วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

แนวร่วมก่อการร้ายทำลายปท. ป่วนกรุงต่อรองเล่นเกมข้ามชายแดนตบหน้าจนท.รัฐ

 19 ส.ค. 2562 05:32 น. | หมวดหมู่ การเมือง
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

ศูนย์ข่าวเดลินิวส์ภาคใต้ตอนล่าง รายงาน
การก่อวินาศกรรม 17 จุด ในหลาย ๆ แห่ง ทั้งที่เป็นสถานที่ราชการ และเป็นย่านการค้า ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทยช่วงต้นเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา แม้ว่าในการสืบสวนจะจับผู้ต้องหาได้จำนวน 2 คน นั่นคือ นายลูไอ แซแง และนายวิลดัน มะหะ ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส โดยทั้ง 2 คน เป็นผู้ต้องหาที่พนักงานสอบสวน มีพยานหลักฐานในการตั้งข้อกล่าวหามากที่สุด
แต่สุดท้าย การสืบสวนสอบสวนเพื่อหา "แนวร่วม" ผู้ร่วม ปฏิบัติการก่อวินาศกรรมเมืองหลวงของประเทศ ก็ต้องถึงทางตัน เพราะผู้ร่วมปฏิบัติการซึ่งเชื่อว่าเดินทางไปจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ต่ำกว่า 15 คน และมี "แนวร่วม" ที่อยู่ใน กทม. และ ปริมณฑลอีกไม่ต่ำกว่า 10 คน ยังคงหลบหนีไปได้ ส่วนที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวได้อีก 5-6 คน ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ก็ยังไม่สามารถที่จะเชื่อมโยงได้ว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปฏิบัติการที่กรุงเทพมหานคร เพียงแต่ถูกควบคุมตัวไว้ เพราะมีคดีค้างเก่า ที่เกี่ยวกับความมั่นคงในพื้นที่เท่านั้น
สุดท้ายคดีการก่อวินาศกรรม หรือการวางระเบิด ที่กรุงเทพมหานคร จึงถูกโอนให้กองปราบฯ เป็นผู้รับคดีไปทำการสืบสวนสอบสวน เพื่อการขยายผล ไปยัง "มาสเตอร์มายด์"เพื่อที่จะสาวไปถึงตัวของผู้บงการ ที่หน่วยข่าวความมั่นคง และจากการสอบสวน 2 ผู้ต้องหา ต่างระบุได้ชัดว่า การวางระเบิดที่ กรุงเทพมหานครครั้งนี้ มีการวางแผน และ รับเงิน ที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย
คดีวางระเบิดที่กรุงเทพ มหานคร จึงสรุปในเบื้องต้น ทั้ง จากการให้ปากคำของ 2 ผู้ต้องหา และจากงานการข่าวของฝ่ายความมั่นคงคือ ผู้บงการ หรือ "มาสเตอร์มายด์" เป็นแกนนำขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่อาศัยอยู่ในประเทศมาเลเซีย และผู้ต้องหาที่เป็นผู้ปฏิบัติการทั้งหมดเดินทางจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ และส่วนใหญ่เป็น "แนวร่วม" ขบวนการแบ่งแยกดินแดนจาก จ.นราธิวาส และผู้ที่ให้การสนับสนุนที่อยู่ใน กรุงเทพมหานคร และ ปริมณทล ต่างเป็นคนจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครนั่นเอง
ประเด็นที่สังคมต้องการทราบ ซึ่งตำรวจกองปราบฯ จะต้องเป็นผู้คลี่คลายมีอยู่เพียง 2 ประเด็นเท่านั้น ประเด็นแรก การก่อวินาศกรรม ในพื้นที่กรุงเทพมหานครครั้งนี้ เป็นการสั่งการของ "ดุลเลาะ แวมะนอ" ผู้นำขบวนการแบ่งแยกดินแดน บีอาร์เอ็น หรือเป็นเพียงคนในขบวนการแบ่งแยกดินแดน "รับงาน" จากกลุ่มการเมืองในประเทศ เพื่อต้องการสร้างความปั่นป่วนให้กับรัฐบาล ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล
แต่จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาของระเบิดทุกครั้งที่เกิดนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นการก่อวินาศกรรมห้างเซ็นทรัล เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี การก่อวินาศกรรมในพื้นที่ 7 จังหวัดภาค ใต้ตอนบน การก่อวินาศกรรมนอก พื้นที่ครั้งล่าสุด ก่อนที่จะมีระเบิดที่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งอยู่ใน ช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ที่ จ.พัทลุง และ สตูล ซึ่งหลัง สิ้นเสียงระเบิด หน่วยงานในส่วนกลางจะออกมาฟันธงว่าเป็นเรื่องของการเมือง
สุดท้ายเมื่อผ่านการสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวน นั่นคือ "ตำรวจ" ผลที่ปรากฏคือ เป็นฝีมือของ "แนวร่วม" ขบวน การแบ่งแยกดินแดน และไม่เคยที่จะมีหลักฐาน ว่ามีนักการเมืองคนไหน ทั้งใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และในส่วนกลาง กลายเป็น "มาสเตอร์มายด์" แม้แต่ครั้งเดียว
ครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งแรก ที่มีการโอนคดีให้กับ "กองปราบฯ" เพราะรัฐบาลต้องการที่จะสาวไปถึง "มาสเตอร์มายด์" หรือ ผู้บงการ ซึ่งหากทราบถึง "มาสเตอร์มายด์" ว่าเป็นใคร อาจจะพบจุดเชื่อมโยงถึงนักการเมือง ตามที่รัฐบาลและกองทัพต้องการ
และหากในการสืบสวนสอบสวน ของ "กองปราบฯ" ไม่พบว่าจุดเชื่อมโยงระหว่าง "มาสเตอร์มายด์" กับนักการ เมือง รัฐบาล และกองทัพ ก็จะได้สิ้นสงสัย ว่าระเบิดที่เกิดขึ้นไม่ใช่ฝีมือของคนในพรรคการเมือง รัฐบาล และกองทัพ จะได้เชื่อมั่นว่า ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นในกรุงเทพ มหานคร เป็นฝีมือของขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็น เพื่อที่รัฐบาลและกองทัพ จะได้หาย ระแวงสงสัย และสามารถแก้ปัญหาได้ตรงประเด็น
ที่ผ่านมาเมื่อเกิดระเบิดขึ้น รัฐบาลและกองทัพมักจะไม่ยอมรับว่าเป็นปฏิบัติการของขบวนการแบ่งแยกดินแดน โดย อ้างว่า ไม่มีองค์กรไหนออกมารับผิดชอบ ทั้งที่หน่วยงานความ มั่นคงนั้น ทราบดีว่าปฏิบัติการทุกเหตุการณ์ที่ผ่านมา ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ 15 ปีเต็ม ก็ไม่เคยมีขบวนการไหนออกมา รับผิดชอบ เพียงแต่รู้กัน และเข้าใจได้ว่าเป็นปฏิบัติการของ ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่มีขบวนการบีอาร์เอ็น เป็น "มาสเตอร์มายด์"
ครั้งนี้ก็เช่นกัน ถ้า "กองปราบฯ" สรุปได้ว่าระเบิดทั้งหมดไม่ใช่เรื่องของการเมืองในประเทศที่รัฐบาลหวาดระแวงว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเพื่อดิสเครดิต หรือทำลายความเชื่อมั่นของรัฐบาล ก็อยากให้รัฐบาลและกองทัพยอมรับถึงข้อเท็จจริง ยอมรับถึงปฏิบัติการของ "บีอาร์เอ็น" ว่ามีอยู่จริง และปฏิบัติการได้จริง เพื่อที่จะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง
มิฉะนั้น "กรุงเทพฯ" และคนในเมืองหลวงจะกลาย เป็น"ตัวประกัน" ที่ ขบวนการบีอาร์เอ็นใช้ในการต่อรอง กับรัฐบาลและกองทัพ ในสถานการณ์การต่อสู้ใน พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะวันนี้ "บีอาร์เอ็น"สรุปบทเรียนแล้วว่า การ "ต่อรอง" หรือการ "บีบบังคับ" รัฐบาลและกองทัพ ให้เป็นไปตาม "เกม"ของบีอาร์เอ็นนั้น ต้องปฏิบัติการนอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น จึงจะส่งผลสะเทือนต่อรัฐบาล และกองทัพ
การก่อวินาศกรรมในพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอ ของจังหวัดสงขลา ไม่ ได้ทำให้รัฐบาลและ กองทัพ สะดุ้งสะเทือนได้อีกแล้ว เนื่องจากการปฏิบัติการก่อการร้ายในพื้นที่ เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้น และ ประชาชนในพื้นที่ก็รับได้แล้วกับเหตุการณ์รายวันที่เกิดขึ้น
ถ้าระเบิดที่กรุง เทพฯ ไม่ใช่เรื่องการ เมือง หากรัฐบาลและกองทัพยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนกับขบวน การบีอาร์เอ็น ว่าจะใช้กำปั้นเหล็ก หรือ "ถุงมือกำมะหยี่" ในการแก้ปัญหาการแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นับแต่นี้ไป การก่อการร้ายจะไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่ระเบิดจากฝีมือของ "แนวร่วม" ขบวนการบีอาร์เอ็น จะเกิดได้ในทุกพื้นที่ ซึ่งบีอาร์เอ็นเห็นว่ามีจุดอ่อนและเป็นจุดยุทธศาสตร์
จะเป็นงานหนักทั้งของรัฐบาลและกองทัพ และที่สำคัญ ประชาชนที่ไม่ได้รับรู้ในเรื่องความ "ขัดแย้ง" คือ "เหยื่อ" ของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
สุดท้าย...ที่สำคัญ ถ้าเกิดมีระเบิดขึ้นในหัวเมืองต่าง ๆ นอกพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอ เป็นระยะ ๆ ประเทศจะเดินหน้าอย่างไร นี่ต่างหากที่รัฐบาล และกองทัพจะต้องพิจารณา เพื่อหาทางออกจากความ "ขัดแย้ง" โดยยอมรับความจริงและหาทางออกจากความ ขัดแย้ง เพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้นวันนี้มีความมั่นคงของประเทศเป็นเดิมพันแล้วนั่นเอง.

บรรยายใต้ภาพ
ลูไอ
วิลดัน
--จบ--

--เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 20 ส.ค. 2562 (กรอบบ่าย)--
News Code: das arti gen g:dailynews g:agency g:paper p:dnd v:paperl

Comment
Related