สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๑๓ - ๑๙ พ.ค. ๖๐

 21 พ.ค. 2560 21:10 น. | อ่าน 419
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

  1. บทสรุปผู้บริหาร
          ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ พ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกมีความถี่ลดลงร้อยละ ๘ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่ลดลงร้อยละ ๔๑ เทียบสัปดาห์ที่แล้ว  (๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐)
          
    ประเด็นข่าวเชิงลบ ได้แก่ เหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ใต้ดุอีก-ถล่มด่านตรวจเทพา
          ในส่วนของประเด็นเชิงบวก ได้แก่ เศรษฐกิจและการสร้างรายได้ (ได้แก่ ๑) บิ๊กซีปัตตานีเปิดบริการอีกครั้ง, ๒) พด.ปัตตานี กรมพัฒนาที่ดิน พลิกฟื้นพื้นที่นาร้างให้เกษตรกรทำกินได้อย่างยั่งยืน, ๓) พาณิชย์ เร่งพิจารณาเปิดด่านสะเดา-บูกิตกายูฮิตัมตลอด 24 ชั่วโมง, และ ๔) กพช.เห็นชอบการรับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชน), การศึกษา (จากชายแดนภาคใต้...สู่โรงเรียนอุปถัมภ์), การเยียวยา (เศร้า!เผาศพเจ้าของรถคาร์บอมบ์ เครือข่ายชาวพุทธ ร้อง รบ.แก้รุนแรง), ความร่วมมือของภาคประชาชน (๑๐ ปีเชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคม), การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน (ได้แก่ ๑) คุมผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพบึ้มบิ๊กซีปัตตานี, ๒) เลวสุดๆ บิ๊กเจี๊ยบประณามผู้นำ BRN ใหม่ คาร์บอมบ์ไม่สนเด็ก-ผู้หญิง, ๓) ฝากขัง“๔ หนุ่มนราฯ”ร่วมพวกฝึกทำไปป์บอมบ์, ๔) แม่ทัพภาค ๔ ขอผู้นำศาสนาไม่ให้ผู้ก่อการใช้มัสยิด, ๕) ปักธงเขียวห้างร้าน ๓ จว.ใต้!การันตีเซฟตี้โซน-มทภ.๔ แฉ ๘ ทีมบึ้มบิ๊กซีหนีขึ้นเขา, ๖) ทหารตรึงกำลังเข้ม รักษาความปลอดภัย เปิดเทอมวันแรกที่เมืองยะลา), กีฬา (เจาะลึกไทยลีก ๔ : ภูเก็ตลุ้น ๓ แต้มต้อนรับปัตตานี), การพูดคุยเพื่อสันติสุข (ได้แก่ ๑) ถกชายแดนใต้-พูดคุยสันติสุข, ๒) จุดเปลี่ยนไฟใต้ พลังอาเซียน จัดการปัญหา, ๓)​ บิ๊กจิ๋ว แนะ บีอาร์เอ็น-มาราปัตตานีวางอาวุธหันหน้ามาคุยกันอย่าใช้กำลังต่อสู้ และ ๔) อักษรายืนยันเจรจาต่อไม่หวั่นแม้เกิดรุนแรง), การสร้างความเข้าใจ และสมานฉันท์ (นักสื่อสารสร้างสรรค์), การช่วยเหลือประชาชน (ปภ. รายงานความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือ และฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้), การยกระดับคุณภาพชีวิต (สถานีพัฒนาที่ดินยะลา ติดตามงานในพื้นที่บ้านจุฬาภรณ์ ๑๐), เทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. (ศรีวราห์ ชี้ชนิดระเบิดโรงละคร คล้าย ๓ จว.ใต้),  และ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต (SACICT เชิญชวนประชาชนทำดอกไม้จันทน์ถวายในหลวง รัชกาลที่ ๙)
          จากแนวโน้มดังที่กล่าว ทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๘ ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้ว (๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐) เล็กน้อย

    ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ พ.ค.๖๐ สรุปได้ดังนี้
          สัปดาห์นี้รายงานข่าวและความเห็นเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ในสื่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีจำนวนลดลงเทียบกับ ๓-๔ สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องเพราะเป็นสัปดาห์ที่แทบไม่มีการก่อเหตุไม่สงบ ประเด็นที่มีการนำเสนอส่วนใหญ่เป็นประเด็นที่เกี่ยวกับความมั่นคงไทย-มาเลเซีย คือ การลงนามเอกสารกำหนดขอบเขตและรายละเอียดภารกิจร่วมระหว่างกองทัพบกไทยและมาเลเซีย (ToR) ครอบคลุมความร่วมมือดูแลรักษาความสงบที่ชายแดนทั้งสองประเทศ และมีประเด็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทยมาเลเซียบอกว่าหน่วยงานที่มีชื่อว่า Counter Masseging Center กำลังติดตามพฤติการณ์ของสมาชิกกลุ่มก่อร้ายที่มีชื่อว่า Katibah Nusantara ซึ่งกระจายอยู่หลายประเทศรวมทั้งไทย คนเหล่านื้พยายามใช้มาเลเซียเป็นฐานเพื่อเดินทางต่อไปยังซีเรียและอิรัก
          นอกจากนี้มีความเห็นของอดีตตำรวจสันติบาลและหัวหน้าหน่วยข่าวกรองประจำสถานกงสุลมาเลเซียที่จังหวัดสงขลาเผยแพร่ใน New Straits Time เสนอให้มีการปรับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข จชต. นำตัวแทนกลุ่มผู้ก่อเหตุไม่สงบเข้าร่วมกระบวนการพูดคุยซึ่งอดีตนายตำรวจมาเลเซียผู้นี้เชื่อว่าจะช่วยลดเหตุรุนแรงในพื้นที่ จชต

    ๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๑๓ – ๑๙ พ.ค.๖๐
          ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

          ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ พ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.2658x2 + 4.0155x + 14.368) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๘ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.426ln(x) + 4.9816) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๔๑ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐)

          ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
          เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

    วัน/เดือน/ปี

    จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

    จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

            ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)       

    2017-05-06

    13

    5

     2.60

    2017-05-07

    25

    0

     25.00

    2017-05-08

    22

    3

     7.33

    2017-05-09

    27

    10

     2.70

    2017-05-10

    38

    6

     6.33

    2017-05-11

    30

    10

     3.00

    2017-05-12

    29

    3

     9.67

    ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

     8.09

    2017-05-13

    26

    2

     13.00

    2017-05-14

    18

    4

     4.50

    2017-05-15

    25

    4

     6.25

    2017-05-16

    32

    3

     10.67

    2017-05-17

    30

    3

     10.00

    2017-05-18

    20

    5

     4.00

    2017-05-19

    18

    1

     18.00

    ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

     9.49

    หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย

    ๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ พ.ค.๖๐
          ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

          ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ พ.ค.๖๐ มีข่าวเชิงบวกในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุขจำนวน ๘ ข่าว จากที่ไม่มีเลยในสัปดาห์ที่แล้ว (๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐) และไม่มีข่าวเชิงลบ ภาพข่าวเชิงบวกได้แก่ ๑) ถกชายแดนใต้-พูดคุยสันติสุข, ๒) จุดเปลี่ยนไฟใต้ พลังอาเซียน จัดการปัญหา, ๓)​ บิ๊กจิ๋ว แนะ บีอาร์เอ็น-มาราปัตตานีวางอาวุธหันหน้ามาคุยกันอย่าใช้กำลังต่อสู้ และ ๔) อักษรายืนยันเจรจาต่อไม่หวั่นแม้เกิดรุนแรง เป็นต้น

          ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

          ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ พ.ค.๖๐ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.764ln(x) + 2.5175) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๘๖ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐) ภาพข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ใต้ดุอีก-ถล่มด่านตรวจเทพา

          ๓.๓ ประเด็นการเมือง

          ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ พ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.4712ln(x) + 0.2949) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๙ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.525ln(x) - 0.016) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๗ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวก ในประเด็นการเมือง ได้แก่ ๑) นายกฯ แสดงความเสียใจคาร์บอมบ์ ปัตตานี, ๒) ครม.ส่วนหน้าเห็นชอบมี ผู้ช่วยทูต ตร.ประจำมาเลย์ฯ และ ๓) บิ๊กจิ๋ว ปัดให้ความเห็น ๓ ปี คสช. เชื่อรบ.ชุดนี้ทำเพื่อบ้านเมือง แนะบีอาร์เอ็น-มาราปัตตานี จับเข่าคุย อย่าใช้กำลังต่อสู้ เป็นต้น สำหรับภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ๑) บึ้มจริงหน้าโรงละครแห่งชาติสัญญาณชัดภัยคุกคามลามกรุง, ๒) พาโจรกลับบ้าน จะช่วยลดจำนวนโจร ยิ่งจะสร้างความ "หายนะ" ให้กับจังหวัดชายแดนภาคใต้, ๓) เหวง ซัด คสช.ดีแต่พูด ๓ ปีผลงานสอบตกทุกด้าน และ ๔) ตราบใดที่ผู้นำ ยังไม่รู้จัก บีอาร์เอ็น ดีพอคนชายแดนใต้ต้องแบกรับความสูญเสียต่อ เป็นต้น

          ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

          ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ พ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 4.0286ln(x) + 0.3939) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๔๙ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบฯ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.024x2 + 0.3716x - 0.544) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๖๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวกในประเด็น รปภ.ฯ ได้แก่ ๑) คุมผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพบึ้มบิ๊กซีปัตตานี, ๒) เลวสุดๆ บิ๊กเจี๊ยบประณามผู้นำ BRN ใหม่ คาร์บอมบ์ไม่สนเด็ก-ผู้หญิง, ๓) ฝากขัง“๔ หนุ่มนราฯ”ร่วมพวกฝึกทำไปป์บอมบ์, ๔) แม่ทัพภาค ๔ ขอผู้นำศาสนาไม่ให้ผู้ก่อการใช้มัสยิด, ๕) ปักธงเขียวห้างร้าน3จว.ใต้!การันตีเซฟตี้โซน-มทภ.๔ แฉ ๘ ทีมบึ้มบิ๊กซีหนีขึ้นเขา, ๖) ทหารตรึงกำลังเข้ม รักษาความปลอดภัย เปิดเทอมวันแรกที่เมืองยะลา เป็นต้น ภาพข่าวเชิงลบในประเด็น รปภ.ฯ ได้แก่ ๑) หนึ่งในผู้ร่วมก่อเหตุ เคยอยู่ในโครงการ "พาคนกลับบ้าน" และ ๒) การวางระเบิดหน้าห้างบิ๊กซี ปัตตานี ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หรือเรื่องแข่งขันทางการค้า เป็นต้น

          ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

          ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ พ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -2.29ln(x) + 8.9781) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๓๘ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.412ln(x) + 1.3844) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๕๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) บิ๊กซีปัตตานีเปิดบริการอีกครั้ง, ๒) พด.ปัตตานี กรมพัฒนาที่ดิน พลิกฟื้นพื้นที่นาร้างให้เกษตรกรทำกินได้อย่างยั่งยืน, ๓) พาณิชย์ เร่งพิจารณาเปิดด่านสะเดา-บูกิตกายูฮิตัมตลอด 24 ชั่วโมง, และ ๔) กพช.เห็นชอบการรับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชนเป็นต้น ในส่วนของภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ประชาชนผวาบอมบ์ห้างชายแดนใต้ลูกค้าเงียบเหงา เป็นต้น

          ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
                ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ พ.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน
          ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
                ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ พ.ค.๖๐ มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล ที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ได้แก่ “ชี้ออกบัตรรักษาขรก.ไม่ช่วยแก้ทุจริตแถมทำสิ้นเปลืองงบ”
          
    ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
                ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ พ.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
          ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
                ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ พ.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

    ๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
          ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

    ประเด็นเชิงลบ ได้แก่ เหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ใต้ดุอีก-ถล่มด่านตรวจเทพา
    ประเด็นเชิงบวก สรุปได้ดังนี้
    - เศรษฐกิจและการสร้างรายได้ ได้แก่
    ๑) บิ๊กซีปัตตานีเปิดบริการอีกครั้ง, ๒) พด.ปัตตานี กรมพัฒนาที่ดิน พลิกฟื้นพื้นที่นาร้างให้เกษตรกรทำกินได้อย่างยั่งยืน, ๓) พาณิชย์ เร่งพิจารณาเปิดด่านสะเดา-บูกิตกายูฮิตัมตลอด 24 ชั่วโมง, และ ๔) กพช.เห็นชอบการรับซื้อไฟฟ้าจากขยะชุมชน
    - การศึกษา ได้แก่ จากชายแดนภาคใต้...สู่โรงเรียนอุปถัมภ์
    - การเยียวยา ได้แก่ เศร้า!เผาศพเจ้าของรถคาร์บอมบ์ เครือข่ายชาวพุทธ ร้อง รบ.แก้รุนแรง
    - ความร่วมมือของภาคประชาชน ได้แก่ ๑๐ ปีเชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคม
    - การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ได้แก่ ๑) คุมผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพบึ้มบิ๊กซีปัตตานี, ๒) เลวสุดๆ บิ๊กเจี๊ยบประณามผู้นำ BRN ใหม่ คาร์บอมบ์ไม่สนเด็ก-ผู้หญิง, ๓) ฝากขัง“๔ หนุ่มนราฯ”ร่วมพวกฝึกทำไปป์บอมบ์, ๔) แม่ทัพภาค ๔ ขอผู้นำศาสนาไม่ให้ผู้ก่อการใช้มัสยิด, ๕) ปักธงเขียวห้างร้าน3จว.ใต้!การันตีเซฟตี้โซน-มทภ.๔ แฉ ๘ ทีมบึ้มบิ๊กซีหนีขึ้นเขา, ๖) ทหารตรึงกำลังเข้ม รักษาความปลอดภัย เปิดเทอมวันแรกที่เมืองยะลา
    - กีฬา ได้แก่ เจาะลึกไทยลีก ๔ : ภูเก็ตลุ้น ๓ แต้มต้อนรับปัตตานี
    - การพูดคุยเพื่อสันติสุข ได้แก่ ๑) ถกชายแดนใต้-พูดคุยสันติสุข, ๒) จุดเปลี่ยนไฟใต้ พลังอาเซียน จัดการปัญหา, ๓)​ บิ๊กจิ๋ว แนะ บีอาร์เอ็น-มาราปัตตานีวางอาวุธหันหน้ามาคุยกันอย่าใช้กำลังต่อสู้ และ ๔) อักษรายืนยันเจรจาต่อไม่หวั่นแม้เกิดรุนแรง
    - การสร้างความเข้าใจ และสมานฉันท์ ได้แก่ นักสื่อสารสร้างสรรค์
    - การช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ ปภ. รายงานความคืบหน้าการให้ความช่วยเหลือ และฟื้นฟูพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้
    - การยกระดับคุณภาพชีวิต ได้แก่ สถานีพัฒนาที่ดินยะลา ติดตามงานในพื้นที่บ้านจุฬาภรณ์ ๑๐
    - เทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. ได้แก่ ศรีวราห์ ชี้ชนิดระเบิดโรงละคร คล้าย ๓ จว.ใต้ 
    - วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ได้แก่ SACICT เชิญชวนประชาชนทำดอกไม้จันทน์ถวายในหลวง รัชกาลที่ ๙

          ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

          จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วน และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้ ของผู้รับข่าวสาร ให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว โดยในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ พ.ค.๖๐ พบว่า แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในภาพรวม มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (y = 0.2616ln(x) + 1.7542) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๘ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐) จากระดับผลกระทบดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. เพิ่มขึ้นกว่าสัปดาห์ที่แล้ว  (๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐) เล็กน้อย

    ๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๑๓ – ๑๙ พ.ค.๖๐
         
    สัปดาห์นี้รายงานข่าวและความเห็นเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ในสื่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีจำนวนลดลงเทียบกับ ๓-๔ สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องเพราะเป็นสัปดาห์ที่แทบไม่มีการก่อเหตุไม่สงบ ประเด็นที่มีการนำเสนอส่วนใหญ่เป็นประเด็นที่เกี่ยวกับความมั่นคงไทย-มาเลเซีย คือ การลงนามเอกสารกำหนดขอบเขตและรายละเอียดภารกิจร่วมระหว่างกองทัพบกไทยและมาเลเซีย (ToR) ครอบคลุมความร่วมมือดูแลรักษาความสงบที่ชายแดนทั้งสองประเทศ และมีประเด็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทยมาเลเซียบอกว่าหน่วยงานที่มีชื่อว่า Counter Masseging Center กำลังติดตามพฤติการณ์ของสมาชิกกลุ่มก่อร้ายที่มีชื่อว่า Katibah Nusantara ซึ่งกระจายอยู่หลายประเทศรวมทั้งไทย คนเหล่านื้พยายามใช้มาเลเซียเป็นฐานเพื่อเดินทางต่อไปยังซีเรียและอิรักนอกจากนี้มีความเห็นของอดีตตำรวจสันติบาล      และหัวหน้าหน่วยข่าวกรองประจำสถานกงสุลมาเลเซียที่จังหวัดสงขลาเผยแพร่ใน New Straits Time เสนอให้มีการปรับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข จชต. นำตัวแทนกลุ่มผู้ก่อเหตุไม่สงบเข้าร่วมกระบวนการพูดคุยซึ่งอดีตนายตำรวจมาเลเซียผู้นี้เชื่อว่าจะช่วยลดเหตุรุนแรงในพื้นที่ จชต
          ๕.๑ สำนักข่าว Bernama และ Malaymailonline.com รายงานว่า Datuk Seri Zulkiple Kassim ผู้บัญชาการทหารบกมาเลเซียได้ลงนามในเอกสารกำหนดขอบเขตและรายละเอียดภารกิจร่วมระหว่างกองทัพมาเลเซียกับกองทัพบกไทย โดยมีพลเอกเฉลิมชัย สิทธิสารท ผู้บัญขาการทหารบกร่วมลงนามในพิธีที่จัดขึ้นที่กองบัญชาการกองทัพบกไทย เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม
          สื่อมาเลเซียอ้างเอกสารแถลงข่าวของกองทัพบกไทย ระบุว่า ผู้บัญชาการทหารบกไทยและมาเลเซียให้คำมั่นร่วมกันว่าจะพัฒนาความร่วมมือทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารทางทหาร การลาดตระเวณร่วมตามแนวชายแดน การต่อสู้กับภัยการก่อการร้าย การป้องกันการลักลอบเข้าเมืองตามแนวชายแดน รวมถึงการป้องกันการลักลอบขนสินค้าและยาเสพติดข้ามแดน

    (Thai Royal Army in a statement yesterday said the Army Chiefs of Thailand and Malaysia pledged to improve the exchange of military information between the two countries and conduct joint patrols and checks along the common border. Cooperation between both countries at the border would curb and fight terrorism threats, illegal border crossings, contraband smuggling, drug trafficking and others, he added)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/army-chief-tor-will-ensure-enhanced-malaysia-thailand-army-ties
    http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1357041​

          ๕.๒ สำนักข่าว Bernama และ malaymailonline.com รายงานเมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ว่า Datuk Seri Ahmad Zahid Hamidi รองนายกรัฐมนตรีและพรัฐมนตรีมหาดไทย เปิดเผยว่า หน่วยงานที่มีชื่อว่า Counter Messaging Center กำลังติดตามความเคลื่อนไหวของสมาชิกกลุ่มก่อร้ายที่มีชื่อว่า Katibah Nusantara ซึ่งกระจายอย่าหลายประเทศอาเซียน คือ ฟิลิปินส์ อินโดนีเซียและภาคใต้ของไทย พร้อมทั้งระบุว่า คนเหล่านี้พยายามใช้มาเลเซียเป็นฐานเพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศซเรียและอิรัก

    (On another matter, Ahmad Zahid, who is also the home minister, said Malaysia had the Counter Messaging Centre (CMC) and an agency each in the police and Foreign Ministry to monitor individuals on the suspects’ list.  These agencies were able to check the individuals in the South-east Asian region who had previously set up the terrorist group called ‘Katibah Nusantara’ to be despatched outside the Asian region, he said. Some of these people were in southern Thailand, southern Philippines or Indonesia and had previously attempted to use Malaysia as the base for moving on to Syria and Iraq, but the CMC and the other agencies had been able to check this, he said.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/dual-citizenship-holders-will-lose-malaysian-citizenship-says-zahid
    http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1356517​

          ๕.๓ New Straits Times ตีพิมพ์เผยแพร่จดหมายของ Datuk Wee Beng Gee อดีตตำรวจสันติบาลมาเลเซียผู้ที่เคยปฏิบัติงานในภาคใต้ของไทยเมื่อ ๔๐ ปีก่อนในยุคที่ต่อสู้กับภัยคุกคามจากพรรคคอมมิวนิสต์มลายา ซึ่งในช่วงเวลานั้นจชต.ก็มีเหตุไม่สงบจากขบวนการแบ่งแยกดินแดนทั้งพูโล และบีอาร์เอ็น ก่อเหตุซุ่มโจมตีและใช้อาวุธปืนปะทะกับเจ้าหน้าที่รัฐไทย แต่เหตุการณ์ก็ไม่รุนแรงเหมือนกับเวลานี้ ซึ่งมีทั้งการวางระเบิดโรงงาน โรงเรียน สถานีตำรวจ และสนามบินหาดใหญ่
          อดีตนายตำรวจมาเลเซีย มีข้อสังเกตว่า ทั้งผู้นำพูโลและบีอาร์เอ็นล้วนเป็นผู้สูงวัยซึ่งทุกคนหลบหนีไปพำนักในต่างประเทศ และไม่มีอำนาจบังคับบัญชานักรบรุ่นใหม่ที่เป็นคนหนุ่มผ่านการฝึกใช้อาวุธจากปากีสถาน ซีเรีย และประเทศอื่นๆ
          Wee Beng Gee ตั้งคำถามว่าภายใต้ภาวะแวดล้อมเช่นนี้รัฐไทยคุยกับตัวแทนที่มีอำนาจ หรือคุยกับตัวจริง? พร้อมทั้งเสนอให้มีการทบทวนกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข ดึงตัวแทนที่แท้จริงของกลุ่มติดอาวุธเข้าสู่กระบวนการพูดคุยสันติสุข ซึ่งเขาเชื่อว่าจะทำให้เหตุระเบิดและการสังหารผู้คนจะลดลง

    (I served in southern Thailand in the early 1970s as a Special Branch operative under the then Regional Border Committee Office fighting the Communist Party of Malaya threat. At that time, there was already a conflict between the so-called Pulo members and Barisan Revolusi Nasional (BRN), which was fighting for separation from the kingdom of Thailand. There were skirmishes and encounters of firepower between the separatists and government forces. There were killings of innocent lives then, but not as great as what is happening now with the bombings in factories, buildings, schools and even the district police headquarters and airport in Hat Yai. The leaders of Pulo or BRN are now old and in their twilight years; and most have fled overseas. These leaders, in my opinion, do not command the underlings of the current breed of fighters. The current breed is young and trained in Pakistan, Syria or elsewhere. In light of the current scenario, are we talking and negotiating with the right persons/leaders to end this conflict in southern Thailand ? If we are talking to the right persons in the peace process, I strongly believe that at the very least, the bombings and killings should have scaled down, but, sadly, it is not to be. The peace roadmap should be re-evaluated. Identify the right persons for the next roundtable talk. A peaceful southern Thailand will surely benefit the peoples of both sides of the border)
    ที่มาข้อมูล ; https://www.nst.com.my/opinion/letters/2017/05/240881/review-peace-process
          หมายเหตุ Wee Beng Gee เกิดที่ตุมปัต รัฐกลันตัน ตรงข้ามกับอ.ตากใบ เคยเป็นตำรวจสันติบาลมาเลเซียประจำที่จ.สงขลา ระหว่างปี ๒๕๑๕-๒๕๒๑ และหัวหน้าหน่วยข่าวกรองประจำสำนักงานกงสุลมาเลเซีย จ.สงขลา ปี ๒๕๓๙-๒๕๔๓ เป็นผู้นำทางความคิด (opinion leader) ที่มีบทความและความเห็นตีพิมพ์ในสื่อมาเลเซีย
          ๕.๔ สำนักข่าว Bernama รายงานเมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ว่า รัฐบาลไทยเตรียมแต่งตั้งผู้ช่วยฑูตตำรวจประจำสถานฑูตไทยในกรุงกัวลาลัมเปอร์ เพื่อทำหน้าที่ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาเลเซีย
          พลตำรวจโทไพฑูรย์ ชูชัยยะ  กรรมการในคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล หรือ ครม.ส่วนหน้า อธิบายถึงความจำเป็นที่ต้องมีตำแหน่งผู้ช่วยฑูตตำรวจว่า เนื่องเพราะมาเลเซียและไทยมีพรมแดนติดต่อกันหลายจังหวัด ซึ่งมีปัญหาความไม่สงบ ดังนั้นการผู้ช่วยฑูตตำรวจทำหน้าที่ประสานงาน จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาดีขึ้น

    (Thailand will appoint police attaches to be based at its Kuala Lumpur embassy to better coordinate cooperation between the forces' of both countries.
    The decision was taken by the country's 'Forward Cabinet' which deals with issues in southern Thailand. "As Malaysia shares border with many provinces in southern Thailand which is currently facing unrest, we think having police attaches will help in solving problems and coordinate cooperation (between the two countries)," its committee member Lt Gen Paitoon Choochaiya told the media today.....)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1356969

    เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น

    ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

    ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

    มากกว่า 2.00

    เพิ่มมาก

    1.10 – 2.00

    เพิ่มค่อนข้างมาก

    0.60 – 1.00

    เพิ่มในระดับหนึ่ง

    0.10 – 0.50

    เพิ่มเล็กน้อย

    0.02 – 0.09

    เพิ่มเพียงเล็กน้อย

    0.00 – 0.01

    ค่อนข้างคงที่

    (-0.01) – 0.00

    ค่อนข้างคงที่

    (-0.09) – (-0.02)

    ลดเพียงเล็กน้อย

    (-0.50) – (-0.10)

    ลดเล็กน้อย

    (-1.00) – (-0.60)

    ลดในระดับหนึ่ง

    (-2.00) – (-1.10)

    ลดค่อนข้างมาก

    น้อยกว่า (– 2.00)

    ลดมาก

     

Comment
Related