สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๘ - ๑๔ เม.ย. ๖๐

 29 เม.ย. 2560 12:19 น. | อ่าน 315
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

  1. บทสรุปผู้บริหาร
          ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ เม.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวกมีความถี่ลดลงร้อยละ ๑๘ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๑ – ๗ เม.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่ลดลงร้อยละ ๒๗ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว
          ประเด็นข่าวเชิงลบ ได้แก่ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน (๓ จว.ใต้ ป่วนคนร้ายตระเวน บึ้ม-เผา หลายจุด), ประเด็นสิทธิมนุษยชน (สิทธิมนุษยชน โลกจับตา...ไทยอย่าละเลย!!!) และ ๓) ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข (เทศมองไทย ๒ สัญญาณจาก บีอาร์เอ็น)
          ในส่วนของประเด็นเชิงบวก สรุปได้ดังนี้ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ ได้แก่ ๑) เร่งซ่อมเสาไฟฟ้า ๓ จังหวัดแดนใต้, ๒) สงกรานต์คึกคักทั่วไทยเบตงต่างชาติทะลักเที่ยว และ ๓) พาณิชย์ล่องใต้ติวเข้มรายย่อยรุกขายออนไลน์), ประเด็นการ รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน ได้แก่ ๑) ยะลา-ปัตตานี เล่นน้ำสงกรานต์สนุกสนาน ท่ามกลางการดูแล รปภ.เข้ม, ๒)  จับ ๓ ผู้ต้องสงสัย! คาดเอี่ยวบึ้มเสาไฟฟ้าป่วนใต้ - หิ้วสอบค่ายอิงคยุทธฯ และ ๓) ‘มทภ.๔’ สั่งเข้ม คุมชายแดนใต้ ไร้กึ๋นเชิญออก), ประเด็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิต (พุทธศาสนิกชนชายแดนภาคใต้ ร่วมสรงน้ำหลวงปู่ทวด วัดช้างไห้), ประเด็นก่ารช่วยเหลือประชาชน (พบแล้ว!เรือบรรทุก LPG หายในทะเล กัปตันลูกเรือปลอดภัยดี), ประเด็นการยกระดับคุณภาพชีวิต (ยะลาเข้มสาดน้ำเน้นตายเป็นศูนย์รักษาแชมป์อีกปี), ประเด็นยาเสพติด (จับยาบ้าบิ๊กล็อตเฉียดล้านเม็ดเตรียมลงใต้ ตร.เร่งสืบหลังคนร้ายทิ้งรถหนี), ประเด็นการสร้างความเข้าใจ/สมานฉันท์ (บอส เผยระทึกโชว์ตัว สุไหงโก-ลก เจอน้ำทะเลผู้คนดีงามความกลัวหาย), ประเด็นความร่วมมือของภาคประชาชน (๑๐ ปี ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคมสนับสนุน ๗ องค์กร ยกย่อง ๗๘ คนดีต้นแบบขยายผลความดี สร้างประโยชน์ให้คนไทย), ประเด็นการศึกษา (อบรมครูวิทย์ ๓ จังหวัดใต้), ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. (จนท.เช็กกล้องวงจรปิดล่าป่วนใต้ เผยรู้ตัวกลุ่ม เยาวชนรุ่นใหม่ ก่อเหตุ)
          จากแนวโน้มดังที่กล่าว ทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๓ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๑ – ๗ เม.ย.๖๐) ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้วเล็กน้อย

    ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ เม.ย.๖๐ สรุปได้ดังนี้
          แถลงการณ์ของแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติ หรือ บีอาร์เอ็น ปฏิเสธกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขและแสดงเจตจำนงเข้าร่วมกระบวนการพูดคุย โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องเป็นการเจรจาโดยตรงกับตัวแทนรัฐบาลไทย และต้องมีตัวแทนจากประเทศที่เป็นกลางทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ย (mediator) และผู้สังเกตุการณ์ ซึ่งเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนประเทศตะวันตก เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน เป็นประเด็นที่มีการรายงานมากที่สุด และมีจำนวนใกล้เคียงกับบทวิเคราะห์สถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ เริ่มจากกลุ่มคนร้ายใช้รถปิคอัพเป็นพาหนะโจมตีตำรวจ สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ตามมาด้วยการโจมตีจุดตรวจตำรวจที่ อ.กรงปีนัง จ.ยะลา วันที่ ๓ เมษายน และการก่อเหตุระเบิดเสาไฟฟ้า รวมทั้งเผายางรถยนต์ ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันในพื้นที่ ๑๙ อำเภอ ของ ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลางดึกคืนวันที่ ๗ เมษายน โดยที่บทวิเคราะห์ หลายชิ้นมีความเห็นว่า เป็นการตอบโต้การวิสามัญฆาตกรรมชายมุสลิมเชื้อสายมลายู ๒ คน ที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เหตุเกิดวันที่ ๒๙ มีนาคม และเป็นการแสดงศักยภาพของบีอาร์เอ็น
          ขณะเดียวกันสื่อมาเลเซียหลายแห่ง นำเสนอข่าวรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทยมาเลเซีย ตรวจดูความคืบหน้าการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารศุลกากร ด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านกักกันพืชและสัตว์ รวมทั้งอาคารศูนย์รักษาความปลอดภัย ที่บูกิตกายูฮิตัม ซึ่งตั้งอยู่ติดกับด่านสะเดา จ.สงขลา รวมทั้งข่าวการประชุมกับ พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวนโยบายการเปิดบริการ ๒๔ ชั่วโมงที่ด่านสะเดาและบูกิตกายูฮิตัม ซึ่งมีเสียงสนับสนุนคับคั่ง ตั้งแต่รัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่นในรัฐเคดาห์ รวมทั้งชาวมาเลเซีย ที่มีความเห็นว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ

    ๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๘ – ๑๔ เม.ย.๖๐
          ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

          ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ เม.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -1.284ln(x) + 16.383) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๘ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑ – ๗ เม.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.413ln(x) + 3.4575) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๒๗ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว

          ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
          เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

    วัน/เดือน/ปี

    จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

    จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

        ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)   

    2017-04-01

    17

    4

    4.25

    2017-04-02

    0

    0

    -

    2017-04-03

    26

    5

    5.20

    2017-04-04

    23

    3

    7.67

    2017-04-05

    11

    1

    11.00

    2017-04-06

    14

    1

    14.00

    2017-04-07

    17

    8

    2.13

    ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

    6.32

    2017-04-08

    11

    6

    1.83

    2017-04-09

    20

    1

    20.00

    2017-04-10

    11

    3

    3.67

    2017-04-11

    19

    3

    6.33

    2017-04-12

    19

    1

    19.00

    2017-04-13

    7

    0

    7.00

    ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

    9.16

    หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level)  มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย

    ๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ เม.ย.๖๐
          ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

          ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ เม.ย.๖๐ ทั้งข่าวเชิงบวก และ ข่าวเชิงลบในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น กล่าวคือ ในสัปดาห์นี้มีข่าวเชิงบวก และ ข่าวเชิงลบ ๒ ข่าว และ ๑ ข่าว ตามลำดับ จากที่ไม่มีเลยในสัปดาห์ที่แล้ว (๑ – ๗ เม.ย.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) รัฐเมิน ๓ ข้อเรียกร้องบีอาร์เอ็น ชี้เรื่องเก่าของพวกตกขบวน โยนมาราปาตานีไปเคลียร์ และ ๒) เดินหน้าพื้นที่ปลอดภัย ในส่วนของภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ เทศมองไทย ๒ สัญญาณจาก บีอาร์เอ็น

          ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

          ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ เม.ย.๖๐ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวันมีแนวโน้มลดลง (y = -0.175ln(x) + 1.3149) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๖๐ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๑ – ๗ เม.ย.๖๐) ภาพข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน เป็นภาพข่าวที่ต่อเนื่องจากเหตุการณ์ในสัปดาห์ที่แล้ว  ได้แก่ ๓ จว.ใต้ ป่วนคนร้ายตระเวน บึ้ม-เผา หลายจุด

          ๓.๓ ประเด็นการเมือง

          ในช่วงวันที่ – ๑๔ เม.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.103ln(x) + 0.8994) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๕๗ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑ – ๗ เม.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่ค่อนข้างคงที่ (ในสัปดาห์นี้มีข่าวเชิงลบ ๒ ข่าว เท่ากับสัปดาห์ที่แล้ว ภาพข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมือง ได้แก่ ๑) บิ๊กตู่ อวยพรขอให้มีความสุขปีใหม่ไทย ตร.แนะทางแก้นั่งกระบะแค็บ 
    'นายกฯ' ขอให้มีความสุขปีใหม่ 
    และ
    ๒) รัฐเดินหน้าเร่งแก้หนี้นอกระบบ เป็นต้น ในส่วนของภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ๑) กำนันยุติเคลื่อนไหว! ขู่ทิ้งท้ายลดวาระเหลือ ๕ ปี ระวังกระทบไฟใต้ และ ๒) อย่าแค่ฟัง-ต้องได้ยิน (กรณีคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน) เป็นต้น

          ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

          ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ เม.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่ลดลง เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว    (๑ – ๗ เม.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.569ln(x) + 1.381) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๗๕ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว ภาพข่าวเชิงบวกในประเด็น รปภ.ฯ ได้แก่ ๑) ยะลา-ปัตตานี เล่นน้ำสงกรานต์สนุกสนาน ท่ามกลางการดูแล รปภ.เข้ม, ๒)  จับ ๓ ผู้ต้องสงสัย! คาดเอี่ยวบึ้มเสาไฟฟ้าป่วนใต้ - หิ้วสอบค่ายอิงคยุทธฯ และ ๓) ‘มทภ.๔’ สั่งเข้ม คุมชายแดนใต้ ไร้กึ๋นเชิญออก เป็นต้น ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ งานข่าว วังเวงในชายแดนใต้ เป็นต้น

          ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

          ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ เม.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.9182ln(x) + 0.9192) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑ – ๗ เม.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น กล่าวคือ ในสัปดาห์นี้ มีข่าวเชิงลบ ๓ ข่าว จากที่ไม่มีเลยในสัปดาห์ที่แล้ว (๑ – ๗ เม.ย.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) เร่งซ่อมเสาไฟฟ้า ๓ จังหวัดแดนใต้, ๒) สงกรานต์คึกคักทั่วไทยเบตงต่างชาติทะลักเที่ยว และ ๓) พาณิชย์ล่องใต้ติวเข้มรายย่อยรุกขายออนไลน์ เป็นต้น ในส่วนของภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง (โครงการท่าเรือน้ำลึกปากบารา) เป็นต้น

          ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
                
    ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ เม.ย.๖๐ มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน ที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ได้แก่ สิทธิมนุษยชน  โลกจับตา...ไทยอย่าละเลย!!!
          ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
                ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ เม.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล ที่เกี่ยวข้องกับ จชต.
          ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
                ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ เม.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
          ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
                ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ เม.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

    ๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
          ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

    ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ สรุปได้ดังนี้
    ๑) เหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ๓ จว.ใต้ป่วนคนร้ายตระเวน บึ้ม-เผา หลายจุด
    ๒) สิทธิมนุษยชน ได้แก่สิทธิมนุษยชน โลกจับตา...ไทยอย่าละเลย!!! และ
    ๓) การพูดคุยเพื่อสันติสุน ได้แก่ เทศมองไทย ๒ สัญญาณจาก บีอาร์เอ็น
    ในส่วนของประเด็นเชิงบวก สรุปได้ดังนี้
    ๑) เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ได้แก่ ได้แก่ ๑) เร่งซ่อมเสาไฟฟ้า ๓ จังหวัดแดนใต้, ๒) สงกรานต์คึกคักทั่วไทยเบตงต่างชาติทะลักเที่ยว และ ๓) พาณิชย์ล่องใต้ติวเข้มรายย่อยรุกขายออนไลน์เป็นต้น
    ๒) การรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน ได้แก่ ๑) ยะลา-ปัตตานีเล่นน้ำสงกรานต์สนุกสนาน ท่ามกลางการดูแล รปภ.เข้ม, ๒) จับ ๓ ผู้ต้อง สงสัย! คาดเอี่ยวบึ้มเสาไฟฟ้าป่วนใต้- หิ้วสอบค่ายอิงคยุทธฯ และ ๓) ‘มทภ.๔’ สั่งเข้ม คุมชายแดนใต้ไร้กึ๋นเชิญออก
    ๓) วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ได้แก่ พุทธศาสนิกชนชายแดนภาคใต้ร่วมสรงน้ำหลวงปู่ทวด วัดช้างไห้
    ๔) การช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ พบแล้ว!เรือบรรทุก LPG หายในทะเล กัปตันลูกเรือปลอดภัยดี
    ๕) การยกระดับคุณภาพชีวิต ได้แก่ยะลาเข้มสาดน้ำเน้นตายเป็นศูนยรักษาแชมป์อีกปี
    ๖) ยาเสพติด ได้แก่จับยาบ้าบิ๊กล็อตเฉียดล้านเม็ดเตรียมลงใต้ตร.เร่งสืบหลังคนร้ายทิ้งรถหนี
    ๗) การสร้างความเข้าใจ และสมานฉันท์ได้แก่ บอส เผยระทึกโชว์ตัว สุไหงโก-ลก เจอน้ำทะเลผู้คนดีงามความกลัวหาย
    ๘) ความร่วมมือของภาคประชาชน ได้แก่ ๑๐ ปีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เชิดชูผู้ทำความดีเพื่อสังคมสนับสนุน ๗ องค์กร ยกย่อง ๗๘ คน ดีต้นแบบขยายผลความดีสร้างประโยชน์ให้คนไทย
    ๙) การศึกษา ได้แก่อบรมครูวิทย์3 จังหวัดใต้ ๑๐) เทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. ได้แก่จนท.เช็กกล้องวงจรปิดล่าป่วนใต้เผยรู้ตัวกลุ่ม เยาวชนรุ่นใหม่ก่อเหตุ

          ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

          จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วน และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้ ของผู้รับข่าวสาร ให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว โดยในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ เม.ย.๖๐ พบว่า แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในภาพรวม มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (y = 0.2649ln(x) + 1.3741) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๓ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑ – ๗ เม.ย.๖๐) จากระดับผลกระทบดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้วเล็กน้อย

    ๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๘ – ๑๔ เม.ย.๖๐
         
    ​แถลงการณ์ของแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติ หรือ บีอาร์เอ็น ปฏิเสธกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขและแสดงเจตจำนงเข้าร่วมกระบวนการพูดคุย โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องเป็นการเจรจาโดยตรงกับตัวแทนรัฐบาลไทย และต้องมีตัวแทนจากประเทศที่เป็นกลางทำหน้าที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ย (mediator) และผู้สังเกตุการณ์ ซึ่งเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชนประเทศตะวันตก เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน เป็นประเด็นที่มีการรายงานมากที่สุด และมีจำนวนใกล้เคียงกับบทวิเคราะห์สถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนใต้ เริ่มจากกลุ่มคนร้ายใช้รถปิคอัพเป็นพาหนะโจมตีตำรวจ สภ.ระแงะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ตามมาด้วยการโจมตีจุดตรวจตำรวจที่ อ.กรงปีนัง จ.ยะลา วันที่ ๓ เมษายน และการก่อเหตุระเบิดเสาไฟฟ้า รวมทั้งเผายางรถยนต์ ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันในพื้นที่ ๑๙ อำเภอ ของ ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลางดึกคืนวันที่ ๗ เมษายน โดยที่บทวิเคราะห์ หลายชิ้นมีความเห็นว่า เป็นการตอบโต้การวิสามัญฆาตกรรมชายมุสลิมเชื้อสายมลายู ๒ คน ที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เหตุเกิดวันที่ ๒๙ มีนาคม และเป็นการแสดงศักยภาพของบีอาร์เอ็น
          ขณะเดียวกันสื่อมาเลเซียหลายแห่งนำเสนอข่าวรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทยมาเลเซีย ตรวจดูความคืบหน้าการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารศุลกากร ด่านตรวจคนเข้าเมือง ด่านกักกันพืชและสัตว์ รวมทั้งอาคารศูนย์รักษาความปลอดภัย ที่บูกิตกายูฮิตัม ซึ่งตั้งอยู่ติดกับด่านสะเดา จ.สงขลา รวมทั้งข่าวการประชุมกับ พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวนโยบายการเปิดบริการ ๒๔ ชั่วโมงที่ด่านสะเดาและบูกิตกายูฮิตัม ซึ่งมีเสียงสนับสนุนคับคั่งตั้งแต่รัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่นในรัฐเคดาห์ รวมทั้งชาวมาเลเซีย ที่มีความเห็นว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ

          ๕.๑ แถลงการณ์ของกลุ่มบีอาร์เอ็นเมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขระหว่างตัวแทนรัฐบาลไทยกับกลุ่มผู้เห็นต่างจากรัฐ ที่เรียกตัวเองว่า “มาราปาตานี” พร้อมทั้งแสดงเจตจำนงพร้อมเข้าร่วมพูดคุย ภายใต้เงื่อนไขต้องมีการดำเนินการให้มีผู้ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ย (mediator) จากประเทศที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นกลาง รวมทั้งต้องมีผู้สังเกตุการณ์จากประเทศที่มีคุณสมบัติเช่นเดียวกัน เป็นประเด็นข่าวที่มีการกระจาย (exposure) กว้างขวางและสะท้อนความกระตือรือในการให้สัมภาษณ์ของอับดุลการิม คาลิด ผู้ที่อ้างตัวเป็นตัวแทนจากสำนักข่าวสารของกลุ่มบีอาร์เอ็น ซึ่งให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซี ภาคภาษาอินโดนีเซีย ซึ่งต่อมาถูกนำมาเผยแพร่ต่อใน บีบีซีภาคภาษาไทย รวมทั้งให้ตอบคำถามผ่านอีเมล์กับ Anthony Davies แห่งเว็บไซต์ atimes.com แตกต่างจากการออกแถลงการณ์ครั้งก่อน ซึ่ง อับดุลการิม คาลิด เลือกใช้วิธีการสื่อสารทางเดียวผ่านทาง youtube.com
          Davies ตีความแถลงการณ์ของกลุ่มบีอาร์เอ็นฉบับล่าสุด สะท้อนความหงุดหงิดไม่พอใจต่อกระบวนการพูดคุยสันติสุข ซึ่งคืบคลานไปอย่างเชื่องช้า

    (But the latest communique from a group that has long prided itself on a virtual cult of secrecy appeared also to reflect rising anger over the current controversial and glacially slow-moving peace process.)

          อัลดุลการิม ตอบคำถาม Asia Times ผ่านทางอีเมล์ว่า บีอาร์เอ็นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมาราปาตานี และแกนนำมาราปาตานีที่อ้างว่าเป็นตัวแทนบีอาร์เอ็นก็เป็นการกระทำส่วนบุคคล เพราะบีอาร์เอ็นไม่ได้ส่งผู้แทนหรือมอบหมายให้ผู้ใดไปทำหน้าที่ในกลุ่มมาราปาตานี

    (In written answers to questions from Asia Times, Information Department spokesman Abdulkarim Khalid stressed that the BRN was playing no part in the Mara Patani umbrella group, and that individuals in the group describing themselves as BRN representatives were acting on their own initiative. “BRN has never given a mandate to anyone or any agency in terms of sending a delegation to join the ongoing process between Mara Patani and the Thai government.” he noted in an e-mail.)

    บทวิเคราะห์ของ Anthony Davies เชื่อว่าแถลงการณ์ของกลุ่มบีอาร์เอ็น จะไม่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการพูดคุยสันติสุข ซึ่งทั้งรัฐบาลไทยและมาเลเซียให้การสนับสนุนทางการฑูตอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามแถลงการณ์ของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ค่อยๆ เปิดตัวเองจากความเป็นองค์กรปิดลับ และการเปิดฉากโจมตีละลอกใหม่ ในช่วงเวลาที่คณะพูดคุยสันติสุขและมาราปาตานี กำลังออกแรงผลักดันให้เกิดพื้นที่ปลอดภัย อาจก่อให้ความรุนแรงและความสูญเสียมากยิ่งขึ้น

    (It is difficult to see BRN’s communique as having a major or immediate impact on a peace process which is underpinned by diplomatic support from both Bangkok and Kuala Lumpur, and that has gained a certain degree of bureaucratic momentum. Nevertheless, the statement from a group slowly emerging from a cocoon of secrecy and the wave of bombings that preceded it appears to promise one thing: attempts by Mara Patani and the Thai government to push ahead with the establishment of “safety zones” will almost certainly cause more rather than less violence and suffering in Thailand’s embattled border region.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.atimes.com/article/thailand-peace-process-dead-arrival/

          .. สำนักข่าว AFP ตีความแถลงการณ์ของบีอาร์เอ็นว่า การที่กลุ่มติดอาวุธที่กองกำลังมากที่สุดใน จชต. ออกแถลงการณ์ไม่ยอมรับกระบวนการพูดคุยสันติสุขที่ออกแบบโดยกองทัพ เป็นสิ่งที่นานๆ เกิดขึ้นที เป็นจุดเน้นของความด้อยความสามารถ ในการเปิดการพูดคุยกับกลุ่มติดอาวุธที่เป็นคู่ขัดแย้งตัวจริง
          AFP ระบุว่า บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างก็ออกมาให้ความเห็นกันก่อนหน้านี้แล้วว่า มาราปาตานีคู่เจรากับรัฐไทย ควบคุมกองกำลังในพื้นที่ จชต.แค่กระหยิบมือ  ทางด้าน Matthew Wheeler ผู้เชี่ยวชาญสถานการณ์ไม่สงบใน จชต.ให้ความเห็นว่า ในทัศนะของบีอาร์เอ็นพวกเขาเชื่อว่า กระบวนการพูดคุยสันติสุขถูกขับเคลื่อนเพื่อประโยชน์ของรัฐบาลไทยและมาเลเซียเท่านั้น

    (The most prominent insurgent group in Thailand’s south has rejected the military’s peace plan in a rare statement, underscoring Bangkok’s inability to open negotiations with the actual fighters in the conflict. But many experts have long remarked that the only rebel group Bangkok will agree to talk to – the Mara Patani – has little control over fighters on the ground. Matthew Wheeler, an expert on the southern insurgency with the International Crisis Group, said BRN “perceives the current (peace) process as one driven by Bangkok and Kuala Lumpur for their own interests”.)
    หมายเหตุรายงานข่าวชิ้นนี้ ของสำนักข่าว AFP ถูกนำไปเผยแพร่ต่อในสื่อมาเลเซีย
    ที่มาข้อมูล ; http://www.thestar.com.my/news/regional/2017/04/11/rebel-group-rejects-peace-plan-thailands-main-insurgents-call-for-impartial-mediator-to-lead-talks/​
    http://www.nst.com.my/world/2017/04/229184/main-southern-thai-insurgent-group-rejects-army-peace-plan

          ๕.๑.๒ ทางด้านบีบีซีภาคภาษาไทย ได้แปลรายงานคำให้สัมภาษณ์ของอัลดุลการิม คาลิด จากบีบีซีภาษาอินโดนีเซีย ซึ่งมีเนื้อหาเช่นเดียวกับที่ให้สัมภาษณ์สื่อตะวันตก คือ ไม่ยอมรับกระบวนการพูดคุยสันติสุขที่กำลังดำเนินไปอยู่ขณะนี้ และในบางตอนเขาก็ยอมรับว่า บีอาร์เอ็นมีส่วนร่วมในการโจมตี ซึ่งเป็นเหตุให้พลเรือนผู้บริสุทธิ์ เสียชีวิต ดังมีข้อความดังต่อไปนี้ ..........
          "เราเสียใจต่อความสูญเสียของพลเรือน แต่คุณต้องเข้าใจว่าปัตตานีตกอยู่ในภาวะสงคราม และในสงคราม เป็นเรื่องยากมาก ที่จะป้องกันการเสียชีวิตของพลเรือน" นายอับดุล การิม ซึ่งให้สัมภาษณ์เป็นภาษามาลายู กล่าวด้วยน้ำเสียงปกติ
          ขณะที่สมาชิกอีกคนหนึ่งของ "แผนกข่าวสาร" ของบีอาร์เอ็น กล่าวเสริมว่า เหตุยิงถล่มจุดตรวจร่วม 3 ฝ่าย ซึ่งตั้งอยู่บริเวณชุมชนกลางตลาดกรงปินัง ม.7 บนถนนเส้นทางสาย 410 สายยะลา - เบตง ต.กรงปินัง อ.กรงปินัง จนเป็นเหตุให้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 10 นาย เมื่อคืนวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมาเป็นฝีมือของบีอาร์เอ็น เช่นกัน
    ที่มาช้อมูล ; http://www.bbc.com/thai/39560844​
    http://www.bbc.com/indonesia/dunia-39552781​

          .. สำนักข่าว Reuters รายงานปฏิกริยาของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่แสดงท่าทีไม่ยอมรับข้อเสนอของบีอาร์เอ็น พร้อมกับให้เหตุผลว่า ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ จชต.เป็นปัญหาภายในประเทศ จึงไม่จำเป็นต้องมีผู้ไกล่เกลี่ย และผู้สังเกตุการณ์จากประชาคมโลก

    (Prime Minister Prayuth Chan-ocha rejected the offer and said peace talks were an internal matter and required no international mediation or observation.)

          อย่างไรก็ตาม ดร.ศรีสมภพ จิตภิรมย์ศรี ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ เสนอแนะรัฐบาลว่า ถ้าต้องการให้เกิดสันติภาพใน จชต.รัฐบาลจะต้องดึงกลุ่มบีอาร์เอ็นเข้าสู่กระบวนการพูดคุยให้ได้ ในอนาคต

    (“In the long term if the government wants lasting peace in the region they must include BRN in any negotiations,” said Srisompop Jitpiromsri, director of Deep South Watch.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.thestar.com.my/news/regional/2017/04/12/thai-junta-rejects-conditional-offer-from-separatists/

          ๕.๒ การก่อเหตุไม่สงบ โจมตีสถานีตำรวจและจุดตรวจตำรวจและปฏิบัติการณ์ระเบิดเสาไฟฟ้าและเผายางรถยนต์ในเวลาไล่เลี่ยกัน กระจายในพื้นที่ ๑๙ อำเภอของจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ ๓๐ มีนาคม ถึง ๗ เมษายน ๒๕๖๐ เป็นประเด็นที่สื่อมวลชนตะวันตก สื่อมาเลเซีย และนักวิเคราะห์สถานการณ์ จชต. เผยแพร่รายงานบทวิเคราะห์หลายชิ้น ในช่วงสัปดาห์นี้
          บทวิเคราะห์ของ Anthony Davies ใน atimes.com วันที่ ๑๐ เมษายน ตั้งข้อสังเกตุต่อการโจมตีทั้งสามเหตุการณ์ว่า เป็นการแสดงศักยภาพของบีอาร์เอ็น โดยเฉพาะกรณีกองกำลังติดอาวุธ ๔๐ - ๕๐ คน โจมตีจุดตรวจที่ อ.กรงปีนัง ตอนตีหนึ่งคืนวันที่ ๓ เมษายน เป็นปฏิบัติการใหญ่เทียบเท่าการโจมตีที่ อ.เจาะไอร้อง ในเดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นปฏิบัติการที่ใช้ทั้งปืนสงครามและระเบิด นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตุว่า เป็นปฏิบัติการตามยุทธวิธีของบีอาร์เอ็น ที่ใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ โดยในระหว่างล่าถอยก็ใช้วิธีการตัดต้นไม้ขวางถนน พร้อมโรยตะปูเรือใบตลอดทาง หลบหนี ควบคู่ไปกับการระเบิดเสาไฟฟ้าเพื่อขวางถนน
          Davies ให้ความเห็นว่า การก่อเหตุไม่สงบพร้อมกันในสี่จังหวัดกลางดึก คืนวันที่ ๖ ต่อเนื่องเช้าวันที่ ๗ เมษายน บอกเล่าเรื่องราวได้ดีที่สุด คือ บีอาร์เอ็นต้องการแสดงศักยภาพให้เห็นว่า พวกเขายังมีกองกำลังที่สามารถบังคับบัญชาได้กว้างขวางทั้ง จชต. และยังแสดงให้เห็นว่า บีอาร์เอ็นยังมีศักยภาพในการระดมกองกำลังคนหนุ่มรุ่นใหม่ ซึ่งยังไม่ปรากฏในทะเบียนประวัติของหน่วยข่าวกรอง เข้าร่วมปฏิบัติการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

    (A far larger attack unfolded shortly after 1 am on the morning of April 3 when an estimated 40-50 fighters closed in on a security force post on the main highway south of Krong Pinang district in Yala province. In the largest assault on a base since an attack on Narathiwat’s Cho Airong district in October 2015, when a hospital was invaded, the insurgents stormed the post using assault rifles and improvised grenades. Twelve police officers were wounded before the attackers withdrew carrying one of their own wounded with them. Using tactics that have typified larger BRN operations from the beginning of the conflict in 2004, the attackers covered their retreat by felling trees and scattering iron spikes across the road, and detonated improvised explosive devices (IEDs) attached to roadside concrete electricity poles. The most telling operation, however, was a wave of well-coordinated attacks in the late evening of April 6 and the early hours of April 7 that pointedly underscored BRN’s apparently undiminished capacity for region-wide command and control of insurgent forces As seen by security force officials in the region, the sheer scope of the offensive pointed to a new intake of younger newly-trained fighters, largely unidentified on intelligence data bases that have been built up over the years. That in itself appears to point to an ongoing insurgent capacity for recruitment among the region’s youth that can only worry Bangkok.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.atimes.com/article/south-thailand-war-drums-fig-leaves/​

                .. สำนักข่าว Bernama ของทางการมาเลเซีย อ้างความเห็นของ ดร.ศรีสมภพ จิตภิรมย์ศรี ผอ.ศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ประเมินการก่อเหตุไม่สงบละลอกนี้ว่า เป็นการโจมตีที่มีการวางแผนเป็นอย่างดี แสดงให้เห็นศักยภาพของกองกำลังติดอาวุธ ในการปฏิบัติการโจมตี ที่มีความเสี่ยงและสลับซับซ้อนทั้งต่อเป้าหมายอ่อนแอ และเข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีเสาส่งกระแสไฟฟ้า หรือการโจมตีสถานีตำรวจ ที่มีการป้องกันเข้มแข็ง รวมทั้งจุดตรวจความมั่นคง

    An analyst on southern Thailand’s conflict and the security forces said these well-planned attacks displayed the militants’ growing capacity in executing risky and complex attacks on soft and hard targets. “The message from all the recent attacks is that of their (the militants) growing capacity to undertake large-scale and complex missions,” Dr Srisompob Jitpiromsiri, an analyst from Prince of Songkla University in Pattani, told Bernama recently. The militant groups, he said, had displayed the capability to execute different types of mission, from attacking soft targets like downing electric poles to ambushing a well-defended police station and security outpost.
    ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/world/article/high-profile-attacks-in-southern-thailand-show-growing-capacity-of-militant​

          .. ดอน ปาทาน อดีตสื่อมวลชนที่ผันตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญสถานการณ์ จชต.ได้เขียนบทความเผยแพร่ ในเว็บไซต์ข่าว ที่ได้รับเงินอุดหนุนจากหน่วยงานรัฐบาลอเมริกัน คือ benarnews.org ทั้งในหน้าเว็บภาษาอังกฤษและภาษาไทย โดยให้ความเห็นว่าเหตุการณ์โจมตีเจ้าหน้าที่รัฐ และก่อความไม่สงบตั้งแต่วันที่ ๓๐ มีนาคม น่าจะเป็นการตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ ที่วิสามัญฆาตกรรมชายมุสลิมเชื้อสายมลายูสองคน ที่ อ.รือเสาะ ปลายเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งหลานสาวของหนึ่งในสองของผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า ผู้ตายไม่มีอาวุธและยอมมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ก่อนถูกยิงเสียชีวิต
          กลุ่มก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่ ตั้งใจจะให้รัฐบาลไทยรู้ว่า รัฐต้องได้รับการตอบโต้ ในเมื่อรัฐปฏิบัติการล้ำเส้น
          ผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคง คือ นายอิสมาแอ หามะ อายุ 28 ปี และ นายอาเซ็ง อูเซ็ง อายุ 30 ปี ถูกยิงและสังหารในวันที่ 29 มีนาคม โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าทั้งสองคนได้ยิงเจ้าหน้าที่ก่อน จึงต้องยิงตอบโต้ ในระหว่างการขับรถไล่ล่า
          หลานสาววัย 15 ปี ของหนึ่งในผู้ต้องสงสัยกล่าวว่า ทั้งสองคนไม่มีอาวุธ เจ้าหน้าที่ความมั่นคง บอกทั้งสองให้ออกจากรถ และพาพวกเขาไป ขณะที่เธอรออยู่ในรถตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ ครู่ต่อมาเธอได้ยินเสียงปืนดังขึ้น
          ต่อมาในวันเดียวกัน ได้มีการโพสต์ในเว็บไซต์ ภาพถ่ายของชายสองคนเสียชีวิต ห่างจากรถของพวกเขาประมาณ 50 เมตร บนถนนเส้นใน ที่อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ข้างๆ ร่างของทั้งสอง มีปืนเอ็ม 16 และปืนพกขนาด 9 มม.ตกอยู่
          แต่คำพูดของเธอขัดกับของเจ้าหน้าที่ จึงไม่มีความเห็นอกเห็นใจใดๆ จากคนไทยทั่วไป ที่ไม่ได้อาศัยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่า คาดว่าทั้งสองคนนั้น มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุสังหารรองผู้ใหญ่บ้าน ชาวพุทธ พร้อมสมาชิกในครอบครัว ในวันที่ 2 มีนาคม ดังที่เคยปรากฏ คนไทยมักจะไม่ปราณี กับผู้ที่ท้าทาย ทำการใดๆ ขัดกับสิ่งที่พวกเขาทำหรือกล่าวมา ฝ่ายขบวนการก่อการร้ายก็ไม่รีรอที่จะตอบโต้ เพราะเห็นว่ารัฐบาลไทยกระทำการเกินขอบเขต
    ที่มาข้อมูล ; http://www.benarnews.org/english/commentaries/brn-hardline-04112017125704.html
    http://www.benarnews.org/thai/commentary/TH-pathan-04112017201113.html​

          ๕. สำนักข่าว benarnews.org รายงานเมื่อวันที่ ๑๔ เมษายน ว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล และคณะเดินทางเข้าพบ ดร.อาหมัด ซาฮิด ฮามิดี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของประเทศมาเลเซีย เพื่อขอให้มาเลเซียเปิดด่านพรมแดน ๒๔ ชั่วโมง เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของเมืองในอนาคต
          การเจรจาครั้งนี้ เกิดขึ้นที่ด่านบุกิตกายูฮิตัม ประเทศมาเลเซีย จุดเชื่อมต่อด่านสะเดา โดยตัวแทนฝั่งไทยนำโดย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.), นายอนุชิต ตระกูลมุทุตา รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง
          พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม, หัวหน้าคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล กล่าวว่า การเจรจาเปิดด่านชายแดน ๒๔ ชั่วโมง เพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาของ ๒ ประเทศ
          “ถ้าเป็นไปตามแนวทางที่รัฐบาลเคยวางแผนไว้ มีแผนที่จะทำจุดตรวจการถ่ายสินค้าแห่งใหม่ ที่ทันสมัยมากขึ้น เพื่อจะได้สอดคล้องในการพัฒนาประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย ถ้าเป็นไปตามแผนต่างๆ จะทำให้ด่านศุลกากรสะเดา มีความสะดวกในเรื่องของการถ่ายสินค้ามากขึ้น รวมถึงนักท่องเที่ยวที่เข้าออก” พล.อ.อุดมเดช กล่าว
          “การพูดคุยกับรัฐบาลมาเลเซียครั้งนี้ ยังไม่เป็นที่สรุปได้ชัดเจนว่า จะดำเนินการอย่างไร แต่ในภาพรวมแล้ว จะต้องมีการพัฒนาร่วมกันอย่างต่อเนื่องรวมไปถึงการขอเปิดด่านพรมแดน ๒๔ ชั่วโมง จะต้องดูถึงการพิจารณาถึงข้อดี ข้อเสียทั้ง ๒ ประเทศว่าเป็นอย่างไร เพราะไม่ได้เป็นแค่ระบบการค้าอย่างเดียว จะต้องดูถึงระบบการท่องเที่ยวในอนาคตด้วย” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุ
          ด้านความคิดเห็นของประชาชนมาเลเซียต่อแนวคิดการเปิดด่านชายแดน ๒๔ ชั่วโมง นายอับดุลรอฮ์หมาน เบ็นอับดุลวาฮับ ประชาชนชาวมาเลเซียเปิดเผยแก่เบนาร์นิวส์ว่า เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าว เพราะเชื่อว่าจะทำให้ทั้ง ๒ ประเทศ ได้รับประโยชน์

          “ถือเป็นเรื่องดีมาก ถ้ามีการเปิดด่าน ๒๔ ชม. สามารถเข้าออกระหว่างประเทศได้ตลอด จะมีผลดีหลายด้านสำหรับประชาชนทั้ง ๒ ฝั่ง คนมาเลเซียสามารถไปทำงานที่ฝั่งไทย เช่นเดียวกับคนไทย ก็สามารถเข้ามาทำงานในประเทศมาเลเซียเศษฐกิจทั้ง ๒ ฝั่งจะต้องดีขึ้นด้วย” นายอับดุลรอฮ์หมานกล่าว
          นายอาบูคอรี เจะปา ชาวสงขลา แสดงความคิดเห็นต่อเบนาร์นิวส์ ถึงแนวคิดดังกล่าวว่า เห็นด้วยกับแผนดังกล่าว เพราะเชื่อว่าจะทำให้ประชาชนไทยได้รับประโยชน์ในหลายด้าน
          “ดีมากถ้ามาเลเซียยอมเปิดด่าน 24 ชั่วโมง จะเกิดความสะดวกกับทุกฝ่ายในหลายเรื่อง คนที่เปิดร้านขายของจะมีรายได้ดีขึ้น สามารถข้ามไปกรีดยาง สามารถเข้า-ออกไปเยี่ยมญาติได้ทุกเวลา ...” นายอาบูคอรีกล่าว
    ที่มาข้อมูล ; http://www.benarnews.org/thai/news/TH-checkpoint-04142017143338.html

                ..The Star สื่อมาเลเซีย รายงานว่า ดาโต๊ะอาหมัด บาชาห์ ฮานิปาห์ มุขมนตรีแห่งรัฐเคดาห์ แสดงความเห็นสนับสนุนให้เปิดด่านบูกิตกายูฮิตัม ๒๔ ชั่วโมง เช่นกัน ทั้งในแง่การเศรษบกิจและการท่องเที่ยว รวมทั้งโครงการพัฒนาภายใต้สามเหลี่ยมเศรษฐกิจไทย-มาเลเซีย-อินโดนีเซีย นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนโครงการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม และการขยายพื้นที่ปลอดภาษี ในบริเวณบูกิตกายูฮิตัมอีกด้วย ทั้งหมดเป็นเนื้อหาที่มุขมนตรี กล่าวแก่สมาชิกรัฐสภาแห่งเคดาห์

    (Having the Bukit Kayu Hitam-Danok checkpoint open 24 hours a day will benefit the economy and boost state tourism, said Mentri Besar Datuk Seri Ah­­mad Bashah Md Hanipah. “It will have a socio-economic benefit for Kedah, particularly through developments in the Indo­­nesia-Malaysia-Thailand triangle region. We can profit from transportation especially from Thai vehicles carrying agricultural goods into the country. “It will also spur Bukit Kayu Hitam’s growth as an industrial area in view of the state government’s plan to establish a 6,000-acre (2,428ha) tax-free area, including the Kedah Science Technology Park,” he told the state assembly here yesterday.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.thestar.com.my/news/nation/2017/04/11/24hour-open-border-a-boon-for-state-says-mb/ 

                ๕
    .. The Malaymail Online , New Straits Times และ Bernama รายงานเมื่อวันที่ ๑๓ เมษายน ว่า ดร.อาหมัด ซาฮิด ฮามิดี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีมหาดไทยได้สั่งการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งก่อสร้างศูนย์ราชการ ที่บูกิตกายูฮิตัมทั้งศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง ด่านกักกันพืชและสัตว์ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี ๒๕๖๑ โดยกำหนดโครงการระยะที่ ๑ ต้องแล้วเสร็จ ภายในเดือนสิงหาคมปีนี้ เนื่องจากโครงการปรับปรุงบูกิตกายูฮิตัม ล่าช้ากว่ากำหนดถึง ๕๗๖ วัน รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย บอกว่า โครงการนี้ จะช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวที่ผ่านด้านบูกิตกายูฮิตัสสูงกว่าปีละ ๓ ล้านคน

    The government today ordered the developer of the new Bukit Kayu Hitam Immigration, Custom, Quarantine and Security (ICQS) Complex to complete the first phase of the RM425 million project by August. Deputy Prime Minister Datuk Seri Dr Ahmad Zahid Hamidi said the order was issued after the government decided to interfere in the project, which is 576 days behind schedule since the construction works began in mid-2014. “In fact, the government expects more tourists as well because right now the tourist movement is three million annually,” he said.
    ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/zahid-wants-speedier-construction-of-bukit-kayu-hitam-icqs-complex
    http://www.nst.com.my/news/nation/2017/04/230236/zahid-orders-first-phase-bukit-kayu-hitam-ciqs-complex-be-ready-august

    เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น

    ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

    ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

    มากกว่า 2.00

    เพิ่มมาก

    1.10 – 2.00

    เพิ่มค่อนข้างมาก

    0.60 – 1.00

    เพิ่มในระดับหนึ่ง

    0.10 – 0.50

    เพิ่มเล็กน้อย

    0.02 – 0.09

    เพิ่มเพียงเล็กน้อย

    0.00 – 0.01

    ค่อนข้างคงที่

    (-0.01) – 0.00

    ค่อนข้างคงที่

    (-0.09) – (-0.02)

    ลดเพียงเล็กน้อย

    (-0.50) – (-0.10)

    ลดเล็กน้อย

    (-1.00) – (-0.60)

    ลดในระดับหนึ่ง

    (-2.00) – (-1.10)

    ลดค่อนข้างมาก

    น้อยกว่า (– 2.00)

    ลดมาก

Comment
Related