วันอังคารที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

ศปบ.จชต.ย้ำแก้ปัญหา ประชากรวัยเรียนนอกระบบชายแดนใต

 12 เม.ย. 2562 06:21 น. | หมวดหมู่ การศึกษา
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

สัมฤทธิ์ผลเป็นรูปธรรมด้วยพลังจากทุกภาคส่วน
ความร่วมมือของทุกฝ่ายกลายมาเป็น ความสำเร็จในรูปแบบการทำงานประชารัฐ ที่ทำงานเข้าถึงประชาชนและชุมชน ในทุกพื้นที่สอดรับกับกฎหมายและนโยบายการศึกษาโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา โดยมี พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ขับเคลื่อนนโยบายผ่านการดำเนินงาน โดย ศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษา จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปบ.จชต.)จนสามารถนำประชากรวัยเรียนอายุ ระหว่าง 3-18 ปี ที่ไม่เคยได้รับการศึกษา หรือออกกลางคัน ทั้งเด็กปกติและมีปัญหาความบกพร่องทางร่างกายและสติปัญญา เข้าสู่ระบบการศึกษาได้กว่า 41,231 คน คิดเป็นร้อยละ 92.53 ของจำนวนเด็ก ที่อยู่นอกระบบฯ แบ่งเป็นเด็กปกติ 20,489 คนเด็กออกกลางคัน 12,715 คน เด็กจบ ภาคบังคับ 5,923 คน และเด็กพิการ 2,104 คน พร้อมได้กำหนดมาตรการป้องกัน การออกกลางคันและระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียนที่เข้มแข็ง เพื่อให้ประชากรวัยเรียน กลุ่มนี้คงอยู่ในระบบการศึกษา และเติบโต เป็นเด็กเยาวชนที่ดีของชาติในอนาคตต่อไป
วรรณา เจ๊ะอาลี ครูกศน. ต.เมาะมาวี กล่าวว่า "จากการไปตรวจเยี่ยมนักศึกษาที่ตกหล่นพบว่า บางรายต้องรับภาระ ช่วยเหลือครอบครัว ครอบครัวฐานะไม่ดี มีลูกเยอะ ต้องออกไปช่วยดูแลน้องก็มี เพราะพ่อแม่ต้องออกไปขายของหารายได้ตั้งแต่เช้าจนเย็น เด็กก็ไม่สามารถมาเรียน ในระบบได้ เราก็เที่ยวไปหาเขาที่บ้านบ่อยๆ คุยกับผู้ปกครอง ชี้แนะเขาว่า เด็กยังมี โอกาสทางการศึกษา ขอให้เขาได้กลับ มาเรียนเพื่อที่เขาจะได้มีอนาคตดีๆ มีงานดีๆ ต่อไป คือต้องเข้าใจความจำเป็น และเงื่อนไขเขาก่อนแล้วค่อยช่วยกัน หาทางออก ให้เขาเข้าใจว่าถ้าเด็กได้กลับมาเรียนจะเป็นผลดีกับลูกเขาได้อย่างไรบ้างและสิ่งที่ทำให้เราภูมิใจหายเหนื่อย คือการที่ผู้ปกครองเข้าใจงานที่เราทำ การที่ เด็กกลับมาเรียนอีกครั้งนั่นคือโอกาส ที่ยิ่งใหญ่ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ในอนาคตของเขา แค่นี้เราก็ดีใจแล้ว"
ในโอกาสที่ประเทศไทยเป็นประธาน อาเซียนในปี 2562 การนำผู้เรียนกลับเข้าสู่ ระบบการศึกษาจึงเป็นงานสำคัญของ กระทรวงศึกษาธิการ ที่จะสร้างความโดดเด่น ในเวทีอาเซียน เช่นที่ UNESCO แสดงความชื่นชมและยกย่องให้ประเทศไทย เป็นผู้นำภูมิภาคอาเซียนในการดำเนินการ แก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืนถือเป็นแนวทางกำหนดอนาคตประเทศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพพลเมืองที่มีคุณภาพ ซึ่งล้วนส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ ในทุกมิติ ดังคำเน้นยำของ พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ที่ว่า "การศึกษาคือสินทรัพย์ ที่สำคัญของประชาชน" นั่นเอง
การนำประชากรวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษา เข้าสู่ระบบการศึกษา โดยเริ่มจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นความร่วมมือจากทุกๆ ฝ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน จนได้รับความชื่นชมจากยูเนสโก นับเป็นความสาเร็จของคนไทยในการร่วมใจพัฒนาการศึกษาให้ก้าวทันโลก
ศูนย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต กระทรวงศึกษาธิการ

บรรยายใต้ภาพ
พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
วรรณา เจ๊ะอาลีครู กศน. ต.เมาะมาวี อ.ยะรัง จ.ปัตตานี
--จบ--

--มติชน ฉบับวันที่ 13 เม.ย. 2562 (กรอบบ่าย)--
News Code: das soc g:matichon g:agency g:paper g:mati p:mtcd v:paperl

Comment
Related