วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2561 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

ระอุ! 30 ชาวบ้านปักหลักอดอาหารหน้า UN 'สงขลา-กระบี่'เข้ากรุงต้านโรงไฟฟ้า

 12 ก.พ. 2561 21:00 น. | หมวดหมู่ การเมือง
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

ความคืบหน้ากรณีเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน และเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน เดินทางมาปักหลักนั่งชุมนุมที่บริเวณตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล เพื่อแสดงจุดยืนให้ยกเลิกโครงการก่อสร้างโรงฟ้าถ่านหินเทพา และโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา แต่ปรากฏว่า เมื่อคำวันที่ 9 กุมภาพันธ์ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้นำประกาศคำสั่งห้ามชุมนุมในรัศมี 50 เมตรโดยรอบทำเนียบรัฐบาลนั้น
เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ประชาชนเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน และเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินกว่า 150 คน ได้พากันเดินทางไปปักหลักอยู่ที่หน้า สำนักงานองค์การสหประชาชาติ (UN) เพื่อแสดงจุดยืนไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน
นอกจากนี้กลุ่มประชาชนยังได้ประกาศอารยะขัดขืนขั้นสูงสุดต่อรัฐบาล โดยตัวแทนประมาณ 30 คน ได้ประกาศอดอาหาร และดื่มแต่น้ำ เพื่อประกาศไปยังคนทั่วโลกว่าการปกป้องสิ่งแวดล้อมจากโรงไฟฟ้าถ่านหินในประเทศไทย ต้องใช้ชีวิตมาแลกกัน
พร้อมกันนี้กลุ่มผู้ชุมนุมทั้ง 2 เครือข่ายได้ออกแถลงการณ์ร่วม โดยระบุว่า จะขอปักหลักชุมนุมต่อสู้จนกว่ารัฐบาลจะยอมประกาศยกเลิกโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ พร้อมทั้งให้มีการรับซื้อพลังงานหมุนเวียนที่มีศักยภาพการผลิตจำนวนมากในขณะนี้
“การตัดสินใจนั่งลงตรงนี้ เพื่อยืนยันว่า เราจะปกป้องสิ่งแวดล้อมและชีวิตของประชาชนถึงที่สุด เรานั่งตรงนี้เพื่อจะบอกกับโลกว่าคนไทยทำตามที่สหประชาชาติเรียกร้องว่าด้วยการลดโลกร้อน เพื่อจะบอกกับคนใต้ทั้งภาคว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะลุกขึ้นมาปกป้องภาคใต้ หวังว่าวันที่ 13 ก.พ.วันประชุมคณะรัฐมนตรี รัฐบาลจะตัดสินเพื่อประโยชน์ของประชาชนและสิ่งแวดล้อม ยกเลิกโรงไฟฟ้าถ่านหิน ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน” แถลงการณ์ระบุ
ทั้งนี้ ภายหลังจากการประกาศอารยขัดขืนขั้นสูงสุดดังกล่าว กลุ่มผู้ชุมนุมได้เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 13 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป จะมีกลุ่มชาวบ้านจาก จ.สงขลา และ จ.กระบี่ ทยอยเดินทางเข้ามาสมทบกับผู้ชุมนุมจนกว่ารัฐบาลจะยอมฟังเสียงประชาชนและปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง รวมทั้งอาจมีความเป็นไปได้ว่าจะมีผู้ประกาศอดอาหารเพิ่มขึ้น
ภาพจากเฟซบุ๊ก Media Informasi News
ที่มา: http://www.naewna.com

Comment
Related