สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๑๐ - ๑๖ มิ.ย. ๖๐

 19 มิ.ย. 2560 10:49 น. | อ่าน 225
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

  1. บทสรุปผู้บริหาร
          ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ มิ.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวกมีความถี่เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๒ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๓ – ๙ มิ.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่เพิ่มขึ้นร้อยละ ๙๐ เทียบสัปดาห์ที่แล้ว
          ประเด็นข่าวเชิงลบ คือ เหตุร้ายรายวัน (๑) ผช.ผญบ.ถูกยิงดับที่ อ.ยะรัง กำลังตรวจสอบหาสาเหตุ, ๒) ดักบึ้มทหารพรานขณะนำขบวนรถรับ-ส่งนักเรียนเจ็บ ๓, ๓) ผญบ.บันนังสตา ถูก ๒ คนร้ายประกบยิง ๓ นัด สาหัส แข็งใจชักปืนลั่นไกตอบโต้ และ ๔) โจรใต้ฆ่ารายวัน สังหาร อส. ชาวบ้าน ดับ ๓ ศพ)
          ประเด็นเชิงบวก ได้แก่ ความร่วมมือภาคประชาชน (..๑) ชาวนราธิวาสพร้อมใจบริจาคเลือด สำรองช่วยผู้ป่วย-คนเจ็บเหตุป่วน และ ๒) อาชีวะสงขลาจัดบำเพ็ญกุศลเปิดโรงทานปันน้ำใจสู่พี่น้อง), การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน (…๑) ตากใบ เข้ม ๑๐ วันสุดท้ายรอมฎอน ป้องลอบก่อเหตุ-ขนของผิดกฎหมาย, ๒) บิ๊กเจี๊ยบเผยจับคนป่วน กระบี่-พังงา –ภูเก็ต ไม่จริงชี้เป็นความคลาดเคลื่อนของ จนท., ๓) นราธิวาสเปิดเวทีรับฟังปิดด่านริมน้ำโก-ลก, ๓) คุมตัวผู้ต้องหาบึ้มชุดลาดตระเวนยะลาสอบ, ๔) ดัดหลังวางบึ้มชวนคนชายแดนใต้เปลี่ยนใช้ถังแก๊สคอมโพสิต และ ๕) ตร.ระแงะจับอาก้า ๑ กระบอก), วัฒนธรรม และวิถีชีวิต (…๑) “อีลียัส” หนุ่มร้อยฝัน!! บินไกลแค่ไหน ไม่ลืมตัว, ๒) กาแฟ...แลหมอก ๓๖๐ องศา... บนยอดฆูนุงซีลีปัต(ฆูนุงซาลี)...ก่อนไปชิลต่อที่เบตง, และ ๓) ส่องภูมิปัญญาพื้นบ้านผ่านพิพิธภัณฑ์ และ ๔)​ บั้งไฟสุคิริน หนึ่งเดียวในปักษ์ใต้), การบำรุงขวัญกำลังพล (…๑) โฆษก กอ.รมน.ยันเช่าเครื่องบินเหมาลำ หนุนภารกิจ จชต.โปร่งใส คุ้มค่า, และ ๒) ผบ.สส.บินลงใต้ ตรวจเยี่ยมการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้), ยาเสพติด (…๑) ทหารเข้าค้นบ้านเสี่ยสกลฯ พบทะเบียนรถอื้อ เตรียมอายัดทรัพย์ต่อ, ๒) รวบ ๒ เอเย่นต์ค้ายาบ้า ยึดของกลางกว่า ๕ แสนเม็ด-มูลค่า ๘๐ ล้าน, และ ๓)​ จับบิ๊กล็อต! ยาบ้ากว่า ๑.๒ ล้านเม็ด/ไอซ์ ๑๗ กก. ตร.พบเป็นเครือข่ายไซซะนะ), กีฬา (เกาะกระแสทั่วทิศ ปัตตานี เร่งเสริมทัพสู้ศึกไทยลีก ๔ โซนใต้เลก ๒), การช่วยเหลือประชาชน (…๑) ทุ่ม ๓.๕ พันล้าน เร่งซ่อมถนนภาคใต้ และ ๒) ผู้ว่าฯปัตตานีมอบโต๊ะ-เก้าอี้ พระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว), การศึกษา (…๑) ศธ.เฟ้น ๓๑๖ บิ๊กเขตพื้นที่ฯ เล็งดึง รอง ผอ.ดอกจัน ลงตำแหน่งจริง จวกโครงสร้างเก่า-ใหม่ไม่ตอบโจทย์ และ ๒) องค์ความรู้ภาษา-วัฒนธรรม: วิทยาลัยชุมชน), การสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ (มีกล้ามอย่างมีความสุข ในแบบฉบับ กล้ามกรรมกร)
          จากแนวโน้มดังที่กล่าว ทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มลดลงร้อยละ ๓๓ ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว (๓ – ๙ มิ.ย.๖๐) เล็กน้อย

    ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ มิ.ย.๖๐ สรุปได้ดังนี้
         
    ​ประเด็นข่าวสารเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ เกือบทุกชิ้นรายงานโดยสื่อมาเลเซีย มีเฉพาะรายงานบทวิเคราะห์เกี่ยวกับผลกระทบจากเหตุการณ์กลุ่มก่อการร้ายปฏิบัติทางทหาร ยึดเมืองมาลาวีบนเกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ที่มีเนื้อหาบางส่วนระบุว่า ชาวมุสลิมที่สนับสนุนกลุ่มรัฐอิสลามหรือ IS จากหลายประเทศในอาเซียน รวมทั้งภาคใต้ของไทย ที่มีความปรารถนาเดินทางไปร่วมรบในมาลาวี เป็นบทความชิ้นเดียวที่รายงานโดยสื่อออสเตรเลีย
          ประเด็นที่สื่อมาเลเซีย รายงาน ส่วนใหญ่เป็นประเด็นเกี่ยวกับปฏิบัติการปราบปรามการลักลอบขนสินค้าผิดกฏหมายข้ามแดน และการพัฒนาเส้นทางยุทธศาสตร์ ในรัฐภาคเหนือจากรัฐเคดาห์ถึงรัฐเปอร์ลิส เป็นเส้นทางโลจิสติกส์เพื่อรองรับแผนการพัฒนาเศรษฐกิจในรัฐภาคเหนือ เป็นประตูเชื่อมโยงการค้าการลงทุนกับประเทศไทยและภูมิภาค
          ทั้งนี้ประเด็นข่าวที่มีเนื้อหาเชิงลบเกี่ยวกับเหตุร้ายรายวันในพื้นที่ จชต. มีเพียงรายงานของสำนักข่าว bernama ชิ้นเดียวที่รายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืน ลอบยิง อส.และชาวบ้าน ใน ๓ พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ๔ คน

    ๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๑๐ – ๑๖ มิ.ย.๖๐
          ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

          ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ มิ.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 1.5349ln(x) + 13.167) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๒ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓ – ๙ มิ.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 2.0343ln(x) + 0.6967) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๙๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว

                ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
          เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

    วัน/เดือน/ปี

    จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

    จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

              ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)         

    2017-06-03

    12

    1

     12.00

    2017-06-04

    18

    2

     9.00

    2017-06-05

    17

    4

     4.25

    2017-06-06

    9

    0

     9.00

    2017-06-07

    16

    6

     2.67

    2017-06-08

    15

    4

     3.75

    2017-06-09

    18

    4

     4.50

    ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

     6.45

    2017-06-10

    18

    4

     4.50

    2017-06-11

    11

    6

     1.83

    2017-06-12

    14

    10

     1.40

    2017-06-13

    18

    3

     6.00

    2017-06-14

    26

    5

     5.20

    2017-06-15

    20

    8

     2.50

    2017-06-16

    11

    4

     2.75

    ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

     3.45

    หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย

    ๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ มิ.ย.๖๐
          ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

                ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ มิ.ย.๖๐ ไม่มีทั้งข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ ในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข
          ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

          ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ มิ.ย.๖๐ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 1.1214ln(x) - 0.9464) กล่าวคือ มีข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวันจำนวน ๑๔ ข่าว ในสัปดาห์นี้ จากที่มีเพียง ๑ ข่าว ในสัปดาห์ที่แล้ว (๓ – ๙ มิ.ย.๖๐) ภาพข่าว ได้แก่ ๑) ผช.ผญบ.ถูกยิงดับที่ อ.ยะรัง กำลังตรวจสอบหาสาเหตุ, ๒) ดักบึ้มทหารพรานขณะนำขบวนรถรับ-ส่งนักเรียนเจ็บ ๓, ๓) ผญบ.บันนังสตา ถูก ๒ คนร้ายประกบยิง ๓ นัด สาหัส แข็งใจชักปืนลั่นไกตอบโต้ และ ๔) โจรใต้ฆ่ารายวัน สังหาร อส. ชาวบ้าน ดับ ๓ ศพ

          ๓.๓ ประเด็นการเมือง

          ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ มิ.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.715ln(x) - 0.0008) โดยมีสัปดาห์นี้มีข่าวเชิงบวก ๑๕ ข่าว จากที่มีเพียง ๓ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๓ – ๙ มิ.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.3827ln(x) + 0.1685) โดยมีสัปดาห์นี้มีข่าวเชิงลบ ๘ ข่าว จากที่มีเพียง ๔ ข่าวเมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓ – ๙ มิ.ย.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวก ในประเด็นการเมือง ได้แก่ ๑) บิ๊กตู่ หวั่นกระทบ ศก.ขออย่ากระพือข่าวเตือนก่อเหตุจังหวัดท่องเที่ยวใต้, ๒) อุดมเดชขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐาน ดันสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ๓ จชต., ๓) ประเดิม! ๔ คำถามนายกฯ วันแรกยอดรวม ๗,๐๑๒  คน และ ๔) นายกฯลุงตู่กล่าวรายการศาสตร์พระราชาฉบับเต็มๆ ๙ มิ.ย.๒๕๖๐ เป็นต้น ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ๑) หมอชนบทเดินหน้ากดดันเบรกแก้กฎหมาย, และ ๒) ดับเบิลยูอีเอฟชี้ไทยติด ๒๐ อันดับประเทศอันตราย

          ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

          ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖  มิ.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.56ln(x) + 2.7227) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๕๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓ – ๙  มิ.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่ค่อนข้างคงที่ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว ภาพข่าวเชิงบวกในประเด็น รปภ.ฯ ได้แก่ ๑) ตากใบ เข้ม ๑๐ วันสุดท้ายรอมฎอน ป้องลอบก่อเหตุ-ขนของผิดกฎหมาย, ๒) บิ๊กเจี๊ยบเผยจับคนป่วน กระบี่-พังงา –ภูเก็ต ไม่จริงชี้เป็นความคลาดเคลื่อนของจนท., ๓) นราธิวาสเปิดเวทีรับฟังปิดด่านริมน้ำโก-ลก, ๔) คุมตัวผู้ต้องหาบึ้มชุดลาดตระเวนยะลาสอบ, ๕) ดัดหลังวางบึ้มชวนคนชายแดนใต้เปลี่ยนใช้ถังแก๊สคอมโพสิต และ ๖) ตร.ระแงะจับอาก้า ๑ กระบอก เป็นต้น ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ชาวบ้าน ๖ ชุมชน เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ได้รับผลกระทบจากการ ปิดท่าเรือ ๖ แห่ง ข้ามแม่น้ำโก-ลก ชายแดนมาเลเซีย

          
    ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

          ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖  มิ.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.522ln(x) + 4.0829) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๔๘ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓ – ๙ มิ.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีแนวโน้มความถี่ค่อนข้างคงที่ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) โรงไฟฟ้าชีวมวลนราธิวาส พร้อมเดินหน้าซื้อหุ้น ๒๐% โซลาร์เซลล์ในเมียนมา, ๒) เกาะติดเมกะโปรเจกต์ แนะรัฐเร่งโครงข่ายรองหนุนเอกชนลงทุนอสังหาฯ, และ ๓)  ไร่องุ่นเบตงกระแสแรง จองหมดตั้งแต่ยังไม่เป็นผล เป็นต้น ในส่วนของภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ๑) ราคายางกู่ไม่กลับ เหตุสต๊อกจีนทะลัก, ๒) ตัวแทนท่าเรือโกลก เดือดร้อน จี้ เปิดท่าเรือหลังถูกปิดแล้ว ๔ วัน

          
    ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
                ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ มิ.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน
          ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
                ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ มิ.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
          ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
                ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ มิ.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
          ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
                ในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ มิ.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

    ๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
          ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

    ประเด็นเชิงลบ สรุปได้ดังนี้
          เหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ๑) ผช.ผญบ.ถูกยิงดับที่ อ.ยะรัง กำลังตรวจสอบหาสาเหตุ, ๒) ดักบึ้มทหารพรานขณะนำขบวนรถรับ-ส่งนักเรียนเจ็บ ๓, ๓) ผญบ.บันนังสตา ถูก ๒ คนร้ายประกบยิง ๓ นัดสาหัส แข็งใจชักปืนลั่นไกตอบโต้ และ ๔) โจรใต้ฆ่ารายวัน สังหาร อส. ชาวบ้าน ดับ ๓ ศพ
    ประเด็นเชิงบวก สรุปได้ดังนี้
          ความร่วมมือภาคประชาชน ได้แก่
    ๑) ชาวนราธิวาสพร้อมใจบริจาคเลือด สำรองช่วยผู้ป่วย-คนเจ็บเหตุป่วน และ ๒) อาชีวะสงขลาจัดบำเพ็ญกุศลเปิดโรงทานปันน้ำใจสู่พี่น้อง
          การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ได้แก่ ๑) ตากใบ เข้ม ๑๐ วันสุดท้ายรอมฎอน ป้องลอบก่อเหตุ-ขนของผิดกฎหมาย, ๒) บิ๊กเจี๊ยบเผยจับคนป่วน กระบี่-พังงา –ภูเก็ต ไม่จริงชี้เป็นความคลาดเคลื่อนของจนท., ๓) นราธิวาสเปิดเวทีรับฟังปิดด่านริมน้ำโก-ลก, ๓) คุมตัวผู้ต้องหาบึ้มชุดลาดตระเวนยะลาสอบ, ๔) ดัดหลังวางบึ้มชวนคนชายแดนใต้เปลี่ยนใช้ถังแก๊สคอมโพสิต และ ๕) ตร.ระแงะจับอาก้า ๑ กระบอก
          วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ได้แก่ ๑) “อีลียัส” หนุ่มร้อยฝัน!! บินไกลแค่ไหน ไม่ลืมตัว, ๒) กาแฟ...แลหมอก ๓๖๐ องศา... บนยอดฆูนุงซีลีปัต(ฆูนุงซาลี)...ก่อนไปชิลต่อที่เบตง, ๓) ส่องภูมิปัญญาพื้นบ้านผ่านพิพิธภัณฑ์ และ ๔)​ บั้งไฟสุคิริน หนึ่งเดียวในปักษ์ใต้
          การบำรุงขวัญกำลังพล ได้แก่ ๑) โฆษก กอ.รมน.ยันเช่าเครื่องบินเหมาลำ หนุนภารกิจ จชต.โปร่งใส คุ้มค่า, ๒) ผบ.สส.บินลงใต้ ตรวจเยี่ยมการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้
          ยาเสพติด ได้แก่ ๑) ทหารเข้าค้นบ้านเสี่ยสกลฯ พบทะเบียนรถอื้อ เตรียมอายัดทรัพย์ต่อ, ๒) รวบ ๒ เอเย่นต์ค้ายาบ้า ยึดของกลางกว่า ๕ แสนเม็ด-มูลค่า ๘๐ ล้าน, ๓)​ จับบิ๊กล็อต! ยาบ้ากว่า ๑.๒ ล้านเม็ด/ไอซ์ ๑๗ กก. ตร.พบเป็นเครือข่ายไซซะนะ
          กีฬา ได้แก่ เกาะกระแสทั่วทิศ ปัตตานี เร่งเสริมทัพสู้ศึกไทยลีก ๔ โซนใต้เลก ๒
          การช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ ๑) ทุ่ม ๓.๕ พันล้านเร่งซ่อมถนนภาคใต้ และ ๒) ผู้ว่าฯปัตตานีมอบโต๊ะ-เก้าอี้ พระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
          การสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ ได้แก่ มีกล้ามอย่างมีความสุข ในแบบฉบับ กล้ามกรรมกร
          ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

          จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วน และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้ ของผู้รับข่าวสาร ให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว โดยในช่วงวันที่ ๑๐ – ๑๖ มิ.ย.๖๐ พบว่า แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในภาพรวม มีแนวโน้มลดลง (y = -0.511ln(x) + 2.82) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๓๓ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓ – ๙ มิ.ย.๖๐) จากระดับผลกระทบดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ลดลงกว่าสัปดาห์ที่แล้ว เล็กน้อย
          ประเด็นข่าวสารเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้เกือบทุกชิ้นรายงานโดยสื่อมาเลเซีย มีเฉพาะรายงานบทวิเคราะห์เกี่ยวกับผลกระทบจากเหตุการณ์กลุ่มก่อการร้ายปฏิบัติทางทหาร ยึดเมืองมาลาวีบนเกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ที่มีเนื้อหาบางส่วนระบุว่า ชาวมุสลิมที่สนับสนุนกลุ่มรัฐอิสลามหรือ IS จากหลายประเทศในอาเซียน รวมทั้งภาคใต้ของไทย ที่มีความปรารถนาเดินทางไปร่วมรบในมาลาวี เป็นบทความชิ้นเดียวที่รายงานโดยสื่อออสเตรเลีย
          ประเด็นที่สื่อมาเลเซีย รายงาน ส่วนใหญ่เป็นประเด็นเกี่ยวกับปฏิบัติการปราบปรามการลักลอบขนสินค้าผิดกฏหมายข้ามแดน และการพัฒนาเส้นทางยุทธศาสตร์ในรัฐภาคเหนือจากรัฐเคดาห์ถึงรัฐเปอร์ลิส เป็นเส้นทางโลจิสติกส์เพื่อรองรับแผนการพัฒนาเศรษฐกิจในรัฐภาคเหนือ เป็นประตูเชื่อมโยงการค้าการลงทุนกับประเทศไทยและภูมิภาค
          ทั้งนี้ประเด็นข่าวที่มีเนื้อหาเชิงลบเกี่ยวกับเหตุร้ายรายวันในพื้นที่ จชต. มีเพียงรายงานของสำนักข่าว bernama ชิ้นเดียวที่รายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืน ลอบยิง อส.และชาวบ้าน ใน ๓ พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ๔ คน
          ๕.๑ รายงานข่าวในสื่อต่างประเทศ ที่มีการพาดพิงประเทศไทย เชื่อมโยงกับการก่อการร้ายในภูมิภาค
         
    ชิ้นแรก เป็นรายงานบทวิเคราะห์ของ The Australian สื่อออสเตรเลีย เผยแพร่เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน อธิบายปฏิบัติการทางทหารของกลุ่มก่อการร้ายยึดเมืองมาลาวี บนเกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ ว่าเป็นการเตรียมการวางแผนของกลุ่ม IS เพื่อสร้างฐานที่มั่นเตรียมขยายอิทธิพลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากจนมุมในซีเรียและอิรัก
          ตอนหนึ่งของบทความชื้นนี้ อ้างความเห็นของ Iqbal Hussaini อดีตผู้ก่อการร้ายชาวอินโดนีเซีย ที่ทำหน้าที่ลักลอบขนอาวุธจากภาคใต้ของฟิลิปปินส์ นำเข้าไปใช้กอ่การร้ายในอินโดนีเซีย ทั้งเหตุการณ์ระเบิดที่บาหลี ปี ๒๕๔๕ และระเบิดสถานฑูตออสเตรเลีย ในกรุงจาการ์ตาร์ ปี ๒๕๔๗
          Hussaini บอกว่า มีชาวอินโดนีเซีย เดินทางเข้าไปร่วมรบกับขบวนการก่อการร้ายหลายกลุ่มที่เป็นที่รู้จักกันดีในภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ทั้ง Moro Islamic Liberation Front และ Abu Sayaf
          “ตอนนี้ ใครๆ ก็ปรารถนาจะเดินทางไปฟิลิปปินส์ ไม่ว่าจะเป็นชาวอินโดนีเซีย มาเลเซีย และประชาชนในภาคใต้ของประเทศไทย แต่อาจจะด้วยเหตุที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ปฏิบัติการทางทหาร และประกาศกฏอัยการศึกที่มาลาวี ทำให้พวกเขาไม่สามารถเดินทางไปที่มินดาเนาได้ แต่มาลาวีก็เป็นแรงบันดาลใจให้พวกเขาสร้างค่ายฝึกอาวุธ ในประเทศของพวกเขาเอง” Hussaini กล่าว

    (Hussaini, known also as Ramli, says there are still Indonesians fighting in Mindanao with more-established groups such as the Moro Islamic Liberation Front (MILF) and Abu Sayyaf, who can act as contacts for those who want to join the fight.
    “Everyone has this desire to go to The Philippines right now; Indonesians, Malaysians, people in southern Thailand,” he says. “If for some reason they’re unable to go to Marawi, because of the ­military operation and martial law declaration, they will establish training camps at home. Marawi will give them the inspiration.”)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.theaustralian.com.au/in-depth/terror/from-indonesian-village-to-philippines-siege-chief/news-story/9b34addb7f4ce5a7b08f1a1ba50b9b9f

                ๕.๑.๑ The Malay Mail Online รายงานเมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ว่า นายฮิชัมมุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย พูดถึง ปฏิบัติการของกองกำลังติดอาวุธในภาคใต้ของฟิลิปปินส์ ได้รับการพิจารณาจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ ว่าเป็นประเด็นที่มีความสำคัญยิ่ง
          ทั้งนี้ เนื้อหาตอนหนึ่ง สื่อมาเลเซียได้รายงานพาดพิงถึงประเทศไทยว่า เป็นประเทศที่เพิ่งเผชิญกับภัยการก่อการร้ายเช่นเดียวกับฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ขณะที่รัฐมนตรีกลาโหมมาเลเซีย บอกว่า เป็นโชคดีของมาเลเซีย ที่สงบสุขในช่วงเดือนรอมฎอน

    (Militant action in the south of Philippines is being treated as a serious issue by Malaysia’s National Security Council, said Defence Minister Datuk Seri Hishammuddin Hussein. Hishammuddin also stressed that Malaysia is fortunate to be able to go through Ramadan peacefully, pointing out that recent terrorist threats occurred in neighbouring Indonesia, Thailand and the Philippines.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/security-council-views-marawi-unrest-seriously-says-hishammuddin

          ๕.๒ สำนักข่าวเบอนามา ของทางการมาเลเซีย รายงานเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ว่า มีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงประชาชน ใน ๓ พื้นที่ของจังหวัดปัตตานีและนราธิวาส เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ๓ คน โดยที่รายงานชิ้นนี้ ไม่ได้ระบุสาเหตุของการก่อเหตุร้าย รายงานแต่เพียงว่า ตำรวจกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน

    (Four people were killed in three separate shooting incidents in the restive provinces of Pattani and Narathiwat in southern Thailand yesterday evening. Police are still investigating the three incidents)
    ที่มาข้อมูล ; https://www.nst.com.my/world/2017/06/248338/four-dead-three-separate-shooting-incidents-southern-thailand

          ๕.๓ สื่อมาเลเซีย รายงานติดต่อกัน ๒ วัน คือ ๑๕ และ ๑๖ มิถุนายน ว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรมาเลเซียได้จับกุมบั้งไฟขนาดเล็ก ( small rocket ) ซุกซ่อนมาในรถบรรทุก มีจำนวนทั้งสิ้น ๓๕ กล่อง แต่ละกล่องบรรจุบั้งไฟความยาวเกือบ ๑ เมตร จำนวน ๕ ลูก นอกจากนี้ยังมีพลุดอกไม้ไฟอีก ๑๖๔ กล่อง บรรทุกมาในรถคันดังกล่าว โดยที่ไม่มีการปกปิดอำพรางใดๆ ทั้งสิ้น
          รถบรรทุกคันดังกล่าว ถูกจับกุมบนทางหลวงสาย North-South Expressway ใกล้เมืองปีนัง บ่ายวันอังคารที่ ๑๓ มิถุนายน
          เจ้าหน้าที่ศุลกากรมาเลเซีย เชื่อว่า บั้งไฟขนาดเล็ก พลุและดอกไม้ไฟเหล่านี้ น่าจะลักลอบขนผ่านแดนโดยผิดกฏหมายผ่านช่องทางเดินทางของกองทัพมดตามแนวชายแดนไทย-มาเลเซีย ก่อนที่จะขนขึ้นรถบรรทุกที่มาเลเซีย

    (Instead of those tiny whistling ‘moon traveller’ fireworks, smugglers this year tried to sneak in ‘missile rockets’ almost a metre long each.
    There were 35 rockets in packs of five each with black ‘missile tips’ about 30cm long, and they were thrown into a lorry along with 164 boxes of firecrackers and assorted night-flowers.
    Enforcers from the state Royal Malaysian Customs Department stopped the lorry along the North-South Expressway near Penang at 2.55pm on Tuesday and were stunned when they looked inside and found the contraband sitting in plain sight.
    “The packs and cartons of firecrackers and fireworks were not covered, disguised or hidden beneath other goods,” state Customs director Datuk Johari Alifiah told a press conference here yesterday.
    “There is a possibility that the driver picked up the goods after they were smuggled in through rat-trails scattered along the border of Malaysia and Thailand,” he said.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.thestar.com.my/news/nation/2017/06/16/bid-to-smuggle-missile-rockets-foiled-customs-men-seize-fireworks-and-firecrackers-from-lorry/
    http://www.thestar.com.my/news/nation/2017/06/15/kedah-customs-seize-fireworks/

                ๕.๓.๑ สื่อมาเลเซีย รายงานเมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน ว่า ขบวนการค้าสินค้าหนีภาษีลักลอบขนข้าวเหนียวน้ำหนัก ๓ หมื่นกิโลกรัม จากประเทศไทยเข้ามาเลเซียก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ความมั่นคงชายแดนรัฐเคดาห์จับกุมได้ขณะขนส่งโดยรถบรรทุก ๒ คัน คนขับรถบรรทุกให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ได้ค่าจ้างครั้งละ ๒๐๐ ริงกิต รายงานข่าวระบุว่า ข้าวเหนียวที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของชาวมาเลเซีย ที่เพิ่มสูงขึ้นมากในช่วงวันฮารี รายอ

    (A smuggling syndicate’s ploy to mislead the authorities by having two lorries filled with RM120,000 worth of glutinous rice travel at different times and along separate routes was foiled by the Kedah Border Security Agency.
    Its Bukit Kayu Hitam area commander ASP Mohd Khairi Abdullah said the five-tonne lorries filled with 300 sacks of rice each were stopped in Jalan Kampung Langsat and Jalan Kodiang, Changlun, at 4pm and 4.20pm on Sunday.
    “The first lorry was so overloaded that it slanted to one side. The smuggled rice and the drivers, aged 38 and 39, were handed over to the Agriculture and Agro-based Indus­try Ministry’s Regulatory Rice Division for further action.
    “Our investigations showed that the second lorry was using a false number plate,” he said yesterday. The glutinous rice weighed 30,000kg in total.
    ASP Mohd Khairi said the drivers claimed that they were paid RM200 per trip, adding that the rice from Thailand was meant for local distribution.
    “There is a high demand for glutinous rice especially for the coming Hari Raya.
    “The case is being investigated under Section 20 of the Control of Padi and Rice Act 1994 (Act 522),” he said.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.thestar.com.my/news/nation/2017/06/13/glutinous-rice-smuggling-bid-foiled-by-border-security/
    https://www.nst.com.my/news/crime-courts/2017/06/248195/30000-kilos-smuggled-malaysia-bound-beras-pulut-susu-seized​

          ๕.๔ สื่อมาเลเซีย รายงานเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ว่า ดร.อาหมัด ซาฮิด ฮามิดี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทย ได้ประกาศที่มัสยิดแห่งหนึ่ง ขณะเข้าร่วมละศีลอด ว่ารัฐบาลมาเลเซีย กำลังดำเนินการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ในการปรับปรุงพัฒนาเส้นทางถนนสายยุทธศาสตร์ตามแนวชายแดนภาคเหนือติดกับประเทศไทย ให้เป็นถนน ๔ เลน เพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในรัฐเปอร์ลิส
          ตามแผนการนี้ รัฐบาลมาเลเซียจะปรับปรุงขยายเส้นทางดังกล่าว ให้เป็นถนนกว้าง ๔ เลน ตั้งแต่ปาดังเบซาร์ ในรัฐเปอร์ลิส ถึง บูกิตกายูฮิตัม ในรัฐเคดาห์
    รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย บอกว่า ถนนเส้นดังกล่าว จะเชื่อมโยงกับท่าเรือรัฐเปอร์ลิส และจะเป็นพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจแห่งใหม่ในภาคเหนือของมาเลเซีย รวมทั้งนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ด้วย
          ทั้งนี้รัฐบาลมาเลเซีย มีแผนการที่จะพัฒนาพื้นที่บริเวณดังกล่าว ให้เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ทางด้านการค้าและบริการในภาคเหนือ

    (The security lane along the Malaysia-Thailand border in Padang Besar, Perlis to Bukit Kayu Hitam, Kedah will be transformed into the northern logistics hub to spur economic growth in the region. Deputy Prime Minister Datuk Seri Dr Ahmad Zahid Hamidi in announcing this today said the long-term plan was in line with the National Logistics Policy which aims to tap into the huge potential of southern Thailand and northern Malaysia’s logistics sector.  He said the plan was mooted following Prime Minister Datuk Seri Najib Razak’s request for a comprehensive plan to spur economic growth in Perlis during the National Physical Development Committee (NPDC) meeting which was held five months ago.
    “Through this proposal, the security lane from Padang Besar to Bukit Kayu Hitam will be developed into four lanes.
    “The road will be linked to the Perlis Inland Port and we are confident that this long-term plan will become the new node for the northern region growth, which will create multiplier economic effects such as new industrial area.
    “This infrastructure will position our international border with Thailand as the import-export logistics hub for goods and services for the region,” he told reporters after attending a break fast session in conjunction with the ‘Penerapan Nilai Murni’ (Inculcating Good Virtues) programme organised by the Home Ministry at Masjid Tuanku Syed Putra Jamalullail here.)
    ที่มาข้อมูล ; https://www.nst.com.my/news/nation/2017/06/247992/security-lane-along-malaysia-thai-border-be-developed-northern-region

          ๕.๕ The Star รายงานเมื่อวันที่ ๑๒ มิถุนายน อ้างคำแถลงของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ชี้แจงเกี่ยวกับการจัดอันดับประเทศ ที่มีอันตรายต่อนักท่องเที่ยว โดย WEF ที่ระบุว่าประเทศไทยอยู่ในกลุ่ม ๒๐ ประเทศ ที่มีอันตรายสูงสุดสำหรับนักท่องเที่ยว
          โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า การจัดอันดับของ WEF ใช้ข้อมูลที่ไม่ทันสมัย และมีอคติในการจัดทำรายงาน
          โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ บอกว่า ภายหลังรายงานชิ้นนี้ เผยแพร่ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ผู้แทนไทยในองค์การสหประชาชาติได้ติดต่อกับผู้บริหารของ WEF เพื่อสอบถามเกี่ยวกับระเบียบวิธีวิจัยของรายงานชิ้นนี้ เนื่องจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่น Master Card, Expat Insider c]t US News and World Report ได้จัดอันดับให้ประเทศไทยอยู่ในลำดับต้นของประเทศ ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งผู้บริหารของ WEF ก็ยอมรับว่าระเบียบวิธีวิจัยที่รวบรวมความเห็นจากแบบสอบถาม มีอคติและเป็นข้อมูลที่ล้าสมัย

    (Meanwhile, the Foreign Ministry yesterday dismissed a report by the World Economic Forum (WEF) that ranked Thailand among the 20 most dangerous countries to visit. Ministry spokesman Busadee Santipitaks said yesterday that the information used to rank Thailand on the WEF’s Travel and Tourism Competitiveness Report is outdated and biased while failing to reflect the recent improvements.
    The Foreign Ministry issued the statement after local and international media quoted the WEF report, which ranked Thailand at 118th out of 136 countries for safety and security for tourists. The WEF report says that Thailand’s overall safety performance had barely improved, as it was 34th with a 4.4 score in 2017 from 35th with 4.3 in 2015, citing the high rate of crime and violence and low reliability of police services.
    Busadee said that after the WEF report was released in April, Thai representatives at the United Nations Headquarters contacted the WEF executives and questioned them about the methodology as many international organisations like Master Card, Expat Insider and US News & World Report have ranked Thailand among the top tourist destinations. The WEF admitted that some information is outdated, some were biased as the information was collected from questionnaires.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.thestar.com.my/news/regional/2017/06/12/south-thai-security-beefed-up-measures-in-tourist-spots-boosted-after-attack-warnings/
     

    เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น

    ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

    ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

    มากกว่า 2.00

    เพิ่มมาก

    1.10 – 2.00

    เพิ่มค่อนข้างมาก

    0.60 – 1.00

    เพิ่มในระดับหนึ่ง

    0.10 – 0.50

    เพิ่มเล็กน้อย

    0.02 – 0.09

    เพิ่มเพียงเล็กน้อย

    0.00 – 0.01

    ค่อนข้างคงที่

    (-0.01) – 0.00

    ค่อนข้างคงที่

    (-0.09) – (-0.02)

    ลดเพียงเล็กน้อย

    (-0.50) – (-0.10)

    ลดเล็กน้อย

    (-1.00) – (-0.60)

    ลดในระดับหนึ่ง

    (-2.00) – (-1.10)

    ลดค่อนข้างมาก

    น้อยกว่า (– 2.00)

    ลดมาก

Comment
Related