สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๑๖ - ๒๒ ก.ย. ๖๐

 25 ก.ย. 2560 14:14 น. | อ่าน 165
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

  1. บทสรุปผู้บริหาร
          ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ก.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวกมีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๖ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่ค่อนข้างคงที่เมื่อเทียบในสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐)
    ประเด็นเชิงลบ สรุปได้ดังนี้
          การบำรุงขวัญกำลังพล (
    สภ.ทุ่งยางแดงระอุซ้ำ ร้องเรียน ผกก. เพิ่มเกือบ ๕๐ นาย), อาชญากรรมในพื้นที่ (พบศพอาสาสมัครทหารพราน ถูกยิงดับคาบ่อกุ้ง), เทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. (เรือเหาะ ไม่เหาะ ระงมคำถามความคุ้มค่า), เหตุร้ายรายวัน (...๑) นาทีกด บึ้มรถหุ้มเกราะทหารพราน ๔ นายนั่งกระบะตายหมด ยิงถล่มซ้ำเจ็บอีก ๕, ๒) สงขลา-บึ้มเก๊ก่อกวน, ๓) บุกฆ่ากลางมัสยิดปัตตานี ยิงจ่อหัว ผช.ผู้ใหญ่บ้านดับสยดสยอง! และ ๔) คนร้ายบุกยิงสารวัตรกำนัน ต.ทุ่งคล้าเสียชีวิต), การพูดคุยเพื่อสันติสุข (...๑) แฉเบื้องหลังเซฟตี้โซนเหลว มาราปาตานีโต้ฝ่ายไทย, ๒) สันติภาพสะดุด ‘อักษรา’รับช้า เจรจาดับไฟใต้ และ ๓) ควบคุมความรุนแรง), การยกระดับคุณภาพชีวิต (...๑) ห่วงเด็กประถมชายแดนใต้เสี่ยงป่วยจิตเวช และ ๒) ล่าความจริงพิกัดข่าว กระทบเด็ก-เยาวชนผอมแห้ง-รับวัคซีนไม่ครบ-เสี่ยงเอดส์) และ การเมือง (...๑) เดินหน้าชน: พันตำรวจโท (พ.ต.ท.พงศ์พร), ๒) ยุบศชต.คืนกลับภาค ๙...งานหนัก ชายแดนใต้ระอุ ตำรวจต้องพิสูจน์ฝีมือดับไฟร้อน)
    ประเด็นเชิงบวก สรุปได้ดังนี้
          เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ (...๑)
    ปัตตานีเปิดตลาดต้องชมกระตุ้นเศรษฐกิจ, ๒) เขตศก.สะเดา-นิคมยางเนื้อหอม แย้มบริษัทมาเลย์ ๕ รายแห่สนใจ, ๓) กุเลาตันหยงเปาว์... ของดีปัตตานี กิโลกรัมละ ๑,๔๐๐ บาท ออร์เดอร์ทะลัก, ๔) ปีงบฯ ๖๐ รัฐยึดบุหรี่ลักลอบนำเข้า ๑๓๑.๕ ล้านบาท, ๕) เกษตรฯร่วมขับเคลื่อนแก้ปัญหาใต้ เปิด ๓ หลักสูตรพัฒนาสหกรณ์ชุมชน, ๖) การพัฒนาศักยภาพการผลิตลองกองคุณภาพ (PREMIUM) ของสหกรณ์ในจังหวัดยะลา, ๗) ดันศูนย์โลจิสติกส์ ๑๙ แห่ง และ ๘) รอยเท้านักเดินทาง: Best ๑๐ in BETONG ๑๐ ที่เก๋เที่ยวเบตง), กีฬา (ลูกหนัง สันติสุข คัพ ศึกฟุตบอลช่วยดับไฟใต้), การรักษาความปลอดภัย และทรัพย์สิน (...๑) ผบ.ทบ.เสียใจ ต่อครอบครัวทหารเหตุลอบวางระเบิดที่ สายบุรี, ) ยะลาสั่งตรวจเข้มย่านชุมชน หวั่นโจรใต้ก่อเหตุซ้ำสอง, ๓) รวบ ๒ ผู้ต้องสงสัยเอี่ยวบึ้มอีโอดียะลา, ๔) โจรใต้ป่าแตก ทหารล่าหนักเผ่นข้ามเขากบดานบันนังสตา, ๕) รปภ.เข้มเขต อ.เมืองปัตตานี หลังมีแจ้งเตือนคนร้ายเคลื่อนไหวในพื้นที่ และ ๖) ตารางนิ้วเดียวก็ไม่ให้! แม่ทัพ ๔ กร้าว โจรใต้ อย่าหวังแยกดินแดน), การศึกษา (...๑) สสส.ผนึก ม.ราชภัฎ พัฒนาทักษะเด็กอ่านออกเขียนได้ และ ๒) ย้าย-แต่งตั้งผอ.สพท. ๔๔ ราย), การสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ (...๑) ชื่นชม!หัวใจลูก ส.ต.ธเนตร ปู่อย่าร้องไห้พ่อทำเพื่อชาติ และ ๒) ลูกสาว ดาบยักษ์ เผยคำสอนของพ่อ ให้เป็นคนดี-รักแผ่นดินเกิด), ความร่วมมือของภาคประชาชน (...๑) ส่งแรงใจหมวดท็อปเหยื่อใต้ ภรรยาท้อง ๙ เดือนใกล้คลอด, ๒) สุดยอด ผอ.เกษียณราชการ ทำเกษตรช่วยคนจนมีงานทำ และ ๓) สมาคมไทยพุทธรักชาติ แถลงการณ์ประณามโจรใต้ พร้อมร้องขอความสงบสุข), วัฒนธรรม และวิถีชีวิต (...๑) ปัตตานี-ตื่นฉลามวาฬ, ๒) หลายจังหวัดคึกคัก! ชาวไทยพุทธแห่ทำบุญ วันสารทเดือนสิบ และ ๓) คอลัมน์: ถึงไหนถึงกัน คัมภีร์อัลกุรอานโบราณ สมบัติแผ่นดินล้ำค่า ของดี นราฯ ที่น่าทึ่ง), การเยียวยา (...๑) รัชกาลที่ ๑๐ โปรดเกล้าฯ องคมนตรี เชิญถุงพระราชทาน มอบเหยื่อระเบิดยะลา, ๒) ทบ.เตรียมปูนบำเหน็จเต็มที่ ๔ ทหารพรานเหยื่อบึ้มสายบุรี, ๓) พระราชทานเพลิงศพ ดาบยักษ์ ชาวเลยร่วมอาลัยครั้งสุดท้าย และ ๔) ทบ.ปูนบำเหน็จ พิเศษ ๗ ขั้น ส.ต.ธเนตร พุทโธ เหตุลอบวางระเบิดที่ ยะลา), การช่วยเหลือประชาชน (เตือน ๕๒ จว.รับพายุทกซูรี นายกฯแนะอย่าตระหนก), ยาเสพติด (...๑) จับยาบ้าบิ๊กล็อต ๑.๓ พันล้าน ลอบซุกมากับรถข้าวโพด และ ๒) ตร.บุกยึดยาไอซ์ซุกเก๋ง), กระบวนยุติธรรม (ปลัด ยธ.ปรับ ๑๙ ตำแหน่ง ผบ.คุก) และ สิทธิมนุษยชน (ทำไมองค์กรภาครัฐและเอ็นจีโอด้านสิทธิมนุษยชน แทนที่จะออกมาประณามกลุ่มก่อการร้ายอย่างรุนแรง กลับเงียบ),
          จากแนวโน้มดังที่กล่าว ทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มค่อนข้างคงที่ ส่งผลให้ภาพลักษณ์   เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ ไม่แตกต่างจากสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐)
    ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ก.ย.๖๐
          เหตุการณ์ผู้ก่อเหตุร้ายลอบวางระเบิดแสวงไว้ใต้ผิวถนนและจุดชนวนระเบิดรถปิคอัพอาสาสมัครทหารพรานขณะลาดตระเวณที่ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้อส.ทพ.เสียชีวิต ๔ นาย ช่วงเช้าวันศุกร์ที่ ๒๒ กันยายน เป็นประเด็นข่าวเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่สำนักข่าวต่างประเทศ และสื่อในภูมิภาคอาเซียนรายงานอย่างกว้างขวางที่สุด
          ลำดับรองเป็นประเด็นเจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจปราบปรามจับกุมพระมหาอภิชาติ ที่ จ.สงขลา ก่อนนำตัวมาลาสิกขาบทโดยสมัครใจที่วัดเบญจมบพิตร ทั้งนี้พระมหาอภิชาติมีพฤติการณ์ปลุกปั่นยั่วยุให้พุทธศาสนิกชนเกลียดชังชาวมุสลิมและศาสนาอิสลาม
          ประเด็นอื่นๆ ที่สื่อมวลชนในภูมิภาคอาเซียนรายงาน คือ ประเด็นเกี่ยวกับการพูดคุยเพื่อสันติสุข โฆษกกลุ่มมาราปาตานีออกแถลงการณ์ยืนยันเดินหน้ากระบวนการพูดคุยและตำหนิการรายงานข่าวของสื่อมวลชนไทยที่ระบุว่ามาราปาตานีเป็นต้นเหตุที่ทำให้การพูดคุยของคณะทำงานด้านเทคนิคไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย เป็นการเผยแพร่ให้ดูเป็นปัญหาใหญ่โตเพื่อทำลายกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข ขณะเดียวกันพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการประชุมครม.ที่ จ.อยุธยา ว่า กระบวนการพูดคุยสันติสุขจำเป็นต้องมีตัวแทนกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐทุกกลุ่มเข้าร่วมกระบวนการพูดคุยเพื่อร่วมกันยุติปัญหา
          สื่อมาเลเซียรายงานว่า สมาชิกกลุ่ม IS ที่ถูกจับกุมในรัฐเปรัคในระหว่างวันที่ ๘-๑๐ กันยายน วางแผนลักลอบนำเข้าอาวุธสงครามจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยเพื่อทำร้ายคนในศาสนาอื่นและศาสนสถานอื่นที่ไม่ใช่อิสลาม โดยมีเป้าหมายปฏิบัติการในประเทศมาเลเซียและจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

    ๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๑๖ – ๒๒ ก.ย.๖๐
          ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

          ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ก.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 2.5141ln(x) + 12.119) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๖ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้องกับ จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มความถี่ค่อนข้างคงที่ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐)

          ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
          เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

    วัน/เดือน/ปี

    จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

    จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

          ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)                   

    2017-09-09

    9

    5

    1.80

    2017-09-10

    13

    6

    2.17

    2017-09-11

    10

    9

    1.11

    2017-09-12

    14

    3

    4.67

    2017-09-13

    20

    3

    6.67

    2017-09-14

    21

    12

    1.75

    2017-09-15

    33

    10

    3.30

     

    17.14

    6.86

    3.07

    2017-09-16

    26

    5

    5.20

    2017-09-17

    11

    6

    1.83

    2017-09-18

    16

    3

    5.33

    2017-09-19

    18

    6

    3.00

    2017-09-20

    20

    4

    5.00

    2017-09-21

    8

    5

    1.60

    2017-09-22

    14

    8

    1.75

     

    16.14

    5.29

    3.39


    หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level)  มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย อย่างไรก็ตามอาจะต้องพิจารณาความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในแต่ละสัปดาห์ด้วย หากค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในสัปดาห์ที่แล้วมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้ ก็อาจจะทำให้ผลกระทบการรับรู้เชิงบวกในสัปดาห์นี้ต่ำกว่าก็ได้ ถึงแม้ค่าสัดส่วนเฉลี่ย ในสัปดาห์นี้จะมีค่ามากกว่าค่าสัดส่วนเฉลี่ยของสัปดาห์ที่แล้ว

    ๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ก.ย.๖๐
          ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

          ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ก.ย.๖๐ มีข่าวเชิงบวกในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข จำนวน ๑ ข่าว จากที่ไม่มีข่าวเชิงบวกเลยมาหลายสัปดาห์แล้ว ในส่วนของข่าวเชิงลบฯ มีแนวโน้มความถี่ค่อนข้างคงที่เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐)  ภาพข่าวเชิงบวกได้แก่ บิ้กป้อม เดินหน้าคุยสันติสุข ชี้ผู้เห็นต่างมีหลายพวก สำหรับภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ๑) แฉเบื้องหลังเซฟตี้โซนเหลว มาราปาตานีโต้ฝ่ายไทย, ๒) สันติภาพสะดุด ‘อักษรา’รับช้า เจรจาดับไฟใต้ และ ๓) ควบคุมความรุนแรง

          ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

          ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ก.ย.๖๐ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีแนวโน้มความถี่ค่อนข้างคงที่ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐) ภาพข่าวได้แก่ ๑) นาทีกดบึ้มรถหุ้มเกราะทหารพราน ๔ นายนั่งกระบะตายหมด ยิงถล่มซ้ำเจ็บอีก ๕, ๒) สงขลา-บึ้มเก๊ก่อกวน, ๓) บุกฆ่ากลางมัสยิดปัตตานี ยิงจ่อหัว ผช.ผู้ใหญ่บ้านดับสยดสยอง! และ ๔) คนร้ายบุกยิงสารวัตรกำนันต.ทุ่งคล้าเสียชีวิต

          ๓.๓ ประเด็นการเมือง

          ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ก.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.691ln(x) + 2.8855) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๙๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐) ในส่วนข่าวเชิงลบฯ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -1.436ln(x) + 4.0131) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๘๒ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐)  ภาพข่าวเชิงบวก ในประเด็นการเมือง ได้แก่ บิ๊กป้อมเสียใจเหตุวางระเบิดสายบุรี ทหารดับ ๖ ศพ เตรียมอุดช่องโหว่ ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ๑) เดินหน้าชน: พันตำรวจโท (พ.ต.ท.พงศ์พร), ๒) ยุบศชต.คืนกลับภาค ๙...งานหนัก ชายแดนใต้ระอุ ตำรวจต้องพิสูจน์ฝีมือดับไฟร้อน

          ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

          ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ก.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.3864ln(x) + 1.7333) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๗ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สินมีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.007ln(x) + 0.2261) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๐๐ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐) (ไม่มีข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้) ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) ผบ.ทบ.เสียใจ ต่อครอบครัวทหารเหตุลอบวางระเบิดที่ สายบุรี, ) ยะลาสั่งตรวจเข้มย่านชุมชน หวั่นโจรใต้ก่อเหตุซ้ำสอง, ๓) รวบ ๒ ผู้ต้องสงสัยเอี่ยวบึ้มอีโอดียะลา, ๔) โจรใต้ป่าแตก ทหารล่าหนักเผ่นข้ามเขากบดานบันนังสตา, ๕) รปภ.เข้มเขต อ.เมืองปัตตานี หลังมีแจ้งเตือนคนร้ายเคลื่อนไหวในพื้นที่ และ ๖) ตารางนิ้วเดียวก็ไม่ให้! แม่ทัพ ๔ กร้าว โจรใต้ อย่าหวังแยกดินแดน

          ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

          ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ก.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจฯ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.345ln(x) + 4.4056) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๒๓ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นเศรษฐกิจฯ มีข่าวเชิงลบฯ จำนวน ๑๒ ข่าว จากที่ไม่มีเลยในสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐)  ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) ปัตตานีเปิดตลาดต้องชมกระตุ้นเศรษฐกิจ, ๒) เขตศก.สะเดา-นิคมยางเนื้อหอม แย้มบริษัทมาเลย์ ๕ รายแห่สนใจ, ๓) กุเลาตันหยงเปาว์... ของดีปัตตานี กิโลกรัมละ ๑,๔๐๐ บาท ออร์เดอร์ทะลัก, ๔) ปีงบฯ ๖๐ รัฐยึดบุหรี่ลักลอบนำเข้า ๑๓๑.๕ ล้านบาท, ๕) เกษตรฯร่วมขับเคลื่อนแก้ปัญหาใต้ เปิด ๓ หลักสูตรพัฒนาสหกรณ์ชุมชน, ๖) การพัฒนาศักยภาพการผลิตลองกองคุณภาพ (PREMIUM) ของสหกรณ์ในจังหวัดยะลา, ๗) ดันศูนย์โลจิสติกส์ ๑๙ แห่ง และ ๘) รอยเท้านักเดินทาง: Best ๑๐ in BETONG ๑๐ ที่เก๋เที่ยวเบตง ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ๑) เม็ดเงิน: ระวังขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเกิน ๑๐๐% นาย AI (Artificial Intelligence) จะมาแทนที่, และ ๒) เบตงแห่ซื้อเหล้า-บุหรี่หนีภาษีคึกคัก

          ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
                ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ก.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน
          ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
                ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ก.ย.๖๐ มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว ได้แก่ สภ.ทุ่งยางแดงระอุซ้ำ ร้องเรียน ผกก. เพิ่มเกือบ ๕๐ นาย
          ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
                ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ก.ย.๖๐ มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต. ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว ได้แก่ เรือเหาะ ไม่เหาะ ระงมคำถามความคุ้มค่า
          ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
                ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ก.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

    ๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
          ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

    ประเด็นเชิงลบ สรุปได้ดังนี้
    การบำรุงขวัญกำลังพล ได้แก่ สภ.ทุ่งยางแดงระอุซ้ำ ร้องเรียน ผกก. เพิ่มเกือบ ๕๐ นาย
    อาชญากรรมในพื้นที่ ได้แก่ พบศพอาสาสมัครทหารพราน ถูกยิงดับคาบ่อกุ้ง
    เทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. ได้แก่ เรือเหาะ ไม่เหาะ ระงมคำถามความคุ้มค่า
    เหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ๑) นาทีกดบึ้มรถหุ้มเกราะทหารพราน ๔ นายนั่งกระบะตายหมด ยิงถล่มซ้ำเจ็บอีก ๕, ๒) สงขลา-บึ้มเก๊ก่อกวน, ๓) บุกฆ่ากลางมัสยิดปัตตานี ยิงจ่อหัว ผช.ผู้ใหญ่บ้านดับสยดสยอง! และ ๔) คนร้ายบุกยิงสารวัตรกำนันต.ทุ่งคล้าเสียชีวิต
    -  การพูดคุยเพื่อสันติสุข ได้แก่ ๑) แฉเบื้องหลังเซฟตี้โซนเหลว มาราปาตานีโต้ฝ่ายไทย, ๒) สันติภาพสะดุด ‘อักษรา’รับช้า เจรจาดับไฟใต้ และ ๓) ควบคุมความรุนแรง
    การยกระดับคุณภาพชีวิต ได้แก่ ๑) ห่วงเด็กประถมชายแดนใต้เสี่ยงป่วยจิตเวช และ ๒) ล่าความจริงพิกัดข่าว กระทบเด็ก-เยาวชนผอมแห้ง-รับวัคซีนไม่ครบ-เสี่ยงเอดส์
    การเมือง ได้แก่ ๑) เดินหน้าชน: พันตำรวจโท (พ.ต.ท.พงศ์พร) และ ๒) ยุบศชต.คืนกลับภาค ๙...งานหนัก ชายแดนใต้ระอุ ตำรวจต้องพิสูจน์ฝีมือดับไฟร้อน
    ประเด็นเชิงบวก สรุปได้ดังนี้
    เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ ได้แก่ ๑) ปัตตานีเปิดตลาดต้องชมกระตุ้นเศรษฐกิจ, ๒) เขตศก.สะเดา-นิคมยางเนื้อหอม แย้มบริษัทมาเลย์ ๕ รายแห่สนใจ, ๓) กุเลาตันหยงเปาว์... ของดีปัตตานี กิโลกรัมละ ๑,๔๐๐ บาท ออร์เดอร์ทะลัก, ๔) ปีงบฯ ๖๐ รัฐยึดบุหรี่ลักลอบนำเข้า ๑๓๑.๕ ล้านบาท, ๕) เกษตรฯร่วมขับเคลื่อนแก้ปัญหาใต้ เปิด ๓ หลักสูตรพัฒนาสหกรณ์ชุมชน, ๖) การพัฒนาศักยภาพการผลิตลองกองคุณภาพ (PREMIUM) ของสหกรณ์ในจังหวัดยะลา, ๗) ดันศูนย์โลจิสติกส์ ๑๙ แห่ง และ ๘) รอยเท้านักเดินทาง: Best ๑๐ in BETONG ๑๐ ที่เก๋เที่ยวเบตง
    กีฬา ได้แก่ ลูกหนัง สันติสุข คัพ ศึกฟุตบอลช่วยดับไฟใต้
    -  การรักษาความปลอดภัย และทรัพย์สิน ได้แก่ ๑) ผบ.ทบ.เสียใจ ต่อครอบครัวทหารเหตุลอบวางระเบิดที่ สายบุรี, ) ยะลาสั่งตรวจเข้มย่านชุมชน หวั่นโจรใต้ก่อเหตุซ้ำสอง, ๓) รวบ ๒ ผู้ต้องสงสัยเอี่ยวบึ้มอีโอดียะลา, ๔) โจรใต้ป่าแตก ทหารล่าหนักเผ่นข้ามเขากบดานบันนังสตา, ๕) รปภ.เข้มเขต อ.เมืองปัตตานี หลังมีแจ้งเตือนคนร้ายเคลื่อนไหวในพื้นที่ และ ๖) ตารางนิ้วเดียวก็ไม่ให้! แม่ทัพ ๔ กร้าว โจรใต้ อย่าหวังแยกดินแดน
    -  การศึกษา ได้แก่ ๑) สสส.ผนึก ม.ราชภัฎ พัฒนาทักษะเด็กอ่านออกเขียนได้ และ ๒) ย้าย-แต่งตั้งผอ.สพท. ๔๔ ราย
    -  การสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ ได้แก่ ๑) ชื่นชม!หัวใจลูก ส.ต.ธเนตร ปู่อย่าร้องไห้พ่อทำเพื่อชาติ และ ๒) ลูกสาว ดาบยักษ์ เผยคำสอนของพ่อ ให้เป็นคนดี-รักแผ่นดินเกิด
    -  ความร่วมมือของภาคประชาชน ได้แก่ ๑) ส่งแรงใจหมวดท็อปเหยื่อใต้ ภรรยาท้อง ๙ เดือนใกล้คลอด, ๒) สุดยอด ผอ.เกษียณราชการ ทำเกษตรช่วยคนจนมีงานทำ และ ๓) สมาคมไทยพุทธรักชาติ แถลงการณ์ประณามโจรใต้ พร้อมร้องขอความสงบสุข
    -  วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ได้แก่ ๑) ปัตตานี-ตื่นฉลามวาฬ, ๒) หลายจังหวัดคึกคัก! ชาวไทยพุทธแห่ทำบุญ วันสารทเดือนสิบ และ ๓) คอลัมน์: ถึงไหนถึงกัน คัมภีร์อัลกุรอานโบราณ สมบัติแผ่นดินล้ำค่า ของดี นราฯ ที่น่าทึ่ง
    -  การเยียวยา ได้แก่ ๑) รัชกาลที่ ๑๐ โปรดเกล้าฯ องคมนตรี เชิญถุงพระราชทาน มอบเหยื่อระเบิดยะลา, ๒) ทบ.เตรียมปูนบำเหน็จเต็มที่ ๔ ทหารพรานเหยื่อบึ้มสายบุรี, ๓) พระราชทานเพลิงศพ ดาบยักษ์ ชาวเลยร่วมอาลัยครั้งสุดท้าย และ ๔) ทบ.ปูนบำเหน็จ พิเศษ ๗ ขั้น ส.ต.ธเนตร พุทโธ เหตุลอบวางระเบิดที่ ยะลา
    การช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ เตือน ๕๒ จว.รับพายุทกซูรี นายกฯแนะอย่าตระหนก
    ยาเสพติด ได้แก่ ๑) จับยาบ้าบิ๊กล็อต ๑.๓ พันล้าน ลอบซุกมากับรถข้าวโพด และ ๒) ตร.บุกยึดยาไอซ์ซุกเก๋ง
    กระบวนยุติธรรม ได้แก่ ปลัด ยธ.ปรับ ๑๙ ตำแหน่ง ผบ.คุก
    สิทธิมนุษยชน ได้แก่ ทำไมองค์กรภาครัฐและเอ็นจีโอด้านสิทธิมนุษยชน แทนที่จะออกมาประณามกลุ่มก่อการร้ายอย่างรุนแรง กลับเงียบ

          ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

          จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วน และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้ ของผู้รับข่าวสาร ให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว โดยในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐ พบว่า แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในภาพรวม มีแนวโน้มค่อนข้างคงที่ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐) จากระดับผลกระทบดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ไม่แตกต่างจากสัปดาห์ที่แล้ว

    ๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๑๖ – ๒๒ ก.ย.๖๐
          เหตุการณ์ผู้ก่อเหตุร้ายลอบวางระเบิดแสวงไว้ใต้ผิวถนนและจุดชนวนระเบิดรถปิคอัพอาสาสมัครทหารพรานขณะลาดตระเวณที่ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้อส.ทพ.เสียชีวิต ๔ นาย ช่วงเช้าวันศุกร์ที่ ๒๒ กันยายน เป็นประเด็นข่าวเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่สำนักข่าวต่างประเทศ และสื่อในภูมิภาคอาเซียนรายงานอย่างกว้างขวางที่สุด
          ลำดับรองเป็นประเด็นเจ้าหน้าที่กองบังคับการตำรวจปราบปรามจับกุมพระมหาอภิชาติ ที่ จ.สงขลา ก่อนนำตัวมาลาสิกขาบทโดยสมัครใจที่วัดเบญจมบพิตร ทั้งนี้พระมหาอภิชาติมีพฤติการณ์ปลุกปั่นยั่วยุให้พุทธศาสนิกชนเกลียดชังชาวมุสลิมและศาสนาอิสลาม
          ประเด็นอื่นๆ ที่สื่อมวลชนในภูมิภาคอาเซียนรายงาน คือ ประเด็นเกี่ยวกับการพูดคุยเพื่อสันติสุข โฆษกกลุ่มมาราปาตานีออกแถลงการณ์ยืนยันเดินหน้ากระบวนการพูดคุยและตำหนิการรายงานข่าวของสื่อมวลชนไทยที่ระบุว่ามาราปาตานีเป็นต้นเหตุที่ทำให้การพูดคุยของคณะทำงานด้านเทคนิคไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย เป็นการเผยแพร่ให้ดูเป็นปัญหาใหญ่โตเพื่อทำลายกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข ขณะเดียวกันพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังการประชุมครม.ที่ จ.อยุธยา ว่า กระบวนการพูดคุยสันติสุขจำเป็นต้องมีตัวแทนกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐทุกกลุ่มเข้าร่วมกระบวนการพูดคุยเพื่อร่วมกันยุติปัญหา
          สื่อมาเลเซียรายงานว่า สมาชิกกลุ่ม IS ที่ถูกจับกุมในรัฐเปรัคในระหว่างวันที่ ๘-๑๐ กันยายน วางแผนลักลอบนำเข้าอาวุธสงครามจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยเพื่อทำร้ายคนในศาสนาอื่นและศาสนสถานอื่นที่ไม่ใช่อิสลาม โดยมีเป้าหมายปฏิบัติการในประเทศมาเลเซียและจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

          ๕.๑ สำนักข่าว Reuters และ AFP สำนักข่าวชั้นแนวหน้าของโลก รายงานข่าวเหตุการณ์ผู้ก่อเหตุร้ายวางระเบิดแสวงเครื่องลอบสังหารอาสาสมัครทหารพรานระหว่างปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวณที่ ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี  ช่วงเช้าวันศุกร์ที่ ๒๒ กันยายน เป็นเหตุให้อาสาสมัครทหารพรานเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ๔ นาย และได้รับบาดเจ็บอีก ๖ นาย
          รายงานข่าวของ Reuters และ AFP ถูกนำไปเผยแพร่ต่อในสื่อมาเลเซียและสิงคโปร์ ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตุ ว่า การรายงานข่าวเหตุรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยสำนักข่าวประเทศตะวันตก นอกจากรายงานรายละเอียดเหตุการณ์แล้ว มักมีการบรรยายว่า เหตุรุนแรงในจชต.เป็นปัญหาความขัดแย้งทางชาติพันธ์ระหว่างคนเชื้อสายมลายูนับถือศาสนาอิสลามกับรัฐไทยซึ่งประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ เช่น ในรายงานของ AFP วันที่ ๒๒ กันยายน มีประโยคอธิบายบริบท (Attribution phrase) เหตุลอบวางระเบิดอาสาสมัครทหารพราน ครั้งนี้ว่า
          ดินแดนที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม มีพรมแดนติดต่อกับประเทศมาเลเซียแห่งนี้ร้อนระอุด้วยความรุนแรงมานานกว่าทศวรรษ ระหว่างที่กลุ่มติดอาวุธคนเชื้อสายมาเลย์สู้รบกับรัฐไทยซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อแสวงหาอำนาจการปกครองตนเอง

    (The Muslim-majority region that borders Malaysia has seethed with violence for over a decade as ethnic Malay insurgents battle the Buddhist-majority state for more autonomy.)

    ส่วนรายงานข่าวของ Reuters วันที่ ๒๒ กันยายน มีประโยคขยายบริบทว่า
    การจับอาวุธสู้กับรัฐไทยซึ่งมีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ โดยกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมครอบคลุมพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานีและนราธิวาสในช่วงทศวรรษที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า ๖,๕๐๐ คน

    (A decades old-separatist insurgency in predominantly Buddhist Thailand’s largely Muslim provinces of Yala, Pattani, and Narathiwat has killed more than 6,500 people since 2004.)

    สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เคยเป็นส่วนหนึ่งของรัฐสุลต่านมาเลย์มุสลิมก่อนที่จะถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของสยามในปี ค.ศ ๑๙๐๙

    (Thailand’s three southernmost provinces were part of an independent Malay Muslim sultanate until they were annexed in 1909.)

                ๕.๑.๑ รายงานข่าวของ AFP มีประโยคขยายบริบท เชื่อมโยงเหตุลอบวางระเบิดอาสาสมัครทหารพรานที่ อ.สายบุรี กับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข โดยมีข้อความ ดังนี้
          การโจมตีเกิดขึ้นรัฐบาลทหารยังคงดำเนินการกระบวนการพูดคุยกับฝ่ายที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของกลุ่มกบฏ ทั้งนี้กระบวนการพูดคุยฯมีความก้าวหน้าน้อยมากซึ่งบรรดาผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าเป็นเพราะตัวแทนฝ่ายที่เห็นต่างจากรัฐบนโต๊ะเจรจาไม่มีอำนาจสั่งการกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่จชต. ขณะที่กลุ่ม BRN ซึ่งเชื่อกันว่าอยู่เบื้องหลังการก่อเหตุรุนแรงแทบทุกครั้งไม่เคยออกมาอ้างความรับผิดชอบในการก่อเหตุเลยแม้แต่ครั้งเดียว

    (The attack comes as the Thai junta pursues talks with an umbrella group claiming to represent the rebels. So far the meetings have borne little fruit, with experts saying the rebel negotiators lack control over fighters on the ground. The shadowy Barisan Revolusi Nasional (BRN) faction is believed to be behind most of the violence in the region, although it never claims attacks and shuns publicity.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.thestar.com.my/news/regional/2017/09/22/four-rangers-killed-by-bomb-in-rebel-hit-thai-south/
    http://www.themalaymailonline.com/world/article/four-rangers-killed-by-bomb-in-rebel-hit-thai-south#heFJWxJ6b2oh8fXM.97​
    http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/four-rangers-killed-by-bomb-in-thai-south​
    http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/four-rangers-killed-by-bomb-in-thai-south​​
    http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1393646

          ๕..๒ สำนักข่าว Bernama รายงานเมื่อวันที่ ๑๘ กันยายน ถ่ายทอดแถลงการณ์ของอาบูฮิซ อัล ฮากิม โฆษกกลุ่มมาราปาตานี ยืนยันว่า กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจะยังคงเดินหน้าต่อไปพร้อมระบุว่าตัวแทนรัฐไทยและฝ่ายผู้เห็นต่างจากรัฐไทยจะมีการประชุมครั้งต่อไปในปลายเดือนกันยายน และอธิบายการประชุมของคณะทำงานทางเทคนิคเมื่อวันที่ ๑๒ กันยายนที่ยุติลงกลางคันโดยไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการสร้างพื้นที่ปลอดภัย เป็นเรื่องปรกติของกระบวนการเจรจาสันติภาพ
          อาบูฮาฟิซ บอกว่า การประชุมเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ปีที่แล้วก็ยุติลงกลางคันเช่นกัน เนื่องจากฝ่ายรัฐไทยยังไม่พร้อมให้ความชอบร่างกรอบข้อกำหนดการพูดคุย (ToR)  ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นในการประชุมเมื่อวันที่ ๑๒ กันยายนจึงไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะในกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข คู่เจรจาต่างก็มีความเห็นที่แตกต่าง แนวทางที่ถูกต้องคือการปรับทัศนะให้ตรงกันบนโต๊ะพูดคุย ไม่ใช่ต่างฝ่ายต่างเดินหนีจากโต๊ะเจรจา
          โฆษกกลุ่มมาราปาตานี ตำหนิการรายงานข่าวของสื่อมวลชนไทยที่พูดถึงการพูดคุยเมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน โดยใช้คำว่า “ล้มเหลว”  ว่า มีเจตนาขยายความให้ใหญ่โตเกินจริงเพื่อด้อยค่ากระบวนการพูดคุยสันติสุข

    (He said the shortened meeting was not without precedence as the meeting on April 27 last year, was also cut short because the Thai side was not ready to endorse the terms of reference (ToR), thus the agenda of Safety Zones was not discussed.
    “The situation is not abnormal in any peace process where dialogue partners hold different views,” he said adding that the correct approach was to continue the dialogue and not walk away from it.
    The Thai media reports on the “collapsed” Sept 12 peace talk, he said, was intentionally blown out of proportion to discredit the peace process.)
    ที่มา ; https://www.nst.com.my/news/nation/2017/09/281160/mara-patani-rejects-allegation-its-not-ready-safety-zones​
    http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1392241​

                ๕..๒.๑ สำนักข่าว Bernama รายงานเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน อ้างคำพูดของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการแถลงข่าวภายหลังการประชุมครม.ที่จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า  “ทุกกลุ่มต้องเข้าร่วมโต๊ะเจรจา? ถ้ากลุ่มไหนยังไม่เข้าร่วมก็ต้องนำเข้าร่วม เพราะถ้าหากยังไม่เข้ากระบวนการพูดคุยครบทุกกลุ่ม เราก็คงไม่สามารถหาข้อยุติได้”

    (“Have all the groups participated in the talks? If not, try to bring them in, as long as they are not included, we still cannot have the conclusion, therefore (we) cannot settle anything," he told the media after chairing the cabinet meeting in Ayutthaya, here today.)
    ที่มาข้อมูล ; https://www.malaysiakini.com/news/395711
    http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1392838​

          ๕.๓ สำนักข่าว Bernama รายงานว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติในที่ประชุมเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน เห็นชอบให้มีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมไทย-มาเลเซีย ด้านความร่วมมือทางความมั่นคง โดยคาดว่าทั้งสองประเทศจะมีการลงนามในบันทึกข้อความเข้าใจ (MoU) เพื่อปูทางสู่การจัดตั้งคณะกรรมการร่วมด้านความมั่นคงในที่ประชุมคณะกรรมาธิการร่วมไทย-มาเลเซีย ซึ่งกำหนดจัดที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ในเดือนกันยายน นี้
          บันทึก MoU ฉบับนี้ซึ่งพลเอกทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติจะเป็นผู้ลงนามในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทยมีเนื้อหาครอบคลุมกรอบความร่วมมือด้านการจัดการความมั่นคง การต่อสู้ขจัดภัยจากกลุ่มสุดโต่งทางความคิด การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน

    (There will be closer security cooperation between Malaysia and Thailand with the establishment of a Joint Committee on Security Cooperation, according to a cabinet resolution document released by the Thai government.
    Both countries are expected to ink the Memorandum of Understanding (MoU), paving the way for the establishment of the Joint Committee in Kuala Lumpur, this month.
    "Thailand's National Security Council (NSC) chief General Thawip Netniyom has been authorised to be the government's representative to sign the MoU in Kuala Lumpur,"  it said adding that the government has approved the draft MoU of the committee's establishment.
    The document was released following yesterday's cabinet meeting which was chaired by Prime Minister General Prayut Chan-o-cha in Ayutthaya, central Thailand. 
    The MoU entails security cooperation between the two neighbouring countries in several fields including border security management, combating extremism as well as in cross border and transnational threats, said the document.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/malaysia-thailand-to-ink-mou-on-security-cooperation#svOKYB3REFy1BY7g.97​
    http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1393006​

          ๕.๔ สำนักข่าว Reuters และ bernama รายงานตำรวจกองบังคับการปราบปรามจับกุมตัวมหาอภิชาติ ปุณณะจันโท ที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา ก่อนนำตัวไปลาสิกขาบทที่วัดเบญจมบพิตรโดยความสมัครใจ ทั้งนี้พระอภิชาติ มีชื่อเสียงอื้อฉาวจากพฤติกรรมแสดงความเห็นต่อต้านชาวมุสลิมและศาสนาอิสลามด้วยความรุนแรง

    สำนักข่าวรอยเตอร์ บรรยายตัวตนของพระมหาอภิชาติ ดังนี้
           พระภิกษุวัย ๓๑ ปี ใช้การปลุกระดมสร้างตัวเองให้เป็นที่รู้จักเมื่อปี ๒๕๕๘ โดยการปลุกระดมชาวพุทธทั่วประเทศแก้แค้นกลุ่มติดอาวุธในจชต.ทุกครั้งที่มีการลอบสังหารพระภิกษุด้วยการเผามัสยิด
    พระอภิชาติเป็นพระที่รณรงค์อย่างแข็งขันเรียกร้องให้ประกาศให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ
          พระอภิชาติ เป็นผู้ที่แสดงความชื่นชมพระอาชิน วีระธู ภิกษุชาวเมียนมาร์ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะพระภิกษุผู้มีทัศนะเป็นปฏิปักษ์ต่อชาวมุสลิม ทั้งนี้พระมหาอภิชาติมีทัศนะเชื่อมั่นในแนวทางของพระวีระธูว่าจะเป็นเครื่องมือปกป้องศาสนาพุทธในประเทศไทย

    (The 31-year-old firebrand rose to prominence in 2015 when he urged Buddhists across the country to burn down a mosque as retribution for every monk killed in the insurgency.
    The outspoken monk has also been active in campaigning to make Buddhism a state religion of Thailand.
    Aphichat has voiced admiration for Ashin Wirathu, a monk in Myanmar well known for his anti-Muslim views, and sees his actions as a model for safeguarding Buddhism in Thailand.)

    เช่นเดียวกันสำนักข่าว Bernama บรรยายตัวตนของพระมหาอภิชาติ ไว้ดังนี้
          พระมหาอภิชาติ มีชื่อเสียงอื้อฉาวจากการแสดงความเห็นต่อต้านชาวมุสลิมและศาสนาอิสลามทางสื่อสังคมออนไลน์ ด้วยการปลุกระดมให้ชาวพุทธเผามัสยิดเป็นการแก้แค้นตอบโต้ทุกครั้งที่กลุ่มติดอาวุธต่อต้านรัฐไทยในจชต.ลอบสังหารพระภิกษุ

    (Apichat gained notoriety for his anti-Islam and anti-Muslim outburst online including one in which he suggested the a mosque be burned down every time a Buddhist monk is killed by militants in southern Thailand.)

          ๕.๕ The Star สื่อมาเลเซียรายงานเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ว่า สมาชิกกลุ่มที่เรียกตนเองว่า รัฐอิสลาม หรือ IS ที่ถูกควบคุมตัวไว้ที่รัฐเปรัค ภายหลังปฏิบัติการจับกุมระหว่างวันที่ ๘-๑๐ กันยายน มีการวางแผนเตรียมลักลอบนำเข้าอาวุธสงครามจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ทั้งเอ็ม ๑๖ อาก้า และระเบิดมือ เพื่อให้ผู้ก่อการร้ายในมาเลเซีย ลงมือต่อเป้าหมายที่เป็นคนต่างศาสนา (คนไม่ใช่มุสลิม)  และศาสนสถานของคนต่างศาสนา

    รายงานข่าว ระบุว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้มีแผนลักลอบนำเข้าอาวุธสงครามจากประเทศไทยก่อนถูกจับกุมเมื่อวันที่ ๘ กันยายน
          แหล่งข่าวระบุว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้รับคำสั่งปฏิบัติการจากชาวมาเลเซียสมาชิก IS ที่ปฏิบัติงานในซีเรีย ให้ลงมือโจมตีเป้าหมายในมาเลเซียและจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย
          แหล่งข่าวระบุว่า หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมครั้งนิ้เป็นลูกศิษย์ของดร.มาห์มุด อาหมัด อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยมลายา ซึ่งหลบหนีจากประเทศมาเลเซียไปร่วมสู้รบกับกลุ่มก่อการร้ายในประเทศฟิลิปินส์ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗
          ดร.มาห์มุด เป็นผู้ฝึกสอนผู้ก่อการร้ายให้ประกอบระเบิดแสวงเครื่อง
          แหล่งข่าว กล่าวว่า ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมที่รัฐเปรัค มีแผนที่จะผลิตระเบิดแสวงเครืองที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงเพื่ก่อเหตุต่อเป้าหมายในประเทศมาเลเซียและภาคใต้ของประเทศไทย

    (The suspected Islamic State (IS) militant detained in Bagan Serai, Perak, was planning to procure weapons including M16 and AK-47 rifles, a pistol and a hand grenade from Thailand to target non-Muslims.
    The 21-year-old suspect, who was among three militants detained in an operation between Sept 8 and 10, was aiming to launch lone wolf attacks on non-Muslims as well as their places of worship.
    “Among the locations targeted were places of worship in Malaysia and southern Thai­land.
    “If he failed to secure the firearms, the suspect would have resorted to knife attacks,” a source said yesterday.
    It is learnt that the suspect was planning to contact an arms-smuggling syndicate to obtain the weapons before authorities caught up with him on Sept 8.
    “The authorities believe that he was receiving orders from Malaysian militants in Syria.
    One militant, who was a mentor to the suspect, is former Universiti Malaya lecturer Dr Mahmud Ahmad, believed to be in Marawi fighting alongside the Maute and Abu Sayyaf terror groups. Dr Mahmud fled to the southern Philippines in 2014 along with other Malaysian militants. “Dr Mahmud taught the suspect how to make an improvised explosive device (IED). “The suspect aimed to make a large-scale IED for attacks in Malaysia and southern Thailand,” a source said.)

          ๕.๖ สำนักข่าว AFP รายงานว่า กองทัพบกตกเป็นเป้าถูกวิพากษ์วิจารณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ภายหลังมีการปลดระวางยุติการใช้งานเรือเหาะที่มีแต่ข่าวไม่ดีในช่วง ๘ ปีที่ผ่านมา และนับเป็นข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการใช้จ่ายทางทหารเรื่องล่าสุด
          รายงานของ AFP ระบุว่า งบประมาณทาด้านกลาโหมเพิ่มขึ้น ๓ เท่าในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งกองทัพมีการปฏิวัติยึดอำนาจการปกครองถึง ๒ ครั้ง การจัดสรรงบประมาณสำหรับซื้อเรือดำน้ำจีนมูลค่า ๑ พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นอีกประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ เนื่องด้วยช่วงเวลานี้ประชาชนรู้สึกว่าเศรษฐกิจมีปัญหา

          (Thailand’s army came under fire Monday for its $10 million purchase of a faulty blimp that was finally dumped after eight hapless years, the latest scandal over military spending in the junta-run country.
    The kingdom’s defence budget has nearly tripled over the last decade, a period where the military has seized power twice. Pricy purchases -- such as $1 billion set aside for Chinese submarines -- have frequently been met with criticism from a public feeling the pinch of a flagging economy.)

    รายงานชื้นนี้ของ AFP ถูกนำไปเผยแพร่ในสื่อมาเลเซียและสิงคโปร์
    ที่มาข้อมูล ; http://www.thestar.com.my/news/regional/2017/09/18/thai-army-under-fire-for-$10-million-faulty-blimp/
    http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/thai-army-under-fire-for-s135-million-faulty-blimp​
    http://www.channelnewsasia.com/news/asiapacific/thai-army-under-fire-for-us-10-million-faulty-blimp-9228178

    เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น

    ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

    ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

    มากกว่า 2.00

    เพิ่มมาก

    1.10 – 2.00

    เพิ่มค่อนข้างมาก

    0.60 – 1.00

    เพิ่มในระดับหนึ่ง

    0.10 – 0.50

    เพิ่มเล็กน้อย

    0.02 – 0.09

    เพิ่มเพียงเล็กน้อย

    0.00 – 0.01

    ค่อนข้างคงที่

    (-0.01) – 0.00

    ค่อนข้างคงที่

    (-0.09) – (-0.02)

    ลดเพียงเล็กน้อย

    (-0.50) – (-0.10)

    ลดเล็กน้อย

    (-1.00) – (-0.60)

    ลดในระดับหนึ่ง

    (-2.00) – (-1.10)

    ลดค่อนข้างมาก

    น้อยกว่า (– 2.00)

    ลดมาก

Comment
Related