สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๑๑ - ๑๗ มี.ค ๖๐

 20 มี.ค. 2560 15:00 น. | อ่าน 595
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

๑. บทสรุปผู้บริหาร
      ในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ มี.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกมีความถี่ลดลงร้อยละ ๑๕ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๔ – ๑๐ มี.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่ลดลง ร้อยละ ๔๕ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้วในสัปดาห์นี้
      ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ คือ ประเด็นสิทธิมนุษยชน (เอ็นจีโอ จัดเวทีสิทธิคู่ขนาน ยูเอ็น จับตารัฐบาล แก้หลังแจง ไอซีซีพีอาร์), และประเด็นเหตุร้ายรายวัน (ยิงอดีต อส.แม่ลาน – พี่สาว ๒ ศพ)
      ในส่วนของประเด็นเชิงบวก คือ ประเด็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิต (กราบเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจำลองงานใหญ่! ไหว้พระดีที่กรุงเทพฯ ถึง ๑๙ มี.ค.นี้), ประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย (รัฐบาลประกาศต่อ พรบ.ฉุกเฉิน พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้อีก ๓ เดือน), ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข (คณะเจรจาดับไฟใต้ ปิดต้นเหตุรุนแรง), ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. (บิ๊กตู่ ย้ำสอบ ซีซีทีวี ร.ร.ใต้ ส่อฮั้ว), ประเด็นการศึกษา ได้แก่ ๑) ศธ.ลุยสอบ ซีซีทีวี ใต้ส่อทุจริต, และ ๒) สุรเชษฐ์ ลงใต้จัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์การศึกษา ๕ จังหวัดชายแดน ๒๐ ปี), ประเด็นการช่วยเหลือประชาชน (เปิดพอร์ตค้ำประกันสินเชื่อ SME ช่วย ๑๒ จ.ภาคใต้ถูกน้ำท่วม), ประเด็นความร่วมมือของภาคประชาชน (จับกระแสภูมิภาค: จัดสมัชชาสันติภาพชายแดนใต้) และประเด็นกีฬา (เจ้าภาพ ฝันไกลขอไปจัดกีฬาชาติ โวสอบผ่านฉลุยพอใจผู้มาเยือน)
      จากแนวโน้มดังที่กล่าว ทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๘ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๔ – ๑๐ มี.ค.๖๐) ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้วเล็กน้อย

ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ มี.ค.๖๐ สรุปได้ดังนี้
      ในรอบสัปดาห์นี้ ไม่มีรายงานข่าวเกี่ยวกับเหตุร้ายรายวันปรากฏในสื่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสื่อระหว่างประเทศ และพบว่ามีเฉพาะสื่อมาเลเซียเท่านั้น ที่มีรายงานข่าวเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งการจับกุมชาวโรฮีนจา ๒๗ คน ซุกซ่อนบนรถบรรทุกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้า อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เพื่อหลบหนีเข้าประเทศมาเลเซีย เป็นประเด็นข่าวที่สื่อมาเลเซียรายงานอย่างกว้างขวางที่สุด
      ส่วนประเด็นข่าวอื่นๆ ที่สื่อมาเลเซียรายงาน คือ สุลต่านแห่งรัฐเปอร์ลิสตรัสถึงจังหวัดสงขลาว่า เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการร่วมมือทางด้านอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการผลิตวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ฮาลาล และตำรวจน้ำมาเลเซียจับกุมเรือประมงไทย ๒ ลำ พร้อมน้ำมันดีเซลที่ได้รับเงินอุดหนุนชดเชยราคาน้ำมันจากรัฐบาลมาเลเซีย เตรียมขนเข้ามาขายเป็นน้ำมันหนีภาษีในประเทศไทย

๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๑๑ – ๑๗ มี.ค.๖๐
      ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

      ในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ มี.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -2.053ln(x) + 18.622) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๕ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๔ – ๑๐ มี.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -1.795ln(x) + 7.4441) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๔๕ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว

      ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
            เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

วัน/เดือน/ปี

จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)

2017-03-04

19

6

3.17

2017-03-05

15

7

2.14

2017-03-06

9

3

3.00

2017-03-07

22

12

1.83

2017-03-08

23

4

5.75

2017-03-09

18

5

3.60

2017-03-10

7

1

7.00

ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

3.78

2017-03-11

17

7

2.43

2017-03-12

23

1

23.00

2017-03-13

8

0

8.00

2017-03-14

8

2

4.00

2017-03-15

9

1

9.00

2017-03-16

17

5

3.40

2017-03-17

14

5

2.80

ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

7.52

      หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย

๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ มี.ค.๖๐
      ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

      ในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ มี.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.913ln(x) + 2.1434) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๘๓ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๔ – ๑๐ มี.ค.๖๐) ไม่มีข่าวเชิงลบในประเด็นพูดคุยเพื่อสันติสุขในสัปดาห์นี้ ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ พล.อ.อักษรา ชี้แจงเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการพูดคุยสันติสุข 

      ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

      ในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ มี.ค.๖๐  ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (y = 0.0799ln(x) + 0.3562) เนื่องจากความถี่ข่าวที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ อย่างไรก็ตามในมิติความถี่ของจำนวนข่าวแล้ว จำนวนข่าวในสัปดาห์นี้ ลดลงกว่าสัปดาห์ที่แล้ว (๔ – ๑๐ มี.ค.๖๐) ร้อยละ ๖๐ ภาพข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ยิงอดีต อส.แม่ลาน – พี่สาว ๒ ศพ

      ๓.๓ ประเด็นการเมือง

      ในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ มี.ค.๖๐  ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.4081ln(x) + 0.2657) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๓ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๔ – ๑๐ มี.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.0188ln(x) + 0.7519) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๐ ภาพข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมือง ได้แก่ ๑)  โพลชี้คนใต้มีความสุขเพิ่มขึ้น, ๒) โฆษก กอ.รมน.ชี้ บรรยากาศดี ฟังความเห็นปรองดอง เสร็จแล้ว ๒๓ จังหวัด, ๓) ครม.สน. เร่งการพัฒนา ๓ จว.ชายแดนภาคใต้ และ ๔) บิ๊กเต่าสั่งขึ้นแบล็กลิสต์ บ.ทำ อีไอ ตบตา เป็นต้น ในส่วนของภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ล้มเวทีปากบารา ม็อบต้านผุดท่าเรือน้ำลึก ชาวบ้านปะทะ จนท. เจ็บ

      ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

      ในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ มี.ค.๖๐  ข่าวเชิงบวกในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -2.378ln(x) + 5.779) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๗๖ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๔ – ๑๐ มี.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.032ln(x) + 0.2995) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๕๐ ภาพข่าวเชิงบวกในประเด็น รปภ.ฯ ได้แก่ ๑) แก๊งค้ามนุษย์คืนชีพ! จนท.นราฯ จับ ๒๗ โรฮีนจา คาสิบล้อ แฉเตรียมลอบเข้ามาเลย์ และ ๒) โฆษก กอ.รมน. เผย ๒ ฝ่ายทำความเข้าใจ เหตุทหารพรานยิง ตร.-ตั้ง กก. สอบแล้ว เป็นต้น สำหรับภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ เปิดคลิปวินาทีทหารพรานยิง จนท. แม้รู้แล้วเป็นตำรวจยังกระทืบหลายครั้ง เป็นต้น

      ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

      ในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ มี.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.123ln(x) + 3.5074) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๓๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๔ – ๑๐ มี.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.0709ln(x) + 0.0867) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐๐ ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) พาณิยช์ประกาศเร่งขึ้นทะเบียน ๔ สินค้าจีไอ, ๒) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (พีอีเอ) หนุนแหล่งเที่ยวเชิงวัฒนธรรม, และ ๓) สางปัญหา‘นาร้าง’ใต้ กรมพัฒนาที่ดิน น้อมนำแนวพระราชดำริขับเคลื่อน เป็นต้น ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ริงกิตตกทำพิษการค้าเบตงซบเซา บางร้านปฏิเสธรับเงินมาเลย์ เป็นต้น

      ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน

            ในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ มี.ค.๖๐ มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน ที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ได้แก่ เอ็นจีโอ จัดเวทีสิทธิคู่ขนาน ยูเอ็น จับตารัฐบาล แก้หลังแจง ไอซีซีพีอาร์
      ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
            ในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ มี.ค.๖๐ มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล ที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ได้แก่  “กระทบนาน ๑๓ ปี สมาพันธ์ครู ๓ จว.ชายแดนใต้ เรียกร้องความปลอดภัย”
      ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.

             ในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ มี.ค.๖๐ มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต. ซึ่งเป็นประเด็นที่ต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว ได้แก่ มึน! ผลสอบ ซีซีทีวี ขัด ป.ป.ท.สพฐ. แจงทีโออาร์ให้รับภาพได้ ๖ กล้อง หมอธี มอบที่ปรึกษาลงพื้นที่สอบซ้ำ
      ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย

            ในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ มี.ค.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
      ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

ในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ มี.ค.๖๐ ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ สรุปได้ดังนี้
1.
ประเด็นสิทธิมนุษยชน ได้แก่ เอ็นจีโอ จัดเวทีสิทธิคู่ขนาน ยูเอ็น จับตารัฐบาล แก้หลังแจง ไอซีซีพีอาร์
2. 
ประเด็นเหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ยิงอดีต อส.แม่ลาน – พี่สาว ๒ ศพ
ในส่วนของประเด็นเชิงบวก สรุปได้ดังนี้
1. 
ประเด็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิต ได้แก่ กราบเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจำลองงานใหญ่! ไหว้พระดีที่กรุงเทพฯ ถึง ๑๙ มี.ค.นี้

2. ประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย ได้แก่ รัฐบาลประกาศต่อ พรบ.ฉุกเฉิน พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ อีก ๓ เดือน
3. 
ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข ได้แก่ คณะเจรจาดับไฟใต้ ปิดต้นเหตุรุนแรง
4. 
ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. ได้แก่ บิ๊กตู่ ย้ำสอบ ซีซีทีวี ร.ร.ใต้ ส่อฮั้ว
5. 
ประเด็นการศึกษา ได้แก่ ๑) ศธ.ลุยสอบ ซีซีทีวี ใต้ส่อทุจริต, และ ๒) สุรเชษฐ์ ลงใต้จัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์การศึกษา ๕ จังหวัดชายแดน ๒๐ ปี
6. 
ประเด็นการช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ เปิดพอร์ตค้ำประกันสินเชื่อ SME ช่วย ๑๒ จ.ภาคใต้ถูกน้ำท่วม
7. 
ประเด็นความร่วมมือของภาคประชาชน ได้แก่ จับกระแสภูมิภาค: จัดสมัชชาสันติภาพชายแดนใต้
8. 
ประเด็นกีฬา ได้แก่ เจ้าภาพ ฝันไกลขอไปจัดกีฬาชาติ โวสอบผ่านฉลุยพอใจผู้มาเยือน

      ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

      จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วน และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้ ของผู้รับข่าวสาร ให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว โดยในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ มี.ค.๖๐ พบว่า แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในภาพรวม มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น  (y = 0.3034ln(x) + 1.4134) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๘ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๔ – ๑๐ มี.ค. ๖๐) จากระดับผลกระทบดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้วเล็กน้อย

๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๑๑ – ๑๗ มี.ค.๖๐
      ในรอบสัปดาห์นี้ ไม่มีรายงานข่าวเกี่ยวกับเหตุร้ายรายวันปรากฏในสื่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสื่อระหว่างประเทศ และพบว่ามีเฉพาะสื่อมาเลเซียเท่านั้น ที่มีรายงานข่าวเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งการจับกุมชาวโรฮีนจา ๒๗ คน ซุกซ่อนบนรถบรรทุกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้า อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เพื่อหลบหนีเข้าประเทศมาเลเซีย เป็นประเด็นข่าวที่สื่อมาเลเซียรายงานอย่างกว้างขวางที่สุด
      ส่วนประเด็นข่าวอื่นๆ ที่สื่อมาเลเซียรายงาน คือ สุลต่านแห่งรัฐเปอร์ลิสตรัสถึงจังหวัดสงขลาว่า เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพในการร่วมมือทางด้านอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการผลิตวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ฮาลาล และตำรวจน้ำมาเลเซียจับกุมเรือประมงไทย ๒ ลำ พร้อมน้ำมันดีเซลที่ได้รับเงินอุดหนุนชดเชยราคาน้ำมันจากรัฐบาลมาเลเซีย เตรียมขนเข้ามาขายเป็นน้ำมันหนีภาษีในประเทศไทย
            ๕.๑ สำนักข่าว Bernama รายงานเมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ว่า ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดนราธิวาสจับกุมชาวโรฮีนจา ๒๗ คน แยกเป็นชาย ๒๒ คน หญิง ๓ คน และเด็ก ๒ คน ได้ที่ อ.ตากใบ ขณะซุกซ่อนตัวในรถบรรทุก โดยมีจุดมุ่งหมายลักลอบเดินทางเข้าประเทศมาเลเซีย
      คนขับรถชื่อนายสมศักดิ์ ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า รับชาวโรฮีนจาทั้งหมด เดินทางมาจากบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ โดยมีจุดหมายปลายทางส่งมอบชาวโรฮีนจาทั้งหมด ให้กับขบวนการค้ามนุษย์ที่จังหวัดนราธิวาส เพื่อนำชาวโรฮีนจากลุ่มนี้ ลักลอบเดินทางเข้ามาเลเซีย โดยผิดกฏหมาย
      คนขับรถบรรทุก ให้การด้วยว่า รับจ้างขนชาวโรฮีนจาเดินทางไปที่ชายแดนติดกับมาเลเซียมาแล้ว ๒ ครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละ ๓ หมื่นบาท ส่วนชาวโรฮีนจา ให้การผ่านล่ามว่า พวกเขาลักลอบเข้าประเทศไทยทางด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก เสียค่าใช้จ่ายให้กับขบวนการค้ามนุษย์ คนละ ๑๕,๐๐๐ บาท
***หมายเหตุ นอกจากสำนักข่าว Bernama แล้วยังมีสื่อมาเลเซียอีก ๓ สำนัก รายงานข่าวนี้ คือ New Straits Times , The Star และ themalaymialonline.com

(Thai authorities detained 27 ethnic Rohingya in the Salamai sub-district of Tak Bai early Saturday for allegedly trying to enter Malaysia.)
Narathiwat Regional Immigration chief Col Noppadol Rakchart said those detained — 22 men, three women and two children — were arrested in a lorry at 1.30am. 
"The lorry driver, identified as Somrak, disclosed that he had driven the Rohingya from Ban Mod, Thung Krut in Bangkok to Narathiwat before handing them over to a syndicate which would smuggle them to Malaysia," he told reporters here.
Noppadol said the driver had done the same with two other groups of Rohingya before this and was paid Baht 30,000 (RM3,800) for each trip.
Meanwhile, one of the ethnic Rohingya, via an interpreter, said they had entered Thailand through the Mae Sot border after paying Baht 15,000 (RM1,900) to the syndicate.)
ที่มาข้อมูล ; http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1339020
http://www.thestar.com.my/news/nation/2017/03/18/thailand-rohingya-malaysia/
http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/thai-authorities-detain-27-rohingyas-attempting-to-enter-malaysia-illegally
http://www.nst.com.my/news/2017/03/221989/thai-cops-detain-27-rohingya-being-smuggled-msia​

      ๕.๒ สำนักข่าว Bernama  รายงานว่า สุลต่านแห่งรัฐเปอร์ลิส ทรงตรัสว่า จังหวัดชายใต้โดยเฉพาะสงขลา มีโอกาสที่จะเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ในการพัฒนากับรัฐเปอร์ลิส ในระหว่างที่เปอรลิสกับไทย กำลังพัฒนาความร่วมมือทวิภาคี โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ
      สุลต่าน ทรงตรัสเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือทางเศรษฐกิจจะครอบคลุมภาคอุตสาหกรรม ทางด้านการผลิตวัตถุดิบ และอุตสาหกรรมฮาลาล ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพมากที่สุด รวมทั้งการดึงดูดบริษัทธุรกิจ จากทั้งสองประเทศให้เข้ามาลงทุน

(Southern Thailand, particularly the Songkhla province can become a strategic partner in the development of Perlis while establishing bilateral collaboration to boost each other's economy.
The Raja Muda of Perlis Tuanku Syed Faizuddin Putra Jamalullail said, among the industries that could be explored for collaboration are the production of raw material and the halal industry which has the potential to develop and attract more companies from both countries to work together)
ที่มาข้อมูล : http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1337247

      ๕.๓ New Straits Time รายงานเมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ว่า ตำรวจน้ำมาเลเซียจับกุมเรือประมงไทย ๒ ลำ ในท้องทะเล Kuala Kemaman รัฐตรังกานู พร้อมกับยึดน้ำมันดีเซลของกลาง คิดเป็นมูลค่า ๒๕๐,๐๐๐ ริงกิต ทั้งนี้ลูกเรือมีทั้งสัญชาติไทยและกัมพูชา ซึ่งทุกคนไม่มีเอกสารเข้าเมือง รวมทั้งไม่มีหลักฐานการครอบครองน้ำมันดีเซล ที่ถูกต้อง
      (Malaysian Maritime Enforcement Agency (MMEA) on Saturday nabbed eight crew members of two Thai-registered fishing vessels off Kuala Kemaman over suspicion of illegal possession and dealing of subsidised diesel. The team seized RM250,000 worth of fuel from the crew members, from Thailand and Cambodia.)
Kemaman MMEA director Mohd Marmizi Md Noor said a patrol vessel spotted the two boats at about 149 nautical miles from Tanjung Mat Amin around 8.30am.
"Our investigation showed that all the crews did not possess any travel documents or valid permit to carry diesel in their vessels," he said today.)
ที่มาข้อมูล ; http://www.nst.com.my/news/2017/03/220429/eight-foreign-fishermen-nabbed-illegal-diesel-dealing-sea​

เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น

ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

มากกว่า 2.00

เพิ่มมาก

1.10 – 2.00

เพิ่มค่อนข้างมาก

0.60 – 1.00

เพิ่มในระดับหนึ่ง

0.10 – 0.50

เพิ่มเล็กน้อย

0.02 – 0.09

เพิ่มเพียงเล็กน้อย

0.00 – 0.01

ค่อนข้างคงที่

(-0.01) – 0.00

ค่อนข้างคงที่

(-0.09) – (-0.02)

ลดเพียงเล็กน้อย

(-0.50) – (-0.10)

ลดเล็กน้อย

(-1.00) – (-0.60)

ลดในระดับหนึ่ง

(-2.00) – (-1.10)

ลดค่อนข้างมาก

น้อยกว่า (– 2.00)

ลดมาก

 

Comment
Related