SOUTHDEEPOUTLOOKSOUTHDEEPOUTLOOKSOUTHDEEPOUTLOOK

สิ้น"ยะโก๊ป หร่ายมณี""สุภาพบุรุษมุสลิมฯ"

August 07, 2013

 

สุพิชฌาย์ รัตนะ-ปาเรส โลหะสัณห์

"ปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้มีหลายมิติ มีหลายกลุ่มเกี่ยวข้อง เช่น กลุ่มผลประโยชน์ เจ้าหน้าที่รัฐ กลุ่มอุดมการณ์ กลุ่มว่าจ้างไม่มีอุดมการณ์ และกลุ่มแอบแฝงต่างๆ ตราบใดที่น้ำข้างบนขุ่น สกปรก กรองมากี่ชั้น เมื่อลงมาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คงขุ่นอยู่วันยังค่ำ"
เป็นถ้อยความสุดท้ายที่ "ยะโก๊ป หร่ายมณี" อายุ 51 ปี อิหม่ามประจำมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เคยให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนนี้ชนิดคมชัด และตรงไปตรงมา
ก่อนนี้เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2554 "ยะโก๊ป" เคยถูกลอบยิงถล่มมาแล้ว ขณะที่ขับรถเก๋งพร้อมลูกสาวกลับมาจากมัสยิด ทว่าครั้งนั้นแค่กระสุนถากศีรษะ 1 นัด ไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก
กระทั่งถูกคนร้ายลอบยิงอีกครั้งจนเสียชีวิต ขณะเดินเลือกซื้ออาหารเพื่อละศีลอดในช่วงค่ำ ที่บริเวณถนนยะรัง ซอย 6 ต.จะบังติกอ อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา
การสูญเสียทรัพยากรบุคคลสำคัญในรอบนี้ ถือเป็นความสูญเสียอันยิ่งใหญ่อีกครั้ง กระเพื่อมถึงความรู้สึกอันสะเทือนใจของคนชายแดนภาคใต้ เพราะเหยื่อครั้งนี้ คือ "ผู้นำศาสนาระดับสูง"
ที่สำคัญถือเป็น "ผู้นำมุสลิมสายกลาง" ที่ประกาศตัวเป็น "แกนนำ" ในการร่วมขับเคลื่อนสันติภาพ ด้วยการใช้ "หลักศาสนา" เป็นใบเบิกทาง จนได้รับการกล่าวขานให้เป็น "สุภาพบุรุษมุสลิมสันติภาพ" จากแวดวงสื่อและนักวิชาการในพื้นที่
แวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการกลางอิสลามจังหวัดปัตตานี
บอกว่า ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์
เช่นนี้ วันเกิดเหตุอิหม่ามยะโก๊ปขอเดินทางไปจับจ่ายซื้อของกับภรรยาเพียงลำพัง เนื่องจากเห็นว่ามีความคุ้นเคยกับพื้นที่ ไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร
เช่นเดียวกับ ประมุข ลมุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ยืนยันว่า ที่ผ่านมาอิหม่ามยะโก๊ปช่วยเหลือทางการอย่างดี โดยเฉพาะในการต่อสู้ตามหลักการสันติภาพ จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้บางคนไม่พอใจก่อเหตุรุนแรงขึ้น
ในมุมของ ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล ในฐานะที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สปต.) บอกว่า นับแต่เกิดเหตุความรุนแรงช่วงปี 2547 ตลอดกว่า 9 ปีที่ผ่านมา มีผู้นำทางศาสนาสังเวยชีวิตให้แก่การก่อความรุนแรงไปแล้ว 48 ราย โดยแยกเป็นพระภิกษุสงฆ์ 8 รูป และผู้นำศาสนาอิสลามอีก 40 ราย
"การลอบทำร้ายผู้นำศาสนาอิสลามที่มีตำแหน่งสูงสุด ที่ตกเป็นเหยื่อสังเวยความรุนแรงในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา เหตุครั้งนี้ถือว่าเป็นการสูญเสียผู้นำความคิด
ผู้นำจิตวิญญาณคนสำคัญที่แสดงตน และประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนด้วยการยึดแนวทางมุสลิมสายกลางในการสร้างสันติภาพกลับคืนสู่ชายแดนภาคใต้" ไชยยงค์ กล่าว ไชยยงค์ ชี้ว่า ยะโก๊ป ถือเป็นผู้นำศาสนาอิสลามแถวหน้า ที่ก้าวเดินร่วมกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองและทุกภาคส่วนในการร่วมกันแสวงหาหนทางการสร้างสันติสุข จนเริ่มมีผู้นำมุสลิมหลายคนเริ่มปรากฏตัวให้ความร่วมมือในการสนับสนุนกระบวนการสร้างสันติภาพร่วมกับภาครัฐ แต่การสูญเสียครั้งนี้ได้ทำให้ผู้นำศาสนาเสียขวัญและหวาดกลัว จากนี้ไปอาจจะเห็นปรากฏการณ์ที่ไม่กล้าแสดงออกถึงความร่วมมือกับภาครัฐจากคนพื้นที่ก็เป็นได้ เหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนจะมีผู้นำศาสนาที่ก้าวมายืนทำหน้าที่แทนสุภาพบุรุษมุสลิมสันติภาพคนนี้
ไม่ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นฝีมือกลุ่มก้อนใดก็ตาม แต่นี่คือ ประกาศิตเลือดขวางเส้นทางสันติภาพในพื้นที่นี้อย่างชัดเจนอีกครั้ง !!

เงาเสียง'สายัณห้ สัญญา'สู่อิหม่ามในดวงใจคนแดนใต้
เส้นทางชีวิต"ยะโก๊ป หร่ายมณี" อิหม่ามประจำมัสยิดกลางปัตตานี ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบมาแต่ไหนแต่ไร เนื่องเพราะในห้วงวัยเยาว์ ฐานะทางครอบครัวมีความแร้นแค้น ผิดแผกกับหลายครอบครัวโดยสิ้นเชิง
การเรียนจึงลุ่มๆ ดอนๆ ต้องทำงานด้วยเรียนไปด้วยอย่างทุลักทุเล
ยามค่ำคืนต้องผันตัวเองเป็นคนในวงการ "มือถือไมค์ไฟส่องหน้า" ร้องเพลงหาเงินเพื่อเป็นทุนเรียน จนสำเร็จชั้น ม.ศ.5 ที่โรงเรียนเบญจราชูทิศ จ.ปัตตานี
จากนั้นชีวิตผกผันต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และฉะเชิงเทรา เพื่อร่ำเรียนศาสตร์ทางศาสนา ณ สถานศึกษาบ้านดอน แขวงและเขตวัฒนา กรุงเทพฯ และอีกหลายสถาบัน
ก่อนย้อนกลับมาปักหลักที่บ้านเกิดปัตตานีในที่สุด
อิหม่ามคนนี้ถือเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ด้านเสียงการอ่านอัลกุรอ่านที่ไพเราะจับจิต จนได้รับการยกย่องว่ามีเสียงดีทั้งในระดับภูมิภาคและระดับชาติ ทั้งยังเคยเป็นนักจัดรายการด้านศาสนา ที่สถานีวิทยุสวนจิตรลดา
อีกมุม ยะโก๊ปยังมีพรสวรรค์ด้านการแต่งเพลง และร้องเพลงเลียนเสียง "สายัณห์ สัญญา" ชนิดหาตัวจับยากคนหนึ่ง
กระทั่งเคยแต่งเพลงให้แก่สายันห์ สัญญา จนราชาเพลงลูกทุ่ง "แหบมหาเสน่ห์" ต้องยกนิ้วให้ ขานชื่อนำหน้าว่า "อาจารย์" แทบทุกครั้งไป ก่อนยะโก๊ปจะเชิญมาร้องเพลงที่ปัตตานี เมื่อปี 2555 ณ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ
อีกด้านหลังเดินทางกลับมาปักหลักที่ปัตตานี ก็ทำกิจกรรมด้านศาสนาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป กลายเป็นบุคคลแถวหน้าทางศาสนา ถึงขั้นเคยออกบรรยายธรรมด้านศาสนากับศาสนาอื่นๆ หลายครั้ง
มีผลงานอันประจักษ์ ได้แก่ โล่รางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม ด้านศาสนา ระดับประเทศ ประจำปี 2552, รางวัลพระราชทาน ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายใต้ ปี 2536, รางวัลพระราชทาน ผู้ดำเนินรายการวิทยุดีเด่น สมาคมนักวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยปี 2535, รางวัลพระราชทาน โครงการคัดเลือกผู้ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นของจังหวัดชายแดนภาคใต้ สาขาการพัฒนาสังคมและทรัพยากรมนุษย์, วิทยากรบรรยายศาสนธรรม ตามสถานีวิทยุทั้งในกรงเทพฯ และปริมณฑล, ตัวแทนประเทศไทย ในการสร้างความเข้าใจกับสถานการณ์ความไม่สงบ แก่คณะองค์กรมุสลิมโลก, องค์กรสันนิบาตโลกมุสลิม (รอบิเฏาะห์), องค์กรมุสลิมประเทศออสเตรเลีย, ตุรกี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สภาคองเกรซ สหรัฐอเมริกา ฯลฯ--จบ--

ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
สิ้น"ยะโก๊ป หร่ายมณี""สุภาพบุรุษมุสลิมฯ" August 07, 2013 สุพิชฌาย์ รัตนะ-ปาเรส โลหะสัณห์ "ปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้มีหลายมิติ มีหลายกลุ่มเกี่ยวข้อง เช่น กลุ่มผลประโยชน์ เจ้าหน้าที่รัฐ กลุ่มอุดมการณ์ กลุ่มว่าจ้างไม่มีอุดมการณ์ และกลุ่มแอบแฝงต่างๆ ตราบใดที่น้ำข้างบนขุ่น สกปรก กรองมากี่ชั้น เมื่อลงมาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็คงขุ่นอยู่วันยังค่ำ" เป็นถ้อยความสุดท้ายที่ "ยะโก๊ป หร่ายมณี" อายุ 51 ปี อิหม่ามประจำมัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี เคยให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนนี้ชนิดคมชัด และตรงไปตรงมา ก่อนนี้เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2554 "ยะโก๊ป" เคยถูกลอบยิงถล่มมาแล้ว ขณะที่ขับรถเก๋งพร้อมลูกสาวกลับมาจากมัสยิด ทว่าครั้งนั้นแค่กระสุนถากศีรษะ 1 นัด ไม่ได้รับบาดเจ็บมากนัก กระทั่งถูกคนร้ายลอบยิงอีกครั้งจนเสียชีวิต ขณะเดินเลือกซื้ออาหารเพื่อละศีลอดในช่วงค่ำ ที่บริเวณถนนยะรัง ซอย 6 ต.จะบังติกอ อ.เมือง จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม ที่ผ่านมา การสูญเสียทรัพยากรบุคคลสำคัญในรอบนี้ ถือเป็นความสูญเสียอันยิ่งใหญ่อีกครั้ง กระเพื่อมถึงความรู้สึกอันสะเทือนใจของคนชายแดนภาคใต้ เพราะเหยื่อครั้งนี้ คือ "ผู้นำศาสนาระดับสูง" ที่สำคัญถือเป็น "ผู้นำมุสลิมสายกลาง" ที่ประกาศตัวเป็น "แกนนำ" ในการร่วมขับเคลื่อนสันติภาพ ด้วยการใช้ "หลักศาสนา" เป็นใบเบิกทาง จนได้รับการกล่าวขานให้เป็น "สุภาพบุรุษมุสลิมสันติภาพ" จากแวดวงสื่อและนักวิชาการในพื้นที่ แวดือราแม มะมิงจิ ประธานคณะกรรมการกลางอิสลามจังหวัดปัตตานี บอกว่า ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ เช่นนี้ วันเกิดเหตุอิหม่ามยะโก๊ปขอเดินทางไปจับจ่ายซื้อของกับภรรยาเพียงลำพัง เนื่องจากเห็นว่ามีความคุ้นเคยกับพื้นที่ ไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร เช่นเดียวกับ ประมุข ลมุล ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ยืนยันว่า ที่ผ่านมาอิหม่ามยะโก๊ปช่วยเหลือทางการอย่างดี โดยเฉพาะในการต่อสู้ตามหลักการสันติภาพ จึงอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้บางคนไม่พอใจก่อเหตุรุนแรงขึ้น ในมุมของ ไชยยงค์ มณีรุ่งสกุล ในฐานะที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (สปต.) บอกว่า นับแต่เกิดเหตุความรุนแรงช่วงปี 2547 ตลอดกว่า 9 ปีที่ผ่านมา มีผู้นำทางศาสนาสังเวยชีวิตให้แก่การก่อความรุนแรงไปแล้ว 48 ราย โดยแยกเป็นพระภิกษุสงฆ์ 8 รูป และผู้นำศาสนาอิสลามอีก 40 ราย "การลอบทำร้ายผู้นำศาสนาอิสลามที่มีตำแหน่งสูงสุด ที่ตกเป็นเหยื่อสังเวยความรุนแรงในรอบ 9 ปีที่ผ่านมา เหตุครั้งนี้ถือว่าเป็นการสูญเสียผู้นำความคิด ผู้นำจิตวิญญาณคนสำคัญที่แสดงตน และประกาศเจตนารมณ์อย่างชัดเจนด้วยการยึดแนวทางมุสลิมสายกลางในการสร้างสันติภาพกลับคืนสู่ชายแดนภาคใต้" ไชยยงค์ กล่าว ไชยยงค์ ชี้ว่า ยะโก๊ป ถือเป็นผู้นำศาสนาอิสลามแถวหน้า ที่ก้าวเดินร่วมกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองและทุกภาคส่วนในการร่วมกันแสวงหาหนทางการสร้างสันติสุข จนเริ่มมีผู้นำมุสลิมหลายคนเริ่มปรากฏตัวให้ความร่วมมือในการสนับสนุนกระบวนการสร้างสันติภาพร่วมกับภาครัฐ แต่การสูญเสียครั้งนี้ได้ทำให้ผู้นำศาสนาเสียขวัญและหวาดกลัว จากนี้ไปอาจจะเห็นปรากฏการณ์ที่ไม่กล้าแสดงออกถึงความร่วมมือกับภาครัฐจากคนพื้นที่ก็เป็นได้ เหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนจะมีผู้นำศาสนาที่ก้าวมายืนทำหน้าที่แทนสุภาพบุรุษมุสลิมสันติภาพคนนี้ ไม่ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็นฝีมือกลุ่มก้อนใดก็ตาม แต่นี่คือ ประกาศิตเลือดขวางเส้นทางสันติภาพในพื้นที่นี้อย่างชัดเจนอีกครั้ง !! เงาเสียง'สายัณห้ สัญญา'สู่อิหม่ามในดวงใจคนแดนใต้ เส้นทางชีวิต"ยะโก๊ป หร่ายมณี" อิหม่ามประจำมัสยิดกลางปัตตานี ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบมาแต่ไหนแต่ไร เนื่องเพราะในห้วงวัยเยาว์ ฐานะทางครอบครัวมีความแร้นแค้น ผิดแผกกับหลายครอบครัวโดยสิ้นเชิง การเรียนจึงลุ่มๆ ดอนๆ ต้องทำงานด้วยเรียนไปด้วยอย่างทุลักทุเล ยามค่ำคืนต้องผันตัวเองเป็นคนในวงการ "มือถือไมค์ไฟส่องหน้า" ร้องเพลงหาเงินเพื่อเป็นทุนเรียน จนสำเร็จชั้น ม.ศ.5 ที่โรงเรียนเบญจราชูทิศ จ.ปัตตานี จากนั้นชีวิตผกผันต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ และฉะเชิงเทรา เพื่อร่ำเรียนศาสตร์ทางศาสนา ณ สถานศึกษาบ้านดอน แขวงและเขตวัฒนา กรุงเทพฯ และอีกหลายสถาบัน ก่อนย้อนกลับมาปักหลักที่บ้านเกิดปัตตานีในที่สุด อิหม่ามคนนี้ถือเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ด้านเสียงการอ่านอัลกุรอ่านที่ไพเราะจับจิต จนได้รับการยกย่องว่ามีเสียงดีทั้งในระดับภูมิภาคและระดับชาติ ทั้งยังเคยเป็นนักจัดรายการด้านศาสนา ที่สถานีวิทยุสวนจิตรลดา อีกมุม ยะโก๊ปยังมีพรสวรรค์ด้านการแต่งเพลง และร้องเพลงเลียนเสียง "สายัณห์ สัญญา" ชนิดหาตัวจับยากคนหนึ่ง กระทั่งเคยแต่งเพลงให้แก่สายันห์ สัญญา จนราชาเพลงลูกทุ่ง "แหบมหาเสน่ห์" ต้องยกนิ้วให้ ขานชื่อนำหน้าว่า "อาจารย์" แทบทุกครั้งไป ก่อนยะโก๊ปจะเชิญมาร้องเพลงที่ปัตตานี เมื่อปี 2555 ณ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ อีกด้านหลังเดินทางกลับมาปักหลักที่ปัตตานี ก็ทำกิจกรรมด้านศาสนาอย่างต่อเนื่อง จนเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป กลายเป็นบุคคลแถวหน้าทางศาสนา ถึงขั้นเคยออกบรรยายธรรมด้านศาสนากับศาสนาอื่นๆ หลายครั้ง มีผลงานอันประจักษ์ ได้แก่ โล่รางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อกระทรวงวัฒนธรรม ด้านศาสนา ระดับประเทศ ประจำปี 2552, รางวัลพระราชทาน ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทรายใต้ ปี 2536, รางวัลพระราชทาน ผู้ดำเนินรายการวิทยุดีเด่น สมาคมนักวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยปี 2535, รางวัลพระราชทาน โครงการคัดเลือกผู้ที่มีผลการปฏิบัติงานดีเด่นของจังหวัดชายแดนภาคใต้ สาขาการพัฒนาสังคมและทรัพยากรมนุษย์, วิทยากรบรรยายศาสนธรรม ตามสถานีวิทยุทั้งในกรงเทพฯ และปริมณฑล, ตัวแทนประเทศไทย ในการสร้างความเข้าใจกับสถานการณ์ความไม่สงบ แก่คณะองค์กรมุสลิมโลก, องค์กรสันนิบาตโลกมุสลิม (รอบิเฏาะห์), องค์กรมุสลิมประเทศออสเตรเลีย, ตุรกี, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, สภาคองเกรซ สหรัฐอเมริกา ฯลฯ--จบ-- ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก..

SOUTH PEACE

SBPAC

ISRA NEWS

DEEP SOUTH WATCH

© 2010-2014 SOUTHDEEPOUTLOOK.COM. All Rights Reserved. E-Mail: info@southdeepoutlook.com