วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2564 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

เรียนรู้ประสบการณ์สร้างสันติสุขจากมินดาเนา ฟิลิปปินส์

 14 ก.พ. 2559 18:19 น. | อ่าน 3009
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+


    ความขัดแย้งระหว่างชาวมุสลิมบนเกาะมินดาเนากับรัฐบาล ฟิลิปปินส์ เริ่มต้นขึ้นในสมัยรัฐบาลประธานาธิบดีเฟอดินานด์ มาร์กอส ในปี ๑๙๖๙ หรือพศ. ๒๕๑๒ เมื่อชาวมุสลิมกลุ่มหนึ่งจับอาวุธต่อสู้เพื่อแยกตัวออกจาก ฟิลิปปินส์ เป็นรัฐเอกราข การต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธและการเจรจาเกิดขึ้นหลายครั้ง รวมทั้งมีการลงนามข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัฐบาล ฟิลิปปินส์กับกลุ่มติดอาวุธมุสลิมก็เกิดขึ้นหลายครั้ง โดยการลงนามข้อตกลงสันติภาพครั้งแรกเกิดขึ้นในปี ๒๕๓๙ ระหว่างรัฐบาล ฟิลิปปินส์กับกลุ่มติดอาวุธมุสลิมที่ใช้ชื่อว่า Moro National Liberation Front (MNLF) มีสาระสำคัญ ให้อำนาจการปกครองตนเองในดินแดนที่ชาวมุสลิมเป็นประชากรส่วนใหญ่บนเกาะมินดาเนา แต่สันติภาพก็ไม่สามารถถือกำเนิดได้เนื่องจาก ความไม่เป็นเอกภาพภายในกลุ่มกบฏมุสลิมโมโร ทั้งนี้แม้ว่า MNLF มีการลงนามข้อตกลงสันติภาพกับรัฐบาลฟิลิปปินส์แต่กลุ่มติดอาวุธที่แยกตัวออกจาก MNLF ที่ใช้ชื่อว่า Moro Islamic Liberation Front (MILF) ก็ยังคงยึดแนวทางการต่อสู้ด้วยกำลังทหารจับอาวุธสู้รบกับรัฐบาลฟิลิปปินส์ต่อสลับกับการลงนามข้อตกลงหยุดยิงเป็นบางช่วง


    จนกระทั่งวันที่ ๗ ตุลาคม ปี ๒๕๕๕ รัฐบาล ฟิลิปปินส์ กับกลุ่มกบฏมุสลิมโมโรจึงสามารถบรรลุกรอบข้อตกลงสันติภาพฉบับประวัติศาสตร์ ที่มีชื่อว่า Framework Agreement on the Bangsamoro หรือกรอบข้อตกลงบังซาโมโร ซึ่งเป็นกรอบแผนการดำเนินงานหรือ road map เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนผ่านไปสู่การจัดตั้งเขตการปกครองตนเองในดินแดนที่มีชาวมุสลิมโมโรเป็นประชากรส่วนใหญ่บนฝั่งตะวันตกของเกาะมินดาเนา โดยใช้ชื่อเขตการปกครองรูปแบบพิเศษนี้ว่า บังซาโมโร (Bangsamoro) และต่อมาในเดือนมีนาคม ปี ๒๕๕๗ รัฐบาล ฟิลิปปินส์ และ MILF ได้ลงนามในข้อตกลง Comprehensive Agreement on the Bangsamoro ซึ่งเป็นข้อตกลงว่าด้วยการแปลเปลี่ยนลายลักษณ์อักษร ให้แปลงไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้เขตการปกครองพิเศษบังซาโมโร ก่อกำเนิดขึ้น


    กลไกสำคัญภายใต้ Comprehensive Agreement on the Bangsamoro ก็คือการออกกฏหมายพื้นฐานบังซาโมโร หรือ Bangsamoro Basic Law (BBL) ซึ่งมีสาระสำคัญคือการเร่งให้กระบวนการปลดอาวุธกลุ่ม MILF รวดเร็วขึ้น และทำให้เขตปกครองพิเศษบังซาโมโร ถือกำเนิดขึ้น แต่แล้ว BBL ก็ไม่สามารถผ่านการพิจารณาจากรัฐสภาฟิลิปปินส์มีผลบังคับใข้ได้ภายในรัฐบาลประธานาธิบดีเบนิงโญ่ อาควิโน่ เนื่องจากรัฐสภา ฟิลิปปินส์ ปิดสมัยประชุมเมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ เพื่อเตรียมการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่มีกำหนดจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม นี้


    นักสังเกตุการณ์กระบวนการสันติภาพมินดาเนา เชื่อว่า การที่รัฐสภา ฟิลิปปินส์ ถ่วงเวลาการพิจารณาผ่านกฏหมายพื้นฐานบังซาโมโร ให้ล่าช้า น่าจะมีสาเหตุมาจากเหตุการณ์ที่หน่วยต่อต้านการก่อการร้ายของรัฐบาลฟิลิปปินส์ถูกสังหารหมู่ ๔๔ คน ในระหว่างปฏิบัติการในพื้นที่อิทธิพลของกองกำลัง MILF เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๕๘ กรณีน่าจะเป็นเหตุให้สมาชิกรัฐสภา ฟิลิปปินส์ เกิดความหวาดระแวง MILF จึงเตะถ่วงขัดขวางกระบวนการออกกฏหมายปูทางให้มีการจัดตั้งเขตปกครองพิเศษบังซาโมโรบนเกาะมินดาเนา


    เมื่อพิจารณากระบวนการสร้างสันติภาพบนเกาะมินดาเนาเป็นบทเรียน จึงพบว่า แนวทางการสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้เดินมาถูกทาง ไม่ว่าจะเป็นแนวทางที่พณฯท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา กำหนดยุทธศาสตร์ให้คณะพูดคุยสันติสุข จชต.ที่มีพลเอกอักษรา เกิดผล เป็นหัวหน้าคณะเจรจากับตัวแทนกลุ่มที่มีความเห็นต่างจากรัฐที่เป็นหนึ่งเดียว (ให้กลุ่มต่างๆรวมตัวเป็นหนึ่ง) เพื่อให้การพูดคุยเป็นเอกภาพ ไม่เกิดสภาพกลุ่มหนึ่งเจรจา อีกกลุ่มหนึ่งรบ ดังเช่นกรณีฟิลิปปินส์ที่เคยมีกรณีรัฐบาลลงนามข้อตกลงกับ MNLF แต่ MILF ไม่ยอมเจรจาแต่กลับจับอาวุธสู้ต่อ รวมทั้งความพยายามของพลเอกอักษราและคณะพูดคุย ที่ เรียกร้องให้ตัวแทนกลุ่มผู้เห็นต่าง (Party B) สร้างไว้เนื้อเชื่อใจด้วยการร่วมมือกับฝ่ายรัฐ “สร้างพื้นที่ปลอดภัย” ควบคู่ไปกับร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ จชต. มีจุดมุ่งหมายอยู่ที่ประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้เพราะเล็งเห็นว่าความปลอดภัย ความสงบ และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ที่ดีขึ้น มีความหมายต่อประชาชนในพื้นที่จชต.มากกว่าสิ่งอื่นใดในขณะนี้ และการสร้างพื้นที่ปลอดภัย หยุดการใช้อาวุธประหัตประหารกัน เป็นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจที่ดีที่สุด และเป็นการสร้างสันติสุขที่ถาวร


ดังนั้น ทุกภาคส่วนในสังคมไทยจึงควรจับมือร่วมกันสนับสนุนข้อเรียกร้องของคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ ขอให้กลุ่มที่เห็นต่างจากรัฐร่วมมือสร้างพื้นที่ปลอดภัย ในพื้นที่ จชต. เพื่อสร้างสันติสุขแก่ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

Comment