สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๒๕ ก.พ. - 3 มี.ค ๖๐

 06 มี.ค. 2560 10:55 น. | อ่าน 640
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

  1. บทสรุปผู้บริหาร
          ในช่วงวันที่ ๒๕ ก.พ. – ๓ มี.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกมีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๑๑๙ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๑๙ – ๒๔ ก.พ.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่เพิ่มขึ้นร้อยละ ๗๕ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว  (๑๙ – ๒๔ ก.พ.๖๐)
          ในสัปดาห์นี้ ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ คือ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน (ได้แก่ ๑) คาร์บอมบ์ฐาน ตชด.เทพา คล้ายบึ้มด่านเกาะหม้อแกง เร่งแกะรอยล่าตัว, ๒) ถล่ม ผช.ผญบ. ยกครัว ๔ ศพ, ๓) โจรใต้ป่วนปัตตานี ยิง รปภ.ดับ-สังหารทหาร อีก ๓ ชาวบ้านเจ็บ ๑ กลางตลาดนัด, ๔) คนร้ายยะลา ขี่ จยย. ไล่ยิง ด.ต. ผบ.หมู่ กระสุนเจาะขา ๒ นัด สาหัส, ๕) ศพโผล่ ผัวเมีย ถูกฆ่าชิงรถทำคาร์บอมบ์ ปิดตามัดมือ, และ ๖) ๗ โจรบุกลักรถ อบต.โฆษิต ติดบึ้มเตรียมบอมบ์ โก-ลก, และ ๗) วาง จยย.บอมบ์ รถ อส.ไม้แก่น เจ็บ ๔)
          ในส่วนของประเด็นเชิงบวก คือ ประเด็นยาเสพติด (ส.ท.นอกแถว ขนยาบ้า ๒ แสนจากลาวสู่ใต้), ประเด็นการช่วยเหลือประชาชน (ได้แก่ ๑) ๕๐ คนไทยน้ำตานอง มาเลย์ยอมปล่อยตัวกลับมาตุภูมิ, และ ๒) บิ๊กอาร์กำชับกำลังพลเร่งฟื้นฟูบ้านเรือน ปชช. หลังน้ำท่วมใต้),  ประเด็นสิทธิมนุษยชน (ได้แก่ ๑) ประณามโจรใต้ไร้อุดมการณ์โหดกราดกระสุนสังเวย ๔ ศพ, และ ๒) อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ประณามคนยิงรถนักเรียนที่รือเสาะ), ประเด็นวัฒนธรรม และวิถีชีวิต (มหาสมโภช เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว), ประเด็นการศึกษา (เรื่องเล่าจากวัยรุ่นเสียงข้างน้อยถึงปัญหาท้องไม่พร้อมในวัยเรียน), ประเด็นกระบวนการยุติธรรม (ศาลชี้ชะตาโกโต้ง-พล.ท.มนัส คดีค้าโรฮีนจา ๑๙ ก.ค.), ประเด็นกีฬา (ประสานบิ๊กตู่ขอที่ทำศูนย์บอลอาเซียน), ประเด็นอาชญากรรมในพื้นที่ (รวบ ๘ ผู้ต้องหายิง นายก อบต.ยะหริ่ง), ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข (บิ๊กตู่ รอผลสรุป เซฟตี้โซนใต้), ประเด็นการ รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน (ได้แก่ ๑) ศอ.บต.เผยภาพไฟใต้ดีขึ้น, ๒) เร่งทำความเข้าใจคำสอนฆ่าคนไทยไม่บาป, ๓) ผบ.ทบ. ลงใต้ตามเหตุยิง ผช.ผญบ. รือเสาะ , ๔) แม่ทัพภาค ๔ ปัดจัดฉากรับมอบตัวคนเห็นต่าง ชี้มีหมายจับเป็นทหารพรานไม่ได้ และ ๕) แกนนำป่วนใต้สายตรงแม่ทัพภาค ๔ ขอเข้ารายงานตัว), ประเด็นเศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ (ได้แก่ ๑) กิจกรรมตลาดนัดชุมชน ไทยช่วยไทย คนไทยยิ้มได้ จัดโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนราธิวาส และ ๒) เอ็กโกลุยลงทุนโรงไฟฟ้าประชารัฐ ปี ๖๐ ทุ่มงบกว่า ๓ หมื่นล้านบาท), และ ประเด็นการเมือง (ได้แก่ ๑)  พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร บิ๊กป้อม เสียใจเหตุยิงรถนักเรียน นราฯ, ๒) พล.อ.ประวิตร เชื่อไฟใต้จะดีขึ้น และ ๓) กฟผ.เปิดทางถอยรัฐบาล ตั้งโรงไฟฟ้าก๊าซแทนถ่านหินกระบี่)
          จากแนวโน้มดังที่กล่าว ทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มลดลง ร้อยละ ๓๑ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว   (๑๙ – ๒๔ ก.พ.๖๐) ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว (๑๙ – ๒๔ ก.พ.๖๐)  ค่อนข้างมาก

    ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๒๕ ก.พ. – ๓ มี.ค.๖๐ สรุปได้ดังนี้

          ความสำเร็จการพูดคุยระหว่างคณะพูดคุยสันติสุข (ปาร์ตี้ เอ) และ ฝ่ายผู้เห็นต่างจากรัฐไทย (ปาร์ตี้ บี) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ที่ทั้งสองฝ่ายตกลงให้ความเห็นชอบกรอบแนวคิดพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งสำนักข่าวระหว่างต่างประเทศ เช่น AFP ตีความว่า เป็นความสำเร็จแบบจิ๋วแต่แจ๋ว ( a small but significant step in talks) และการเห็นชอบร่วมกันครั้งนี้ ส่งผลทำให้กระบวนการพูดคุยสันติสุขเคลื่อนไปข้างหน้าดังคำกล่าวของดาโต๊ะซัมซามิน ฮัสชิม หัวหน้าสำนักงานประสานงานและอำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยสันติสุข แต่ถัดไปอีก ๒ วัน ทันทีที่เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนรุมยิงใส่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ในอำเภอรามัน จ.นราธิวาส ขณะขับรถยนต์พร้อมครอบครัว เป็นเหตุให้เขาและลูกชายวัย ๘ ปี เสียชีวิต ขณะเดียวกันก็เหตุรุนแรงหลายครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน สื่อต่างประเทศ เช่น สำนักข่าวเบอร์นามา จึงรายงานพร้อมข้อสังเกต ว่า เหตุการณ์เหล่านี้มีศักยภาพสูงที่จะทำลายความสำเร็จของกระบวนการพูดคุยฯ
          ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตุว่า การก่อเหตุรุนแรงหลายครั้งภายหลัง ปาร์ตี้เอ และปาร์ตี้บี ตกลงให้ความเห็นขอบกรอบแนวคิด ได้ดึงดูดความสนใจองค์กรสื่อระดับโลกให้รายงานข่าวจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยพร้อมเพรียงกัน ทั้ง Reuters, AP, AFP และสื่อชั้นนำของสหรัฐ คือ Washington Post และ New York Times
          ในห้วงเวลาใกล้เคียงกัน วอยซ์ออฟอเมริกา (VOA) , BBC Thai และสำนักข่าว AP รายงานว่า เครือข่ายองค์กรเฝ้าระวังเด็กและพื้นที่ความขัดแย้งทางอาวุธ Watchlist on Children and Armed Conflict (Watch list) เรียกร้องให้เลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติจัดกองกำลัง 11 กลุ่มทั่วโลกเป็น "ผู้ละเมิดสิทธิเด็กขั้นร้ายแรง" รวมถึงกลุ่มติดอาวุธซึ่งเคลื่อนไหวในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย
          สำนักข่าว AFP ว่า ผู้เจรจาของกลุ่มกบฏและกองทัพไทยตกลงให้ความเห็นชอบ”พื้นที่ปลอดภัย”ในพื้นที่เหตุรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นับเป็นจังหวะก้าวที่สำคัญในการยุติความขัดแย้งที่ต่อเนื่องมา ๑๓ ปีแล้ว


    ๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๒๕ ก.พ. – ๓ มี.ค.๖๐
          ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

          ในช่วงวันที่ ๒๕ ก.พ. – ๓ มี.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 4.6718ln(x) + 7.357) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๑๙ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๙ – ๒๔ ก.พ.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้อง จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.3022ln(x) + 2.0142) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๗๕ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๙ – ๒๔ ก.พ.๖๐)

          ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
                เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

    วัน/เดือน/ปี

    จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

    จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

    ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)

    2017-02-19

    14

    3

    4.67

    2017-02-20

    5

    5

    1.00

    2017-02-21

    7

    1

    7.00

    2017-02-22

    19

    1

    19.00

    2017-02-23

    15

    1

    15.00

    2017-02-24

    3

    1

    3.00

    ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

    8.28

    2017-02-25

    24

    3

    8.00

    2017-02-26

    17

    2

    8.50

    2017-02-27

    20

    1

    20.00

    2017-02-28

    16

    0

    16.00

    2017-03-01

    19

    1

    19.00

    2017-03-02

    20

    6

    3.33

    2017-03-03

    22

    8

    2.75

    ค่าสัดส่วนเฉลี่ย

    11.60

    หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย

    ๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๒๕ ก.พ. – ๓ มี.ค.๖๐
          ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

          ในช่วงวันที่ ๒๕ ก.พ. – ๓ มี.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ไม่มีข่าวเชิงบวกในสัปดาห์ที่ผ่านมา (๑๙ – ๒๔ ก.พ.๖๐) แต่ในสัปดาห์นี้มีข่าวเชิงบวกในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข จำนวน 8 ข่าว  ในส่วนของข่าวเชิงลบฯ ไม่ปรากฎข่าวเชิงลบมา ๔ สัปดาห์แล้ว (๓ก.พ. – ๓ มี.ค.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวกได้แก่ บิ๊กตู่ รอผลสรุป เซฟตี้โซนใต้

          ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

          ในช่วงวันที่ ๒๕ ก.พ. – ๓ มี.ค.๖๐  ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น กล่าวคือ ในสัปดาห์ที่แล้ว (๑๙ – ๒๔ ก.พ.๖๐) มีข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวันเพียง ๑ ข่าว แต่ในสัปดาห์นี้มีจำนวนถึง ๑๙ ข่าว ภาพข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ๑) คาร์บอมบ์ฐาน ตชด.เทพา คล้ายบึ้มด่านเกาะหม้อแกง เร่งแกะรอยล่าตัว, ๒) ถล่ม ผช.ผญบ. ยกครัว ๔ ศพ, ๓) โจรใต้ป่วนปัตตานี ยิงรปภ.ดับ-สังหารทหาร อีก ๓ ชาวบ้านเจ็บ ๑ กลางตลาดนัด, ๔) คนร้ายยะลา ขี่ จยย.ไล่ยิง ด.ต. ผบ.หมู่ กระสุนเจาะขา ๒ นัด สาหัส, ๕) ศพโผล่ ผัวเมีย ถูกฆ่าชิงรถทำคาร์บอมบ์ ปิดตามัดมือ, และ ๖) ๗ โจรบุกลักรถอบต.โฆษิต ติดบึ้มเตรียมบอมบ์ โก-ลก, และ ๗) วาง จยย.บอมบ์ รถ อส.ไม้แก่น เจ็บ ๔ เป็นต้น

          ๓.๓ ประเด็นการเมือง

          ในช่วงวันที่ ๒๕ ก.พ. – ๓ มี.ค.๖๐  ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.1551ln(x) + 1.3463) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๙ – ๒๔ ก.พ.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -1.548ln(x) + 3.4553) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๐๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๙ – ๒๔ ก.พ.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมือง ได้แก่ ๑)  พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร บิ๊กป้อม เสียใจเหตุยิงรถนักเรียน นราฯ, ๒) พล.อ.ประวิตร เชื่อไฟใต้จะดีขึ้น และ ๓) กฟผ.เปิดทางถอยรัฐบาล ตั้งโรงไฟฟ้าก๊าซแทนถ่านหินกระบี่ เป็นต้น ไม่มีภาพข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้

          ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

          ในช่วงวันที่ ๒๕ ก.พ. – ๓ มี.ค.๖๐  ข่าวเชิงบวกในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.9469ln(x) + 0.5111) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๖๖ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๙ – ๒๔ ก.พ.๖๐) ไม่มีข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้ ภาพข่าวเชิงบวกในประเด็น รปภ.ฯ ได้แก่ ๑) ศอ.บต.เผยภาพไฟใต้ดีขึ้น, ๒) เร่งทำความเข้าใจคำสอนฆ่าคนไทยไม่บาป, ๓) ผบ.ทบ. ลงใต้ตามเหตุยิง ผช.ผญบ. รือเสาะ , ๔) แม่ทัพภาค ๔ ปัดจัดฉากรับมอบตัวคนเห็นต่าง ชี้มีหมายจับเป็นทหารพรานไม่ได้ และ ๕) แกนนำป่วนใต้สายตรงแม่ทัพภาค ๔ ขอเข้ารายงานตัว เป็นต้น

          ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

          ในช่วงวันที่ ๒๕ ก.พ. – ๓ มี.ค.๖๐  ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.7933ln(x) + 0.1623) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๔๖๖ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๙ – ๒๔ ก.พ.๖๐) ไม่มีข่าวเชิงลบในประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้ในสัปดาห์นี้ ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) กิจกรรมตลาดนัดชุมชน ไทยช่วยไทย คนไทยยิ้มได้ จัดโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนราธิวาส และ ๒) เอ็กโกลุยลงทุนโรงไฟฟ้าประชารัฐ ปี ๖๐ ทุ่มงบกว่า ๓ หมื่นล้านบาท เป็นต้น​

          ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
                ในช่วงวันที่ ๒๕ ก.พ. – ๓ มี.ค.๖๐  ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวข้องกับ จชต.
          ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
                ในช่วงวันที่ ๒๕ ก.พ. – ๓ มี.ค.๖๐  ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล ที่เกี่ยวข้องกับ จชต.
          ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
                ในช่วงวันที่ ๒๕ ก.พ. – ๓ มี.ค.๖๐  ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
          ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
                ในช่วงวันที่ ๒๕ ก.พ. – ๓ มี.ค.๖๐  ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

    ๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
          ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

          ในช่วงวันที่ ๒๕ ก.พ. – ๓ มี.ค.๖๐  ประเด็นที่ส่งผลกระทบเชิงลบ มี ๑ ประเด็น คือ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ๑) คาร์บอมบ์ฐาน ตชด.เทพา คล้ายบึ้มด่านเกาะหม้อแกง เร่งแกะรอยล่าตัว, ๒) ถล่ม ผช.ผญบ. ยกครัว ๔ ศพ, ๓) โจรใต้ป่วนปัตตานี ยิงรปภ.ดับ-สังหารทหาร อีก ๓ ชาวบ้านเจ็บ ๑ กลางตลาดนัด, ๔) คนร้ายยะลา ขี่ จยย.ไล่ยิง ด.ต. ผบ.หมู่ กระสุนเจาะขา ๒ นัด สาหัส, ๕) ศพโผล่ ผัวเมีย ถูกฆ่าชิงรถทำคาร์บอมบ์ ปิดตามัดมือ, และ ๖) ๗ โจรบุกลักรถอบต.โฆษิต ติดบึ้มเตรียมบอมบ์ โก-ลก, และ ๗) วาง จยย.บอมบ์ รถ อส.ไม้แก่น เจ็บ ๔

    ในส่วนของประเด็นเชิงบวก สรุปได้ดังนี้
    1. ประเด็นยาเสพติด ได้แก่ ส.ท.นอกแถว ขนยาบ้า ๒ แสนจากลาวสู่ใต้
    2. ประเด็นการช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ ๑) ๕๐ คนไทยน้ำตานอง มาเลย์ยอมปล่อยตัวกลับมาตุภูมิ, และ ๒) บิ๊กอาร์กำชับกำลังพลเร่งฟื้นฟูบ้านเรือน ปชช. หลังน้ำท่วมใต้
    3. ประเด็นสิทธิมนุษยชน ได้แก่ ๑) ประณามโจรใต้ไร้อุดมการณ์โหดกราดกระสุนสังเวย ๔ ศพ, และ ๒) อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิฯ ประณามคนยิงรถนักเรียนที่รือเสาะ
    4. ประเด็นวัฒนธรรม และวิถีชีวิต ได้แก่ มหาสมโภช เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว
    5. ประเด็นการศึกษา ได้แก่ เรื่องเล่าจากวัยรุ่นเสียงข้างน้อยถึงปัญหาท้องไม่พร้อมในวัยเรียน
    6. ประเด็นกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ ศาลชี้ชะตาโกโต้ง-พล.ท.มนัส คดีค้าโรฮีนจา ๑๙ ก.ค.
    7. ประเด็นกีฬา ได้แก่ ประสานบิ๊กตู่ขอที่ทำศูนย์บอลอาเซียน
    8. ประเด็นอาชญากรรมในพื้นที่ ได้แก่ รวบ ๘ ผู้ต้องหายิง นายก อบต.ยะหริ่ง
    9. ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข ได้แก่ บิ๊กตู่ รอผลสรุป เซฟตี้โซนใต้
    10. ประเด็นการ รปภ.ชีวิต/ทรัพย์สิน ได้แก่ ๑) ศอ.บต.เผยภาพไฟใต้ดีขึ้น, ๒) เร่งทำความเข้าใจคำสอนฆ่าคนไทยไม่บาป, ๓) ผบ.ทบ. ลงใต้ตามเหตุยิง ผช.ผญบ. รือเสาะ , ๔) แม่ทัพภาค ๔ ปัดจัดฉากรับมอบตัวคนเห็นต่าง ชี้มีหมายจับเป็นทหารพรานไม่ได้ และ ๕) แกนนำป่วนใต้สายตรงแม่ทัพภาค ๔ ขอเข้ารายงานตัว
    11. ประเด็นเศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ ได้แก่ ๑) กิจกรรมตลาดนัดชุมชน ไทยช่วยไทย คนไทยยิ้มได้ จัดโดยสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดนราธิวาส และ ๒) เอ็กโกลุยลงทุนโรงไฟฟ้าประชารัฐ ปี ๖๐ ทุ่มงบกว่า ๓ หมื่นล้านบาท
    12. ประเด็นการเมือง ได้แก่ ๑)  พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร บิ๊กป้อม เสียใจเหตุยิงรถนักเรียน นราฯ, ๒) พล.อ.ประวิตร เชื่อไฟใต้จะดีขึ้น และ ๓) กฟผ.เปิดทางถอยรัฐบาล ตั้งโรงไฟฟ้าก๊าซแทนถ่านหินกระบี่

          ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

          จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วน และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้ ของผู้รับข่าวสาร ให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว  โดยในช่วงวันที่ ๒๕ ก.พ. – ๑ ก.พ.๖๐ พบว่า แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในภาพรวม มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น  อย่างไรก็ตามสืบเนื่องจากสถานการณ์เหตุร้ายรายวันในช่วงปลายสัปดาห์ ส่งผลให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวกมีแนวโน้มลดลง (y = -1.558ln(x) + 3.5207) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๓๑ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๑๙ – ๒๔ ก.พ.๖๐) จากระดับผลกระทบดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้วค่อนข้างมาก

    ๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๒๕ ก.พ. – ๓ มี.ค.๖๐
          ความสำเร็จการพูดคุยระหว่างคณะพูดคุยสันติสุข (ปาร์ตี้ เอ) และ ฝ่ายผู้เห็นต่างจากรัฐไทย (ปาร์ตี้ บี) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ที่ทั้งสองฝ่ายตกลงให้ความเห็นชอบกรอบแนวคิดพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งสำนักข่าวระหว่างต่างประเทศ เช่น AFP ตีความว่า เป็นความสำเร็จแบบจิ๋วแต่แจ๋ว ( a small but significant step in talks) และการเห็นชอบร่วมกันครั้งนี้ ส่งผลทำให้กระบวนการพูดคุยสันติสุขเคลื่อนไปข้างหน้าดังคำกล่าวของดาโต๊ะซัมซามิน ฮัสชิม หัวหน้าสำนักงานประสานงานและอำนวยความสะดวกกระบวนการพูดคุยสันติสุข (“Both have come to an agreement to bring this negotiation forward. That’s all I can comment on,” Malaysian facilitator Ahmad Zamzamin Hashim) แต่ถัดไปอีก ๒ วัน ทันทีที่เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนรุมยิงใส่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ในอำเภอรามัน จ.นราธิวาส ขณะขับรถยนต์พร้อมครอบครัว เป็นเหตุให้เขาและลูกชายวัย ๘ ปี เสียชีวิต ขณะเดียวกันก็เหตุรุนแรงหลายครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน สื่อต่างประเทศ เช่น สำนักข่าวเบอร์นามา จึงรายงานพร้อมข้อสังเกต ว่า เหตุการณ์เหล่านี้มีศักยภาพสูงที่จะทำลายความสำเร็จของกระบวนการพูดคุยฯ

    (Just 48 hours after the historic agreement to set up a "Safety Zone" in southern Thailand, the volatile region witnessed a flare up of violence which could potentially derail the "breakthtough" achieved.)

          ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตุว่า การก่อเหตุรุนแรงหลายครั้งภายหลัง ปาร์ตี้เอ และปาร์ตี้บี ตกลงให้ความเห็นขอบกรอบแนวคิด ได้ดึงดูดความสนใจองค์กรสื่อระดับโลกให้รายงานข่าวจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยพร้อมเพรียงกัน ทั้ง Reuters, AP, AFP และสื่อชั้นนำของสหรัฐ คือ Washington Post และ New York Times
          ในห้วงเวลาใกล้เคียงกัน วอยซ์ออฟอเมริกา (VOA) , BBC Thai และสำนักข่าว AP รายงานว่า เครือข่ายองค์กรเฝ้าระวังเด็กและพื้นที่ความขัดแย้งทางอาวุธ Watchlist on Children and Armed Conflict (Watchlist) เรียกร้องให้เลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติจัดกองกำลัง 11 กลุ่มทั่วโลกเป็น "ผู้ละเมิดสิทธิเด็กขั้นร้ายแรง" รวมถึงกลุ่มติดอาวุธซึ่งเคลื่อนไหวในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย

          ๕.๑ สำนักข่าวต่างประเทศ และ สื่อในภูมิภาคอาเซียน รายงานผลการพูดคุยสันติสุขระหว่างปาร์ตี้เอ และ ปาร๋ตี้บี ที่กรุงกัวลัมเปอร์ เมื่อวันอังคารที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ซึ่งทั้งสองฝ่ายให้ความเห็นชอบกรอบแนวคิดพื้นที่ปลอดภัย ด้วยน้ำเสียงในเชิงบวกดังที่ปรากฏในพาดหัวข่าวของสำนักข่าว AFP ว่า ผู้เจรจาของกลุ่มกบฏและกองทัพไทยตกลงให้ความเห็นชอบ”พื้นที่ปลอดภัย”ในพื้นที่เหตุรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นับเป็นจังหวะก้าวที่สำคัญในการยุติความขัดแย้งที่ต่อเนื่องมา ๑๓ ปีแล้ว (Rebel negotiators, Thai army agree 'safety zone' for unrest-hit south in significant step to end 13-year conflict)
    รายงานข่าวของสำนักข่าว AFP ชิ้นนี้ ถุกนำไปรายงานอีกทอดหนึ่งในสื่อมาเลเซีย สิงคโปร์และฟิลิปินส์
    ที่มาข้อมูล ; http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/rebel-negotiators-thai-army-agree-safety-zone-for-unrest-hit-south-in-significant-step​
    http://news.mb.com.ph/2017/02/28/rebel-negotiators-thai-army-agree-safety-zone-for-unrest-hit-south/​
    http://www.themalaymailonline.com/world/article/rebel-negotiators-thai-army-agree-safety-zone-for-unrest-hit-south​

                ๕.๑.๑ สำนักข่าว benarnews รายงานผลการพูดคุยสันติสุข โดยละเอียดทั้งเวปไซต์ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ดังนี้ ว่า
          คณะพูดคุยเพื่อสันติสุข และองค์กรมาราปาตานี ของฝ่ายผู้เห็นต่าง ได้บรรลุข้อตกลงในกรอบการดำเนินการเพื่อจัดตั้ง “พื้นที่ปลอดภัยนำร่อง” เพื่อเป็นการทดลองขึ้นหนึ่งเขต โดยในชั้นนี้ ได้ให้ทั้งสองฝ่ายเสนอพื้นที่ที่น่าจะเป็นไปได้ในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส รวม 5 พื้นที่ ซึ่งจะคัดเลือกให้เหลือเพียงหนึ่งพื้นที่ ในขั้นสุดท้ายอีกครั้ง
          ทั้งสองฝ่ายได้ให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชนว่า ในวันนี้ ได้มีการประชุมแบบเต็มคณะในประเทศมาเลเซีย ในวันนี้ โดยมีสำนักงานเลขานุการของคณะทำงานร่วมกระบวนการพูดคุยสันติสุข หรือ Joint Working Group-Peace Dialogue Process (JWG-PDP) ซึ่งเป็นฝ่ายอำนวยความสะดวกของประเทศมาเลเซีย เป็นผู้ประสานงาน
          หลังการเจรจาสิ้นสุดลง นายอาบู ฮาฟิซ อัลฮากิม โฆษกมาราปาตานี ได้อ่านเนื้อความในเอกสารผลการพูดคุย เป็นภาษามาเลย์ ให้แก่ผู้สื่อข่าวที่ติดตามการประชุมได้รับทราบด้วย
          “ในการประชุมในวันนี้ สำนักงานเลขานุการของคณะทำงานร่วมกระบวนการพูดคุยสันติสุข (JWG-PDP) ได้ตรวจสอบและเห็นชอบในการจัดกรอบการดำเนินการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัยนำร่อง โดยได้เห็นชอบต่อพื้นที่ที่เสนอมาห้าพื้นที่ ซึ่งมีพื้นที่ในปัตตานี 1 แห่ง ในยะลา 2 แห่ง และในนราธิวาส 2 แห่ง ซึ่งจะคัดเลือกไว้เพียงหนึ่งแห่ง เพื่อเป็นโครงการนำร่อง” เนื้อความในเอกสารแถลงผลการประชุมระบุ
          “หลังจากนั้น ทีมเทคนิคร่วม จะเข้าสู่รายละเอียดในเรื่องกฎกติกา และกระบวนการในการแต่งตั้งคณะประเมินผลร่วม ที่จะตรวจเยี่ยมพื้นที่ที่เสนอไว้ ซึ่งคณะประเมินผลร่วมจะเสนอผลการประเมินไปยังทีมเทคนิคร่วม และสำนักงานเลขานุการของคณะทำงานร่วมกระบวนการพูดคุยสันติสุข เพื่อจัดตั้งคณะปฏิบัติงานร่วมในพื้นที่” เนื้อความในเอกสารแถลงผลการประชุมอีกท่อนหนึ่งระบุ
          “คณะปฏิบัติงานร่วมในพื้นที่ประกอบด้วยตัวแทนจากปาร์ตี้เอ (รัฐบาล) ปาร์ตี้บี (มาราปาตานี) ตัวแทนจากองค์กรเอ็นจีโอ ภาคประชาสังคม และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งจะร่วมกันจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัย”
          นายอาบู ฮาฟิซ อัลฮากิม ได้ตอบคำถามเบนาร์นิวส์ ในเรื่องกรอบเวลาในการจัดตั้งพื้นที่ปลอดภัยว่า คณะปฏิบัติงานร่วมในพื้นที่ “จะใช้เวลาในการเตรียมการดำเนินการสามเดือน และการจัดตั้งสามเดือน”
          ทางด้านคณะพูดคุยฯ ของไทยได้ให้ข้อมูลว่า หลังจากนี้ คณะทำงานเทคนิคร่วมฯ ของทั้งสองฝ่าย จะจัดทำรายละเอียด หลักการ และขั้นตอนการปฏิบัติ รวมทั้งแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินผล โดยคณะกรรมการจะลงพื้นที่อำเภอต่างๆ ที่มีการเสนอชื่อมาก่อนประเมินความเหมาะสม และส่งให้คณะพูดคุยฯ ชุดใหญ่ตัดสิน กระบวนการดังกล่าวจะใช้เวลา 3 เดือน โดยมีการดึงภาคประชาสังคมและตัวแทนองค์กรพัฒนาเอกชนเข้าร่วมด้วย ขณะที่ฝ่ายมารา ปาตานี จะส่งตัวแทนเข้ามาประเมินพื้นที่ด้วยเช่นกัน ซึ่งฝ่ายรัฐบาลไทยจะให้ความคุ้มครอง
    ที่มาข้อมูล; http://www.benarnews.org/thai/news/peace-plan-02282017141650.html
    http://www.benarnews.org/english/news/thai/limited-ceasefire-02282017144108.html

          ๕.๒ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวการก่อเหตุไม่สงบหลายครั้งในวันที่ ๒ มีนาคม โดยตั้งข้อสังเกตุว่าอาจส่งผลกระทบทางลบต่อกระบวนการพูดคุยสันติสุข
                ๕.๒.๑ รายงานข่าวของสำนักข่าว AFP เป็นเหตุการณ์คนร้าย ๗-๘ คน รุมยิงทหาร ๓ คนกลางตลาดตอนค่ำที่อำเภอมายอ จ.ปัตตานี
    (Three Thai soldiers were gunned down in front of shoppers at busy evening market in Thailand's conflict-riddled “Deep South,” police said today, in a day of bloodshed undermining progress in peace talks. An under-reported 13-year rebellion in the southernmost provinces by Malay Muslim insurgents against the Buddhist-majority Thai state has killed more than 6,800 people.
    That toll rose late yesterday when gunman opened fire on the trio of plainclothes soldiers as they patrolled a night market in Mayo district of Pattani province.
    “They were shot by seven or eight gunmen,” Captain Muhamad Maadwang of Mayo police station told AFP.)

          รายงานข่าวชิ้นเดียวกัน ระบุว่า นักวิเคราะห์หลายคนไม่ให้ความสำคัญกับข้อตกลงกรอบแนวคิดพื้นที่ปลอดภัย เนื่องจากมีความกังขาต่อมาราปาตานี ว่า สามารถควบคุมสั่งการกลุ่มติดอาวุธได้หรือไม่? พร้อมทั้วงตั้งข้อสังเกตุว่าเหตุการณืไม่สงบที่เกิดขึ้นในช่วงนี้อาจสะท้อนความไม่พอใจของกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่ ต่อ กรอบแนวคิดพื้นที่ปลอดภัย

    (But analysts have played down the significance of the “safety zone” announcement, casting doubt on the Mara's control over the main rebel footsoldiers. The surge in violence may point to dissatisfaction from the insurgents with the safety zone deal.)

    รายงานของ AFP ชิ้นนี้ถูกนำไปเผยแพร่ต่อในสื่อมาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปินส์
    ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/world/article/three-soldiers-killed-in-day-of-bloodshed-in-thai-south
    http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/shooting-in-thailands-south-kills-four-despite-safety-zone-deal-police​
    http://news.mb.com.ph/2017/03/03/three-soldiers-killed-in-day-of-bloodshed-in-thailand/​

                ๕.๒.๒ สำนักข่าว AP รายงานเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม กลุ่มกบฏยังคงเดินหน้าก่อเหตุโจมตีในพื้นที่ จชต. (Insurgents continue attacks in southern Thailand) เนื้อหาบรรยายถึงเหตุการณ์คนร้ายลอบยิงอาสาสมัคร ๒ คนจนได้รับบาดเจ็บที่นราธิวาส เหตุการณ์ลอบยิงทหารเสียชีวิต ๓ คน ที่ อ.มายอ ปัตตานี และเหตุการณ์คนร้ายยิงรถผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเป็นเหตุให้เขา และลูกชายวัย ๘ ปี เสียชีวิตพร้อมญาติรวม ๔ คน ที่อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส
          ในตอนท้ายของรายงานข่าวชิ้นนี้ มีข้อสังเกตุว่า กลุ่มบีอาร์เอ็น ซึ่งเป็นที่รับรู้กันดีว่ามีกองกำลังติดอาวุธที่เข้มแข็งที่สุดไม่ได้เข้าร่วมกระบวนการพูดคุยทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า การพูดคุยที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้จะแก้ปัญหาความขัดแย้งได้จริงหรือ? ผู้สังเกตุการณืหลายคนถึงกับพูดว่า การก่อเหตุรุนแรงเป็นตัวบ่งชี้ว่า การพูดคุยสันติสุขมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสู้รบในพื้นที่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่ดอน ปาทาน นักวิเคราะห์ความมั่นคงในพื้นที่ให้ความเห็นว่า ไม่ว่าจะมีกระบวนการพูดคุยสันติสุขหรือไม่ก็ตาม การก่อเหตุไม่สงบในพื้นที่ก็จะดำเนินต่อไป ทำให้เกิดคำถามว่า การพูดคุยสันติสุขจะเดินหน้าต่ออย่างไร

    (However, the Barisan Revolusi Nasional, considered the most active militant group, is not a party to the talks, raising questions about whether the negotiations will actually help resolve the conflict. Some independent observers say the attacks show the talks have little connection to actual fighting on the ground.
    "With or without the talks, insurgency violence is going to continue," said Don Pathan, a security analyst based in southern Thailand. "It will raise questions among the public about whether the negotiations are going anywhere.")

    รายงานข่าวชื้นนี้ถูกนำไปเผยแพร่ต่อในสื่ออังกฤษคือ Daily Mail และสหรัฐ คือ New York Times และ Washington Post
    ที่มาข้อมูล ; http://www.dailymail.co.uk/wires/ap/article-4278442/Insurgents-continue-attacks-southern-Thailand.html
    https://www.nytimes.com/aponline/2017/03/03/world/asia/ap-as-thailand-southern-violence.html

                ๕.๒.๓ สำนักข่าว Reuters พาดหัวข่าวเหตุการณ์คนร้ายรุมยิงใส่รถยนต์ของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอรือเสาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ ๒ มีนาคมว่า เกิดเหตุยิงสังหารสี่ศพใน จชต.แม้ว่าจะมีข้อตกลงพื้นที่ปลอดภัย (Shooting in Thailand's south kills four despite safety zone deal – police) โดยรายละเอียดบรรยายถึงเหตุการณ์คนร้ายรุมยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านจนเสียชีวิตพร้อมลูกชายวัย ๘ ปี และญาติรวม ๔ คน
    รายงานข่าวชื้นนี้ถูกนำไปเผยแพร่ต่อในสื่อมาเลเซีย อินโดนีเซีย และ New York Times
    ที่มา ; http://www.thestar.com.my/news/world/2017/03/02/shooting-in-thailands-south-kills-four-despite-safety-zone-deal--police/​
    http://www.themalaymailonline.com/world/article/shooting-in-thailands-south-kills-four-despite-deal-say-police
    http://jakartaglobe.id/international/shooting-thailands-south-kills-four-despite-safety-zone-deal-police/​
    https://www.nytimes.com/reuters/2017/03/02/world/asia/02reuters-thailand-insurgency.html?_r=0​

          ๕.๒.๔ สำนักข่าวเบอนามา มีรายงานเกี่ยวกับเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นหลายครั้งหลังวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ เช่นกัน และมีน้ำเสียงแสดงความกังวลว่าผู้ก่อเหตุต้องการทำลายถ่วงรั้งกระบวนการพูดคุยสันติสุข แต่ในตอนท้ายของรายงานข่าวชื้นนี้อ้างความเห็นพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคงและรมต,กลาโหม ในเชิงบวกว่า แม้จะมีเหตุการณ์รุงสังหาร ๔ ศพ แต่เมื่อดูสถิติโดยรวมจะพบว่า เหตุรุนแรงได้มาถึงจุดที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และสถิติเหตุรุนแรงในปีนี้ก็ต่ำกว่าปีที่แล้ว สะท้อนว่าประชาชนในพื้นที่มีความเข้าใจรัฐมากขึ้น

    (His deputy, who is also the Defence Minister, Gen Prawit Wongsuwan, said, despite the killing of four people today, the level of violence in southern Thailand had actually reduced to a historic low.
    "The number of violent incidents has reduced so much compared to last year, indicating that there is more understanding," he told reporters.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1334306​

          ๕.๔ สำนักข่าว benarnews และสื่อมาเลเซีย รายงานข่าว ประชาชนชาวพุทธและมุสลิม ในอำเภอรือเสาะ หลายร้อยคน ได้เดินขบวนแสดงพลังต่อต้านความรุนแรง หลังเกิดเหตุการณ์กราดยิงนักเรียนวัย 8 ขวบ และครอบครัว เสียชีวิตรวม 4 ราย เมื่อวันพฤหัส ส่วนในวันนี้ (๓ มีค)  มีเหตุยิงอาสาสมัครรักษาดินแดนเสียชีวิตหนึ่งนาย และบาดเจ็บอีกหนึ่งนาย
          กลุ่มพลังชนมวลชนในอำเภอรือเสาะ นายสิทธิชัย ศักดา ผู้ว่าราชการจังหวัด และข้าราชการทหาร ตำรวจ พลเรือน จำนวนกว่า 500 คน รวมตัวกันเดินขบวนจากลานจอดรถหน้าสถานีรถไฟรือเสาะไปตามถนนภายในเขตเทศบาล พร้อมถือป้ายที่เขียนข้อความต่อต้านการใช้ความรุนแรงของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนร่วมใจกันต่อต้านกลุ่มผู้ไม่หวังดี และช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้กับทางการ
    ที่มาข้อมูล : http://www.benarnews.org/thai/news/TH-March-03032017165208.html
    http://www.themalaymailonline.com/world/article/hundreds-march-in-protest-as-shooting-of-eight-year-old-boy-shocks-thai-sou

          ๕.๕ วอยซ์ออฟอเมริกา (VOA) , BBC Thai และสำนักข่าว AP รายงานเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ว่า เครือข่ายองค์กรเฝ้าระวังเด็กและพื้นที่ความขัดแย้งทางอาวุธ Watchlist on Children and Armed Conflict (Watchlist) เรียกร้องให้เลขาธิการใหญ่แห่งสหประชาชาติจัดกองกำลัง 11 กลุ่มทั่วโลกเป็น "ผู้ละเมิดสิทธิเด็กขั้นร้ายแรง" รวมถึงกลุ่มติดอาวุธซึ่งเคลื่อนไหวในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย
          เอกสารของ Watchlist ที่ส่งถึงเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เสนอแนะให้มีการเพิ่มชื่อกลุ่มติดอาวุธต่อต้านรัฐบาลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ซึ่งมีพฤติการณ์โจมตีโรงเรียนและโรงพยาบาล อยู่ในกลุ่มบัญชี”ผู้ละเมิดสิทธิเด็กขั้นร้ายแรง ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตุว่า ในรายงานข่าวของสำนักข่าว AP และ VOA ไม่ได้ระบุชื่อกลุ่มติดอาวุธใน จชต. แต่รายงานของ BBC Thai มีการระบุชื่อว่า กลุ่มบีอาร์เอ็น

    (A network of organizations seeking to protect children in conflict urged U.N. Secretary-General Antonio Guterres on Wednesday to add 11 parties to the blacklist of countries and armed groups responsible for grave violations against children.
          Watchlist, a human rights and humanitarian network established in 2001, also recommended the listing of armed opposition groups in southern Thailand for perpetrating attacks on schools and hospitals, the Communist Party/Maoist for recruiting and using children in India, and the Afghan National Defense and Security Forces and pro-government militias in Afghanistan for recruiting, killing and injuring youngsters.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.voanews.com/a/un-urged-add-eleven-parties-list-child-rights-violators/3746401.html
    http://www.voanews.com/a/un-urged-add-eleven-parties-list-child-rights-violators/3746401.html​

    เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น

    ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

    ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

    มากกว่า 2.00

    เพิ่มมาก

    1.10 – 2.00

    เพิ่มค่อนข้างมาก

    0.60 – 1.00

    เพิ่มในระดับหนึ่ง

    0.10 – 0.50

    เพิ่มเล็กน้อย

    0.02 – 0.09

    เพิ่มเพียงเล็กน้อย

    0.00 – 0.01

    ค่อนข้างคงที่

    (-0.01) – 0.00

    ค่อนข้างคงที่

    (-0.09) – (-0.02)

    ลดเพียงเล็กน้อย

    (-0.50) – (-0.10)

    ลดเล็กน้อย

    (-1.00) – (-0.60)

    ลดในระดับหนึ่ง

    (-2.00) – (-1.10)

    ลดค่อนข้างมาก

    น้อยกว่า (– 2.00)

    ลดมาก

Comment
Related