วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

นักลงทุนรุ่นใหม่ ดันสินค้าฮาลาล รุกตลาดออนไลน์

 19 ส.ค. 2562 02:45 น. | หมวดหมู่ เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

กรุงเทพธุรกิจ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ เปิดตลาดฮาลาลออนไลน์ "pinsouq" บริการด้านฮาลาลดิจิทัลครบวงจรแห่งเดียวในไทย ระบุ 4 ปี เก็บสถิติ 3 สินค้ายอดนิยม อาหาร เครื่องนุ่งห่มเครื่องประดับ และเครื่องสำอาง แนะภาครัฐ ขยายตลาดให้ ผู้ประกอบการไทย เผยตลาดฮาลาลปี2560 มีมูลค่า 162,000 ล้านดอลลาร์ ไทยส่งออกอาหารฮาลาลรายใหญ่อันดับ 9 ของโลก
ข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่า ปี2559 ประชากรมุสลิมทั่วโลกมีประมาณ 2.14 พันล้านคน และคาดการณ์ว่าภายในปี2573 ประชากรมุสลิมจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.2 พันล้านคน ประกอบกับอาหารฮาลาล ได้รับการยอมรับในด้านการผลิตที่สะอาด ถูกหลักอนามัยอาหารฮาลาล จึงได้รับ ความนิยมจากผู้บริโภคทั่วไปที่ไม่ได้เป็นมุสลิมส่งผลให้ความต้องการอาหารฮาลาล มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง
มูลค่าการค้าตลาดอาหารฮาลาลอยู่ที่ประมาณ 162,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2560 โดยมูลค่าการนำเข้าอาหารของประเทศมุสลิม 57 ประเทศ และเป็นที่น่าสังเกตว่า ประชากรมุสลิมส่วนใหญ่ 53% จะอาศัยอยู่ในทวีปแอฟริกา รองลงมาคือเอเชีย 32% ยุโรป 8% และอเมริกาเหนือ 2% ที่เหลือ 5% อยู่ในอเมริกาใต้และโอเชียเนีย แต่เมื่อพิจารณาถึงมูลค่าตลาดอาหารฮาลาล พบว่า ส่วนใหญ่จะอยู่ในภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากเศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่องและผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง โดยเฉพาะประเทศในตะวันออกกลาง อาทิ ซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงประเทศในแถบอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย และมาเลเซีย
ทั้งนี้ ตลาดอาหารฮาลาล ซึ่งมีผู้บริโภคชาวมุสลิมทั่วโลกประมาณ 2,140 ล้านคนถือว่ามีศักยภาพสูง ปัจจุบัน ไทยเป็นผู้ส่งออก อาหารฮาลาลรายใหญ่อันดับ 9 ของโลก ถือเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทย ที่จะขยายบทบาทในตลาดนี้
นายชารีฟ เด่นสุมิตร ซีอีโอ บริษัทแอส ออเดอร์ จำกัด เจ้าของผลงานเว็บไซต์และตลาดดิจิทัล Pinsouq-Halal Supply Chain Marketplace จัดโดยสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมกิจการอุทยานวิทยาศาสตร์ (สอว.)กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เมื่อวันที่15 -16 ส.ค.ที่ผ่านมาว่าตลาดดิจิทัล หรือเว็บไซต์ Pinsouq ดำเนินธุรกิจมาถึงปีนี้เป็นปีที่ 4แล้ว
จุดเริ่มต้นที่ทำเว็บไซต์ดังกล่าว เนื่องจากเล็งเห็นว่าตลาดฮาลาล เป็นตลาดใหญ่ และมีอัตราการเติบโตค่อนข้างเร็ว เพราะต้องยอมรับว่าประชากรชาวมุสลิมมีอยู่ทั่วโลก มีจำนวนมาก และไม่ลดลง ต่อให้การวิเคราะห์โครงสร้างประชากรจะบอกว่าทุกประเทศคนเกิดน้อยลง แต่เนื่องด้วยหลักทางศาสนาของมุสลิมห้ามคุมกำเนิด
และจากการสำรวจตลาดชาวมุสลิมมีกำลังซื้อค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงมองเห็นโอกาสดังกล่าว และได้ร่วมกับอุทยานวิทยาศาสตร์ สอว. ซึ่งมีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมให้คำแนะนำในการวิเคราะห์ตลาด การจัดทำเว็บไซต์ การดีไซน์ การให้ความรู้หลักด้านการตลาด เพื่อจัดทำเว็บไซต์ Pinsouq ให้เป็นแหล่งรวมงานบริการด้านฮาลาล ดิจิทัลอย่างครบวงจรแห่งเดียวในประเทศไทย
นายชารีฟ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการไทย ให้ความสนใจตลาดฮาลาลมากขึ้น แต่เมื่อเทียบกับความต้องการของผู้บริโภค หรือประชากรชาวมุสลิมต้องยอมรับว่ายังไม่เพียงพอ เพราะยังมีสินค้าหลายชนิดที่ ชาวมุสลิมต้องการซื้อหามาบริโภค แต่ไม่รู้ว่า จะซื้อที่ไหน หาได้ที่ใด เว็บไซต์ Pinsouq จึงตอบโจทย์ความต้องการของผู้สนใจสินค้าและบริการฮาลาล
"ขณะนี้ มีผู้ประกอบการที่ใช้บริการ Pinsouq ประมาณ 10,000 กว่าราย มีสินค้า 100,000 กว่าชิ้น แบ่งเป็นหมวดที่มีตราฮาลาล และไม่มีฮาลาล แต่สินค้าและบริการที่ไม่มีฮาลาล ต้องเป็นชาวมุสลิมขาย เนื่องจากรู้หลักศาสนา และเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคทุกคนว่า สินค้าของเราเหมาะสมกับตลาดฮาลาลจริงๆ ฉะนั้น เว็บไซต์Pinsouq จึงเป็นเสมือนแพลตฟอร์มหลักของสอว.และดูแลสินค้าฮาลาลของประเทศไทย" นายชารีฟ กล่าว
นายชารีฟ กล่าวด้วยว่า จากการทำเว็บไซต์มาตลอด 4 ปี พบว่าสินค้าและบริการที่มีอัตราเติบโตสูงในตลาดฮาลาล 3 อันดับแรก ได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่มเครื่องประดับ เครื่องสำอาง โดยเฉพาะเครื่องประดับอย่างผ้าคลุมศีรษะของผู้หญิงมุสลิม หรือที่เรียกว่า ฮิญาบ และตอนนี้มีกลุ่มอาหารเสริมที่ได้รับความสนใจค่อนข้างมาก นอกจากนั้น ยังมีสินค้าและบริการอีกมากมายที่กำลังได้รับความสนใจ เพราะอัตราประชากรชาวมุสลิมเพิ่มขึ้นทุกปี

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ
News Code: das pol g:kt g:agency g:paper g:nmg p:kt v:paperl

Comment
Related