สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๖ - ๑๒ พ.ค. ๖๐

 15 พ.ค. 2560 19:48 น. | อ่าน 462
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

  1. บทสรุปผู้บริหาร
          ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกมีความถี่เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๙ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๒๙ เม.ย. – ๕ พ.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐๖ เทียบสัปดาห์ที่แล้ว  (๒๙ เม.ย. – ๕ พ.ค.๖๐)
          ประเด็นข่าวเชิงลบ ได้แก่ เหตุร้ายรายวัน (ได้แก่ ๑) โจรใต้บอมบ์ปัตตานี บิ๊กซียับ-ผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บเกลื่อน, ๒) พบศพแล้ว! เจ้าของรถยนต์คาร์บอมส์ Big C ปัตตานี ..กลางทุ่งนา และ ๓) โจรใต้กดระเบิดขณะกระบะ ตชด.ตากใบ ขับผ่าน โชคดีเจ็บเล็กน้อย
          ในส่วนของประเด็นเชิงบวก ได้แก่ สิทธิมนุษยชน (ได้แก่ ๑) สำนักจุฬาราชมนตรีประณามเหตุบึ้มบิ๊กซี ขอผู้ก่อเหตุหยุดทำร้ายผู้บริสุทธิ์, ๒) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล แถลงประณามการโจมตีที่ศูนย์การค้าในปัตตานี, ๓) นายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรท์ วอทช์ แถลงประณามการโจมตีที่ศูนย์การค้าในปัตตานี, ๔) อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ประฌามเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมที่ห้าง บิ๊กชี จังหวัดปัตตานี เป็นการกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง และ ๕) ยูนิเซฟประณามบึ้มห้างปัตตานี รับไม่ได้), วัฒนธรรม และวิถีชีวิต (ชาวพุทธบาเจาะ ที่เหลืออยู่ ๒ ชุมชน ร่วม จนท.เวียนเทียนกลางวันกลางสายฝน), การศึกษา (ครูดี...โรงเรียนเด่น /ห้องเรียนดนตรี..รร.จังหวัดชายแดนใต้), การบำรุงขวัญกำลังพล (‘ร.๑๐’ พระราชทานของเยี่ยม หน.กู้ภัยปัตตานี ล่าสุด พ้นขีดอันตรายแล้ว), การรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน (ได้แก่ ๑) มทภ.๔ ยันไม่มีประกาศนำจับล่ารางวัลผู้ก่อเหตุภาคใต้, ๒) รวบแล้ว!คนสั่งการคาร์บอมบ์ปัตตานี พบผู้ร่วมก่อเหตุ ๑๑ คน, ๓) เลขาฯสมช.ระบุ มะกอเซ็ง หม้าแอ้ ยังกลบดานในไทย, และ ๔) ‘ผบ.ทบ.-สมช.’ ย้ำไร้เงาไอเอส ซุกชายแดนใต้), ความร่วมมือไทย – มาเลย์ (ทร.ไทย-มาเลเซีย ร่วมฝึก SEAEX THAMALครั้งที่ ๖๓ กลางทะเลอ่าวไทย-อันดามัน), การเยียวยา (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงผู้บาดเจ็บระเบิดใต้ พระราชทานสิ่งของดอกไม้เป็นขวัญกำลังใจ), การสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ (ภาพประทับใจ ความรักท่ามกลางความรุนแรง เราอยู่ด้วยกันแบบนี้มาช้านาน), การช่วยเหลือประชาชน (ซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเทพฯ ทรงดำริให้สัญชาติคนไทยในมาเลย์), และ ความร่วมมือของภาคประชาชน (สปาร์โก้จัดใหญ่! บรรเทาทุกข์จากอุทกภัยให้พี่น้องภาคใต้!)
          จากแนวโน้มดังที่กล่าว ทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มลดลงร้อยละ ๑๙ ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว (๒๙ เม.ย. – ๕ พ.ค.๖๐) เล็กน้อย

    ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๒๙ เม.ย. – ๕ พ.ค.๖๐ สรุปได้ดังนี้
          เหตุลอบวางระเบิด ๒ ลูกซ้อนที่ห้างค้าปลีกปิ๊กซีปัตตานี เมื่อวันอังคารที่ ๙ พฤษภาคม เป็นประเด็นข่าวเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการนำเสนอมากที่สุดโดยสำนักข่าวระหว่างประเทศ คือ Reuters, AFP และ DPA (Deutsch Presse Agentur) ของเยอรมัน เช่นเดียวกับสื่อในภูมิภาคอาเซียนโดยเฉพาะมาเลเซีย มีการนำเสนอข่าวเหตุการณ์นี้อย่างเกาะติดนับตั้งแต่เกิดเหตุระเบิด ทั้งนี้มีข้อสังเกตุว่าการนำเสนอข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศเกือบทุกชิ้นเป็นการนำเสนอตามข้อเท็จจริงโดยที่ไม่มีความเห็นของผู้เชี่ยวชาญสถานการณ์ความรุนแรงใน จชต.แต่อย่างใด และมีบางสำนักข่าวเช่น DPA นำแถลงการณ์ขององค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและยูนิเซฟ ที่แสดงจุดยืนประนามผู้ก่อเหตุระเบิดมารายงานด้วย
          ส่วนประเด็นอื่นที่มีการนำเสนอรองลงมาคือ กรณี Muhammad Muzaffa Arieff Junaidi ชาวมาเลเซีย วัย ๒๗ ปี ผู้ต้องหาคดีความมั่นคงที่หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย ภายหลังตำรวจมาเลเซียปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมสมาชิกกลุ่ม IS หรือสาธารณรัฐอิสลาม นาย Junaidi ถูกตั้งข้อหาว่ามีพฤติการณ์ลักลอบนำเข้าอาวุธสงครามที่ซื้อจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเตรียมไว้ใช้ก่อการร้ายในประเทศมาเลเซีย

    ๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐
          ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

          ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 5.0544ln(x) + 15.262) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๙ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๙ เม.ย. – ๕ พ.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 2.4256ln(x) - 0.436) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐๖ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๙ เม.ย. – ๕ พ.ค.๖๐)

          ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
          เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

    วัน/เดือน/ปี

    จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

    จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

           ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)      

    2017-04-29

    15

    0

     15.00

    2017-04-30

    18

    1

     18.00

    2017-05-01

    23

    2

     11.50

    2017-05-02

    20

    3

     6.67

    2017-05-03

    34

    5

     6.80

    2017-05-04

    28

    4

     7.00

    2017-05-05

    18

    3

     6.00

    2017-05-06

    13

    5

     2.60

    ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

     9.20

    2017-05-07

    25

    0

     25.00

    2017-05-08

    23

    3

     7.67

    2017-05-09

    27

    10

     2.70

    2017-05-10

    38

    6

     6.33

    2017-05-11

    30

    10

     3.00

    2017-05-12

    29

    3

     9.67

    ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

     8.27

    หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย

    ๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐
          ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

                ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐ ไม่มีทั้งข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข
          ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

          ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 1.0271ln(x) - 0.5624) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๕๐ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๒๙ เม.ย. – ๕ พ.ค.๖๐) ภาพข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ๑) โจรใต้บอมบ์ปัตตานี บิ๊กซียับ-ผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บเกลื่อน, ๒) พบศพแล้ว! เจ้าของรถยนต์คาร์บอมส์ Big C ปัตตานี ..กลางทุ่งนา และ ๓) โจรใต้กดระเบิดขณะกระบะ ตชด.ตากใบ ขับผ่าน โชคดีเจ็บเล็กน้อย

          ๓.๓ ประเด็นการเมือง

          ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.0316x2 + 0.4607x + 0.6923) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๓๘ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๙ เม.ย. – ๕ พ.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีจำนวน ๕ ข่าว จากที่มีเพียง ๑ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๙ เม.ย. – ๕ พ.ค.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวก ในประเด็นการเมือง ได้แก่ ๑) นายกฯชื่นชมจนท.สืบเบาะแสบึ้มบิ๊กซีใต้ วอนไม่แชร์คลิประเบิด-หวั่นตอกย้ำความรุนแรง, ๒) ไม่ใช่วิสัยบีอาร์เอ็น ถาวรตั้งข้อสงสัยบึ้มบิ๊กซีอาจโยงปมธุรกิจ, ๓) บึ้มปัตตานีไม่เกี่ยวไอเอส บิ๊กโด่ง สั่งความมั่นคงเพิ่มระดับเข้มงวดดูแลภาคใต้, และ ๔) บิ๊กป้อมสั่งดูแลเหยื่อระเบิดห้างปัตตานี กำชับฝ่ายความมั่นคงเร่งล่าตัวผู้ก่อเหตุ เป็นต้น สำหรับภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ๑) โจรประณามโจร แกนนำพูโล-มารา ยกเหตุบึ้มบิ๊กซี ซัด รัฐบาลไทยไร้น้ำยา, ๒) แก้ปัญหาชายแดนใต้พลิก ผู้ก่อการเข้มแข็งกว่าเดิมหรือรัฐผิดพลาด !!,) พี่ป้อมไม่เขิน โว ๓ ปี คสช.ผลงานดี เป็นต้น

          ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

          ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 3.063ln(x) - 0.8686) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๙๕ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๙ เม.ย. – ๕ พ.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบฯ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.5065ln(x) - 0.2685) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๕ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๙ เม.ย. – ๕ พ.ค.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวกในประเด็น รปภ.ฯ ได้แก่ ๑) มทภ.๔ ยันไม่มีประกาศนำจับล่ารางวัลผู้ก่อเหตุภาคใต้, ๒) รวบแล้ว!คนสั่งการคาร์บอมบ์ปัตตานี พบผู้ร่วมก่อเหตุ ๑๑ คน, ๓) เลขาฯสมช.ระบุ มะกอเซ็ง หม้าแอ้ ยังกลบดานในไทย, และ ๔) ‘ผบ.ทบ.-สมช.’ ย้ำไร้เงาไอเอส ซุกชายแดนใต้ เป็นต้น ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ๑) ทภ.4 การข่าวห่วย ปล่อยบึ้มบิ๊กซี, ๒)​ ผบ.ตร.รับคาร์บอมบ์‘บิ๊กซี’ปัตตานี การข่าวล่าช้า เตือนโจรใต้ปรับแผนป่วน และ ๓) สังคายนาการข่าวใต้ ปัญหาด่วนรัฐต้องเร่งมือ เป็นต้น

          ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

          ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.8026ln(x) + 3.8415) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๑ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๙ เม.ย. – ๕ พ.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.3024ln(x) + 0.0987) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๙ เม.ย. – ๕ พ.ค.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) ริงกิตวูบเที่ยวมาเลย์โต ธุรกิจทัวร์-เศรษฐกิจคึก คนไทยจัดทริปพุ่ง๒๐ % ผ่านด่านชายแดน, ๒) พด.ยะลา’ปรับปรุงพื้นที่นาร้าง ส่งเสริมปลูกปาล์มน้ำมัน เพื่อความยั่งยืน และ ๓) ยะลามีสวนน้ำแล้ว เครื่องเล่น ๑๓ ชนิดเนื้อที่กว่า ๒๔ ไร่ เป็นต้น ในส่วนของภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ๑) สภาอุตสาหกรรมชี้ ‘ระเบิดปัตตานี’ กระทบการลงทุนใหม่ และ ๒)​ ปิดตลาดหุ้นไทยร่วงหนัก ๗.๗๑ จุด เป็นต้น

          ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน

          ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นสิทธิมนุษยชน มีจำนวนข่าวสูงมาก จากเดิมที่จำนวนข่าวต่ำ หรือ แทบจะไม่มีเลย...สาเหตุที่ข่าวในประเด็นสิทธิมนุษยชนเพิ่มขึ้น ก็คือ การออกมาร่วมประฌามการก่อเหตุร้ายของ ผกร. ในเหตุการณ์วางระเบิดห้างบิ๊กซี ปัตตานี ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) สำนักจุฬาราชมนตรีประณามเหตุบึ้มบิ๊กซี ขอผู้ก่อเหตุหยุดทำร้ายผู้บริสุทธิ์, ๒) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล แถลงประณามการโจมตีที่ศูนย์การค้าในปัตตานี, ๓) นายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรท์ วอทช์ แถลงประณามการโจมตีที่ศูนย์การค้าในปัตตานี, ๔) อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ประฌามเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมที่ห้าง บิ๊กชี จังหวัดปัตตานี เป็นการกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง และ ๕) ยูนิเซฟประณามบึ้มห้างปัตตานี รับไม่ได้

          ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
    ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล ที่เกี่ยวข้องกับ จชต.

          ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
    ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
          ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
    ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

    ๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
           ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

    ประเด็นเชิงลบ สรุปได้ดังนี้
    1. 
    เหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ๑) โจรใต้บอมบ์ปัตตานี บิ๊กซียับ-ผู้บริสุทธิ์บาดเจ็บเกลื่อน, ๒) พบศพแล้ว! เจ้าของรถยนต์คาร์บอมส์ Big C ปัตตานี ..กลางทุ่งนา และ ๓) โจรใต้กดระเบิดขณะกระบะ ตชด.ตากใบ ขับผ่าน โชคดีเจ็บเล็กน้อย
    ประเด็นเชิงบวก สรุปได้ดังนี้
    1. 
    สิทธิมนุษยชน ได้แก่ ๑) สำนักจุฬาราชมนตรีประณามเหตุบึ้มบิ๊กซี ขอผู้ก่อเหตุหยุดทำร้ายผู้บริสุทธิ์, ๒) แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล แถลงประณามการโจมตีที่ศูนย์การค้าในปัตตานี, ๓) นายแบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรท์ วอทช์ แถลงประณามการโจมตีที่ศูนย์การค้าในปัตตานี, ๔) อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ประฌามเหตุการณ์คนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมที่ห้าง บิ๊กชี จังหวัดปัตตานี เป็นการกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมอย่างยิ่ง และ ๕) ยูนิเซฟประณามบึ้มห้างปัตตานี รับไม่ได้
    2. 
    วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ได้แก่ ชาวพุทธบาเจาะ ที่เหลืออยู่ ๒ ชุมชน ร่วม จนท.เวียนเทียนกลางวันกลางสายฝน
    3. 
    การศึกษา ได้แก่ ครูดี...โรงเรียนเด่น /ห้องเรียนดนตรี..รร.จังหวัดชายแดนใต้
    4. 
    การบำรุงขวัญกำลังพล ได้แก่ ร.๑๐’ พระราชทานของเยี่ยม หน.กู้ภัยปัตตานี ล่าสุด พ้นขีดอันตรายแล้ว
    5. 
    การรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน ได้แก่ ๑) มทภ.๔ ยันไม่มีประกาศนำจับล่ารางวัลผู้ก่อเหตุภาคใต้, ๒) รวบแล้ว!คนสั่งการคาร์บอมบ์ปัตตานี พบผู้ร่วมก่อเหตุ ๑๑ คน, ๓) เลขาฯสมช.ระบุ มะกอเซ็ง หม้าแอ้ ยังกลบดานในไทย, และ ๔) ‘ผบ.ทบ.-สมช.’ ย้ำไร้เงาไอเอส ซุกชายแดนใต้
    6. 
    ความร่วมมือไทย – มาเลย์ ได้แก่ ทร.ไทย-มาเลเซีย ร่วมฝึก SEAEX THAMALครั้งที่ ๖๓ กลางทะเลอ่าวไทย-อันดามัน
    7. 
    การเยียวยา ได้แก่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงผู้บาดเจ็บระเบิดใต้ พระราชทานสิ่งของดอกไม้เป็นขวัญกำลังใจ
    8. 
    การสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ ได้แก่ ภาพประทับใจ ความรักท่ามกลางความรุนแรง เราอยู่ด้วยกันแบบนี้มาช้านาน
    9. 
    การช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ ซาบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเทพฯ ทรงดำริให้สัญชาติคนไทยในมาเลย์
    10. 
    ความร่วมมือของภาคประชาชน ได้แก่ สปาร์โก้จัดใหญ่! บรรเทาทุกข์จากอุทกภัยให้พี่น้องภาคใต้!

          ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

          จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วน และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้ ของผู้รับข่าวสาร ให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว โดยในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐ พบว่า แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในภาพรวม มีแนวโน้มลดลง (y = -0.405ln(x) + 3.0161) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๙ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๘ เม.ย. – ๕ พ.ค.๖๐) จากระดับผลกระทบดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ลดลงกว่าสัปดาห์ที่แล้ว  (๒๘ เม.ย. – ๕ พ.ค.๖๐) ในระดับหนึ่ง

    ๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๖ – ๑๒ พ.ค.๖๐
          เหตุลอบวางระเบิด ๒ ลูกซ้อนที่ห้างค้าปลีกปิ๊กซีปัตตานี เมื่อวันอังคารที่ ๙ พฤษภาคม เป็นประเด็นข่าวเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีการนำเสนอมากที่สุดโดยสำนักข่าวระหว่างประเทศ คือ Reuters, AFP และ DPA (Deutsch Presse Agentur) ของเยอรมัน เช่นเดียวกับสื่อในภูมิภาคอาเซียนโดยเฉพาะมาเลเซีย มีการนำเสนอข่าวเหตุการณ์นี้อย่างเกาะติดนับตั้งแต่เกิดเหตุระเบิด ทั้งนี้มีข้อสังเกตุว่าการนำเสนอข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศเกือบทุกชิ้นเป็นการนำเสนอตามข้อเท็จจริงโดยที่ไม่มีความเห็นของผู้เชี่ยวชาญสถานการณ์ความรุนแรงใน จชต.แต่อย่างใด และมีบางสำนักข่าวเช่น DPA นำแถลงการณ์ขององค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและยูนิเซฟ ที่แสดงจุดยืนประนามผู้ก่อเหตุระเบิดมารายงานด้วย

          ส่วนประเด็นอื่นที่มีการนำเสนอรองลงมาคือ กรณี Muhammad Muzaffa Arieff Junaidi ชาวมาเลเซีย วัย ๒๗ ปี ผู้ต้องหาคดีความมั่นคงที่หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย ภายหลังตำรวจมาเลเซียปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมสมาชิกกลุ่ม IS หรือสาธารณรัฐอิสลาม นาย Junaidi ถูกตั้งข้อหาว่ามีพฤติการณ์ลักลอบนำเข้าอาวุธสงครามที่ซื้อจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเตรียมไว้ใช้ก่อการร้ายในประเทศมาเลเซีย
          ๕.๑ ประเด็นข่าวผู้ก่อความไม่สงบลอบวางระเบิด ๒ ลูกซ้อนที่ห้างค้าปลีกบิ๊กซี จังหวัดปัตตานี พบว่า สื่อในภูมิภาคอาเซียนส่วนใหญ่ยกเว้นสำนักข่าว Bernama ของทางการมาเลเซีย ใช้ข้อมูลจากรายงานข่าวของสำนักข่าวระหว่างประเทศคือ Reuters, AFP และ DPA และพบว่าสื่อภาษาอังกฤษทุกสำนักในมาเลเซีย รายงานข่าวเหตุการณ์นี้ ประกอบด้วย The Star, The Malaysia Online , New Straits Times และ Malaysiakini ส่วนสื่อประเทศอื่นที่รายงานข่าวเหตุระเบิดที่ปัตตานี คือ Straits Times สิงคโปร์ และ Manila Bullentin
          ทั้งนี้เนื้อหาที่รายงานอ้างอิงข้อเท็จจริงและคำให้สัมภาษณ์ของเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง โฆษกกระทรวงกลาโหม และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหลัก โดยมีเนื้อหาสำคัญสรุปได้ดังนี้
                ๕.๑.๑ Straits Times อ้างรายงานข่าวของ Reuters ระบุว่า เหตุระเบิดสองครั้งที่ห้างค้าปลีกใหญ่แห่งหนี่งใน จชต.บ่ายวันอังคาร เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย ๖๐ คน ซึ่งมีเด็กรวมอยู่ด้วย และมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ๒๑ คน
    เจ้าหน้าที่ทางการไทยเชื่อว่า กลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวมุสลิมเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการก่อเหตุรุนแรงครั้งนี้

    (At least 60 people, among them children, were injured when two bombs went off one after the other at a major supermarket in Thailand's restive south yesterday afternoon. Of the 60 who were hurt, 21 suffered serious injuries, reported Reuters. The authorities suspected that Muslim militants, fighting for a separate state in the deep south of the predominantly Buddhist country, were behind the attack outside Big C supermarket in Pattani.)

                ๕.๑.๒ Straits Times ตั้งข้อสังเกตุว่าเหตุระเบิดห้างบิ๊กซีเกิดขึ้นใสนช่วงเวลาที่มีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นต่อเนื่องในเดือนเมษายน ที่ผ่านมา โดยอ้างข้อมูลจากศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ระบุว่า เฉพาะเดือนเมษายน เดือนเดียวมีเหตุรุนแรง ๑๐๙ ครั้ง มีผู้เสียชีวิต ๒๑ คน

    ( The fighting has claimed more than 6,500 lives since 2004, according to independent monitoring group Deep South Watch. It said that last month alone, there were 109 incidents and 21 deaths.)

                ๕.๑.๓ สำนักข่าว Bernama และ Malaysiakini รายงานจุดยืนของรัฐบบาลไทยว่าจะไม่ยอมละทิ้งแนวทางการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดน-คใต้แม้ว่าจะมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นก็ตาม โดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของพลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่แถลงยืนยันว่า รัฐบาลไทยยึดมั่นและเดินหน้ากระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข และจะทำทุกวิถีทางในการนำสันติสุขคืนสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมทั้งประนามการกระทำของผู้ก่อควาไม่สงบว่า เป็นการกระทำที่โหดร้าย

    "The government affirmed that it will go ahead with the peace process and strive to do everything it can for the return of peace in southern Thailand," the government's spokesperson Lt-Gen Sansern Kaewkamnerd said in a statement issued in Bangkok today. Sansern said the perpetrators acted "very violently and cruelly" in committing the acts.

                ๕.๑.๔ การนำเสนอข่าวที่มีเนื้อหาเกาะติดปฏิบัติการณ์ติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฏหมาย มีเนื้อหาดังนี้
                      สำนักข่าว AFP รายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารบอกว่ากำลังติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

    (Thailand’s military said it was hunting four suspects over a large car bomb which wounded more than 60 people outside a supermarket in the insurgency-plagued south.)

          ขณะที่สำนักข่าว Reuters รายงานว่าเจ้าหน้าที่ทางการไทยกำลังติดตามผู้ก่อเหตุรุนแรงชาวมุสลิม ๑๐ คน ซึ่งเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดบิ๊กซีมาดำเนินคดี

    (Thai authorities are hunting for at least 10 suspected Muslim insurgents over a car-bomb this week that wounded 60 people, including children, outside a supermarket in the troubled far south of the predominantly Buddhist country.)

                ๕.๑.๕ สำนักข่าว DPA แห่งเยอรมัน รายงานว่า องค์กรระหว่างประเทศหลายแห่งออกแถลงการณ์ประนามผู้ก่อเหตุ
          กองทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กแห่งสหประชาชาติ หรือยูนิเซฟ โดยนายโทมัส เดวิส ผู้แทนยูนิเซฟประจำประเทศไทยออกแถลงการณ์ผ่านทางเฟซบุ้ค ประนามการโจมตีพลเรือนในสถานที่มีเด็กและครอบครัว พร้อมทั้งระบุว่าชีวิตเด็กไม่สมควรที่จะตกอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อชีวิตเช่นนี้ การกระทำเช่นนี้จึงเป็นการกระทำที่ไม่อาจยอมรับได้โดยสิ้นเชิง
          ทางด้าน Champa Patel ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของแอมนาสตี้อินเตอร์เนชั่นแนล ประนามการโจมตีห้างสรรพสินค้าในปัตตานีว่าเป็นการกระทำที่จงใจมุ่งร้ายต่อชีวิตพลเรือน จงใจสร้างความสะเทิอนขวัญจ่อพลเรือนและไม่คำนึงถึงชีวิตผู้คนแต่อย่างใด พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลไทยเร่งติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ตามมาตรฐานสากล แต่ขอให้เว้นการลงโทษถึงขั้นประการชีวิต

    (International organisations condemned the attack. The United Nations International Children''s Emergency Fund (Unicef) "condemns such indiscriminate attacks on civilian areas, where children and their families are known to be present," in a statement on its Facebook page. "No child’s life should ever be put at risk in this way. This is wholly unacceptable," said Thomas Davin, Unicef Thailand representative. Amnesty International also urged an independent and effective investigation. "The attack on a shopping centre in Pattani is a horrific and deliberate attack on civilians, and shows a callous disregard for human life," said Champa Patel, Amnesty's director for South-East Asia and the Pacific. "Thai authorities... have a duty to bring the perpetrators to justice through fair trials and in line with international standards and without imposing the death penalty," she added.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/world/article/double-bombing-hits-thailands-troubled-south-injures-40
    http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/scores-hurt-in-twin-bomb-attack-at-pattani-supermarket​
    http://www.thestar.com.my/news/world/2017/05/11/thai-authorities-hunt-10-over-bomb-that-injured-60--military/​
    http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/thai-authorities-hunt-10-over-bomb-that-injured-60-in-pattani-military
    http://www.thestar.com.my/news/regional/2017/05/11/thai-army-hunts-car-bomb-suspects/​
    http://www.themalaymailonline.com/world/article/thai-army-hunts-four-over-supermarket-car-bomb​
    http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/pattani-supermarket-bombing-thai-army-hunting-4-suspects​
    http://news.mb.com.ph/2017/05/10/thai-army-hunts-four-over-supermarket-car-bomb/
    http://www.thestar.com.my/news/regional/2017/05/10/50-injured-in-pattani-blasts-bombs-explode-outside-busy-supermarket-in-thailands-south/​
    http://news.mb.com.ph/2017/05/09/double-bombing-hits-thailands-troubled-south-injures-40/
    http://www.aljazeera.com/news/2017/05/double-bombing-hits-thailands-violence-plagued-south-170509121156063.html
    http://www.malaysiakini.com/news/381778​
    http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1354733
    http://www.malaysiakini.com/news/381720​

          ๕.๒ สำนักข่าว Bernama และ New Straits Times รวมทั้งสื่อสิงคโปร์ คือ Straits Times ยังคงเกาะติดข่าวการติดตามจับกุมตัวชายชาวมาเลเซียวัย ๒๗ ปี ที่มีภูมิลำเนาอยู่ที่รันตู ปันจัง เมืองชายแดนมาเลเซียในรัฐกลันตันที่อยู่ติดกับสุไหงโกลก
          Straits Times รายงานว่า Muhammad Muzaffa Arieff Junaidi ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาเป็นผู้สนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย IS มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้าอาวุธสงครามจากประเทศไทยให้กับกลุ่มก่อการร้าย และขณะนี้ตำรวจมาเลเซียกำลังติดตามตัวมาดำเนินคดี ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่า Junaidi หลบหนีการจับกุมเข้ามาในประเทศไทย
          Straits Times อ้างแหล่งข่าวมีพฤติการณ์ผ่านเข้าออกสุไหงโกลก หลายครั้งเพื่อรวบรวมอาวุธสงครามลักลอบเข้ามาเลเซียทั้งทางด่านตรวจคนเข้าเมือง และผ่านช่องทางลับตามแนวชายแดน นอกจากนี้ยังพบว่าบางครั้งเขาพาพรรคพวกเข้ามาช่วยขนอาวุธจากประเทศไทยอีกด้วย

    (Police in Malaysia are seeking a Kelantan man with links to the Islamic State in Iraq and Syria (ISIS) suspected of being involved in a smuggling ring selling firearms to the militant group, the New Straits Times reported on Thursday (May 11). The paper, citing sources, said the 27-year-old man identified as Muhammad Muzaffa Arieff Junaidi from Kampung Gertak is wanted by the police for being part of a group of smugglers operating along the Kelantan-Thai border. According to the sources, the man regularly travels to southern Thailand and Kelantan, especially to the border town of Sungai Golok in Thailand's Narathiwat Province, to collect the supply of firearms either through checkpoints or illegal jetties located along the border areas. The sources said the man is sometimes accompanied by other smugglers when he collects the firearms from the Thai suppliers.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/malaysian-police-seeking-kelantan-man-said-to-be-part-of-isis-arms-smuggling-ring
    http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/malaysian-police-seeking-kelantan-man-said-to-be-part-of-isis-arms-smuggling-ring
    http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/malaysian-police-seeking-kelantan-man-said-to-be-part-of-isis-arms-smuggling-ring


    เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น

    ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

    ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

    มากกว่า 2.00

    เพิ่มมาก

    1.10 – 2.00

    เพิ่มค่อนข้างมาก

    0.60 – 1.00

    เพิ่มในระดับหนึ่ง

    0.10 – 0.50

    เพิ่มเล็กน้อย

    0.02 – 0.09

    เพิ่มเพียงเล็กน้อย

    0.00 – 0.01

    ค่อนข้างคงที่

    (-0.01) – 0.00

    ค่อนข้างคงที่

    (-0.09) – (-0.02)

    ลดเพียงเล็กน้อย

    (-0.50) – (-0.10)

    ลดเล็กน้อย

    (-1.00) – (-0.60)

    ลดในระดับหนึ่ง

    (-2.00) – (-1.10)

    ลดค่อนข้างมาก

    น้อยกว่า (– 2.00)

    ลดมาก

Comment
Related