พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ชู'โรดแมป'ดับไฟใต้

 09 ก.พ. 2560 04:00 น. | อ่าน 2
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

นัฐวัฒน์ ดวงแก้ว

เมธาวุฒิ เสาร์แก้ว

หมายเหตุ - พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้า ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา ภาคใต้ ให้สัมภาษณ์ "มติชน" ถึงการขับเคลื่อนโรดแมปแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

*วางยุทธศาสตร์ของผู้แทนพิเศษในการแก้ไขปัญหาภาคใต้อย่างไร

การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ในภาพรวมและนโยบายการบริหารและพัฒนา จชต.ปี'60-62 ภายใต้ยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานให้ไว้เป็นหลัก เป็นยุทธศาสตร์ที่เข้าใจง่าย ไม่สลับซับซ้อน เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติต้องตั้งใจทำอย่างจริงจังจึงเกิดผลสำเร็จ ต้องเข้าใจคน เข้าใจพื้นที่ เข้าใจวัฒนธรรมประเพณี การดำเนินชีวิต ต้องเข้าใจในแต่ละเรื่องว่า ปัญหาและเงื่อนไขที่เกิดขึ้นแท้จริงเกิดจากอะไร และพัฒนาแก้ไขหรือเสริมสร้างเรื่องต่างๆ ให้ดีขึ้นอย่างไร โดยวิธีที่จะไปสู่ผลลัพธ์สุดท้ายให้ได้คือ ประชาชนใน จชต.มีความปลอดภัยเช่นเดียวกับประชาชนในจังหวัดภาคอื่นของประเทศ

คณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในวันนี้อาจเรียกง่ายๆ ว่า ยุทธศาสตร์ 2+1 คือ ตามที่ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ทำหน้าที่บูรณาการ แผนงาน โครงการ งบประมาณ ด้านความมั่นคงและการพัฒนา ถือเป็นงานหลัก 2 ด้าน กับ 1 ฐานร่วม คือ การสร้างความเข้าใจ ซึ่งต้องทำพร้อมกันไปทุกขั้นตอน ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลจะทำหน้าที่สร้างความประสานสอดคล้องให้เกิดขึ้นกับส่วนราชการ หรือหน่วยงานต่างๆ ต้อง ถักทอ ร้อยเรียง โครงการกิจกรรมต่างๆ ให้เกิดความสำเร็จ สู่เป้าหมายระยะใกล้ 1 ปี, ระยะกลาง 5 ปี และระยะยาว 5-20 ปี

*ผู้แทนพิเศษของรัฐบาลมีแนวทางดำเนินงานอย่างไรให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์

การดำเนินงานให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ดังกล่าว เราได้ทำโรดแมปขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาและการพัฒนา จชต. โดยบูรณาการจาก 7 กลุ่มภารกิจงานที่คณะกรรมการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ได้กำหนดไว้เดิม เป็นกลุ่มงานด้านความมั่นคง ด้านการพัฒนา และการสร้างความเข้าใจที่เรียกยุทธศาสตร์ว่า 2+1 โดยทั้ง 7 กลุ่มงาน ได้แก่ 1.การรักษาความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สิน 2.งานอำนวยความยุติธรรมและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ 3.งานสร้างความเข้าใจทั้งในและต่างประเทศ 4.งานการศึกษา ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม 5.งานพัฒนาตามศักยภาพของพื้นที่และคุณภาพชีวิตของประชาชน 6.งานเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐและการขับเคลื่อนนโยบาย 7.งานแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งโดยสันติวิธี ผมขอเน้นย้ำว่า การบูรณาการงานเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

*การประเมินผลงานรอบ 3 เดือนของผู้แทนพิเศษของรัฐบาลมีความคืบหน้าอย่างไร

ทีมงานเราเร่งดำเนินการตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งในช่วงต้นเดือนตุลาคม โดย 3 เดือนแรก ไตรมาส 1 ปี'60 เรากำหนดเป็นระยะที่ 1 ของโรดแมปเป็นห้วงบูรณาการภารกิจงานแบ่งเป็น 3 ขั้น

ขั้นที่ 1 จัดความสอดคล้องทุกภารกิจ โดยการแบ่งมอบหน้าที่ผู้แทนพิเศษทั้ง 13 ท่าน ใน 7 กลุ่มงาน มอบกระทรวงและหน่วยงานให้แต่ละท่านอย่างชัดเจน พร้อมทั้งจัดการชี้แจงงานที่เกี่ยวข้องทั้งที่ผ่านมาและที่ควรกำหนดในอนาคต รวมถึงระบบงานผู้แทนพิเศษต้องใช้กลไกในการดำเนินงาน

ขั้นที่ 2 รับฟังสิ่งที่ประชาชนต้องการ โดยการพบปะผู้นำศาสนา ทั้งอิสลาม-พุทธ ส่วนราชการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน เพื่อรับฟังความคิดเห็น รับทราบสถานการณ์ รับทราบปัญหา และความต้องการอย่างแท้จริงให้มากที่สุด

ขั้นที่ 3 ร่วมกันขับเคลื่อนงานแบบประชารัฐ นำเอาเรื่องตามขั้นตอนที่ 1 และ 2 มาเข้าประชุมหารือและสรุปเป็น มติผู้แทนพิเศษนำไปสู่การขับเคลื่อนการพัฒนาและแก้ปัญหา จชต.

ทั้งนี้ ความคืบหน้าที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ โครงการเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน คณะผู้แทนพิเศษได้ลงพื้นที่ติดตามงาน แนะนำเร่งผลักดันขับเคลื่อนมาตั้งแต่ต้น โดยเลขาฯศอ.บต.ในฐานะคณะอนุกรรมการที่รับผิดชอบ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส มีความกระตือรือร้น และเร่งดำเนินการขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการผลักดันให้งบประมาณได้รับการอนุมัติในปี'60

*การพูดคุยเพื่อสันติสุขมีความคืบหน้าอย่างไร

การพูดคุยเพื่อสันติสุข พล.อ.อักษรา เกิดผล เป็นหัวหน้าคณะพูดคุย ได้รับนโยบายและรายงานตรง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะ คสช. คณะผู้แทนพิเศษจะติดตามผลการปฏิบัติและทำให้งานพัฒนาและการแก้ไขปัญหา จชต.ได้ส่งผลเกื้อกูลกับการพูดคุยสันติสุข งานลักษณะนี้ต้องอดทน ต้องใช้เวลา ต้องต่อรองให้เขายอมรับข้อเสนอของฝ่ายเรา พูดคุยกันได้เป็นระยะๆ ไม่หันหลังให้กัน หากได้ข้อคิดเห็นกันก็ถือเป็นความก้าวหน้า ขณะนี้ทราบว่าทั้งฝ่ายเราและกลุ่มผู้ที่เห็นต่างพยายามสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกัน และพยายามทดลองกำหนดพื้นที่ปลอดภัย อาจเป็นจุดๆ เช่น เขตโรงเรียน เขตตลาด ชุมชน ไม่จำเป็นต้องกำหนดเป็นพื้นที่อำเภอ

ในส่วนภารกิจกลุ่มงานที่ 7 ที่ทำอยู่คือการแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งโดยสันติวิธี ที่ได้มอบหมายให้ พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ และ พล.อ.อักษราร่วมกันรับผิดชอบ จะมีงาน 2 งาน คือ 1.การสร้างสภาวะแวดล้อมที่เกื้อกูลต่อการพูดคุยและการแก้ปัญหาตามแนวทางสันติวิธี มีโครงการเช่นโครงการพาคนกลับบ้าน 2.การพบปะสร้างความเข้าใจกับภาคส่วนที่อาจเกี่ยวพันกับเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่

*ต้องสรุปผลการดำเนินงานของผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ให้นายกรัฐมนตรีทราบเป็นระยะๆ หรือไม่ อย่างไร

ผลการดำเนินงานของผู้แทนพิเศษได้สรุปรายงานถึงนายกฯ ผ่านทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประจำทุกเดือน หากมีเรื่องด่วนเฉพาะกรณีสามารถรายงานได้ทันที นี่คือสิ่งที่ท่านนายกฯสั่งการไว้ นอกจากนี้เราจะทำเป็น วีดิทัศน์เสนอให้ ครม.ทราบประมาณเดือนละครั้ง การเสนอแต่ละครั้งนายกฯจะมีข้อสั่งการบางอย่างกลับมาทุกครั้ง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจของท่านต่อการพัฒนาและการแก้ปัญหา จชต.อย่างจริงจัง

*จะมีตัวชี้วัดผลงานของผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ในเชิงรูปธรรมอย่างไร

สำหรับดัชนีชี้วัดความสำเร็จในการดำเนินงานนั้น คงยึดถือตามที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ปี'60 ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ นอกจากนั้นผู้แทนพิเศษได้กำหนดตัวชี้วัดในรูปแบบผลลัพธ์แสดงความสำเร็จเชิงประจักษ์ที่เกิดขึ้นทุก 3 เดือน โดยไตรมาสที่ 1 ไตรมาสที่ 2 คือ 1.มีความก้าวหน้าในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของประชาชน 2.ประชาชนมีความปลอดภัยมากขึ้น เหตุการณ์รุนแรงลดลงกว่าปีที่ผ่านมาในห้วงเวลาเดียวกัน 3.สามารถสร้างการรับรู้การปฏิบัติทั้ง 7 กลุ่มภารกิจงาน ได้ครอบคลุมตามเป้าหมายทั้งภายในและภายนอกพื้นที่ 4.คุณภาพการศึกษา ผลการสอบ NT และ O-Net สูงขึ้น โรงเรียนสอนศาสนาทุกแห่งมีการสอนภาษาไทย มีการสอนวิชาสามัญและวิชาชีพ 5.เมืองต้นแบบ อ.หนองจิก มีความพร้อมป้อนผลผลิตทางการเกษตรสู่อุตสาหกรรม อ่าวปัตตานีและพื้นที่บูโดดีรับการพัฒนาแก้ไขปัญหา ส่วนไตรมาสที่ 3 คือ 1.มีหลักสูตรมาตรฐานด้านสิทธิมนุษยชนสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐ 2.อ.เบตง บรรเทาปัญหาพลังงานไฟฟ้า สามารถขับเคลื่อนการพึ่งพาตนเองด้านอาหารและการท่องเที่ยว 3.อ.สุไหงโก-ลก สามารถเชื่อมประตูการค้าชายแดนอย่างมีประสิทธิภาพ 4.อ.หนองจิก เข้าสู่เกษตรอุตสาหกรรมเต็มรูปแบบ และไตรมาสที่ 4 คือ 1.ปรากฏความสำเร็จสามารถจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัยได้ 2.ได้ตำบลต้นแบบ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน อย่างน้อย 60 ตำบล 3.สามเมืองต้นแบบมีการพัฒนาบรรลุเป้าหมายและสามารถขยายไปยังอำเภออื่นๆ

"ผมอยากจะฝากให้ประชาชนทุกคนขอให้มั่นใจและเข้าใจว่า ทางรัฐบาล ท่านนายกฯ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ที่รับผิดชอบเรื่อง จชต. ในฐานะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ท่านมีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้ปัญหา จชต.คลี่คลายลงไปในทางที่ดี ประกอบกับ คปต.ส่วนหน้าได้รับมอบหน้าที่ได้เริ่มปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ ดังนั้นขอให้ทุกภาคส่วนทั้งรัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคประชาชนมีความเข้าใจ พร้อมทั้งให้ความร่วมมือกันเป็นอย่างดี ซึ่งถ้าทุกส่วนมีความตั้งใจและร่วมมือเป็นอย่างดีแล้วคงจะสามารถให้ภาคใต้ของเราเดินไปสู่จุดมุ่งหมายที่วางไว้ เพื่อให้ประชาชนมีความสุข มีความเป็นอยู่ที่ดี และมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เช่นเดียวกับประชาชนภาคอื่นๆ และอยู่ภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม"--จบ--

ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

Comment
Related