สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๑๙ - ๒๕ ส.ค. ๖๐

 28 ส.ค. 2560 13:14 น. | อ่าน 210
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

  1. บทสรุปผู้บริหาร
          ในช่วงวันที่ ๑๙ – ๒๕ ส.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกมีความถี่ลดลง ร้อยละ ๓๐ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๑๒ – ๑๘ ส.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่ลดลงร้อยละ ๔๘ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว
          ประเด็นเชิงลบ ได้แก่ เหตุร้ายรายวัน (...๑) วางบึ้มชุด รปภ.ครูปัตตานี และ ๒) คนร้ายซุ่มยิงผู้ใหญ่บ้านที่จะแนะ กระสุนเข้าเป้า ๓ นัด เจ็บสาหัส), และ การบำรุงขวัญกำลังพล (อาสาทหารพรานยิงตัวตาย แม่เผยลูกบ่นให้ฟังนอนไม่หลับเครียด)
          ประเด็นเชิงบวก ได้แก่ การยกระดับคุณภาพชีวิต (...๑) สปส. มอบสุข ยะลา - ปัตตานี เน้นย้ำ ใกล้ ไกล ย่อมได้รับสิทธิทั่วถึง เท่าเทียม และ ๒) อบรมปลูกถั่ว หรั่ง รร.ตชด. สร้างแหล่งอาหารนักเรียน ๙ จังหวัดภาคใต้), เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ (...๑) ถนัดศรีชวนชิม: อาหารพื้นถิ่น-ผักผลไม้พื้นบ้าน งานของดีจากชายแดนใต้ ช้อป เพื่อเกษตรกร, ๒) ชาวสวนทุเรียนภาคใต้เฮ! บริษัทแปรรูปทุเรียนส่งออกรับซื้อให้ราคาดี, ๓) ศูนย์ธุรกิจเพื่อสังคมวานีตา สร้างศักยภาพกลุ่มสตรี ๓ จังหวัดชายแดนใต้, ๔) ดีมานด์กาแฟไทยพุ่งเงินสะพัด ๑.๗ พันล้าน และ ๕) กรมท่าอากาศยาน อัดงบ ๙,๖๑๔ ล้านขยายอาคารผู้โดยสาร), วัฒนธรรม และวิถีชีวิต (...๑) ผวจ.นราธิวาส เปิด "โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ชมโป่งผีเสื้อหลากสี" และ ๒) คอลัมน์: วิสามัญบันเทิง: รอกระท่อมงอก), ยาเสพติด (ยาไอซ์มหึมา ๒๐๐ กก.-ค่า ๖ พันล้าน กองปราบสะกดรอยสกัด ๒ มาเลย์ที่สงขลา), การเยียวยา (พ่อเมืองสงขลา เยียวยา ๕ แสนครอบครัวผู้เสียชีวิตเหยื่อปล้นเต็นท์รถ), การศึกษา (วช. จับมือ สกอ. สร้างศูนย์กลางกระจายเทคโนโลยีและนวัตกรรม), ความร่วมมือไทย-มาเลย์ (ไทยร่วมมือมาเลเซีย ลงพื้นที่อุดรูรั่วแนวรั้วลอบค้าสัตว์-ของผิดกฎหมาย), การเมือง (คปต.ส่วนหน้าแถลงผล ย้ำชัด! ทุกภารกิจชายแดนใต้ ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน), การรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน (...๑) เจ้าหน้าที่ยึดรถจยย.คนร้ายใช้ก่อคดีปล้นเต็นท์รถมือสอง, ๒) บุกปิดล้อมจับ RKK รายที่ ๔ เอี่ยวปล้นรถทำคาร์บอมบ์, ๓) ทหารบุกหิ้วตัว นักการเมืองท้องถิ่นสอบโยงคดีปล้นรถ, ๔) หน่วยข่าวเตือน แนวร่วมเตรียม จยย.บอมบ์ หลังพบเคลื่อนไหวในพื้นที่ และ ๕) ทหาร-ตร.จับบุหรี่เถื่อน ๓ แสน), ความร่วมมือของภาคประชาชน (เอสโซ่ เติมรอยยิ้มที่ภาคใต้), การสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ (...๑) สธ.ชูระบบบริการสุขภาพยก ๑๙ สาขารับรางวัลดีเด่น และ ๒) ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : "นราธิวาส" ภูมิบางนราถิ่นคนดีรักษาแดนใต้) และ การช่วยเหลือประชาชน (ช่วยผู้ประสบน้ำท่วม)
          จากแนวโน้มดังที่กล่าว ทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๒ ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว (๑๒ – ๑๘ ส.ค.๖๐) เพียงเล็กน้อย

    ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๑๙ – ๒๕ ส.ค.๖๐ สรุปได้ดังนี้
         
    ​เป็นประเด็นเกี่ยวกับการลักลอบนำเข้าสิ่งของผิดกฏหมายข้ามพรมแดนไทย-มาเลเซีย ทั้งการลักลอบขนยาเสพติด และปศุสัตว์จากไทยเข้ามาเลเซีย ซี่งในรอบสัปดาห์นี้ เจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามยาเสพติดมาเลเซียจับกุมชายมาเลเซียขนกัญชา น้ำหนักกว่า ๗๐ กิโลกรัม ซุกซ่อนในรถยนต์ได้ที่ด่านตรวจบนถนนในเขตบูกิตกายูฮิตัม ใกล้ด่านตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา จ.สงขลา ผู้บัญชาการตำรวจรัฐเคดาห์ ตั้งข้อสังเกตุกับสื่อมวลชนมาเลเซียว่า กัญชาที่จับกุมได้ น่าจะลักลอบขนมาจากบ้านด่านนอก ติดพรมแดนมาเลเซีย
          การจับกุมชายชาวมาเลเซีย ๒ คน พร้อมยาไอซ์น้ำหนัก ๒๐๐ กิโลกรัม ในพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลา เมื่อคืนวันที่ ๒๒ สิงหาคม เป็นอีกประเด็นที่สื่อมวลชนมาเลเซีย รายงานอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเพราะยาเสพติดที่จับกุมได้ครั้งนี้ ประเมินว่าน่าจะมีมูลค่าประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ในตลาดมาเลเซีย ขณะเดียวกันผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย ให้สัมภาษณ์ว่า เตรียมส่งตำรวจมาเลเซียเดินทางไปประสานขอข้อมูลการสอบสวนกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย
          ที่รันเตาปันยัง เมืองชายแดนมาเลเซีย ติดกับ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ทหารมาเลเซียตรวจพบฝูงวัว ๒๗ ตัว ถูกซุกซ่อนในพุ่มไม้ริมแม่น้ำโกลกและพบชายผู้ต้องสงสัย ๒ คน ซึ่งเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำวัวฝูงนี้มาจากประเทศไทย ใช้เรือเป็นพาหนะหลบหนีข้ามแม่น้ำโกลกฝั่งประเทศไทย
          The Star สื่อมาเลเซียรายงานว่า ดร.สมพร ช่วยอารีย์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แสดงความเห็นคัดค้านรายงานการศึกษาผลกระทบทางด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โครงการก่อสร้างโรงฟ้าถ่านหิน อ.เทพา จ.สงขลา ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยระบุว่า เป็นการจัดทำรายงานที่ไม่สมบูรณ์รอบด้าน ไม่ชอบธรรม

    ๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๑๙ – ๒๕ ส.ค.๖๐
          ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

          ในช่วงวันที่ ๑๙ – ๒๕ ส.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -1.474ln(x) + 15.439) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๓๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๒ – ๑๘ ส.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.326ln(x) + 3.0868) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๔๘ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว

          ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
          เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

    วัน/เดือน/ปี

    จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

    จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

         ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)                  

    2017-08-12

    15

    4

    3.75

    2017-08-13

    20

    0

    20.00

    2017-08-14

    8

    2

    4.00

    2017-08-15

    8

    1

    8.00

    2017-08-16

    17

    5

    3.40

    2017-08-17

    25

    8

    3.13

    2017-08-18

    12

    3

    4.00

     

    15.00

    3.29

    6.61

    2017-08-19

    8

    3

    2.67

    2017-08-20

    6

    1

    6.00

    2017-08-21

    4

    0

    4.00

    2017-08-22

    4

    0

    4.00

    2017-08-23

    21

    4

    5.25

    2017-08-24

    17

    4

    4.25

    2017-08-25

    14

    0

    14.00

     

    10.57

    1.71

    5.74

          หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level)  มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย อย่างไรก็ตามอาจะต้องพิจารณาความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในแต่ละสัปดาห์ด้วย หากค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในสัปดาห์ที่แล้วมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้ ก็อาจจะทำให้ผลกระทบการรับรู้เชิงบวกในสัปดาห์นี้ต่ำกว่าก็ได้ ถึงแม้ค่าสัดส่วนเฉลี่ย ในสัปดาห์นี้จะมีค่ามากกว่าค่าสัดส่วนเฉลี่ยของสัปดาห์ที่แล้ว

    ๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๑๙ – ๒๕ ส.ค.๖๐
          ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข
                
    ในช่วงวันที่ ๑๙ – ๒๕ ส.ค.๖๐  ไม่มีทั้งข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข
          ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

          ในช่วงวันที่ ๑๙ – ๒๕ ส.ค.๖๐ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.465ln(x) + 2.4667) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๒๗ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๒ – ๑๘ ส.ค.๖๐) ภาพข่าว ได้แก่ ๑) วางบึ้มชุด รปภ.ครูปัตตานี และ ๒) คนร้ายซุ่มยิงผู้ใหญ่บ้านที่จะแนะ กระสุนเข้าเป้า ๓ นัด เจ็บสาหัส


          ๓.๓ ประเด็นการเมือง

          ในช่วงวันที่ ๑๙ – ๒๕ ส.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -1.23ln(x) + 3.1416) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๙๒ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๒ – ๑๘ ส.ค.๖๐) ในส่วนข่าวเชิงลบฯ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.642ln(x) + 1.4407) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๐๐  (สัปดาห์ที่แล้ว มี ๔ ข่าว แต่ในสัปดาห์นี้ไม่มีข่าว) ภาพข่าวเชิงบวก ในประเด็นการเมือง ได้แก่ คปต.ส่วนหน้าแถลงผล ย้ำชัด! ทุกภารกิจชายแดนใต้ ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

          ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

          ในช่วงวันที่ ๑๙ – ๒๕ ส.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.262ln(x) + 4.5191) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๒๘ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๒ – ๑๘ ส.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.053ln(x) + 0.2556) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๐๐ (สัปดาห์ที่แล้วมีข่าวเชิงลบ ๓ ข่าว แต่สัปดาห์นี้ไม่มีข่าว) เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) เจ้าหน้าที่ยึดรถ จยย.คนร้ายใช้ก่อคดีปล้นเต็นท์รถมือสอง, ๒) บุกปิดล้อมจับ RKK รายที่ ๔ เอี่ยวปล้นรถทำคาร์บอมบ์, ๓) ทหารบุกหิ้วตัว นักการเมืองท้องถิ่นสอบโยงคดีปล้นรถ, ๔) หน่วยข่าวเตือน แนวร่วมเตรียม จยย.บอมบ์ หลังพบเคลื่อนไหวในพื้นที่ และ ๕) ทหาร-ตร.จับบุหรี่เถื่อน ๓ แสน

          ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

          ในช่วงวันที่ ๑๙ – ๒๕ ส.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจฯ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 1.0195ln(x) - 0.1917) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๒ – ๑๘ ส.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นเศรษฐกิจฯ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.066ln(x) + 0.4042) เฉลี่ยลดลงร้อยละ  ๖๗ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) ถนัดศรีชวนชิม: อาหารพื้นถิ่น-ผักผลไม้พื้นบ้าน งานของดีจากชายแดนใต้ ช้อป เพื่อเกษตรกร, ๒) ชาวสวนทุเรียนภาคใต้เฮ! บริษัทแปรรูปทุเรียนส่งออกรับซื้อให้ราคาดี, ๓) ศูนย์ธุรกิจเพื่อสังคมวานีตา สร้างศักยภาพกลุ่มสตรี ๓ จังหวัดชายแดนใต้, ๔) ดีมานด์กาแฟไทยพุ่งเงินสะพัด ๑.๗ พันล้าน และ ๕) กรมท่าอากาศยาน อัดงบ ๙,๖๑๔ ล้านขยายอาคารผู้โดยสาร ในส่วนของภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ผลไม้ภาคใต้ ฮวบ ๓๐% สูญรายได้ ๗,๐๐๐ ล้าน

          ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
                ในช่วงวันที่ ๑๙ – ๒๕ ส.ค.๖๐ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน
          ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
                ในช่วงวันที่ ๑๙ – ๒๕ ส.ค.๖๐ มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล ได้แก่ อาสาทหารพรานยิงตัวตาย แม่เผยลูกบ่นให้ฟังนอนไม่หลับเครียด
          ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
                ในช่วงวันที่ ๑๙ – ๒๕ ส.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
          ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
                ในช่วงวันที่ ๑๙ – ๒๕ ส.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

    ๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
          ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

    ประเด็นเชิงลบ สรุปได้ดังนี้
    เหตุร้ายรายวัน ได้แก่  ๑) วางบึ้มชุด รปภ.ครูปัตตานี และ ๒) คนร้ายซุ่มยิงผู้ใหญ่บ้านที่จะแนะ กระสุนเข้าเป้า ๓ นัด เจ็บสาหัส
    การบำรุงขวัญกำลังพล ได้แก่ อาสาทหารพรานยิงตัวตาย แม่เผยลูกบ่นให้ฟังนอนไม่หลับเครียด
    ประเด็นเชิงบวก สรุปได้ดังนี้
    การยกระดับคุณภาพชีวิต ได้แก่ ๑) สปส. มอบสุข ยะลา - ปัตตานี เน้นย้ำ ใกล้ ไกล ย่อมได้รับสิทธิทั่วถึง เท่าเทียม และ ๒) อบรมปลูกถั่ว หรั่ง รร.ตชด. สร้างแหล่งอาหารนักเรียน ๙ จังหวัดภาคใต้
    เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ ได้แก่ ๑) ถนัดศรีชวนชิม: อาหารพื้นถิ่น-ผักผลไม้พื้นบ้าน งานของดีจากชายแดนใต้ ช้อป เพื่อเกษตรกร, ๒) ชาวสวนทุเรียนภาคใต้เฮ! บริษัทแปรรูปทุเรียนส่งออกรับซื้อให้ราคาดี, ๓) ศูนย์ธุรกิจเพื่อสังคมวานีตา สร้างศักยภาพกลุ่มสตรี ๓ จังหวัดชายแดนใต้, ๔) ดีมานด์กาแฟไทยพุ่งเงินสะพัด ๑.๗ พันล้าน และ ๕) กรมท่าอากาศยาน อัดงบ ๙,๖๑๔ ล้าน ขยายอาคารผู้โดยสาร
    -  วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ได้แก่ ๑) ผวจ.นราธิวาส เปิด "โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ชมโป่งผีเสื้อหลากสี" และ ๒) คอลัมน์: วิสามัญบันเทิง: รอกระท่อมงอก
    -  ยาเสพติด ได้แก่ ยาไอซ์มหึมา ๒๐๐ กก.-ค่า ๖ พันล้าน กองปราบสะกดรอยสกัด ๒ มาเลย์ที่สงขลา
    การเยียวยา ได้แก่ พ่อเมืองสงขลา เยียวยา ๕ แสนครอบครัวผู้เสียชีวิตเหยื่อปล้นเต็นท์รถ
    การศึกษา ได้แก่ วช. จับมือ สกอ. สร้างศูนย์กลางกระจายเทคโนโลยีและนวัตกรรม
    -  ความร่วมมือไทย-มาเลย์ ได้แก่ ไทยร่วมมือมาเลเซีย ลงพื้นที่อุดรูรั่วแนวรั้วลอบค้าสัตว์-ของผิดกฎหมาย
    การเมือง ได้แก่ คปต.ส่วนหน้าแถลงผล ย้ำชัด! ทุกภารกิจชายแดนใต้ ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
    การรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ได้แก่ ๑) เจ้าหน้าที่ยึดรถจยย.คนร้ายใช้ก่อคดีปล้นเต็นท์รถมือสอง, ๒) บุกปิดล้อมจับ RKK รายที่ ๔ เอี่ยวปล้นรถทำคาร์บอมบ์, ๓) ทหารบุกหิ้วตัว นักการเมืองท้องถิ่นสอบโยงคดีปล้นรถ, ๔) หน่วยข่าวเตือน แนวร่วมเตรียม จยย.บอมบ์ หลังพบเคลื่อนไหวในพื้นที่ และ ๕) ทหาร-ตร.จับบุหรี่เถื่อน ๓ แสน
    ความร่วมมือของภาคประชาชน ได้แก่ เอสโซ่ เติมรอยยิ้มที่ภาคใต้
    การสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ ได้แก่ ๑) สธ.ชูระบบบริการสุขภาพยก ๑๙ สาขารับรางวัลดีเด่น และ ๒) ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : "นราธิวาส" ภูมิบางนราถิ่นคนดีรักษาแดนใต้
    การช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม

          ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

          จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วน และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้ ของผู้รับข่าวสาร ให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว โดยในช่วงวันที่ ๑๙ – ๒๕ ส.ค.๖๐ พบว่า แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในภาพรวม มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (y = 0.0405ln(x) + 2.195) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๒ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๒ – ๑๘ ส.ค.๖๐) จากระดับผลกระทบดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. เพิ่มขึ้นกว่าสัปดาห์ที่แล้วเพียงเล็กน้อย

    ๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๑๙ – ๒๕ ส.ค.๖๐
         
    เป็นประเด็นเกี่ยวกับการลักลอบนำเข้าสิ่งของผิดกฏหมายข้ามพรมแดนไทย-มาเลเซีย ทั้งการลักลอบขนยาเสพติดและปศุสัตว์จากไทยเข้ามาเลเซีย ซี่งในรอบสัปดาห์นี้ เจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามยาเสพติดมาเลเซียจับกุมชายมาเลเซียขนกัญชา น้ำหนักกว่า ๗๐ กิโลกรัม ซุกซ่อนในรถยนต์ได้ที่ด่านตรวจบนถนนในเขตบูกิตกายูฮิตัม ใกล้ด่านตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา จ.สงขลา ผู้บัญชาการตำรวจรัฐเคดาห์ ตั้งข้อสังเกตุกับสื่อมวลชนมาเลเซียว่า กัญชาที่จับกุมได้ น่าจะลักลอบขนมาจากบ้านด่านนอก ติดพรมแดนมาเลเซีย
          การจับกุมชายชาวมาเลเซีย ๒ คนพร้อมยาไอซ์น้ำหนัก ๒๐๐ กิโลกรัม ในพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลา เมื่อคืนวันที่ ๒๒ สิงหาคม เป็นอีกประเด็นที่สื่อมวลชนมาเลเซีย รายงานอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเพราะยาเสพติดที่จับกุมได้ครั้งนี้ ประเมินว่าน่าจะมีมูลค่าประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ในตลาดมาเลเซีย ขณะเดียวกันผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย ให้สัมภาษณ์ว่า เตรียมส่งตำรวจมาเลเซียเดินทางไปประสานขอข้อมูลการสอบสวนกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย
          ที่รันเตาปันยัง เมืองชายแดนมาเลเซีย ติดกับ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส ทหารมาเลเซียตรวจพบฝูงวัว ๒๗ ตัว ถูกซุกซ่อนในพุ่มไม้ริมแม่น้ำโกลกและพบชายผู้ต้องสงสัย ๒ คน ซึ่งเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำวัวฝูงนี้มาจากประเทศไทย ใช้เรือเป็นพาหนะหลบหนีข้ามแม่น้ำโกลกฝั่งประเทศไทย
          The Star สื่อมาเลเซียรายงานว่า ดร.สมพร ช่วยอารีย์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แสดงความเห็นคัดค้านรายงานการศึกษาผลกระทบทางด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โครงการก่อสร้างโรงฟ้าถ่านหิน อ.เทพา จ.สงขลา ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยระบุว่า เป็นการจัดทำรายงานที่ไม่สมบูรณ์รอบด้าน ไม่ชอบธรรม
          ๕.๑ สื่อมวลชนมาเลเซีย รายงานเมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม อ้างคำให้สัมภาษณ์ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย ระบุว่า เตรียมทำหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย เพื่อประสานขอข้อมูลการสืบสวนสอบสวนชายชาวมาเลเซีย ๒ คน ที่ถูกจับกุมตัวที่ อ.สะเดา จ.สงขลา พร้อมยาไอซ์น้ำหนัก ๒๐๐ กิโลกรัม มูลค่า ๔,๐๐๐ ล้านบาท ขณะเตรียมขนเข้ามาเลเซีย เมื่อคืนวันที่ ๒๒ สิงหาคม
          ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย บอกว่า ตามกรอบความร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย จะดำเนินการสอบสวนผู้ต้องหาจนแล้วเสร็จ จึงจะแจ้งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซียทราบ หลังจากนั้นตำรวจมาเลเซีย จึงจะเดินทางไปประสานงานกับตำรวจไทย พร้อมกับขอพบตัวผู้ต้องหามาเลเซีย  

    (The Royal Malaysian Police will send an official to Thailand soon to obtain information on two Malaysians detained in Sadao, Songkhla last Tuesday for allegedly trying to smuggle 200kg of syabu into Malaysia.
    Inspector-general of police Khalid Abu Bakar said sending an official over was part of the standard operating procedure when a Malaysian was arrested abroad.
    “We will wait for the Thai authorities to complete their investigation, and when they are ready, they will inform us and we will come,” he told reporters after a working visit to the Negeri Sembilan state police contingent headquarters today.
    Khalid was referring to the detention of two Malaysian men recently while trying to smuggle into the country 200kg of the drug called “ice”, better known as “syabu” in Malaysia, worth about 400 million baht (RM50 million).
    He said the police would also make an application for the officer to be sent over to be allowed to meet the detained suspects.
    “Normally, Thailand will give its cooperation as this is the SOP. It’s the same if their citizens are arrested here; we too will share information,” he added.
    The two Malaysians, aged 49 and 35, were arrested in Sadao after Thai authorities received information on the attempt to smuggle drugs into Malaysia.
    The Thai authorities also found seven sacks containing what was believed to be ice in a car driven by one of the suspects while a load of drugs was being transferred to a car belonging to the other Malaysian.)
    ที่มาข้อมูล ; https://www.malaysiakini.com/news/393208
    https://www.nst.com.my/news/crime-courts/2017/08/272037/police-ready-help-thai-cops-over-drugs-bust​

                ๕.๑.๑ benarnews.org รายงานว่า เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคมว่า พลตำรวจโทสมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยรายละเอียดผู้ต้องหาชาวมาเลเซียที่ถูกจับกุมพร้อมยาไอซ์ที่ อ.สะเดา ว่า ชื่อ นายชาง เว่ย ยิน อายุ ๔๘ ปี และนายเลา ยอง ยี อายุ ๓๕ ปี
          “ชุดสืบสวนกำลังตรวจสอบว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ มีความเชื่อมโยงกับนายเตียว ฮุย ฮวด ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดชาวมาเลเซียรายใหญ่ ที่ถูกทางการมาเลเซียจับไปแล้วก่อนหน้านี้หรือไม่ ส่วนมูลค่าของไอซ์ล็อตนี้ หากเข้าไปสู่ประเทศมาเลเซียได้ จะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า (๖,๐๐๐ ล้านบาท)”  พล.ต.ท.สมหมาย กล่าว
          ทั้งนี้ ผู้ต้องหาเป็นที่รู้จักกว้างขวางในหมู่นักธุรกิจ โดยได้เช่าชั้น ๒ ของโรงแรมแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ บ.ด่านนอก อ.สะเดา จ.สงขลา เปิดสถานนวดแผนโบราณบังหน้า กว่า ๗ ปี และการจับกุมครั้งนี้ ถือเป็นการขยายผลจากการจับกุมนักค้ายาเสพติด ชาวมาเลเซีย “ยาเสพติดรถไฟ” เมื่อปี ๒๕๕๙
    ที่มาข้อมูล ; http://www.benarnews.org/thai/news/TH-MY-drugs-08232017161936.html​

          ๕.๒ The Star สื่อมาเลเซีย รายงานเมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม อ้างคำให้สัมภาษณ์ ดาโต๊ะอัสรี ยูโซ้ป ผู้บัญชาการตำรวจรัฐเคดาห์ ว่าเจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามยาเสพติดได้จับกุมชายวัย ๓๐ ปี พร้อมของกลางกัญชาน้ำหนัก ๗๕ กิโลกรัม ซุกซ่อนในรถยนต์ได้ที่ด่านตรวจใกล้สำนักงานควบคุมชายแดน บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองบูกิตกายูฮิตัม ติดดกับ อ.สะเดา จ.สงขลา
          กัญชาของกลางที่เชื่อว่า ลักลอบนำเข้ามาจากบ้านด่านนอก อ.สะเดา มีมูลค่าตามราคาตลาดมาเลเซียราว ๑๕๐,๐๐๐ ริงกิต หรือประมาณ ๑.๒ ล้านบาท

    (Kedah police seized 75.5kg of ganja with a street value of RM150,000 from a car at a roadblock near the Border Control Agency in Bukit Kayu Hitam.
    Kedah police chief Commissioner Datuk Asri Yusoff said a team from the state Narcotic division stopped the car, heading south, at about 10.15pm on Monday.
    “Upon inspection we discovered 74 slabs of ganja hidden in a modified special compartment at the rear passenger seat, linked to the car boot.
    “We arrested the driver of the car, a 30-year-old man from Sungai Petani who works as a lorry driver.
    “He will be remanded for seven days, starting Tuesday until Aug 28.
    "Our investigation also revealed that this was the second time the man had smuggled out ganja, which was believed to have been obtained from Danok in Southern Thailand.)
    ที่มาข้อมูล ; http://thestar.com.my/news/nation/2017/08/22/massive-ganja-seizure-in-kedah/

          ๕.๓ New Straits Times รายงานเมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม อ้างคำให้สัมภาษณ์พลจัตวานาสซารี อับดุล ฮาดี ผู้บัญชาการกองพลน้อยที่ ๘ ว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารลาดตระเวณตามแนวชายแดนริมแม่น้ำโกลก ช่วงบ่ายวันที่ ๒๓ สิงหาคม ได้ยินเสียงเรือยนต์ในแม่น้ำจึงรุดไปตรวจสอบพบฝูงวัว ๒๗ ตัว ในพุ่มไม้ และพบชายต้องสงสัย ๒ คน ใช้เรือหลบหนีไปขึ้นฝั่งที่ประเทศไทย
          ผู้บัญชาการกองพลน้อยที่ ๘ มาเลเซีย เชื่อว่า วัวฝูงนี้ถูกลักลอบนำมาขายเพื่อตอบสนองความต้องการในรัฐกลันตันที่มีสูงขึ้นในช่วงเทศกาล Hari Raya Aidiladha หรือเทศกาลฉลองวันเริ่มต้นการแสวงบุญที่นครเมกกะ (ที่รัฐกลันตัน และเคดาห์ จะฉลองกันวันอาทิตย์ที่ ๒ กันยายน) ดังนั้นในระหว่างนี้จนถึงต้นเดือนกันยายน จึงคาดว่า จะมีความพยายามลักลอบนำวัวจากประเทศไทยเข้าไปในมาเลเซียอีก เนื่องจากราคาวัวในประเทศไทยถูกกว่าในประเทศมาเลเซีย สำหรับวัวฝูงที่ลักลอบนำเข้าไป เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม มีราคาตัวละประมาณ ๓,๕๐๐ ริงกิต คิดเป็นมูลค่ารวมราว ๑ แสนริงกิต หรือประมาณ ๘ แสนบาท

    (A total of 27 smuggled cattle worth about RM94,500 were seized by the army along Kelantan/Thai border. The seizure took place at the Wakaf Zink illegal jetty yesterday.
    Eighth Infantry Brigade commander Brig Gen Nazari Abdul Hadi said the cattle were found near bushes at Sungai Golok riverbank at about noon.
    "Several soldiers were conducting Ops Wawasan when they heard the sound of a boat engine. "They went on to check the area and saw two men flee on a boat to the other side of the river.  “The 27 cattle, however, were left behind," he said here today. Nazari said initial investigation revealed that the cattle were meant for local consumption.
    "We believe that their prices are much cheaper in Thailand compared to those sold here, which goes for about RM3,500 per head," he said.
    He believed that there would be more attempts to smuggle cattle across the border into Kelantan to meet the high demand for the coming Hari Raya Aidiladha.
    "Cattle from Thailand receives high demand from local people here especially during festivals like Hari Raya Aidiladha," he said.)
    ที่มาข้อมูล ; https://www.nst.com.my/news/crime-courts/2017/08/272250/smugglers-flee-abandoning-cattle-sg-golok​

          ๕.๔ The Star รายงานเมื่อวันที่ ๒๑ สิงหาคมว่า ดร.สมพร ช่วยอารีย์ นักวิชาการสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ แสดงความเห็นคัดค้านรายงานการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โครงก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกำลังการผลิต ๒,๒๐๐ เมกกะวัตต์ ที่ อ.เทพา จ.สงขลา ซึ่งได้รับความเห็นจากสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
          ดร.สมพร บอกว่า รายงานฉบับนี้ไม่ถูกต้องตามกฏหมายและไม่สมบูรณ์ ด้วยเหตุผลที่ไม่ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่ได้แสดงความเห็นและให้ข้อมูลแก่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญในการจัดทำ EHIA นอกจากนี้ การที่แยกการจัดทำรายงานออกเป็นสองโครงการ คือ โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินและโครงการก่อสร้างท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน แทนที่จะจัดทำรายงานผลกระทบฉบับเดียว ก็เป็นอุปสรรคต่อการมองผลกระทบในภาพใหญ่

    (An academic claims that the Environmental and Health Impact Assessments (EHIA) approval for the Thepa coal-fired power plant was unjust, because local people did not have a chance to present to the expert committee before a final decision was made, and because the report was inconclusive.
    The project owner, the Electricity Generating Authority of Thailand, says the approval was a big relief because it will be able to solve the power shortage in the South caused by the long delay in establishing the Krabi coal-fired power plant. An expert committee of the Natural Resources and Environ­mental Policy and Planning Office last Thursday approved the EHIA’s support for the 2,200-megawatt coal-fired power plant in Songkhlas Thepa District. But Somporn Chuai-Aree, a science and technology lecturer at Songkla University said the EHIA was flawed and should have been rejected. He also claimed the expert committee should be reformed, as its approval of the EHIA report was unjust. “First of all, the whole project of the Thepa coal-fired power plant has been split in two – the coal-fired power plant and the coal transporting pier – but it should have been studied as one big project. “This separation makes it harder for people to see the bigger picture regarding the environmental impact of the project,” Somporn said. He also claimed the original report had been inconclusive.)
    ที่มาข้อมูล ; http://thestar.com.my/news/regional/2017/08/21/thailand-power-plant-approval-was-unjust-claims-academic/​

    เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น 

    ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

    ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

    มากกว่า 2.00

    เพิ่มมาก

    1.10 – 2.00

    เพิ่มค่อนข้างมาก

    0.60 – 1.00

    เพิ่มในระดับหนึ่ง

    0.10 – 0.50

    เพิ่มเล็กน้อย

    0.02 – 0.09

    เพิ่มเพียงเล็กน้อย

    0.00 – 0.01

    ค่อนข้างคงที่

    (-0.01) – 0.00

    ค่อนข้างคงที่

    (-0.09) – (-0.02)

    ลดเพียงเล็กน้อย

    (-0.50) – (-0.10)

    ลดเล็กน้อย

    (-1.00) – (-0.60)

    ลดในระดับหนึ่ง

    (-2.00) – (-1.10)

    ลดค่อนข้างมาก

    น้อยกว่า (– 2.00)

    ลดมาก

Comment
Related