยนั้น มักจะเรียกทับศัพท์ด้วยภาษาอาหรับว่า “วันอีด (Eid)” ซึ่งแปลว่า เทศกาลงานรื่นเริง

      เทศกาลฮารีรายอ จะมีอยู่สองช่วงเวลาด้วยกัน ช่วงแรก ได้แก่ “วันอีดิ้ลฟิตริ” หรือวันอีดเล็ก คืนงานรื่นเริงเฉลิมฉลองการสิ้นสุดของเดือนรอมฎอน หรือการถือศีลอด ตรงกับวันที่ 1 เดือนเซาวาล ตามปฏิทินอิสลาม ชาวมุสลิมจะมีการบริจาคทาน ชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ก่อให้เกิดการเกื้อกูลซึ่งกันและกันในสังคม ส่วนช่วงที่สองของเทศกาลได้แก่ “วันอีดิ้ลอัฎฮา” ตรงกับวันที่ 10 เดือนซุลฮิจญะฮฺ ซึ่งเป็นเดือนที่ 12 ของปฏิทินอิสลาม  ตรงกับช่วงเวลาที่มุสลิมทั่วโลกเดินทางไปทำฮัจญ์ หรือแสวงบุญ ณ นครมักกะห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ชาวไทยมุสลิม จึงนิยมเรียกกันว่า “วันอีดใหญ่” หรือ “กุรบานรอยอ” สิ่งสำคัญที่มุสลิมต้องทำตามกำลังทรัพย์ เนื่องในวันนี้ คือ การเชือดสัตว์เพื่อเป็นพลีทาน หรือทำ “กุรบาน” คือ การเชือดสัตว์ ซึ่งได้แก่ แพะ แกะ วัว หรืออูฐ แจกจ่ายแก่ครอบครัว เครือญาติ ผู้ขัดสน หรือสังคม เพื่อเป็นการรำลึกถึงการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ของนบีอิรอฮีม ซึ่งเป็นศาสดาที่สำคัญอีกท่านหนึ่งของศาสนาอิสลาม ผู้ซึ่งเคยถูกพระองค์อัลลอฮฺทดสอบจิตใจ และความศรัทธาของพระองค์ โดยการใช้ให้เชือดบุตรชายอันเป็นที่รัก
      ชาวมุสลิมจะรู้สึกดีใจและมีความสุขที่สุดประทับใจในวันนี้ บรรดาลูก จะขออภัยต่อพ่อแม่ มีการแสดงออกด้วยการสวมกอด การจูบมือ การหอมแก้มทั้งสองของพ่อแม่ เป็นการแสดงความรัก ลูกหลานที่อยู่ต่างภูมิลำเนาต่างกลับบ้าน เมื่อมาขออภัยและอำนวยพรให้พ่อแม่ ทุกครัวเรือนจะมีความอบอุ่นไปด้วยบรรดาลูก ๆ หลาน ๆ กลับบ้านโดยพร้อมเพรียงกัน 
      เช้าของวันฮารีรายอ ชาวมุสลิม จะตื่นนอนแต่เช้าตรู่ ผู้หญิงจะเป็นผู้ตกแต่งบ้านเรือนให้สะอาดสวยงามเป็นพิเศษ จัดเตรียมอาหาร ขนมต่าง ๆ ไว้ต้อนรับเพื่อน ญาติพี่น้อง และแขกที่มาเยี่ยมเยียน ทุกคนต้องปฏิบัติบริจาคซากาตฟิตเราะห์ก่อนที่จะไปละหมาดในวันอีดิลฟิตรี สิ่งของที่ใช้ในการบริจาค โดยใช้สิ่งของที่บริโภคเป็นอาหารหลัก  เมื่อปฏิบัติภารกิจเสร็จ จะอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด เรียกว่า อาบน้ำสุนัต กำหนดเวลาอาบ ตั้งแต่เที่ยงคืนเริ่มต้นวันฮารีรายอ จนถึงพระอาทิตย์ตก แต่เวลาที่ดีที่สุดและเป็นที่นิยมอาบน้ำสุนัต คือ เมื่อแสงอรุณขึ้นขอบฟ้า ในวันฮารีรายอ ในขณะอาบน้ำสุนัต ทุกคนจะต้องกล่าวดุอารี เป็นการขอพร
      ชาวมุสลิม จะเดินทางไปประกอบพิธีกรรมที่มัสยิด หลังจากละหมาดเสร็จแล้ว มุสลิมทุกคนจะนั่งฟังอีหม่าม กล่าวคุฏบะ (คำอบรม) เพื่อแนะแนวทางชีวิตด้านความศรัทธา ที่กระตุ้นเตือนให้ปฏิบัติแต่ความดี ละเว้นความชั่ว และปฏิบัติตามแนวทางของอิสลาม เพื่อให้อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข ขอพรจากพระองค์อัลลอฮ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และบรรดามุสลิมที่มาร่วมประกอบพิธีกรรม จะมีการขออภัยต่อกัน โดยผู้น้อยจะเข้าไปขออภัยผู้อาวุโสกว่า

แหล่งที่มาข้อมูล
1. https://www.facebook.com/samnakjula/
2. http://www.prapayneethai.com
3. http://www.manager.co.th/local/viewnews.aspx?NewsID=9550000130873

Comment