สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๙ - ๑๕ ก.ย. ๖๐

 18 ก.ย. 2560 15:02 น. | อ่าน 162
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

  1. บทสรุปผู้บริหาร
          ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวกมีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๒๗ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒ – ๘ ก.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่เพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๙ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว
          ประเด็นเชิงลบ สรุปได้ดังนี้ การพูดคุยเพื่อสันติสุข (...๑) พูดคุยดับไฟใต้ล่ม พื้นที่ปลอดภัย ฝันค้าง และ  ๒) เปลี่ยนสูตร แก้ปัญหาใต้ บ้างดีมั้ย?),  เทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. (โละเรือเหาะใต้ ผลาญ ๓๕๐ ล้าน สิ้นอายุใช้งาน ชี้ได้ไม่คุ้มเสีย), เหตุร้ายรายวัน (...๑) บึ้ม จนท.ยะลา บาดเจ็บ ๒๗ ดับ ๒, ๒) โจรใต้ป่วนยะลา ๓ จุด ลอบวางบึมทหาร-ตำรวจเจ็บกว่า ๒๐ นาย ผู้การหูอื้อ และ ๓) คนร้ายลอบยิงชาวสวนยางดับคาที่, อาชญากรรมในพื้นที่ (... ๑) กลางวันแสกๆ! คนร้ายไล่ยิงวัยรุ่นซ้อนสาม กระสุนโดนหัว-คอ คนนั่งกลางโคม่า และ ๒) ซุ่มยิง ๒ นัด กระสุนเจาะหัว-ลำตัวหนุ่มลูก ๕ ดับคาที่ ทางเข้าสวนยาง) และ การศึกษา (ตะลึงคนไทยพัฒนาน้อย สศช.ชี้การศึกษาน่าห่วงสุด)
          ประเด็นเชิงบวก สรุปได้ดังนี้ การเมือง (...๑) บิ๊กตู่ประณามคนร้ายบึมยะลา คาดโทษ จนท.ปล่อยไทยมุงพื้นที่ระเบิด, ๒) ครม.ไฟเขียว ๒๒ ผวจ.- ๔ ผู้ตรวจ ก.เกษตรฯ ตั้ง ๒ อธิบดี- ๘ ผู้ตรวจ, ๓) ป.ป.ช.เร่งสอบทุจริตเงินทอนวัด, ๔) คลังเตรียมดึงโครงการ ๑๐๐ ล้านบาทเข้าร่วม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง และ ๕) รัฐบาล คสช.แจงย้าย ผอ.สำนักพุทธศาสนา เพื่อความเหมาะสม), การบำรุงขวัญกำลังพล (ผู้การฯ ปัตตานี ลงหย่าศึกพร้อมย้าย ผกก.ทุ่งยางแดง ให้เร่งสอบข้อเท็จจริง), การ รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน (...๑) มทภ.๔ ฮึ่ม! สั่งลากคอแก๊งบึ้มยะลามาลงโทษให้ได้, ๒) นราธิวาสปรับแผนกำลัง ๔ ฝ่าย เข้าคุมเข้มทุกพื้นที่ หลังเหตุบึมยะลา, ๓) ยะลาคุมเข้ม! ไล่ล่ารถทำคาร์บอมบ์หวั่นถล่มซ้ำ, ๔) ระทึก!กู้บึ้มหนัก ๒๐ กก.ดักสังหาร อส.ชุดคุ้มครองครู, ๕) ปฏิบัติการไล่ล่าหากรวยจราจรถูกฉกหายหวั่นซุกระเบิด, ๖) มทภ.๔ สั่งจับหนุ่มสวมเสื้อทหาร เข้าทุบเสาหินกุโบร์ปัตตานี ก่อนนำไปแชร์ และ ๗) ทบ.จัดทัพคุมเข้ม อ.สะเดา สกัดโรฮีนจา-โจรใต้หนีกบดาน), การยกระดับคุณภาพชีวิต (ทรง สืบสาน รักษา ต่อยอด การบริหารจัดการน้ำพื้นที่จังหวัดนราธิวาส), วัฒนธรรม และวิถีชีวิต (กระตุ้น ๙๙ ชุมชนจักรยาน ๓๔ จังหวัด), ยาเสพติด (รวบแม็กกุมารทอง พ่อค้ายานรกได้คาหม้อกระท่อม), ความร่วมมือไทย – มาเลย์ (ไทย-มาเลเซีย จับมือพัฒนาชายแดน ลาดตระเวนร่วม เชื่อดีต่อปัญหามั่นคง), การเยียวยา (...๑) ทบ.ปูนบำเหน็จ ๗ ขั้น เป็นร้อยโท ให้ ส.ต.ธเนตร ทหารกล้าถูกลอบวางระเบิด และ ๒) กอ.รมน.สั่งดูแลสิทธิ จนท.เสียชีวิต-เจ็บ เหตุวางระเบิด ๓ จุด ยะลา เต็มที่), เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ (...๑) มาเลเซียสนใจลงทุนไทย เล็งรับเบอร์ซิตี้-อีอีซี, ๒) TPCH ซื้อที่ดินแพง ที่ปรึกษาอิสระรับได้ลงทุนมีกำไรแนะผู้ถือหุ้นโหวตลุย ๔ โครงการ, ๓) CATลุยวางเคเบิลใต้น้ำ ดีอีจัดงบประเดิม ๑ พันล้าน, ๔) สหกรณ์การเกษตรสะบ้าย้อย ต้นแบบการจัดการงบประมาณ ตามโครงการเงินอุดหนุนส่งเสริมอาชีพในจังหวัดชายแดนใต้, ๕) โครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต้, ๖) คุยกับ “สมบูรณ์ บุญธำรงกิจ” พี่เบิ้มนักธุรกิจเมืองโก-ลก “กิจการที่น่าจะรุ่งที่สุดไม่มีแล้ว”, ๗) ปีทองทุเรียน นราธิวาส ส่งขายนอก, ๘) ทุ่ม ๔ หมื่นล.ขยายสนามบินภูธร ดึงเอกชนลงทุน-พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ และ ๙) จุ้มจิ้ม ทายาทหมื่นล้าน สลัดงานละครขอลุยธุรกิจเต็มตัว), ความร่วมมือของภาคประชาชน (...๑) มึงฆ่าเพื่อนกูทำไม? เพื่อนทหารพรานโพสต์ถามใจรใต้บึ้มยะลา, ๒) เลือดไม่พอ! ด่วนรับบริจาคเลือดทุกกรุ๊ป ช่วย จนท.เหยื่อระเบิดใต้, ๓) ภาวนาอย่าเป็นรายที่ ๓ อัศวินแดนใต้ ยื้อชีวิต ดาบวรวิชัย, และ ๔) ลุงวัย ๖๕ ล่องเรือจากนราฯ เข้ากรุงเพื่อกราบพระบรมศพถึงสะพานภูมิพลแล้ว), การสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ (...๑) กระบี่ไม่คมไม่ลงจากเขา อุดมคติ ดาบยักษ์ เหยื่อบึ้มใต้ และ ๒) มาเลเซียสุดเศร้า อดีตกษัตริย์มาเลย์ สุลต่านรัฐเกดะห์สวรรคต) และ การช่วยเหลือประชาชน (ปภ. ประสาน ๕๒ จังหวัด รับมือน้ำท่วมฉับพลัน ๑๕ – ๑๘ ก.ย.นี้)
          จากแนวโน้มดังที่กล่าว ทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มลดลงร้อยละ ๒๗ ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว (๒ – ๘ ก.ย.๖๐) ในระดับหนึ่ง

    ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐
          
    เหตุการณ์ผู้ก่อความไม่สงบ ลอบวางระเบิดริมทางหลวงสาย อ.ยะหา-อ.กาบัง จ.ยะลา ช่วงเช้าวันที่ ๑๔ กันยายน เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพรานและตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก ๒๖ คน เป็นเหตุการณ์ใน จชต.ที่สำนักข่าวระหว่างประเทศ คือ Reuters และ AFP รวมทั้งสื่อหลายแห่งในภูมิอาเซียนรายงานอย่างกว้างที่สุด ในสัปดาห์นี้
          ลำดับถัดมา เป็นประเด็นเกี่ยวกับการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งมีทั้งการรายงานคำแถลงของ พลเอกอักษรา เกิดผล ที่ยืนยันว่ากระบวนการพูดคุยสันติสุข จะเดินหน้าต่อไป แม้ว่าการพูดคุยของคณะทำงานด้านเทคนิค ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลง “การจัดสร้างพื้นที่ปลอดภัย”
          นอกเหนือจากนั้น เป็นประเด็นข่าวเชิงบวก เกี่ยวกับความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงระหว่างไทย-มาเลเซีย ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยและรัฐภาคเหนือของมาเลเซีย

    ๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐
          ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิง

          ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 3.7953ln(x) + 8.2423) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๗ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒ – ๘ ก.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้องกับ จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 2.6962ln(x) + 1.2913) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๙ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว

          ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
          เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

    วัน/เดือน/ปี

    จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

    จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

         ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)                  

    2017-08-26

    14

    0

    14.00

    2017-08-27

    7

    1

    7.00

    2017-08-28

    10

    0

    10.00

    2017-08-29

    15

    4

    3.75

    2017-08-30

    23

    0

    23.00

    2017-08-31

    25

    3

    8.33

    2017-09-01

    14

    1

    14.00

     

    15.43

    1.29

    11.44

    2017-09-02

    12

    0

    12.00

    2017-09-03

    9

    2

    4.50

    2017-09-04

    13

    8

    1.63

    2017-09-05

    13

    6

    2.17

    2017-09-06

    19

    4

    4.75

    2017-09-07

    13

    8

    1.63

    2017-09-08

    6

    6

    1.00

     

    12.14

    4.86

    3.95

          หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level)  มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย อย่างไรก็ตามอาจะต้องพิจารณาความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในแต่ละสัปดาห์ด้วย หากค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในสัปดาห์ที่แล้วมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้ ก็อาจจะทำให้ผลกระทบการรับรู้เชิงบวกในสัปดาห์นี้ต่ำกว่าก็ได้ ถึงแม้ค่าสัดส่วนเฉลี่ย ในสัปดาห์นี้จะมีค่ามากกว่าค่าสัดส่วนเฉลี่ยของสัปดาห์ที่แล้ว

    ๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐
          ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

          ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงบวกในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข ในส่วนของข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.3234ln(x) - 0.3676) กล่าวคือ มีข่าวเชิงลบจำนวน ๓ ข่าว จากที่ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุขมาหลายสัปดาห์แล้ว ภาพข่าวได้แก่ ๑) พูดคุยดับไฟใต้ล่ม พื้นที่ปลอดภัย ฝันค้าง และ  ๒) เปลี่ยนสูตร แก้ปัญหาใต้ บ้างดีมั้ย?

          
    ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

          ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.7203ln(x) - 0.7247) กล่าวคือ มีข่าวจำนวน ๘ ข่าว จากที่ไม่มีข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวันเลย ในสัปดาห์ที่แล้ว (๒ – ๘ ก.ย.๖๐) ภาพข่าว ได้แก่ ๑) บึ้ม จนท.ยะลา บาดเจ็บ ๒๗ ดับ ๒, ๒) โจรใต้ป่วนยะลา ๓ จุด ลอบวางบึมทหาร-ตำรวจเจ็บกว่า ๒๐ นาย ผู้การหูอื้อ และ ๓) คนร้ายลอบยิงชาวสวนยางดับคาที่

          ๓.๓ ประเด็นการเมือง

          ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 1.6133ln(x) - 0.6172) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๙๑ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒ – ๘ ก.ย.๖๐) ในส่วนข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 1.2575ln(x) - 0.1198) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๑ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒ – ๘ ก.ย.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวก ในประเด็นการเมือง ได้แก่ ๑) บิ๊กตู่ประณามคนร้ายบึ้มยะลา คาดโทษ จนท.ปล่อยไทยมุงพื้นที่ระเบิด, ๒) ครม.ไฟเขียว ๒๒ ผวจ.- ๔ ผู้ตรวจ ก.เกษตรฯ ตั้ง ๒ อธิบดี- ๘ ผู้ตรวจ, ๓) ป.ป.ช.เร่งสอบทุจริตเงินทอนวัด, ๔) คลังเตรียมดึงโครงการ ๑๐๐ ล้านบาทเข้าร่วม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง และ ๕) รัฐบาล คสช.แจงย้าย ผอ.สำนักพุทธศาสนาเพื่อความเหมาะสม ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ๑) ด่วน! ใต้นัดระดมพล ๒๒ ก.ย. บุกกระทรวงทรัพย์ฯ ล้ม โรงไฟฟ้าเทพา, ๒) การปรับเปลี่ยนรูปแบบ การปฏิบัติการข่าวสารของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ, ๓) เด้งพงศ์พรกับหลายเรื่องสีเทา คสช.สะสมแต้มลบรัวๆ !! และ ๔) ความไม่ชอบธรรม เหตุแห่งความเสื่อม

          ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

          ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.974ln(x) - 0.0383) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๖๖ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๒ – ๘ ก.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ในประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สินมีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.2941ln(x) - 0.3148) กล่าวคือ มีข่าวเชิงลบ จำนวน ๓ ข่าว จากที่ไม่มีเลยในสัปดาห์ที่แล้ว (๒ – ๘ ก.ย.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) มทภ.๔ ฮึ่ม! สั่งลากคอแก๊งบึ้มยะลามาลงโทษให้ได้, ๒) นราธิวาสปรับแผนกำลัง ๔ ฝ่าย เข้าคุมเข้มทุกพื้นที่ หลังเหตุบึมยะลา, ๓) ยะลาคุมเข้ม! ไล่ล่ารถทำคาร์บอมบ์หวั่นถล่มซ้ำ, ๔) ระทึก! กู้บึ้มหนัก ๒๐ กก.ดักสังหาร อส.ชุดคุ้มครองครู, ๕) ปฏิบัติการไล่ล่าหากรวยจราจรถูกฉกหายหวั่นซุกระเบิด, ๖) มทภ.๔ สั่งจับหนุ่มสวมเสื้อทหาร เข้าทุบเสาหินกุโบร์ปัตตานี ก่อนนำไปแชร์ และ ๗) ทบ.จัดทัพคุมเข้ม อ.สะเดา สกัดโรฮีนจา-โจรใต้หนีกบดาน ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ๑) รันทดใจ ด.ต. เหยื่อโจรใต้ แค่ไฟฉายไร้งบซื้อต้องขอปัน, ๒) ดาบตำรวจตายเพิ่ม ๑ นาย เหตุบึ้มที่ยะลา และ ๓) ทุบร้านโรตีเมืองยะลา ลักถังแก๊สหวั่นทำระเบิด

          ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

          ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจฯ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.113ln(x) + 4.8462) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๔ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒ – ๘ ก.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ในประเด็นเศรษฐกิจฯ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.401ln(x) + 1.222) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๐๐ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว กล่าวคือ ไม่มีข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้ ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) มาเลเซียสนใจลงทุนไทย เล็งรับเบอร์ซิตี้-อีอีซี, ๒) TPCH ซื้อที่ดินแพง ที่ปรึกษาอิสระรับได้ลงทุนมีกำไรแนะผู้ถือหุ้นโหวตลุย ๔ โครงการ, ๓) CAT ลุยวางเคเบิลใต้น้ำ ดีอีจัดงบประเดิม ๑ พันล้าน, ๔) สหกรณ์การเกษตรสะบ้าย้อย ต้นแบบการจัดการงบประมาณ ตามโครงการเงินอุดหนุนส่งเสริมอาชีพในจังหวัดชายแดนใต้, ๕) โครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตร ในจังหวัดชายแดนภาคใต้, ๖) คุยกับ “สมบูรณ์ บุญธำรงกิจ” พี่เบิ้มนักธุรกิจเมืองโก-ลก “กิจการที่น่าจะรุ่งที่สุดไม่มีแล้ว”, ๗) ปีทองทุเรียน นราธิวาส ส่งขายนอก, ๘) ทุ่ม ๔ หมื่นล้าน ขยายสนามบินภูธร ดึงเอกชนลงทุน-พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ และ ๙) จุ้มจิ้ม ทายาทหมื่นล้าน สลัดงานละคร ขอลุยธุรกิจเต็มตัว

          
    ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
                ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน
          ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
                ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐ มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล ได้แก่ ร้อง ผกก. ลุแก่อำนาจ ตำรวจทุ่งยางแดงร้องแม่ทัพ หัวหน้าโรงพักข่มเหง-หมิ่นศาสนา
          ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
                 ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐ มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต. ได้แก่ โละเรือเหาะใต้ ผลาญ ๓๕๐ ล้าน สิ้นอายุใช้งาน ชี้ได้ไม่คุ้มเสีย
          ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
                ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

    ๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
          ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

    ประเด็นเชิงลบ สรุปได้ดังนี้
    -  
    การพูดคุยเพื่อสันติสุข ได้แก่ ๑) พูดคุยดับไฟใต้ล่ม พื้นที่ปลอดภัย ฝันค้าง และ ๒) เปลี่ยนสูตร แก้ปัญหาใต้ บ้างดีมั้ย?
    -  เทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. ได้แก่ โละเรือเหาะใต้ ผลาญ ๓๕๐ ล้าน สิ้นอายุใช้งาน ชี้ได้ไม่คุ้มเสีย
    -  เหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ๑) บึ้ม จนท.ยะลา บาดเจ็บ ๒๗ ดับ ๒, ๒) โจรใต้ป่วนยะลา ๓ จุด ลอบวางบึมทหาร-ตำรวจเจ็บกว่า ๒๐ นาย ผู้การหูอื้อ และ ๓) คนร้ายลอบยิงชาวสวนยางดับคาที่
    -  อาชญากรรมในพื้นที่ ได้แก่ ๑) กลางวันแสกๆ! คนร้ายไล่ยิงวัยรุ่นซ้อนสาม กระสุนโดนหัว-คอคนนั่งกลางโคม่า และ ๒) ซุ่มยิง ๒ นัด กระสุนเจาะหัว-ลำตัวหนุ่มลูก ๕ ดับคาที่ ทางเข้าสวนยาง
    การศึกษา ได้แก่ ตะลึงคนไทยพัฒนาน้อย สศช.ชี้การศึกษาน่าห่วงสุด
    ประเด็นเชิงบวก สรุปได้ดังนี้
    -  การเมือง ได้แก่ ๑) บิ๊กตู่ประณามคนร้ายบึมยะลา คาดโทษ จนท.ปล่อยไทยมุงพื้นที่ระเบิด, ๒) ครม.ไฟเขียว ๒๒ ผวจ.- ๔ ผู้ตรวจ ก.เกษตรฯตั้ง ๒ อธิบดี- ๘ ผู้ตรวจ, ๓) ป.ป.ช.เร่งสอบทุจริตเงินทอนวัด, ๔) คลังเตรียมดึงโครงการ ๑๐๐ ล้านบาทเข้าร่วม พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง และ ๕) รัฐบาล คสช.แจงย้าย ผอ.สำนักพุทธศาสนาเพื่อความเหมาะสม
    -  การบำรุงขวัญกำลังพล ได้แก่ ผู้การฯ ปัตตานี ลงหย่าศึกพร้อมย้าย ผกก.ทุ่งยางแดง ให้เร่งสอบข้อเท็จจริง
    -  การ รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน ได้แก่ ๑) มทภ.๔ ฮึ่ม! สั่งลากคอแก๊งบึ้มยะลามาลงโทษให้ได้, ๒) นราธิวาสปรับแผนกำลัง ๔ ฝ่าย เข้าคุมเข้มทุกพื้นที่ หลังเหตุบึมยะลา, ๓) ยะลาคุมเข้ม! ไล่ล่ารถทำคาร์บอมบ์หวั่นถล่มซ้ำ, ๔) ระทึก!กู้บึ้มหนัก ๒๐ กก.ดักสังหาร อส.ชุดคุ้มครองครู, ๕) ปฏิบัติการไล่ล่าหากรวยจราจรถูกฉกหายหวั่นซุกระเบิด, ๖) มทภ.๔ สั่งจับหนุ่มสวมเสื้อทหาร เข้าทุบเสาหินกุโบร์ปัตตานี ก่อนนำไปแชร์ และ ๗) ทบ.จัดทัพคุมเข้ม อ.สะเดา สกัดโรฮีนจา-โจรใต้หนีกบดาน
    -  การยกระดับคุณภาพชีวิต ได้แก่ ทรง สืบสาน รักษา ต่อยอด การบริหารจัดการน้ำพื้นที่จังหวัดนราธิวาส
    -  วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ได้แก่ กระตุ้น ๙๙ ชุมชนจักรยาน ๓๔ จังหวัด
    ยาเสพติด ได้แก่ รวบแม็กกุมารทอง พ่อค้ายานรกได้คาหม้อกระท่อม
    -  ความร่วมมือไทย – มาเลย์ ได้แก่ ไทย-มาเลเซีย จับมือพัฒนาชายแดน ลาดตระเวนร่วม เชื่อดีต่อปัญหามั่นคง
    -  การเยียวยา ได้แก่ ๑) ทบ.ปูนบำเหน็จ ๗ ขั้น เป็นร้อยโท ให้ ส.ต.ธเนตร ทหารกล้าถูกลอบวางระเบิด และ ๒) กอ.รมน.สั่ง ดูแลสิทธิ จนท.เสียชีวิต-เจ็บ เหตุวางระเบิด ๓ จุด ยะลา เต็มที่
    -  เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ ได้แก่ ๑) มาเลเซียสนใจลงทุนไทย เล็งรับเบอร์ซิตี้-อีอีซี, ๒) TPCH ซื้อที่ดินแพง ที่ปรึกษาอิสระรับได้ลงทุนมีกำไรแนะผู้ถือหุ้นโหวตลุย ๔ โครงการ, ๓) CATลุยวางเคเบิลใต้น้ำ ดีอีจัดงบประเดิม ๑ พันล้าน, ๔) สหกรณ์การเกษตรสะบ้าย้อย ต้นแบบการจัดการงบประมาณ ตามโครงการเงินอุดหนุนส่งเสริมอาชีพในจังหวัดชายแดนใต้, ๕) โครงการส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรในจังหวัดชายแดนภาคใต้, ๖) คุยกับ “สมบูรณ์ บุญธำรงกิจ” พี่เบิ้มนักธุรกิจเมืองโก-ลก “กิจการที่น่าจะรุ่งที่สุดไม่มีแล้ว”, ๗) ปีทองทุเรียน นราธิวาส ส่งขายนอก, ๘) ทุ่ม ๔ หมื่นล.ขยายสนามบินภูธร ดึงเอกชนลงทุน-พัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ และ ๙) จุ้มจิ้ม ทายาทหมื่นล้าน สลัดงานละคร ขอลุยธุรกิจเต็มตัว
    -  ความร่วมมือของภาคประชาชน ได้แก่ ๑) มึงฆ่าเพื่อนกูทำไม? เพื่อนทหารพรานโพสต์ถามใจรใต้บึ้มยะลา, ๒) เลือดไม่พอ! ด่วนรับบริจาคเลือดทุกกรุ๊ป ช่วยจนท.เหยื่อระเบิดใต้, ๓) ภาวนาอย่าเป็นรายที่ ๓ อัศวินแดนใต้ ยื้อชีวิต ดาบวรวิชัย, และ ๔) ลุงวัย ๖๕ ล่องเรือจากนราฯเข้ากรุงเพื่อกราบพระบรมศพถึงสะพานภูมิพลแล้ว
    -  การสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ ได้แก่ ๑) กระบี่ไม่คมไม่ลงจากเขา อุดมคติ ดาบยักษ์ เหยื่อบึ้มใต้ และ ๒) มาเลเซียสุดเศร้า อดีตกษัตริย์มาเลย์ สุลต่านรัฐเกดะห์สวรรคต
    -  การช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ ปภ. ประสาน ๕๒ จังหวัด รับมือน้ำท่วมฉับพลัน ๑๕ – ๑๘ ก.ย.นี้

          ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

          จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วน และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้ ของผู้รับข่าวสาร ให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว โดยในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐ พบว่า แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในภาพรวม มีแนวโน้มลดลง (y = -0.621ln(x) + 2.5696) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๒๗ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒ – ๘ ก.ย.๖๐) จากระดับผลกระทบดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ลดลงกว่าสัปดาห์ที่แล้วในระดับหนึ่ง

    ๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๙ – ๑๕ ก.ย.๖๐
         
    เหตุการณ์ผู้ก่อความไม่สงบ ลอบวางระเบิดริมทางหลวงสาย อ.ยะหา-อ.กาบัง จ.ยะลา ช่วงเช้าวันที่ ๑๔ กันยายน เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครทหารพรานและตำรวจชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเสียชีวิต และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก ๒๖ คน เป็นเหตุการณ์ใน จชต.ที่สำนักข่าวระหว่างประเทศ คือ Reuters และ AFP รวมทั้งสื่อหลายแห่งในภูมิอาเซียนรายงานอย่างกว้างที่สุด ในสัปดาห์นี้
          ลำดับถัดมา เป็นประเด็นเกี่ยวกับการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งมีทั้งการรายงานคำแถลงของ พลเอกอักษรา เกิดผล ที่ยืนยันว่ากระบวนการพูดคุยสันติสุข จะเดินหน้าต่อไปแม้ว่า การพูดคุยของคณะทำงานด้านเทคนิค ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลง “การจัดสร้างพื้นที่ปลอดภัย”
          นอกเหนือจากนั้น เป็นประเด็นข่าวเชิงบวกเกี่ยวกับความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงระหว่างไทย-มาเลเซีย ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยและรัฐภาคเหนือของมาเลเซีย
          ๕.๑ สำนักข่าว Reuters, AFP สื่อมาเลเซียหลายแห่ง รวมทั้ง Straits Times สื่อสิงคโปร์ The Jakarta Post สื่ออินโดนีเซีย และ Benarnews สื่อออนไลน์ในภูมิภาคอาเซียน รายงานข่าวเหตุการณ์กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้าใน อ.กาบัง ก่อนที่จะจุดระเบิดสังหารอาสาสมัครทหารพรานและตำรวจขณะเดินทางเข้าไปเก็บกู้ระเบิดบริเวณริมถนนใน อ.ยะหา จ.ยะลา ช่วงเช้าวันที่ ๑๔ กันยายน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ๒ คนและบาดเจ็บ ๒๖ คน
    ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/world/article/roadside-bombs-wound-20-kill-soldier-in-thailands-troubled-south#vHcLUqVaOQSLzMEl.97
    http://www.thestar.com.my/news/world/2017/09/14/roadside-bombs-wound-20-kill-soldier-in-thailands-troubled-south/​
    http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/one-dead-20-wounded-in-ambush-in-thailand
    http://www.thejakartapost.com/seasia/2017/09/14/one-dead-20-wounded-in-thai-south-ambush.html​
    http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1391282​

                ๕.๑.๑ “เชื่อว่าเป็นการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ ในที่เกิดเหตุ” พ.ต.อ.ธวัช สุนทรพจน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจสถานีตำรวจภูธร อ.ยะหา กล่าวแก่ผู้สื่อข่าวในขณะตรวจพื้นที่เกิดระเบิด
    (“I believe the bombings were carried out by the insurgents,” Yaha Police Station chief Col. Tawat Sunthornpoj told reporters as he inspected the ambush scenes.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.benarnews.org/english/news/thai/bombing-deaths-09142017150108.html​

                ๕.๑.๒ สำนักข่าว benarnews มีข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่ จ.ยะลา มีความเชื่อมโยงกับการเจรจาของคณะทำงานด้านเทคนิค ระหว่างทางการไทยกับมาราปาตานี ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ระหว่างวันที่ ๑๑-๑๒ กันยายน
          เหตุระเบิดในอำเภอกาบังและอำเภอยะหา ในจังหวัดยะลา เกิดขึ้นสองวันหลังจากการเจรจาทางเทคนิคของคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขของไทย และมาราปาตานี ได้พบปะกันในประเทศมาเลเซีย เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อเจรจาเรื่องการเลือกพื้นที่ปลอดภัยนำร่องขึ้นมาหนึ่งอำเภอ และยังไม่ทราบผลเป็นทางการ

    (The attacks took place only two days after government officials and members of MARA Patani, a panel representing rebel groups, met in Kuala Lumpur to discuss technical issues involved in establishing a proposed “safety zone” in a Deep South district.)

          รายงานข่าวของเบนานิวส์ชิ้นเดียวกันนี้ ได้อ้างความเห็นของชาวยะลาคนหนึ่ง บอกว่า เหตุระเบิดสะท้อนความล้มเหลวของกระบวนการพูดคุยสันติสุข ด้านนายอัสมาน อาแว ชาวยะลา แสดงความคิดเห็นว่า เหตุระเบิดที่เกิดขึ้น อาจจะแสดงให้เห็นว่าการพูดคุยสันติสุขไม่ประสบความสำเร็จ

          “เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดครั้งนี้ คนร้ายต้องการแสดงพลังว่า ยังทำได้กับแสดงกำลังว่าการเจรจาล้มลงแล้ว เพราะตอนนี้ ทุกคนรู้ดีว่า การเจรจาปลอม ที่เจอกันล่าสุดล้มไม่เป็นท่า” นายอัสมานกล่าว
    ที่มาข้อมูล ; http://www.benarnews.org/thai/news/TH-bomb-deepsouth-09142017145322.html​
    http://www.benarnews.org/english/news/thai/bombing-deaths-09142017150108.html​

          ๕.๒ สำนักข่าวเบนานิวส์ ถ่ายทอดแถลงการณ์และคำให้สัมภาษณ์ของ พลเอกอักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุข ในวันเสาร์ (16 กันยายน 2560) นี้ พลเอกอักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้กล่าวถึงผลการพูดคุย ของคณะกรรมการร่วมทางเทคนิคของฝ่ายไทย และมาราปาตานีครั้งล่าสุดว่า ทางมาราปาตานี พร้อมในการร่วมมือในการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย แต่ยังมีรายละเอียดการเตรียมความพร้อม ในการรับหลักการพื้นที่ปลอดภัย ที่จะนำสู่การพิจารณาในคณะพูดคุยฯ ชุดใหญ่ต่อไป
    “เขา (มาราปาตานี) พร้อมร่วมมือในการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย แต่ยังมีรายละเอียดขั้นตอน ในการรับหลักการพื้นที่ปลอดภัย” พลเอกอักษรา กล่าวแก่เบนาร์นิวส์

          ทั้งนี้ พลเอกอักษรา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 11-12 กันยายนนี้ ตนได้ให้คณะทำงานเทคนิคร่วม เดินทางไปยังกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย เพื่อพูดคุยกับผู้เห็นต่างทุกกลุ่มที่รวมตัวเป็นองค์กรมาราปาตานี ในเรื่องการเลือกพื้นที่ในหนึ่งอำเภอขึ้นมา เพื่อจัดตั้งเป็นพื้นที่ปลอดภัย หลังจากที่ทางมาราปาตานีได้เสนอรายชื่ออำเภอที่มีความเป็นไปได้มาให้ทางฝ่ายไทยในก่อนหน้านี้
          พลเอกอักษรา กล่าวอธิบายว่า ในพื้นที่ปลอดภัยนั้น จะมีฝ่ายปาร์ตี้เอ ตัวแทนปาร์ตี้บี แนวร่วมของทั้งสองฝ่าย ภาคประชาสังคม ร่วมดูแลและติดตามสถานการณ์ โดยมีผู้นำศาสนาเป็นสักขีพยาน จะมีการจัดการด้านระบบความปลอดภัยเพิ่มเติม เช่น ทีวีวงจรปิด ระบบไฟฟ้า การทำเส้นทางเดินรถ โดยภาคประชาสังคม จะมีส่วนให้ข้อมูลแนะนำอีกด้วย
          “ภาคประชาสังคม จะช่วยพิจารณาระบบความปลอดภัย เช่น จะเพิ่มกล้องวงจรปิดหรือไม่ ระบบไฟส่องสว่าง ถนน ส่วนผู้นำศาสนา จะเป็นสักขีพยานว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรง ถ้าเกิดเหตุ” พลเอกอักษรา กล่าว
          พลเอกอักษรา กล่าวว่า จะมีการพูดคุยเพื่อการกำหนดอำเภอที่จะจัดตั้งเป็นพื้นที่ปลอดภัย ในระดับคณะพูดคุยฯ ต่อไป โดยยังไม่ได้กำหนดวันเวลา
          “... การพูดคุยฯ จะยังดำเนินการต่อไปจนกว่าขบวนการผู้เห็นต่าง ทุกกลุ่ม จะมีความพร้อมและยินยอมให้ความร่วมมือกับภาครัฐ และภาคประชาชน ในการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย ทั้งนี้ เพื่อแสดงความจริงใจที่ทุกฝ่ายมีความตั้งใจ ที่จะทำเพื่อประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง มิใช่เป็นเพียงการกล่าวอ้างเพื่อประโยชน์ของกลุ่มตน” กล่าวในแถลงการณ์ที่แจกจ่ายแก่ผู้สื่อข่าว
    ที่มาข้อมูล ; http://www.benarnews.org/thai/news/TH-talks-Aksara-09162017201313.html​
    http://www.benarnews.org/english/news/thai/aksara-09162017163108.html​


                ๕.๒.๑ สำนักข่าว Reuters รายงานบทสัมภาษณ์พิเศษ Pak Fakih บุคลที่อ้างว่าเป็นสมาชิกระดับนำของขบวนการบีอาร์เอ็น เผยแพร่เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน

    Pak Fakih บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ ว่า รัฐบาลทหารจำเป็นต้องแสดงความยืดหยุ่นในการเจรจาสันติสุขกับกลุ่มกบฏมุสลิม เพื่อเปิดทางให้กลุ่มติดอาวุธที่ยังต่อสู้ในพื้นที่เข้าร่วมโต๊ะเจรจาและยุติการนองเลือดที่ยาวนานนับทศวรรษ
          Pak Fakih บอกว่า กระบวนการพูดคุยสันติสุขปัจจุบันล้มเหลว และเสนอแนะให้รัฐบาลไทยปรับท่าทีด้วยการยกเลิกการตั้งเงื่อนไขก่อนการเจรจา เปิดใจกว้างรับฟังและให้เกียรติขบวนการแบ่งแยกดินแดนมากขึ้น

          “เป็นการเข้าใจผิดที่คิดว่าเรา (บีอาร์เอ็น) ไม่ต้องการเข้าร่วมกระบวนการพูดคุย พวกเราต้องการเข้าร่วม แต่ไม่ใช่รูปแบบและบริบทการพูดคุยที่เป็นอยู่ทุกวันนี้”, Pak Fakih วัย ๖๗ ปี กล่าวกับสำนักข่าว  Reuters

    (Thailand’s junta needs to show greater flexibility in talks with Malay Muslim insurgents to bring on board the main rebel group that is still fighting and end decades of bloodshed, a senior group member told Reuters.
    In a rare interview, Pak Fakih of the secretive Barisan Revolusi Nasional (BRN) said the army’s current peace talks with other factions were doomed and the government must drop pre-conditions, show greater respect to the separatists and adopt a more open-minded approach.
    “It is a mistake to think that we do not want to negotiate. We do, but not under the current circumstances,” said Fakih, 67, who said he had been fighting since he was 15 and lost a son in the conflict seven years ago.)

          Pak Fakih พูดถึงตัวแทนเจรจาใน Marapatani บางคนที่อ้างว่า เป็นตัวแทนบีอาร์เอ็นว่า บุคคลเหล่านั้นเป็นอดีตสมาชิกบีอาร์เอ็น และเขายังกล่าวหาโจมตีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาภาคใต้ โดยเฉพาะหน่วยงานความมั่นคงว่า มีหลายฝักหลายฝ่าย เพื่อหวังตำแหน่งและอำนาจในการบริหารจัดการงบประมาณ

    (But Fakih disputed its claim to include BRN members too, saying there were only “former members”. He said that the Thai government’s policy toward the South was also complicated by different factions in the security forces jockeying for power. “They are fighting for control over the budget in administering the region rather than actually listening to what we have to say,” he said.)

          Pak Fakih พูดถึงการปฏิบัติการทางทหารของบีอาร์เอ็นว่า จำกัดวงอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น เพื่อเป็นการสงสัญญานถึงรัฐบาลไทย ทั้งนี้บีอาร์เอ็นไม่ต้องการขยายพื้นที่ก่อเหตุรุนแรง

    (“Our attacks are confined to the Deep South and are about sending a signal to the Thai government. We never want to cause widespread harm,” said Fakih, who declined to be photographed.)

          ๕.๓ สำนักข่าวเบนานิวส์ รายงานผลการหารือระหว่างพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับตัวแทนรัฐบาลมาเลเซีย และชมรมนักธุรกิจกัวลาลัมเปอร์ ว่า ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมมือพัฒนาพื้นที่ชายแดน ทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ
          ในวันศุกร์ (15 กันยายน 2560) นี้ ดาโต๊ะซรี โจฮารี บิน อับดุล กาห์นิ (Datuk Seri Johari bin Abdul Ghani) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมาเลเซีย คนที่สอง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารชมรมธุรกิจกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur Business Club - KLBC) ได้เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตามคำเชิญ โดยฝ่ายไทยขอความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และขอให้มาเลเซียสนับสนุนการป้องกันความสงบฯ ตามแนวชายแดน ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 ได้มีการเยือนมาเลเซีย เพื่อร่วมประชุมกรรมการชายแดน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา
          พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมโดยสรุปแก่สื่อมวลชนว่า นอกเหนือจากเรื่องด้านเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือร่วมด้านความมั่นคงอีกด้วย
          “ทั้งสองฝ่ายได้หารือความร่วมมือด้านความมั่นคง นายกรัฐมนตรีขอรับการสนับสนุนจากมาเลเซีย ในการดูแลความสงบเรียบร้อยในบริเวณที่มีพรมแดนติดต่อกัน เนื่องจากความมั่นคงของประเทศเป็นปัจจัยพื้นฐาน สำหรับการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป” พล.ท.วีรชนกล่าว
          การเยือนประเทศไทยของคณะผู้บริหารชมรมธุรกิจกัวลาลัมเปอร์ (Kuala Lumpur Business Club - KLBC) ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้เชิญให้นักธุรกิจมาเลเซีย ร่วมลงทุน และสนับสนุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New S-Curve) เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และเมืองยางพารา (Rubber City) โดยเชื่อว่า หากสามารถร่วมมือกันได้ทั้งสองประเทศสามารถเติบโต และแข็งแกร่งไปด้วยกัน
    ที่มาข้อมูล ; http://www.benarnews.org/thai/news/TH-MY-cooperation-09152017133634.html​

                ๕.๒.๑ สำนักข่าวเบอร์นามา รายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังมาเลเซีย ระบุว่า ผู้นำไทยตื่นเต้นกับแผนการเชื่อมการพัฒนาท่าเรือสงขลาและปีนัง เป็นเส้นทางขนส่งทางทะเลขนถ่ายสินค้าและตู้คอนเทนเนอร์ระหว่างกัน
          โจฮารี รมช.คลังมาเลเซีย บอกว่า เขาได้แนะนำนักลงทุนที่มีศักยภาพที่สนใจลงทุนในโครงการรับเบอร์ซิตี้ ให้รู้จักกับนายกรัฐมนตรีไทยด้วย
          นอกจากนี้ เขาบอกว่า นายกรัฐมนตรีไทยได้กล่าวกับ คณะผู้แทนรัฐและเอกชนมาเลเซียว่า จะมีการประชุมหารือโครงการก่อสร้างถนนที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย และขับเคลื่อนให้แล้วเสร็จภายในปี ๒๕๖๐

    (Johari told Bernama that Thailand was excited over the proposal which would see better flow of goods and containers from Songkhla Port to Penang Port as better connectivity between the two seaports was needed due to their close proximity.
    Besides providing better linkage between the two ports, Prayut said he and Johari also discussed on the development of the Rubber City between the Songkhla province in southern Thailand and Kedah.  Johari also brought along several potential investors for the Rubber City project and introduced them to Prayut and Somkid.
    “From now on, we will discuss further on road construction (at the border) and we will mobilise everything within this year,” Prayut said, adding that he and Johari also discussed ways to increase economic cooperation between the two neigbours.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.thestar.com.my/business/business-news/2017/09/15/thai-pm-supports-malaysias-proposal-for-better-port-connectivity/
    http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1391723

          ๕.๓ สำนักข่าวเบอนามา รายงานเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ว่า นายศุภณัฐ สิรันทวิเนติ เลขาธิการ ศอ.บต.ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเบอนามา ระหว่างร่วมรับประทานอาหารค่ำ ที่สำนักงานกงสุลไทย ในเมืองโกตาบารู ว่า ศอ.บต.ได้มีการปรึกษาหารือกับผู้แทนรัฐบาลมาเลเซีย เมื่อเดือนสิงหาคม เกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ร่วมสามประเทศไทย-มาเลเซียและอินโดนีเซีย หรือ IMT-GT ว่า ควรมีการขยายพื้นที่ให้ครอบคลุมรัฐปาหังและตรังกานู ซึ่งเขาเชื่อว่าจะกระตุ้นให้เศรษฐกิจภาคใต้ของไทย และชายฝั่งตะวันออกของมาเลเซีย มีความคึกคักมากยิ่งขึ้น
          นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังมีการหารือเกี่ยวกับการขยายสะพานเชี่อมระหว่าง อ.สุไหงโกลก กับ อ.รันเตาปันยัง ในรัฐกลันตัน และการก่อสร้างสะพานเชื่อม อ.ตากใบ กับ เปงกาลันกูโบร์ อ.ตุมปัต รัฐ กลันตัน

    (Thailand hopes the Indonesia, Malaysia and Thailand Growth Triangle (IMT-GT) can be widened to include Pahang and Terengganu in order to improve economic growth via trade between the southern part of Thailand and the east coast of Peninsular Malaysia.
    The Secretary-General of the Thailand Southern Border Provinces Administration Centre Supanat Sirintawineti said although the IMT-GT was introduced about 12 years ago, trade between both these regions were not encouraging.
    "If the area under IMT-GT is expanded to include Terengganu and Pahang, I am confident trade will start to pick up especially along the border areas of Thailand and Malaysia," he aid.
    Speaking to reporters, through an interpreter, when met at a dinner organised by the Thai Royal Consulate last night, Supanat said the centre held a meeting with Malaysian representatives in August to discuss the matter further.
    He said the meeting also discussed the expansion of the existing bridge in Sungai Golok and Rantau Panjang and the construction of a new bridge to link Pekan Tak Bai and Pengkalan Kubor in Tumpat.....)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1391522​

    เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น

    ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

    ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

    มากกว่า 2.00

    เพิ่มมาก

    1.10 – 2.00

    เพิ่มค่อนข้างมาก

    0.60 – 1.00

    เพิ่มในระดับหนึ่ง

    0.10 – 0.50

    เพิ่มเล็กน้อย

    0.02 – 0.09

    เพิ่มเพียงเล็กน้อย

    0.00 – 0.01

    ค่อนข้างคงที่

    (-0.01) – 0.00

    ค่อนข้างคงที่

    (-0.09) – (-0.02)

    ลดเพียงเล็กน้อย

    (-0.50) – (-0.10)

    ลดเล็กน้อย

    (-1.00) – (-0.60)

    ลดในระดับหนึ่ง

    (-2.00) – (-1.10)

    ลดค่อนข้างมาก

    น้อยกว่า (– 2.00)

    ลดมาก

Comment
Related