วันศุกร์ที่ 03 ธันวาคม พ.ศ.2564 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

เรือกอและ…จิตรศิลป์พหุวัฒนธรรม

 11 ก.ย. 2559 05:02 น. | อ่าน 13400
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

      ชาวพื้นเมืองในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ล้วนมีความสามารถในการออกเรือประมงทะเลหาปลามาแต่โบราณ เรือที่ใช้ออกทะเล ในยุคแรกๆ เป็นเรือไม้ขุดแบบเรียบง่าย จนการเติบโตของชุมชนและวัฒนธรรมมีมากขึ้น จึงมีการแสดงออกทางสังคมและวัฒนธรรมของชุมชน ในทางงานศิลปะในวิถีชีวิต มีการสร้างสรรค์ลวดลายบนลำเรือผ่านการแกะสลักและวาดเขียนสี มีความวิจิตรบรรจงมากขึ้นเรื่อยๆ จากเรือที่ใช้ออกทะเลหาปลา กลายเป็นอัตลักษณ์ของดินแดนปลายด้ามขวาน ถึงกับกล่าวขานกันว่า ไม่มีเรือกอและหาปลา ก็เหมือนไม่ได้ใส่เสื้อผ้า
      ชื่อของเรือกอและ มาจากคำว่า “ฆอและ” ที่มาจากภาษามลายู หมายถึง โคลงเคลง หรือล่องลอย ลักษณะของเรือกอและ ที่มีท้องเรือกลมรับกันกับลักษณะของคลื่นในทะเล จึงสามารถที่จะแล่นบนน้ำทะเลได้อย่างมั่นคง มีความคล่องตัวสูง โต้คลื่นได้ดี และคว่ำยาก ใช้ตามชายฝั่งทะเลของแหลมมาลายูอย่างแพร่หลาย ทว่าถือกำเนิดขึ้นในสยามประเทศ ตั้งแต่เมื่อใดไม่มีหลักฐานชัดเจน แต่ในข้อมูลหลายแห่งสันนิษฐานว่า น่าจะมีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย พร้อมกับการเผยแผ่ศาสนาอิสลาม และการเข้ามาตั้งรกรากของชาวมุสลิม ในภาคใต้ตอนล่างของไทย โดยแหล่งกำเนิดและสร้างสรรค์เรือกอและในภาคใต้ที่ยิ่งใหญ่ในอดีต พื้นที่ในอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ลวดลายต่างๆ ที่อวดโฉมอยู่บนตัวเรือ เกิดจากอิทธิพลจากทั้งสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และบริบททางวัฒนธรรม ที่มีทั้งชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิมและชาวจีน จึงเกิดการผสมผสานระหว่าง ลายไทย ลายจีน ลายมลายู อย่างลงตัวงดงาม

      จากเดิมที่เป็นเรือไม้ขุดทั้งลำ ต่อมา ไม้หายากขึ้นและมีเครื่องไม้เครื่องมือมากขึ้น จึงเปลี่ยนเป็นการต่อด้วยไม้กระดาน เอกลักษณ์ของการประกอบลำเรือนั้น คือการทำให้ส่วนหัวและท้ายสูงขึ้นจากลำเรือเพื่อดูสวยงาม เรือกอและทำด้วยไม้เนื้อแข็งที่มียางในเนื้อไม้ ไม้ตะเคียน ไม้พะยอม ไม้หลุมพอ ไม้จือยา และไม้สะยา ในส่วนลำของเรือ จะทำ จาปิ้ง ซึ่งเป็นแผ่นไม้รูปสามเหลี่ยม ฉลุและวาดลวดลายด้วยสีน้ำมัน ใช้ปิดช่องระหว่างลำเรือและส่วนหัวและท้ายเรือโดยโผล่ขึ้นมาข้างบนเล็กน้อย จาปิ้ง ที่อยู่ทางหัวเรือเป็นส่วนที่ศักดิ์สิทธิ์ และยังมีส่วนที่เรียกว่า บางา  เป็นไม้โค้งงอนขึ้นข้างบน ทำเป็นรูปนกติดไว้ด้านขวาค่อนไปทางหัวเรือ ติดกับจาปิ้ง เพื่อไว้วางไม้ค้ำถ่อ ปัจจุบัน แหล่งต่อเรือกอและ ยังมีอยู่ทั้งในจังหวัดปัตตานี พื้นที่อำเภอสายบุรี อำเภอปานะเระ อำเภอยะหริ่ง และจังหวัดนราธิวาส ในเขตอำเภอตากใบ ซึ่งผลิตเรือกอและ ทั้งของจริงและเรือกอและจำลอง
      ศิลปะที่ใช้ในการตกแต่งบนเรือกอและ เกิดจากการผสมผสานกันอย่างลงตัวของ ลวดลายไทย จีน และมลายู กอปรกับภาพจิตรกรรมสัตว์ในตำนานแบบต่างๆ ลวดลายไทยที่นำมาใช้ ได้แก่ ลายกระจัง ลายดอกพุดตาน ลายประจำยาม  ลายหน้ากระดาษ ลายรักซ้อน ลายก้านขด ลายกนก ฯลฯ ลวดลายจีน เช่น ลายหน้ากระดาน ลายเรขาคณิต ลายพรรณไม้ นอกจากนี้ยังทำประดิษฐ์  ลวดลายมลายูท้องถิ่น เช่น ลายอักษรประดิษฐ์ ลายพรรณไม้แบบเถาเลื้อย ลวดลายเรขาคณิต 

      ภาพสัตว์น้ำ เช่น ปู ปลา กุ้ง ปลาหมึก ภาพสัตว์ในจินตนาการจากประเพณีรูปนกในตำนาน เช่น ภาพนกกาเฆาะซูรอ เชื่อกันว่าเป็นการะเวก หรือนกสวรรค์ที่บินเทียมเมฆ ภาพนกบุหงา ซึ่งมีหัวเป็นนกตัวเป็นราชสีห์ ตามตำนานเล่าว่า เป็นนกที่มีอิทธิฤทธิ์มาก ดำน้ำได้ ปากมีเขี้ยวงาหนุมานเหินหาวได้ หัวเรือทำเป็นรูปพญานาค หรือเหรา นกยูง หรือภาพสัตว์ในวรรณคดี เช่น หงส์ ภาพสตรีในจินตนาการ จากการแสดงศิลปะพื้นบ้าน เช่น ภาพตัวหนังวายังเซียม ภาพสัตว์หิมพานต์ของไทย เช่น ภาพสิงห์ คชสีห์ สิงหรามังกร ไกรสรราชสีห์ ไกรเทพ สิงหะ หนุมาน นาค นาคปักษิณ มัจฉานาคา เงือก มังกรสกุณี ภาพสัตว์ในจินตนาการของจีน เช่น ภาพมังกร กิเลน นกกระเรียน ภาพทิวทัศน์ เช่น ภาพทิวทัศน์บก ทะเล
      นับแต่โบราณ นอกจากใช้ออกทะเลหาปลาแล้ว เรือกอและ ยังมีหน้าที่แห่งความบันเทิง โดยใช้ในประเพณีการแข่งเรือกอและ แข่งขันประกวดประชันทั้งความงามและความเร็วของฝีพาย ต่อมาในรัชสมัย รัชกาลปัจจุบัน ในการเสด็จแปรพระราชฐานทุกครั้ง จะทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในจังหวัดนราธิวาส และจังหวัดใกล้เคียงทุกหมู่เหล่า ทรงวางโครงการน้อยใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้มีความสงบสุข ร่มเย็น ด้วยพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าฯ ประชาชนชาวจังหวัดนราธิวาส ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า สมควรจัดให้มีการแข่งขันเรือกอและอันเป็นประเพณีเก่าแก่ ของชาวจังหวัดนราธิวาส ถวายทอดพระเนตร เพื่อเทิดพระเกียรติในพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น และเป็นการฟื้นฟูประเพณีการแข่งเรือกอและ ด้วยฝีพายหน้าพระที่นั่ง และทรงมีพระบรมราชานุญาตให้จัดการแข่งขันเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2519 อีกทั้งได้พระราชทานถ้วยรางวัล แก่ทีมเรือที่ชนะการแข่งขันด้วย

      อุดมการณ์ทางการเมือง ความเชื่อทางศาสนา อาจจะแบ่งแยกผู้คน แต่วัฒนธรรม เป็นวิถีที่หล่อหลอมเราทุกผู้คนเอาไว้ ดังที่เคยมีผู้กล่าวไว้ว่า “แม้จะต่างศาสนา ต่างความเชื่อ แต่เราก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข เหมือนลายเรือกอและ ซึ่งเกิดจากการผสมสาน ลายไทย ลายประแจจีน ลายอาหรับ อย่างลงตัว เกิดเป็นความสวยงาม แม้คลื่นจะแรงเพียงใดก็ไม่สามารถลบล้างออกได้”

ที่มา/เรียบเรียงจาก
1. https://narathiwatboat.blogspot.com/p/blog-page_4238.html 
2. http://www.prapayneethai.com/ 
3. http://www.stou.ac.th/study/projects/training/culture/content/net3-55/page1-3-55.html 
4. https://storylog.co/story/56ba9b018a5b441a3c53baa4

Comment