วันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2564 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

รั้วเพื่อความมั่นคง

 07 พ.ค. 2558 23:23 น. | อ่าน 2761
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

การค้นพบหลุมฝังศพหมู่ชาวโรฮิงยาบนเทือกเขาที่ปาดังเบซาร์ใกล้ชายแดนมาเลเซีย เป็นเสมือนสัญญานเตือนภัยว่า ถึงเวลาที่บ้านหลังใหญ่ที่ชื่อว่าประเทศไทยอาจถึงเวลาต้องสร้างรั้วรอบขอบชิดเพื่อป้องกันภัย เพราะบ้านหลังนี้ทางด้านทิศใต้เป็นจุดที่มีคนแปลกหน้าแอบลักลอบเข้ามาทำมิดีมิร้ายอยู่เนืองๆ บางคราวก็มีคนร้ายแอบลักลอบนำคนจากนอกพื้นที่เข้ามาหลบซ่อนเพื่อรอสบโอกาสแอบหลบหนีเข้าไปในเขตบ้านเพื่อนคือประเทศมาเลเซีย ดังเช่น ที่พบหลุมศพชาวโรฮิงยา 26 ศพช่วงต้นเดือนพฤษภาคม

 

นอกจากนี้การที่พรมแดนทางใต้ติดมาเลเซียทอดยาวกว่า 600 กิโลเมตรทอดยาวจากสตูล สงขลา ยะลา นราธิวาส ทำให้ยากแก่การดูแลป้องกันการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ ไม่ว่าจะเป็นการค้ามนุษย์ การลักลอบขนยาเสพติด สินค้าหนีภาษี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นช่องทางให้บรรดาผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้น จชต.ใช้เป็นช่องทางหลบหนี หรือลักลอบขนสารเคมีหรือวัสดุจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาประกอบระเบิดในพื้นที่ จชต

 

ด้วยความตระหนักในปัญหาดังกล่าว พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อครั้งที่ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกจึงมีแนวคิด”รั้วความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย” เพื่อแก้ปัญหาและป้องกันการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งแนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับรัฐบาลมาเลเซียที่เล็งเห็นปัญหาและมีแผนการสร้างรั้วความมั่นคงเช่นกัน โดยมีการตั้งคณะทำงานที่มีชื่อว่า Security Fence Technical Team ทำหน้าที่ศึกษาและออกแบบรั้วตามแนวชายแดนทั้งประเทศรวมทั้งชายแดนที่ติดกับไทย และกำหนดที่จะเสร็จสิ้นการทำงานและเสนอแผนการก่อสร้างรั้วเพื่อความมั่นคงต่อคณะรัฐมนตรี ในเดือนตุลาคม ปีนี้

 

การสร้างรั้วเพื่อความมั่นคงมิใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในโลก แต่ในหลายส่วนของโลก ไม่ว่าจะเป็นตามแนวพรมแดนอิสราเอลหลายจุด พรมแดนสหรัฐอเมริกาที่ติดต่อกับเม็กซิโก ก็มีการสร้างรั้วเพื่อความมั่นคง เพื่อผลประโยชน์ของชาติ ดังนั้นหากไทยและมาเลเซียจะมีการสร้างรั้วหรือกำแพงเพื่อความมั่นคงจึงเป็นเรื่องที่ควรสนับสนุน เพราะไม่ได้กระทบหรือริดรอนสิทธิ์ประชาชนทั่วไปที่ประกอบสัมมาอาชีวะแต่อย่างใด คนที่เดือดร้อนก็มีแต่อาชญากรเท่านั้น ส่วนประชาชนที่สุจริตก็ยังคงเดินทางไปมาหาสู่ข้ามพรมแดนในช่องทางที่รัฐจัดไว้ให้ตามปรกติ ยิ่งในยามที่ประเทศไทยอยู่ในช่วงการปฏิรูปประเทศภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยิ่งจำเป็นที่จะต้องสนับสนุนรัฐบาลที่มุ่งมั่นดำเนินการแก้ไขปัญหาของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ยึดแนวทางเปิดพื้นที่พูดคุยกับผู้เห็นต่างจากรัฐ ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฏหมายติดตามจับกุมตัวผู้ที่กระทำผิดกฏหมายมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม การดำเนินการสร้างรั้วบ้านให้เข้มแข็งก็เป็นเรื่องที่ควรแก่การสนับสนุน หากรัฐบาลเล็งเห็นว่ามีความจำเป็นต้องสร้างรั้วเพื่อความมั่นคง ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศด้วย เพราะการจำกัดการเคลื่อนไหวของผู้ก่อความไม่สงบด้วยรั้วความมั่นคง ก็เป็นหนึ่งในมาตรการที่ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่คืนสู่สันติสุขอย่างที่รัฐบาลมุ่งประสงค์ ขณะเดียวกันรายได้ภาษีที่รั่วไหลจากการลักลอบขนสินค้าหนีภาษี ก็จะไหลเข้าสู่กระทรวงการคลัง

Comment